home

การติดเชื้อไวรัสแบบอื่น

เชื้อไวรัส คือปรสิตชนิดหนึ่งที่มักอาศัยอยู่ในร่างกายของสิ่งมีชีวิตอื่น เพื่อเพิ่มจำนวนแล้วแพร่กระจายติดต่อไปยังสิ่งมีชีวิตอื่นต่อไป หากร่างกายของเราติดเชื้อไวรัส ก็อาจทำให้เกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ หรือโรค Covid-19 ได้ แต่นอกจากโรคที่กล่าวมานี้ ก็ยังมีโรคติดเชื้อไวรัสอื่น ๆ อีกมากมาย เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ การติดเชื้อไวรัสแบบอื่น ได้ที่นี่

ความรู้ทั่วไป

บทความ การติดเชื้อไวรัสแบบอื่น

การติดเชื้อไวรัสแบบอื่น

ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ หรือสัตว์ขนาดเล็กก็ล้วนแต่เป็นพาหะนำโรคเข้ามาสู่มนุษย์ได้ทั้งนั้น แม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักในบ้านของเราที่เราอาจคิดว่าเราดูแลทำความสะอาดเขาเป็นอย่างดี แต่บางทีเชื้อโรคในตัวเขาก็อาจนำโรคบางอย่างมาให้ โดยอาจส่งผ่านทางการสัมผัสทางน้ำลาย การกอด การหอม เป็นต้น บทความนี้ Hello คุณหมอ มีอีกหนึ่งโรคจากสัตว์ที่ตอนนี้ก็กำลังเป็นที่ระบาดอย่าง ไข้ลาสซา มาฝาก เพื่อให้ทุก ๆ คนพึงระวัง และตระหนักกันมากขึ้น ไข้ลาสซา คืออะไร ไข้ลาสซา (Lassa fever) เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่พบได้มากที่สุดในร่างกายของสัตว์ฟันแทะ เช่น หนู ซึ่งถูกค้นพบเป็นครั้งแรกในปี 1969 ประเทศไนจีเรีย โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไข้ลาสซานี้เป็นผู้สอนศาสนาจำนวน 3 คน และได้เสียชีวิตลงเป็นเวลาต่อมา ทำให้ทีมวิจัย บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนทุกคนหันมาใส่ใจโรคนี้กันมากขึ้น การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนี้พบได้ทั่วไปในแถบแอฟริกาตะวันตก ซึ่งมียอดคนติดเชื้อประมาณ 100,000 – 300,000 ราย ต่อปี และมีผู้เสียชีวิตราว ๆ 5,000 คนจากโรคร้ายนี้ และยังมีความเสี่ยงที่อาจกระจายไปยังประเทศใกล้เคียง หรือประเทศอื่น ๆ ได้ อาการของไข้ลาสซา แสดงออกมาในรูปแบบใดได้บ้าง การส่งผ่านของอาการไข้ลาสซามักมาในรูปแบบการสูดดม การสัมผัส หรือเผลอรับประทานอาหารที่มีมูล หรือปัสสาวะของหนูเสียส่วนใหญ่ รวมถึงการรับเชื้อโรคผ่านทางผิวหนังโดยตรงเมื่อผิวหนังของคุณบริเวณนั้นมีแผลเปิด แผลสด […]

