คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

biotin ประโยชน์และข้อควรระวังในการบริโภค

biotin ประโยชน์และข้อควรระวังในการบริโภค

ไบโอติน (biotin) หรือวิตามินบี 7 หรือวิตามิน H คือ สารอาหารรองที่จัดอยู่ในวิตามินบีรวมที่ละลายในน้ำ สามารถพบได้ในอาหาร เช่น กะหล่ำ เห็ด ถั่วลิสง และในรูปแบบอาหารเสริม มีความสำคัญต่อการทำงานของเอนไซม์ ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน และวิตามินที่ละลายน้ำไม่ได้ นอกจากนี้ ยังช่วยควบคุมการส่งสัญญาณระหว่างเซลล์และสนับสนุนการทำงานของยีนในร่างกายอีกด้วย

ประโยชน์ของ biotin

ไบโอตินมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนสรรพคุณของ ไบโอตินในการส่งเสริมสุขภาพ ดังนี้

  1. อาจช่วยจัดการโรคเบาหวาน

การรับประทาน biotin อาจมีส่วนช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและลดไขมันในเลือด ซึ่งอาจช่วยจัดการกับโรคเบาหวานได้ โดยมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ใน Oman Medical Journal เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2556 ศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบของไบโอตินต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและความเข้มข้นของไขมันในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 โดยให้ผู้ป่วยรับยาเสริมไบโอตินเป็นระยะเวลา 3 เดือน พบว่า การรักษาด้วยยาเสริมไบโอตินสามารถช่วยจัดการระดับน้ำตาลในเลือด ลดความเข้มข้นของไขมันในเลือดในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ที่ควบคุมไม่ได้

Verifying...
  1. อาจช่วยส่งเสริมสุขภาพเส้นผม ผิวและเล็บ

การขาด biotin อาจทำให้มีอาการผมร่วง ผมบาง เล็บเปราะและเป็นผื่นผิวหนังได้ ดังนั้น การรับประทาน ไบโอตินจึงอาจช่วยเสริมความแข็งแรงของผมและทำให้ผมมีสุขภาพดีขึ้น โดยมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร Skin Appendage Disorders เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2560 ศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ของไบโอตินสำหรับผมร่วง พบว่า ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจนทำให้ร่างกายขาดไบโอติน อาจทำให้มีอาการผมร่วง ผมบาง เล็บเปราะ ดังนั้น การรับประทานไบโอตินอาจมีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของเส้นผมและเล็บ ทั้งยังอาจช่วยให้สุขภาพผมและสุขภาพเล็บกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยอีกหนึ่งชิ้นที่ตีพิมพ์ใน The Journal of Pediatrics เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2528 ศึกษาเกี่ยวกับการขาดไบโอตินในผู้ป่วยที่มีอาการผมร่วงและศีรษะล้าน พบว่า การเสริมไบโอติน 100 ไมโครกรัม/วัน จากนั้นเพิ่มปริมาณเป็น 1 มิลลิกรัม/วัน เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ และเพิ่มปริมาณเป็น 10 มิลลิกรัม/วัน เป็นระยะเวลา 7 สัปดาห์ ทำให้อาการผมร่วงและศีรษะล้านดีขึ้น ทั้งยังทำให้โรคผิวหนังอักเสบและอาการผื่นขึ้นเป็นสะเก็ดบริเวณแก้มและหนังศีรษะบริเวณท้ายทอยดีขึ้นด้วย

  1. อาจช่วยส่งเสริมสุขภาพของคุณแม่ตั้งครรภ์และทารกในครรถ์

biotin เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการตั้งครรภ์และทารกในครรภ์ โดยคุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับไบโอติน 30-35 ไมโครกรัม/วัน นอกจากนี้ ยังอาจช่วยลดความเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนดและช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรง โดยมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ใน The Journal of Medical Investigation เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ศึกษาเกี่ยวกับระดับไบโอตินระหว่างตั้งครรภ์และการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์และการคลอดก่อนกำหนด โดยทำการสำรวจในคุณแม่ตั้งครรภ์ 35 ราย ที่คลอดก่อนกำหนดและ 24 ราย ที่คลอดทารกแรกเกิดน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ พบว่า ปริมาณไบโอตินในกระแสเลือดมีระดับต่ำตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์จนถึงไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์ ดังนั้น การขาดไบโอตินในคุณแม่ตั้งครรภ์อาจเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดหรือจำกัดการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์

