home

การติดเชื้อแบคทีเรียแบบอื่น

เชื้อแบคทีเรีย คือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่พบได้ในสถานที่ต่าง ๆ รวมไปถึงภายในร่างกายของเรา เชื้อแบคทีเรียส่วนใหญ่อาจไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายของเรา แต่ในบางครั้งก็อาจนำไปสู่การติดเชื้อและสภาวะต่าง ๆ ที่อันตรายได้ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ การติดเชื้อแบคทีเรียแบบอื่น ๆ ที่ควรรู้จัก เพื่อการดูแลและป้องกันสุขภาพของตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ความรู้ทั่วไป

หัวข้อ การติดเชื้อแบคทีเรียแบบอื่น เพิ่มเติม

การติดเชื้อแบคทีเรียแบบอื่น

คุณผู้อ่านรู้หรือไม่ว่า รองเท้าที่เราสวมใส่กันอยู่เป็นประจำทุกวันนี้ก็มีแบคทีเรียซ่อนอยู่ ยิ่งถ้าเป็นรองเท้าคู่เก่ง ใส่ประจำ ใส่ทุกวัน ใช้งานตลอด แต่มีการละเลยเรื่องความสะอาดหรือทำความสะอาดไม่เพียงพอ แบคทีเรีย จากรองเท้าอาจส่งผลต่อสุขภาพของเราได้นะ และเพื่อการมีสุขภาพที่ดี ห่างไกลจากแบคทีเรีย Hello คุณหมอ มีวิธีป้องกัน แบคทีเรียในรองเท้า มาฝากค่ะ แบคทีเรียอยู่ในรองเท้าได้อย่างไร ในแต่ละวันที่เราสวมรองเท้าออกไปทำกิจกรรมต่างๆ นอกบ้าน ทั้งไปเรียน ไปทำงาน ไปออกกำลังกาย หรือไปเที่ยว รองเท้าที่เราสวมใส่นั้นต้องผ่านการเหยียบย่ำกับสภาพแวดล้อมต่างๆ กัน ทั้งยังสะสมเหงื่อและความอับชื้นจากเท้าและถุงเท้าที่อยู่ภายในรองเท้าเอาไว้อีกด้วย ซึ่งสิ่งสกปรกจากการเหยียบย่ำไปยังพื้นที่ต่างๆ บวกกับการหมักหมมเอาทั้งเหงื่อและความอับชื้นเอาไว้ จึงเป็นการสะสมเอาแบคทีเรียไว้ในรองเท้า ซึ่ง แบคทีเรีย ในรองเท้านี้สามารถก่อให้เกิดอาการท้องเสีย ท้องร่วง อาหารเป็นพิษ หรือการติดเชื้อต่างๆ ได้ มีแบคทีเรียอะไรอยู่ในรองเท้าของเราบ้าง รองเท้าที่เราสวมมาตลอดทั้งวัน ได้รับทั้งสิ่งปรก เหงื่อ ความอับชื้น เชื้อโรค และแบคทีเรียมากมาย โดยกลุ่มแบคทีเรียที่พบได้มากในรองเท้าก็คือ แบคทีเรียในกลุ่มของอีโคไล (E.coli)   เชื้ออีโคไลเป็นหนึ่งในเชื้อ แบคทีเรีย ที่สามารถพบได้ในลำไส้ของมนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าสภาพแวดล้อมอื่นๆ ก็มีเชื้ออีโคไลอาศัยอยู่ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในรองเท้าซึ่งสามารถพบเชื้ออีโคไลได้มาก แม้ว่าโดยปกติแล้วเชื้ออีโคไลในลำไส้ของคนและสัตว์จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายมากนัก แต่ถ้าเชื้ออีโคไลจากภายนอกเกิดการปนเปื้อนกับอาหารและรับประทานเข้าไป ก็จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการปวดท้อง ท้องเสีย อาเจียน มีไข้ เป็นต้น หรือถ้าร้ายแรงก็อาจจะก่อให้เกิดการติดเชื้อภายในร่างกายอย่างรุนแรง ซึ่งอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ แบคทีเรียคลอสตริเดียม […]

การติดเชื้อแบคทีเรียแบบอื่น

สำหรับผู้ที่รัก แมว ควรอ่านบทความนี้ให้ดี เพราะวันนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนไปรู้จักกับ โรคขี้แมวขึ้นสมอง ซึ่งมีตัวการมาจากน้องเหมียวในบ้านคุณ แต่จะมาจากสาเหตุอะไร และมีอาการร้ายแรงต่อมนุษย์ หรือผู้เลี้ยงมากน้อยแค่ไหนนั้น ลองอ่านได้จากบทความข้างล่างดังต่อไปนี้ ไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ โรคขี้แมวขึ้นสมอง คืออะไร โรคขี้แมวขึ้นสมอง (Toxoplasmosis) คืออาการติดเชื้อที่มาจากปรสิต หรือโปรโตซัว ที่มีชื่อว่า Toxoplasma gondii เชื้อโปรโตซัว Toxoplasma gondii นี้สามารถพบได้มากที่สุดในอุจจาระของ แมว หรือเนื้อสัตว์ที่ไม่ผ่านการปรุงสุก เช่น เนื้อหมู เนื้อแกะ และเนื้อกวาง เป็นต้น ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อ สมอง ตา หัวใจ และปอดได้ ภาพจำลองเชื้อปรสิตหรือโปรโตซัว Toxoplasma gondii สาเหตุหลักที่ทำให้ผู้คนเกิดการติดเชื้อปรสิตในอุจจาระแมวนั้น มีดังต่อไปนี้ สัมผัสกับอุจจาระของ แมว อยู่บ่อยครั้ง เช่น การทำความสะอาด เก็บอุจจาระ แมว ทานอาหารที่มีการปนเปื้อนของปรสิต โดยไม่ผ่านความร้อน หรือการล้างเนื้อสัตว์ให้สะอาด ใช้อุปกรณ์ที่มีการสัมผัสกับปรสิต และไม่ทำความสะอาดด้วยน้ำร้อน หรือเข้าตู้อบเพื่อฆ่าเชื้อ รับการปลูกถ่ายอวัยวะกับผู้ที่มีเชื้อปรสิตอยู่ภายใน เช็กอาการเบื้องต้นของ โรคขี้แมวขึ้นสมอง  สำหรับคนส่วนใหญ่โรคนี้อาจแสดงออกมาในรูปแบบคล้ายคลึงกับอาการไข้หวัดใหญ่ ที่อาจทำให้มีไข้ ปวดหัว และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ […]

การติดเชื้อแบคทีเรียแบบอื่น

แม้ไวรัสและแบคทีเรียจะเป็นจุลินทรีย์เหมือนกัน แต่ก็มีหลายอย่างที่แตกต่างกัน และคุณควรรู้ถึงความแตกต่างเหล่านั้น เพื่อที่จะได้ป้องกันการติดเชื้อได้อย่างถูกต้อง หรือเมื่อติดเชื้อแล้ว จะได้รักษาได้อย่างถูกวิธี ว่าแต่ การติดเชื้อไวรัส กับการติดเชื้อแบคทีเรียนั้นแตกต่างกันอย่างไร และต้องรักษาหรือป้องกันยังไงบ้าง บทความนี้มีคำตอบให้คุณแล้ว ความแตกต่างของ การติดเชื้อไวรัส กับการติดเชื้อแบคทีเรีย แบคทีเรียเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวขนาดเล็กที่ค่อนข้างซับซ้อน มีผนังเซลล์ที่คงรูป ทำให้สามารถรักษารูปร่างได้ ภายในเซลล์ของแบคทีเรียจะมีของเหลวที่ห่อหุ้มด้วยเยื่อบุบางๆ ลักษณะคล้ายยาง แบคทีเรียนั้นสามารถมีชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวเอง และสามารถสร้างอาหารได้ ทั้งยังอยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย จะในพื้นที่ร้อนจัด เย็นจัด มีกากกัมมันตรังสี หรือในร่างกายมนุษย์ แบคทีเรียก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้ทั้งนั้น แบคทีเรียส่วนใหญ่นั้นไม่เป็นอันตราย แถมแบคทีเรียบางชนิดยังจัดว่าเป็นแบคทีเรียชนิดดี (probiotic) ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของเรา เพราะช่วยในการย่อยอาหาร ช่วยทำลายจุลินทรีย์ก่อโรค ช่วยต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง ช่วยดูดซึมสารอาหาร เป็นต้น โดยแบคทีเรียชนิดที่สามารถก่อโรคในมนุษย์ได้นั้น มีน้อยกว่า 1% ด้วยซ้ำ ส่วนไวรัสนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีโครงสร้างง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน และมีขนาดเล็กกว่าแบคทีเรีย โดยไวรัสชนิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดก็ยังมีขนาดเล็กกว่าแบคทีเรียชนิดที่มีขนาดเล็กที่สุด ไวรัสทุกชนิดจะมีแกนกลางเป็นกรดนิวคลิอิกซึ่งเป็น RNA หรือ DNA และมีโปรตีนห่อหุ้มล้อมรอบ สำหรับการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโตของไวรัสก็แตกต่างจากแบคทีเรีย เพราะไวรัสไม่สามารถสืบพันธุ์ได้ด้วยตัวเอง จำเป็นต้องเข้าไปเจริญเติบโตและแพร่พันธุ์ในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตเท่านั้น ไวรัสส่วนใหญ่สามารถก่อโรคได้ และไวรัสบางชนิดก็จะโจมตีเซลล์เฉพาะที่ เช่น ไวรัสชนิดที่โจมตีเซลล์ตับ ไวรัสที่โจมตีระบบทางเดินหายใจ ไวรัสที่โจมตีกระแสเลือด และในบางครั้ง […]

การติดเชื้อแบคทีเรียแบบอื่น

ในช่วงฤดูฝน ที่มีฝนตกบ่อยๆ จนมีปริมาณน้ำสูงขึ้น ในบางพื้นที่อาจเกิดความเสี่ยงจนทำให้ น้ำท่วม ซึ่งนอกจากความเสียหายในการใช้ชีวิต และความเสียหายทางทรัพย์สินแล้ว ปัญหาน้ำท่วมยังอาจทำให้เราเกิดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ ที่มาพร้อมกับน้ำอีกด้วย วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ โรคที่มากับน้ำท่วม มาฝากกันค่ะ โรคที่มากับน้ำท่วม อันตรายแค่ไหน  ในช่วงที่น้ำท่วม อาจจะมีเชื้อรา แบคทีเรีย สิ่งปฏิกูล และสัตว์ที่มีพิษมากมายที่อาจจะหนีน้ำมาอาศัยอยู่ในที่แห้งๆ อย่างบนบ้านของเรา หากน้ำที่ท่วมขังอยู่เป็นเวลานานมีเชื้อโรค อาจทำให้เราติดเชื้อโรคได้ ไม่ว่าจะเป็นทางผิวหนัง ดวงตา จนเกิดอาการเจ็บป่วยได้ เราสามารถแบ่งโรคที่มากับน้ำท่วมได้จาก 2 สาเหตุหลักๆ คือ โรคที่มาจากน้ำ และ โรคที่มาจากแมลง 1. โรคที่มากับน้ำท่วม ที่เกิดจากน้ำ โรคระบบทางเดินอาหาร ในช่วงน้ำท่วม เป็นช่วงที่ยากลำบากต่อการหุงหาอาหาร นอกจากความยากลำบากในการทำอาหารแล้ว วัตถุดิบที่ใช้ในการทำอาหารก็หาได้ยากพอๆ กัน นอกจากนี้ระบบน้ำดื่มน้ำใช้ก็ได้รับผลกระทบตามไปด้วย บางครั้งอาหารหรือน้ำอาจมีการปนเปื้อนแบคทีเรีย ปรสิตที่มาจากน้ำท่วม ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคระบบทางเดินอาหาร ซึ่งการติดเชื้อเหล่านี้ อาจทำให้เกิดการอาเจียนหรือท้องเสียได้ หากอาการเหล่านี้รุนแรงมากๆ อาจส่งผลทำให้ร่างกายขาดน้ำได้ โรคฉี่หนู (Leptospirosis) โรคฉี่หนู หรือเรียกอีกอย่างว่า โรคเล็ปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) เป็นอีกโรคที่มักจะระบาดในช่วงหน้าฝน หรือช่วงที่มีน้ำท่วมขังโรคฉี่หนูเป็นโรคที่สามารถติดได้ทั้งคนและสัตว์ ซึ่งจะเกิดจากการที่ร่างกายติดเชื้อแบคทีเรีย จากการสัมผัสน้ำ […]

การติดเชื้อแบคทีเรียแบบอื่น

โรคเนื้อเน่า หลายคนอาจไม่รู้จักหรือได้ยินชื่อนี้ โดยเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่กัดกินเนื้อเยื่อในร่างกายของเรา จะมีลักษณะอาการ หรือวิธีการรักษาอย่างไรบ้างนั้น วันนี้ Hello คุณหมอ พาไปหาคำตอบกันค่ะ โรคเนื้อเน่า  (Necrotizing Fasciitis) โรคร้ายกัดกินเนื้อมนุษย์ โรคเนื้อเน่า (Necrotizing Fasciitis)  เกิดจากเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตค็อคคัส กลุ่มเอ (Group A Streptococcus) ในบริเวณเนื้อเยื่ออ่อนที่อาจส่งผลให้เนื้อเยื่อในผิวหนังรวมถึงเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังถูกทำลาย เชื้อแบคทีเรียสามารถเข้าสู่ร่างกายได้จากบาดแผล การผ่าตัด รอยถลอก และ แมลงกัดต่อย เพราะเหตุใด เชื้อแบคทีเรียจึงกัดกินผิวหนัง สาเหตุของโรคเนื้อเน่าเกิดจากที่ร่างกายของเรามีแผลถลอก มีอาการบาดเจ็บ ผิวหนังมีแผลจากการโดนแมลงกัดต่อย โดนของมีคมบาด แผลจากการโดนผ่าตัด หรือแม้แต่แผลเล็กๆจากการโดนเข็มเจาะเพียง 1 เข็ม ก็สามารถทำให้ได้รับเชื้อแบคทีเรียได้เช่นกัน เช่น เชื้อแบคทีเรียแอโรโมแนส ไฮโดรฟิลา (Aeromonas Hydrophila) เชื้ออีโคไล (E. Coli) และเชื้อเคล็บเซลลา (Klebsiella) เป็นต้น  อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ เช่น ผู้ที่ดื่มสุราและใช้สารเสพติด ผู้ป่วยโรคหัวใจหรือโรคปอดเรื้อรัง ผู้ใช้ยาสเตียรอยด์ และผู้ป่วยโรคผิวหนัง สังเกตอาการ พร้อมรับมือ อาการของโรคเนื้อเน่ามักมีอาการภายใน 24 ชั่วโมงแรกของการติดเชื้อ  โดยมีอาการแสดงออกดังต่อไปนี้ รู้สึกอ่อนเพลีย […]

การติดเชื้อแบคทีเรียแบบอื่น

อาหารที่ดีมีประโยชน์นั้น แค่มีสารอาหารครบถ้วนตามหลักโภชนาการยังไม่พอ แต่ต้องผ่านกรรมวิธีที่ถูกสุขอนามัยด้วย ด้วยเหตุนี้ คุณจึงควรดูแลรักษาความสะอาดห้องครัวให้ดี เก็บรักษาวัตถุดิบให้ถูกต้อง และปรุงอาหารให้ถูกวิธี อาหารที่คุณกินเข้าไปจะได้ไม่ปนเปื้อนจุลินทรีย์ อย่างเชื้อแบคทีเรีย ที่สามารถก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นท้องร่วง คลื่นไส้ อาเจียน หรือการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด ก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เลยด้วย ฉะนั้น หากใครไม่อยากโดนแบคทีเรียที่ปนเปื้อนในอาหารเล่นงาน Hello คุณหมอ ขอแนะนำให้คุณเริ่มดูแลสุขอนามัย ด้วย วิธีดูแลห้องครัวให้สะอาด ปรุงอาหารให้ปลอดภัย ที่เรานำมาฝากในบทความนี้เลย วิธีดูแลห้องครัวให้สะอาด ปราศจากแบคทีเรีย ฟองน้ำล้างจานและผ้าเช็ดจานที่เปียกชื้นอยู่ตลอดเวลา ถือเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียชั้นดี ฉะนั้น วิธีดูแลห้องครัวให้สะอาดอย่างแรกก็คือ เลือกใช้แปรงล้างจานแบบพลาสติกแทนฟองน้ำ เพราะสามารถลดการสะสมของแบคทีเรียได้ดีกว่า แต่หากคุณใช้ฟองน้ำหรือผ้า หลังจากใช้งานเสร็จแล้วควรล้างฟองออกให้สะอาด และควรนำไปต้มในน้ำเดือดจัด แล้วพึ่งให้แห้งอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ทำความสะอาดบริเวณเคาน์เตอร์ทำครัว และอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยน้ำยาล้างจานผสมน้ำอุ่น ทั้งก่อนและหลังทำอาหารทุกครั้ง หากอยากให้สะอาดหมดจด ก็สามารถใช้น้ำยาซักผ้าขาว 1 ช้อนชาผสมกับน้ำร้อน 950 มิลลิลิตร เช็ดทำความสะอาดได้ หรือหากเป็นเวลาเร่งด่วน ให้คุณใช้ทิชชู่เปียกชนิดยับยั้งแบคทีเรียเช็ดให้สะอาด เสร็จแล้วนำไปทิ้งทันที ห้ามนำมาใช้ซ้ำเด็ดขาด อ่างล้างจาน ที่กรองเศษอาหาร และท่ออ่างล้างจานถือเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียอีกหนึ่งจุดที่เรามักละเลย ฉะนั้น หากคุณไม่อยากติดเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อจุลินทรีย์อื่นๆ คุณก็ควรทำความสะอาดอ่างล้างจานและอุปกรณ์ต่างๆ […]

x