การติดเชื้อไวรัสแบบอื่น

สัตว์ปีกในบทความนี้ที่ Hello คุณหมอ จะกล่าวถึงก็คือ ยุง และนก นั่นเอง นอกจากจะมีโรคไข้เลือดออก มาลาเรีย ชิคุนกุนยา หรือไข้หวัดนก ที่แพร่ระบาดอย่างหนักในช่วงหนึ่ง ซึ่งทำให้เรานั้นล้มป่วยกันอย่างมาก และยังมีอีกอาการสามารถที่ส่งผลความรุนแรงได้ไม่แพ้กันอย่าง ไข้เวสต์ไนล์ มารู้จักเชื้อไวรัสนี้ก่อนสายเกินแก้กันเถอะ ไข้เวสต์ไนล์ (West Nile) คืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร ไข้เวสต์ไนล์ (West Nile) เป็นไวรัสที่มีตัวกลางเป็นยุง ในการรับเชื้อไวรัสที่มาจากการดูดเลือดในตัวนก จนนำเข้าสู่ร่างกายคนโดยผ่านปล่องปากเล็กๆ ของยุงที่เจาะดูดเข้าไปในกระแสเลือดของเรา ในปี 1999 พบผู้ป่วยในนิวยอร์ก ที่ติดเชื้อเป็นไข้เวสต์ไนล์ และแพร่กระจายไปทั่วในสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน บางรายมีอาการที่ดีขึ้นตามลำดับ แต่บางรายก็อาการแย่ลง จนถึงขั้นเสียชีวิต สำหรับผู้ที่นิยมเลี้ยงนกเป็นชีวิตจิตใจไม่ต้องเป็นกังวลจนถึงขั้นเอาสัตว์เลี้ยงของคุณไปทิ้งขว้าง เพราะคุณไม่สามารถได้รับเชื้อนี้จากการสัมผัสสัตว์เลี้ยงของคุณแน่นอน ไวรัสเวสต์ไนล์สามารถเข้าได้ทางกระแสเลือดเพียงเท่านั้น แต่ก็อย่าประมาทไปคุณควรรักษาความสะอาดด้วยวิธีที่ถูกต้องเพื่อความปลอดภัยจากโรคอื่นๆ ที่อาจมากับสัตว์ปีกได้ ความรุนแรงของอาการ จากไวรัสเวสต์ไนล์ มีอะไรบ้าง อุณหภูมิในร่างกายเพิ่มขึ้น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย อาเจียน ท้องร่วง ผดผื่นขึ้นบริเวณผิวหนัง สับสนมึนงง กล้ามเนื้อกระตุก กล้ามเนื้ออ่อนแรง อาการชัก ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อไวรัส นอกจากอาการข้างต้นแล้วยังอาจทำให้คุณเสี่ยงเป็นโรคไข้สมองอักเสบเนื่องจากติดเชื้อทางระบบประสาทอย่างรุนแรงทำให้เนื้อเยื่อเซลล์รอบสมองเกิดความเสียหายรวมถึงบริเวณไขสันหลังอีกด้วย ป้องกันภัยจากสัตว์ปีก ก่อนไวรัสเข้าสู่ร่างกาย เนื่องจากยังไม่มีวัคซีนที่แสดงประสิทธิผลต่อการรักษาไข้เวสต์ไนล์ แต่คุณสามารถใช้ยาบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ หรือปวดหัว เมื่ออาการกำเริบได้ […]

การติดเชื้อไวรัสแบบอื่น

ผู้ที่รักในกีฬาขี่ม้า ต้องฝึกฝนเป็นระยะเวลานานเพื่อให้ม้าคุ้นชินกับเรา และยังต้องดูแลเอาใจใส่ ใกล้ชิดกับสัตว์ใหญ่นี้เป็นพิเศษเพราะคงไม่เชื่องเหมือนน้องแมว หรือสุนัข ที่บ้านแน่ๆ จนบางครั้งก็หลงลืมป้องกันตัวเองจากเชื้อโรคต่างๆ รอบตัว รวมถึง ไวรัสเฮนดรา ภาวะอันตรายที่ทำให้เกิดการเสียชีวิต วันนี้ Hello คุณหมอ ขอนำความรู้ และวิธีป้องกันเชื้อไวรัสมาฝากให้หนุ่มสาวคาวบอยได้ระวังตัวกันมากขึ้น รู้จักกับ ไวรัสเฮนดรา ให้มากขึ้นกันเถอะ เชื้อไวรัสเฮนดรา (Hendra virus ; HeV) ถูกค้นพบครั้งแรกหลังจากการระบาดที่คอกม้าแห่งหนึ่งในปี 1994 ถึงแม้จะเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้ยาก แต่ก็มีผู้ป่วยถึง 7 ราย ที่ได้รับการติดเชื้อ จนผู้ป่วย 4 ใน 7 ได้เสียชีวิตลง โดยมีสาเหตุมาจากการสัมผัสจากน้ำลายของม้า น้ำมูก หรือของเหลวที่ออกมาจากร่างกายม้านั่นเอง แต่ต้นตอที่แท้จริงแล้วไวรัสเฮนดรา มากจากเชื้อบางอย่างในน้ำลายของค้างคาว ที่อาจเข้ามาดื่มน้ำในคอกม้าจนทำให้เชื้อกระจายอย่างมาก เพราะการเลี้ยงดูม้าส่วนใหญ่นั้นนิยมเลี้ยงบริเวณทุ่งนา สวน หรือป่าทึบ ทำให้ค้างคาวที่ออกมาหากินช่วงเวลากลางคืนบินมาหาอาหารละแวกใกล้เคียง และแพร่เชื้อออกมา อาการแรกเริ่มที่บ่งบอกว่าคุณรับเชื้อ ไวรัสเฮนดรา เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ได้รับไวรัสเฮนดราเข้าสู่ร่างกาย ประมาณ 9-16 วัน เชื้อนี้จะเกิดการฟักตัวกระจายทั่วร่างกายทำลายสุขภาพของคุณ อาการแรกเริ่มที่พบได้ทั่วไปคือ : มีไข้ , อาการไอ , […]

การติดเชื้อไวรัสแบบอื่น

หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อโรคอีโบลา หรือไวรัสอีโบลากันมาบ้างแล้ว แต่อาจยังไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วอีโบลาคืออะไร และโรคนี้อันตรายร้ายแรงแค่ไหน Hello คุณหมอ จึงอยากชวนคุณมาทำความรู้จักกับ อีโบลา โรคจากไวรัสหายากแต่อันตรายร้ายกาจที่คร่าชีวิตผู้คนมากมาย และปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด อีโบลา คืออะไร โรคอีโบลา หรือโรคไวรัสอีโบลา (Ebola virus disease หรือ EVD) เดิมรู้จักกันในชื่อโรคไข้เลือดออกอีโบลา คือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่แพร่จากสัตว์สู่คน ถือเป็นโรคร้ายแรงที่อันตรายถึงชีวิต โดยโรคนี้มีอัตราป่วยตายสูงถึงร้อยละ 90 ไวรัสอีโบลาถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี 1976 ในเขตชนบทห่างไกลในประเทศซูดาน และในหมู่บ้านริมแม่น้ำอีโบลา ซึ่งตั้งอยู่ทางเหนือของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และแม่น้ำอีโบลาก็ได้กลายมาเป็นชื่อของโรคในเวลาต่อมา นับตั้งแต่นั้น โรคอีโบลาก็แพร่ระบาดไปทั่วทวีปแอฟริกา และมีผู้คนติดเชื้อเป็นระยะ สาเหตุของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าค้างคาวผลไม้บางชนิดคือตัวพาหะของไวรัสอีโบลาตามธรรมชาติและเป็นตัวแพร่เชื้อ แต่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบางชนิด เช่น ชิมแปนซี กอริลลา ลิง เม่น แอนทิโลป รวมไปถึงมนุษย์ที่ติดเชื้อ ก็สามารถแพร่เชื้อได้เช่นกัน มนุษย์ติดเชื้ออีโบลาได้อย่างไร มนุษย์เราสามารถติดเชื้ออีโบลาได้จากการสัมผัสกับเลือด สารคัดหลั่ง เนื้อเยื่อ หรือของเหลวจากร่างกายของสัตว์หรือคนที่ติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็น อุจจาระ ปัสสาวะ น้ำนม น้ำลาย อสุจิ เหงื่อ โดยสามารถถ่ายทอดเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งทางปาก จมูก ดวงตา บาดแผล และการมีเพศสัมพันธ์ กลุ่มที่เสี่ยงติดเชื้อเป็นพิเศษได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ […]

การติดเชื้อไวรัสแบบอื่น

งูสวัด เป็นอาการผื่นผิวหนังที่ทำให้เกิดความเจ็บปวด เนื่องจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งเป็นไวรัสชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส ส่วนใหญ่อาการจะปรากฏเป็นแนวตุ่มข้างลำตัว คำจำกัดความ งูสวัดคืออะไร งูสวัด (shingles) เป็นอาการผื่นผิวหนังที่ทำให้เกิดความเจ็บปวด เนื่องจากการติดเชื้อไวรัสวาริเซลลา ซอสเตอร์ (varicella-zoster virus) ซึ่งเป็นไวรัสชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส แม้ว่าเมื่อหายจากอาการอีสุกอีใสแล้ว แต่เชื้อยังคงอยู่ในระบบประสาทนานนับปี จนกลับมาทำให้เกิดอาการงูสวัดได้ แม้ว่าทุกส่วนของร่างกายสามารถเกิดอาการงูสวัดได้ แต่ส่วนใหญ่อาการจะปรากฏเป็นแนวตุ่มข้างลำตัว ผู้สูงอายุและผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคงูสวัด หรือเนื่องจากความเครียด การบาดเจ็บ ยาบางประเภทและสาเหตุอื่นๆ โรคงูสวัดอาจเป็นอาการที่ไม่ถึงแก่ชีวิต แต่ทำให้เกิดความเจ็บปวด ดังนั้น จึงจำเป็นต้องตรวจหาให้ทราบโดยเร็ว และรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อช่วยลดการติดเชื้อ และทำให้โอกาสเกิดอาการแทรกซ้อนลดลง โรคงูสวัดพบบ่อยแค่ไหน โรคงูสวัดเกิดขึ้นได้บ่อยมาก และสามารถรักษาได้โดยการลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ควรปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม อาการ อาการของโรคงูสวัด อาการกลุ่มแรกของโรคงูสวัดคืออาการเจ็บและรู้สึกแสบร้อน อาการเจ็บมักเกิดขึ้นข้างใดข้างหนึ่งของร่างกาย และเกิดผื่นเล็กๆ ขึ้น และมักเกิดผื่นแดงตามมา โดยลักษณะของผื่นมีดังนี้คือ เกิดปื้นแดง เกิดตุ่มน้ำที่แตกง่าย เกิดผื่นจากสันหลังไปรอบตัว เกิดผื่นที่หน้าและใบหู มีอาการคัน ผู้ป่วยบางรายเกิดอาการนอกเหนือจากการเจ็บปวด และผื่นจากโรคงูสวัด อาการเหล่านี้ ได้แก่ มีไข้ หนาวสั่น ปวดหัว อ่อนเพลีย กล้ามเนื้ออ่อนแรง อาการแทรกซ้อนที่รุนแรง แต่เกิดขึ้นไม่บ่อยของโรคงูสวัด ได้แก่ ปวดหรือเกิดผื่นที่ตา ที่ควรได้รับการรักษา เพื่อป้องกันความเสียหายที่เกิดกับดวงตา สูญเสียการได้ยินหรือปวดหูข้างใดข้างหนึ่งรุนแรง เวียนศรีษะ หรือลิ้นไม่สามารถรับรสได้ ซึ่งเป็นอาการของกลุ่มอาการแรมซีย์ ฮันท์ (ramsay hunt […]