การขาด biotin ส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร

การขาดไบโอตินอาจส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพ ดังนี้

  • ผมร่วง ผมบาง ผื่นแดง เล็บเปราะ
  • ผิวเป็นสะเก็ดรอบดวงตา จมูก ปากและอวัยวะเพศ
  • อาการทางระบบประสาท เช่น อาการซึมเศร้า ง่วงซึม ภาพหลอน ชา ความรู้สึกเสียวซ่าที่แขนขา อาการชัก

ดังนั้น เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นจากการขาดไบโอติน จึงควรได้รับไบโอตินในประมาณที่เหมาะสม ดังนี้

  • เด็กแรกเกิดถึง 6 เดือน ควรได้รับไบโอติน 5 ไมโครกรัม/วัน
  • ทารกอายุ 7-12 เดือน ควรได้รับไบโอติน 6 ไมโครกรัม/วัน
  • เด็กอายุ 1-3 ปี ควรได้รับไบโอติน 8 ไมโครกรัม/วัน
  • เด็กอายุ 4-8 ปี ควรได้รับไบโอติน 12 ไมโครกรัม/วัน
  • เด็กอายุ 9-13 ปี ควรได้รับไบโอติน 20 ไมโครกรัม/วัน
  • ผู้หญิงและผู้ชายอายุ 14-18 ปี ควรได้รับไบโอติน 25 ไมโครกรัม/วัน
  • ผู้หญิงและผู้ชายอายุ 19 ปีขึ้นไป ควรได้รับไบโอติน 30 ไมโครกรัม/วัน
  • หญิงตั้งครรภ์ทุกวัย ควรได้รับไบโอติน 30 ไมโครกรัม/วัน
  • หญิงให้นมบุตรทุกวัย ควรได้รับไบโอติน 35 ไมโครกรัม/วัน

โดยแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยไบโอติน ได้แก่ เนื้อสัตว์ ตับ ไข่สุก แซลมอน อะโวคาโด มันเทศ พืชตระกูลถั่ว ถั่วเหลือง ถั่วลิสง เมล็ดพืช ธัญพืช ปลา ผักใบเขียว เห็ด ชีส กะหล่ำ เนยถั่ว

ข้อควรระวังในการบริโภค biotin

biotin เป็นวิตามินบีที่ละลายน้ำได้จึงอาจมีความเสี่ยงน้อยที่จะส่งผลเสียต่อสุขภาพหากรับประทานในปริมาณสูง และยังไม่พบหลักฐานที่แน่ชัดว่าไบโอตินเป็นอันตรายต่อสุขภาพแม้ว่าจะรับประทานสูงถึง 300 มิลลิกรัม/วัน อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่รับประทานอาหารเสริมไบโอติน อาจจำเป็นต้องแจ้งให้คุณหมอทราบก่อนเข้ารับการตรวจเลือด เนื่องจากปริมาณไบโอตินในเลือดสูงอาจทำให้การวินิจฉัยโรคผิดพลาดได้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Serum biotin level during pregnancy is associated with fetal growth and preterm delivery. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/32378602/. Accessed May 5, 2022

A Review of the Use of Biotin for Hair Loss. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/28879195/. Accessed May 5, 2022

Biotin. https://ods.od.nih.gov/factsheets/Biotin-HealthProfessional/. Accessed May 5, 2022

Biotin deficiency complicating parenteral alimentation: diagnosis, metabolic repercussions, and treatment. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/3923177/. Accessed May 5, 2022

Survey of the Effect of Biotin on Glycemic Control and Plasma Lipid Concentrations in Type 1 Diabetic Patients in Kermanshah in Iran (2008-2009). https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3679599/#:~:text=Conclusion%3A%20Results%20of%20this%20study,controlled%20type%201%20diabetic%20patients. Accessed May 5, 2022

Biotin – Vitamin B7. https://www.hsph.harvard.edu/nutritionsource/biotin-vitamin-b7/. Accessed May 5, 2022

Health Benefits of Biotin. https://www.webmd.com/diet/health-benefits-biotin#1. Accessed May 5, 2022

Biotin. https://lpi.oregonstate.edu/mic/vitamins/biotin. Accessed May 5, 2022

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ทัตพร อิสสรโชติ แก้ไขล่าสุด เมื่อสัปดาห์ก่อน
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย