อัปเดทข่าวสารล่าสุด และทุกเรื่องที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ COVID-19 ที่นี่

home

ไวรัสโคโรนา

โรค Covid-19 ที่แพร่ระบาดและส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 1 ร้อยล้านรายทั่วโลก เป็น ไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ชนิดหนึ่ง แต่ไวรัสโคโรนานั้นไม่ได้มีเพียงแค่ Covid-19 เท่านั้น ยังมีไวรัสก่อโรคอีกมากมาย ที่ Hello คุณหมอ ได้รวบรวมข้อมูลมาให้อ่านกัน ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

ไวรัสโคโรนา

Rapid Test คือการตรวจหาการติดเชื้อโควิด-19 แบบเร่งด่วน สามารถตรวจเองได้โดยใช้ชุดตรวจเฉพาะ แม้ผลตรวจอาจไม่แม่นยำเท่ากับการตรวจแบบ PCR แต่ถือว่าเป็นการคัดกรองโควิด-19 เบื้องต้น หากตรวจด้วยชุดตรวจแล้วพบว่าตัวเองติดเชื้อ หรือได้ผลเป็นบวก ควรรีบไปตรวจด้วยวิธี PCR อีกครั้งที่สถานพยาบาล หากผลออกมาว่าติดโควิด-19 จริงจะได้เข้ารับการรักษาที่เหมาะสม ปัจจุบัน Rapid Test สามารถตรวจพบโรคโควิด-19 ได้ทุกสายพันธุ์ อย่างไรก็ตาม สำหรับสายพันธุ์โอมิครอน นักวิจัยยังคงตั้งคำถามถึงความแม่นยำในการตรวจด้วย Rapid Test เพื่อเป็นการป้องกันตนเองจากการติดเชื้อไวรัส ควรสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการรวมกลุ่มหรืออยู่ในชุมชนแออัด และตรวจการติดเชื้อหากพบว่าตนเองมีความเสี่ยง ชนิดของ Rapid Test Rapid Test มี 2 แบบ ดังนี้ 1. Rapid Antigen Test คือการสวอบ (Swab) หรือเก็บสารคัดหลั่งจากในโพรงจมูกหรือลำคอไปตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) หรือเอทีเค การตรวจด้วยวิธีนี้มีความแม่นยำในกรณีที่ตรวจผู้ติดเชื้อมาแล้ว 5-14 วัน หรือมีเชื้อในร่างกายมากพอ การตรวจโควิด-19 […]

หัวข้อ ไวรัสโคโรนา เพิ่มเติม

ไวรัสโคโรนา

ตรวจโควิด เป็นวิธีการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิดในร่างกาย หากทราบผลของการตรวจได้เร็วและรีบทำการรักษา ก็อาจช่วยหยุดการแพร่กระจายเชื้อ ลดความรุนแรงของโรค และลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ ซึ่งในปัจจุบัน การตรวจโควิดนั้นง่ายและทราบผลได้รวดเร็วขึ้น มีชุดทดสอบที่สามารถตรวจเองได้ที่บ้าน นอกจากนี้ ยังมีการทดสอบด้วยวิธีการ RT-PCR เพื่อยืนยันผลได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ดังนั้น ผู้ที่มีความเสี่ยงสัมผัสเชื้อควรเข้ารับการตรวจโควิด เพื่อให้ผู้ป่วยรู้ตัวได้ทัน สามารถกักตัวเองก่อนแพร่เชื้อสู่คนรอบข้าง และทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที การตรวจโควิด 19 คืออะไร ตรวจโควิด คือ การตรวจหาเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ในผู้ที่มีความเสี่ยงสูงไปจนถึงมีความเสี่ยงต่ำ ทั้งในผู้ที่แสดงอาการ เช่น มีไข้ เจ็บคอ หายใจลำบาก สูญเสียการรับรู้กลิ่นและรส และในผู้ที่ไม่แสดงอาการ เพื่อช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด 19 และทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที ซึ่งการตรวจโควิดในปัจจุบันมีชุดทดสอบที่สามารถใช้ตรวจเองเบื้องต้นได้ที่บ้าน เห็นผลรวดเร็วหรือการตรวจแบบ RT-PCR ที่สามารถเข้ารับตรวจตามคลินิกและโรงพยาบาล​ ซึ่งให้ผลที่แม่นยำขึ้น การตรวจโควิด ทำให้ผู้ป่วยสามารถรู้ตัวว่าตนเองติดโควิดหรือไม่ สามารถแยกตัวออกจากผู้คนเพื่อหยุดการแพร่เชื้อ และช่วยให้ได้รับการรักษาได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มลดความรุนแรงของโรคโควิด 19 และลดความเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาว หรือแม้กระทั่งเสียชีวิต ประเภทของการตรวจโควิด 19 การตรวจโควิด 19 แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ การทดสอบแบบรวดเร็ว (Rapid […]