การติดเชื้อไวรัสแบบอื่น

ไวรัสตับอักเสบเอ เป็นการติดเชื้อไวรัสที่ส่งผลต่อตับ โรคไวรัสตับอักเสบเอ ถูกจัดให้เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง และสามารถกลายเป็นโรคระบาดที่รุนแรง จนทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจได้ เบื้องต้นเราลองมาหาความรู้จากโรคนี้ในบทความที่ Hello คุณหมอนำมาฝากกัน โรคไวรัสตับอักเสบเอ คืออะไร โรคไวรัสตับอักเสบเอ หรือโรคตับอักเสบเอ เกิดจากไวรัสตับอักเสบเอ ที่สามารถอยู่รอดได้ในสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำ อาหาร ได้เป็นเวลานานที่ระดับค่า pH ต่ำและอุณหภูมิต่ำ โรคไวรัสตับอักเสบเอ เป็นโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ อาการป่วยมีตั้งแต่เล็กน้อยเป็นระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์ ไปจนถึงอาการป่วยรุนแรงนานหลายเดือน โรคไวรัสตับอักเสบเอ จะปรากฏแบบเฉียบพลันแค่ในช่วงแรกของการติดเชื้อ คนที่เป็นโรคนี้มักจะหายได้เอง โดยไม่ต้องเข้ารับการรักษา ต่างจากโรคไวรัสตับอักเสบบี และโรคไวรัสตับอักเสบซี ที่สามารถกลายเป็นโรคตับเรื้อรังได้ การแพร่เชื้อ การแพร่เชื้อของโรคไวรัสตับอักเสบเอ เป็นการแพร่เชื้อผ่านทางอุจจาระหรือทางปาก โดยผ่านปัจจัยเหล่านี้ การสัมผัสจากคนสู่คน เช่น การกัด แต่ไม่สามารถถ่ายทอดผ่านทางการสัมผัสทั่วๆ ไป เช่น การกอด การจับมือ การแตะตัว เมื่อผู้ที่ติดเชื้อใช้มือสกปรกสัมผัสกับสิ่งของ หรือเตรียมอาหารให้ผู้อื่น เมื่อไม่ได้ล้างมือ หรือทำความสะอาดสิ่งของและบริเวณที่สัมผัสกับผู้ติดเชื้อ มีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อโดยไม่ป้องกัน ไม่ว่าจะทางทวารหนัก ช่องคลอด ออรัลเซ็กส์ เป็นต้น บริโภคอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน เนื่องจากเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ สามารถแพร่กระจายผ่านน้ำและอาหารสกปรกได้ อาหารที่มีแนวโน้มปนเปื้อนเชื้อไวรัสตับอักเสบเอได้ง่าย ได้แก่ อาหารแช่แข็ง […]

