backup og meta

เพิ่มการทำงานของสมองด้วย ชามะลิ ที่คุณทำกินเองได้ทุกวัน

ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ


เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน · แก้ไขล่าสุด 09/07/2020

เพิ่มการทำงานของสมองด้วย ชามะลิ ที่คุณทำกินเองได้ทุกวัน

วันนี้พวกเราเอาใจผู้ที่รักและชื่นชอบกลิ่นไอของชาจากธรรมชาติ และกลิ่นมะลิหอมๆ ไร้สารเจือปน ซึ่งคุณก็สามารถทำเองได้ง่ายๆ และใช้เวลาไม่นาน วันนี้ Hello คุณหมอ ขอแนะนำวิธีการทำ ชามะลิ โดยมีคุณสมบัติในการบำรุงสมอง ในการกระตุ้นความจำให้ดียิ่งขึ้น และยังรับประทานได้ทุกเพศทุกวัยอีกด้วย

ชามะลิ กับคุณประโยชน์มากมาย ที่คุณควรรู้ไว้

ชามะลิ  (Jasmine Tea) เดิมแล้ว ดอกมะลิ เป็นพืชดอกชนิดหนึ่งที่ส่งกลิ่นหอมให้ความสดชื่นเมื่อเราสูดดม แต่พอนำมาทำเป็นเครื่องดื่มโดยถูกสกัดในรูปแบบของชา ที่มีรสชาติหอมหวานอ่อนๆ กำลังดี และเพิ่มการทำงานของสมองจากคาเฟอีนที่อยู่ในชามะลิ หากคุณดื่มในปริมาณที่พอเหมาะสมองจะทำการปลดปล่อยสารกระตุ้นประสาทออกมา เช่น โดพามีน (Dopamine) , เซโรโทนิน (Serotonin) ที่ทำให้รู้สึกตื่นตัว ปรับปรุงด้านความจำให้มีประสิทธิภาพ ห่างไกลจากโรคอัลไซเมอร์ นอกจากการบำรุงสมองแล้ว ชามะลิยังมีประโยชน์ต่อร่างกายอีกมากมาย ดังนี้

มีสารต้านอนุมูลอิสระ และป้องกันโรคหัวใจ

ชามะลิเต็มไปด้วยสารประกอบจากพืชที่มีประสิทธิภาพ เรียกว่า สารโพลีฟีนอล (Polyphenols) ที่ทำหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ปกป้องเซลล์ที่ได้รับความเสียหาย และยังรักษาโรคหัวใจ รวมถึงโรคมะเร็งได้

นอกจากนี้ สารโพลีฟีนอลยังเป็นตัวช่วยในการลดภาวะที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจ โดยมีการศึกษาพบว่าผู้ที่มีความเสี่ยงของโรคหัวใจ เมื่อดื่มชามะลิทุกวันในปริมาณ 710 มล. ทำให้ความเสี่ยงนี้ลดลงได้ถึง 19 % เลยทีเดียว

ช่วยในการลดน้ำหนัก

ในการศึกษาหนึ่งตรวจสอบว่าดอกมะลิที่ถูกสกัดเป็นชามีสารที่ช่วยในการเผาผลาญไขมัน 10 – 16 % และเบิร์นแคลอรี่ได้ถึง 70 – 100 แคลอรี่ต่อวัน ซึ่งเป็นตัวช่วยหนึ่งในการลดน้ำหนัก และยังบำรุงสุขภาพภายในของเราด้วย

สุขภาพช่องปากดูดีขึ้น

การดื่มชามะลิสามารถช่วยป้องกันฟันผุ กำจัดคราบจุลินทรีย์แบคทีเรียที่ซ่อนตัวอยู่ในช่องปาก และลดกรดที่ทำลายชั้นเคลือบฟันซึ่งก่อให้เกิดการฟันกร่อนขึ้น

ลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งบางชนิด

ผลการศึกษาของทีมวิจัยหนึ่งได้พิสูจน์ในเรื่องของการดื่มชาอย่างเป็นประจำของชาวญี่ปุ่น ค้นพบว่าการดื่มชาช่วยลดการเติบโตของเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ถึง 51.6 % รวมถึงมีการศึกษาเพิ่มเติมอีกว่าสารโพลีฟีนอล ยังยับยั้งเซลล์มะเร็งในกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งเต้านม

ผลข้างเคียงของชามะลิ หากรับประทานเกินควร

ถึงแม้ว่าชามะลิที่ถูกสกัดมากจากพืชธรรมชาติ 100% แต่ก็ยังคงมีสารคาเฟอีน (Caffeine) เจือปน ทำให้ผู้ที่บริโภคเกินควรเกิดอาการกระสับกระส่าย กระวนกระวายใจ วิตกกังวล และยังส่งผลไปยังกระเพาะอาหาร โดยเฉพาะกับสตรีตั้งครรภ์ ควรจำกัดปริมาณการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของคาเฟอีน ซึ่งมีความเสี่ยงมากในการแท้งบุตร

การรับประทานชามะลิได้อย่างปลอดภัย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรถึงปริมาณการดื่ม และข้อจำกัดบางอย่างที่ทางการแพทย์แนะนำเท่านั้น

ขั้นตอนการทำ ชามะลิ แสนง่าย ด้วยตัวคุณเอง

วัตถุดิบสำหรับการทำชามี ดังต่อไปนี้

  • ดอกมะลิสด
  • ใบชาแห้ง
  • น้ำสะอาด
  • ขั้นตอนสำหรับการทำชามะลิ เริ่มจากการหมักใบชาแห้ง และดอกมะลิเข้าด้วยกัน

    1. นำใบชาแห้ง เทลงในขวดโหลที่มีฝาปิด
    2. นำดอกมะลิสด วางทับลงบนใบชาแห้งให้ทั่ว และนำใบชาแห้งทับดอกมะลิสดอีกชั้นหนึ่งเพื่อให้กลิ่นนั้นติดใบชาก่อนนำไปต้ม
    3. หาสิ่งของใดก็ได้ที่คุณมีอยู่ในครัวเรือน เช่น กระปุกขนาดเล็กนำใส่ลงไปในขวด เพื่อเป็นแรงกดทับให้ใบชา และดอกมะลิสดเรียบแบน เป็นการให้กลิ่นของดอกมะลิแทรกซึมกระจายอย่างทั่วถึง จากนั้นปิดฝาให้ทิ้งไว้ 1 คืนก่อนนำมาต้ม

    หลังจากที่ผ่านไปหนึ่งคืน คุณสามารถนำชาที่หมักไว้นำมาต้มเพื่อเป็นเครื่องดื่มได้ทันที โดยทำตามวิธีต่อไปนี้

    1. นำหม้อใส่น้ำสะอาดปริมาณ 8 ออนซ์ ตั้งไฟจนน้ำเดือด
    2. ตักชามะลิที่คุณนั้นหมักทิ้งไว้ประมาณ 1 ช้อนชา ใส่หม้อลงไป ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที
    3. สังเกตได้สีของน้ำต้มที่เริ่มเปลี่ยนไปเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ และมีกลิ่นหอมของดอกมะลิลอยขึ้นมา
    4. กรองเศษใบชา และดอกมะลิออกจากน้ำต้มเพื่อให้ได้น้ำชามะลิที่พร้อมดื่ม

    หมายเหตุ

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย

    ทีม Hello คุณหมอ


    เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน · แก้ไขล่าสุด 09/07/2020

    advertisement iconโฆษณา

    คุณได้รับประโยชน์จากบทความนี้หรือไม่?

    advertisement iconโฆษณา
    advertisement iconโฆษณา