ไวรัสโคโรนา

ปัจจุบันโควิด-19 ที่แพร่ระบาดทั่วโลก ได้กลายพันธุ์ออกเป็นสายพันธุ์ต่าง ๆ มากมาย เช่น อัลฟา (Alpha) เบตา (Beta) แกมมา (Gamma) เดลตา (Delta) แต่ล่าสุดเมื่อ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์ของแอฟริกาใต้พบ Omicron (โอไมครอน หรือ โอมิครอน) ซึ่งเป็นไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ที่ถูกค้นพบครั้งแรกที่ประเทศแอฟริกา และเริ่มแพร่ระบาดไปยังประเทศอื่น ๆ ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถระบุถึงความรุนแรงของอาการ และประสิทธิภาพของวัคซีนต่อโควิด-19 สายพันธุ์นี้ได้ จึงแนะนำให้ทุกประเทศเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือกับไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ให้ดี ทำความรู้จักโควิด-19 สายพันธุ์ Omicron Omicron (โอไมครอน หรือ โอมิครอน) คือ เชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งเป็นที่น่าจับตามองและเฝ้าระวังเป็นอย่างมากถูกค้นพบครั้งแรกในประเทศแอฟริกา จากนั้นไม่นานก็ถูกพบอีกที่ประเทศฮ่องกง เบลเยี่ยม และอิสราเอล ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ร่วมประชุมเพื่อประเมินตัวแปรของไวรัส และได้ ยืนยันว่า Omicron เป็นเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ที่มีตัวแปร B.1.1.529 ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสายพันธุ์ใหม่ที่น่ากังวล ชนิดที่ […]

ไวรัสโคโรนา

Moderna (โมเดอร์นา) เป็นวัคซีนทางเลือกประเภท mRNA ที่ผลิตโดยบริษัทโมเดอร์นาทีเอ็กซ์ (ModernaTX, Inc.) ประเทศสหรัฐอเมริกา สำหรับประเทศไทย ได้มีการอนุมัติการใช้วัคซีนชนิดนี้เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 วัคซีนโมเดอร์นามีคุณสมบัติช่วยป้องกันการเกิดอาการรุนแรงจากโรคโควิด-19 (COVID-19) เพื่อให้วัคซีนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ควรได้รับวัคซีนจำนวน 2 โดส ห่างกัน 28 วัน หากพบอาการผิดปกติหลังฉีดวัคซีน เช่น หายใจลำบาก วิงเวียนศีรษะ หัวใจเต้นเร็ว ควรแจ้งให้คุณหมอทราบทันที เพื่อความปลอดภัย วัคซีน Moderna คืออะไร Moderna (โมเดอร์นา) คือ วัคซีนชนิด mRNA ที่ผลิตจากสารพันธุกรรมของไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคโควิด-19 เพื่อช่วยกระตุ้นเซลล์ให้ผลิตสารโปรตีนสไปค์ (Spike Protein) เป็นการจำลองลักษณะของไวรัสเมื่อเข้าสู่ร่างกายโดยที่ไม่มีการติดเชื้อ ทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต้านเชื้อไวรัส เมื่อฉีดเข้าบริเวณกล้ามเนื้อแขน วัคซีนจะช่วยกระตุ้นให้เซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันผลิตแอนติบอดีที่ช่วยจัดการเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่ทำให้เกิดโรคโควิด-19 (COVID-19) จึงอาจช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อหรือการเกิดอาการรุนแรงเมื่อติดเชื้อได้ ผู้ที่รับวัคซีน Moderna อาจจำเป็นต้องรับวัคซีน 2 โดส ห่างกัน 28 วัน […]