การติดเชื้อไวรัสแบบอื่น

โรคบาดทะยักคืออะไร โรคบาดทะยัก (Tetanus) เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่เรียกว่าคลอสตรีเดียมเททานี (Clostridium tetani) เชื้อแบคทีเรียชนิดนี้พบทั่วโลก และพบในดินเป็นหลัก แบคทีเรียนี้จะผลิตสารพิษที่ทำให้ระบบประสาทเสียหาย กล้ามเนื้อที่ควบคุมโดยเส้นประสาทจะแข็งเกร็งและชา หากไม่ได้รับการรักษาทันที โรคนี้อาจทำให้ถึงตายเมื่อกล้ามเนื้อหายใจหยุดทำงาน ชนิดของโรคบาดทะยักมีทั้งชนิดที่เกิดกับระบบร่างกาย เฉพาะบริเวณ และที่พบในเด็กแรกเกิด โรคบาดทะยักไม่ใช่โรคติดต่อ และป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน โรคบาดทะยักเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน โรคบาดทะยักมักจะเกิดในผู้คนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกัน โดยเฉพาะในประเทศด้อยพัฒนา โดยมากแล้วเด็กทารกและคนหนุ่มสาวมีโอกาสที่จะเป็นโรคนี้มากกว่า

การติดเชื้อไวรัสแบบอื่น

อาการอาหารเป็นพิษนั้นจัดได้ว่า เป็นฝันร้ายสำหรับคนชอบกิน ช่วงหน้าร้อน นอกจากจะนำมาซึ่งอากาศที่ร้อนจัด จนทำให้เรารู้สึกไม่อยากจะขยับตัวทำอะไรแล้ว ยังนำมาซึ่งการระบาดของเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดอาการ อาหารเป็นพิษจากเชื้อไวรัส ได้หากเรารับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อเหล่านี้ บทความนี้มีเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงอาการอาหารเป็นพิษได้ดียิ่งขึ้น อาการ อาหารเป็นพิษจากเชื้อไวรัส คืออะไร อาการอาหารเป็นพิษที่เกิดจากเชื้อไวรัสมักมีสาเหตุมาจากเชื้อไนโรไวรัส (Nirovirus) ที่ทำให้มีอาการท้องเสียและอาเจียนแบบเฉียบพลัน และมักจะแพร่ระบาดมากในช่วงหน้าร้อน โดยปะปนมากับอาหารหรือน้ำดื่มที่เรากินเข้าไป ในขณะที่อาการอาหารเป็นพิษตามปกติสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อปรสิต เชื้อไนโรไวรัสนั้นสามารถแพร่กระจายสู่ผูู้อื่นได้ง่ายผ่านทางอาหารที่ปนเปื้อน จานชามแก้วน้ำที่สกปรก ความไปจนถึงอุปกรณ์ที่อาจจะผ่านมือคนหลายคน เช่น ราวบันได หรือลูกบิดประตู ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไนโรไวรัส อาการอาหารเป็นพิษ อาจฟังดูเหมือนเราจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ ต่างให้ความเห็นตรงกันว่า เราสามารถป้องกันอาการหารเป็นพิษจากการติดเชื้อไนโรไวรัส ด้วยการปฎิบัติตนตามเคล็ดลับต่อไปนี้ คำนึงเรื่องความสะอาดของมือ ความสะอาดของมือ นับเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะช่วยป้องกันการติดเชื้อไนโรไวรัส (รวมทั้งเชื้อโรคอื่นๆ) ได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าเจลล้างมือแบบไม่ต้องใช้น้ำ (ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์) จะช่วยคงความสะอาดให้มือได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่การใช้น้ำกับสบู่นั้นเป็นอะไรที่เหมาะมากในการป้องกันการติดเชื้อไนโรไวรัส ฉะนั้น จึงควรล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ หรือก่อนสัมผัสกับปาก จะช่วยหลีกเลี่ยงการติดเชื้อไนโรไวรัสได้ แต่ถ้าล้างมือด้วยน้ำกับสบู่ไม่ได้จริงๆ ก็ควรใช้เจลทำความมือแบบไม่ต้องใช้น้ำ หลังสัมผัสกับราวบันไดหรือราวจับทุกครั้ง เลือกดื่มน้ำจากขวด ถ้าไม่แน่ใจในเรื่องความสะอาด โดยเฉพาะกับสถานที่ท่องเที่ยวที่ห่างไกลความเจริญ ก็ควรซื้อน้ำขวดดื่ม แทนที่จะดื่มน้ำจากก๊อกน้ำตามปกติ นอกจากนี้ก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำแข็งในเครื่องดื่มต่างๆด้วย เพราะน้ำแข็งก็มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการปนเปื้อนได้เหมือนกัน เลือกเครื่องดื่มแบบขวดหรือกระป๋องที่ผ่านการแช่เย็นมาแล้ว จะเป็นอะไรที่ปลอดภัยกว่านะ […]

x