ไวรัสโคโรนา

โควิด 19 (COVID-19) เป็นโรคที่เกิดจากไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่ (SARS-CoV-2) ที่กำลังระบาดอย่างรุนแรงในขณะนี้ ซึ่งยังไม่มีวิธีรักษาเฉพาะโรค วัคซีน (covid vaccine) จึงอาจเป็นวิธีป้องกันโควิด 19 ที่เหมาะสมที่สุด ณ ขณะนี้ วัคซีนจะช่วยพัฒนาภูมิคุ้มกันโดยเลียนแบบการติดเชื้อ เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายให้สร้างแอนติบอดีในการต่อต้านเชื้อโรค แต่ปัจจุบันมีวัคซีนหลายประเภททั้ง ไฟเซอร์ (Pfizer) โมเดอร์นา (Moderna) แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ซิโนแวค SinoVac) และ ซิโนฟาร์ม (Sinopharm) ที่มีกระบวนการผลิต ผลข้างเคียง และความเหมาะสมในการใช้ที่แตกต่างกัน จึงควรทำความเข้าใจวัคซีนแต่ละประเภท เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจก่อนเข้ารับการฉีด ประเภทของ covid vaccine covid vaccine แบ่งเป็น 4 ประเภท ดังนี้ mRNA Vaccine ผลิตจากสารพันธุกรรมของไวรัสที่ก่อให้เกิดโควิด 19 ช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผลิตสารโปรตีนสไปค์ (Spike Protein) ของเชื้อไวรัส เป็นการจำลองลักษณะของไวรัสเข้ามาในร่างกายโดยที่ไม่มีการติดเชื้อ ทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อต่อต้านเชื้อไวรัส ได้แก่ Pfizer และ Moderna วัคซีนไวรัสเวคเตอร์ (Viral […]

ไวรัสโคโรนา

โคโรนาไวรัส คือกลุ่มไวรัสที่ส่งผลให้ติดเชื้อโรคทางเดินหายใจรุนแรงนำไปสู่โรคโควิด-19 ที่เริ่มแพร่ระบาดทั่วโลกในช่วงเดือนมีนาคม พ.ศ.2563 ซึ่งเป็นโรคในปัจจุบันที่ควรระวังโดยการสังเกต อาการโควิด-19 ที่เกิดขึ้นได้ตั้งแต่อาการในระดับเบา จนถึงอาการระดับรุนแรง อาการโควิด-19  ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อาจไม่เผยอาการใด ๆ แต่สำหรับบางคนหลังจากร่างกายได้รับเชื้อไวรัสโควิด-19 เชื้อนี้จะเข้าสู่ระยะการฝักตัวประมาณ 5-6 วัน ก่อนเผยอาการเจ็บป่วยที่สังเกตได้ชัดภายใน 2-14 วัน โดยอาการโควิด-19 ที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ มีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ คัดจมูก น้ำมูกไหล หายใจถี่ อาการไอแห้ง  เจ็บคอ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย สูญเสียการรับรู้รสชาติ และกลิ่น ปวดเมื่อยตามร่างกาย รู้สึกเหนื่อยง่าย  อาการโควิด-19 ในเด็ก สังเกตได้จาก สัญญาณเตือนดังนี้ มีไข้  หายใจถี่  คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอต่อเนื่อง และไอมากกว่า 1 ชั่วโมง หรือไอมากกว่า 3 ครั้ง ใน 24 ชั่วโมง  อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ สูญเสียการรับรู้รสชาติ และกลิ่น  อาการโควิด-19 ในระดับรุนแรงที่ควรเข้าพบคุณหมอ หากสังเกตว่าตนเอง และบุตรหลานมีอาการโควิด-19 ในระดับรุนแรง ดังต่อไปนี้ ควรแจ้งคุณหมอทราบทันที เพื่อรับการรักษาได้อย่างทันท่วงที เยื่อบุตาอักเสบ ตาแดง หายใจลำบากเป็นเวลานานประมาณ 1 สัปดาห์ เจ็บหน้าอก ใบหน้าและริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีฟ้าซีด  ความเสี่ยงที่อาจทำให้อาการโควิด-19 รุนแรง ความเสี่ยงที่อาจทำให้อาการโควิด-19 มีความรุนแรง อาจมาจากช่วงอายุที่มากขึ้น และปัญหาสุขภาพจากภาวะต่าง ๆ […]

ไวรัสโคโรนา

โควิด-19 เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่แพร่ระบาดอย่างหนักในปัจจุบัน หากมีอาการผิดปกติคล้ายไข้หวัดควรเข้ารับการตรวจหาเชื้อในทันทีและ กักตัว 14 วัน ในแหล่งที่อยู่อาศัย สถานที่หน่วยงานที่รัฐจัด โรงพยาบาล และเว้นระยะห่างจากผู้คนรอบข้าง โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง หรือใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อมาก่อน ทำไมต้องกักตัว 14 วัน  การกักตัว 14 วันเพื่อเฝ้าดูอาการโควิด-19 เป็นข้อกำหนดที่ควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงทั้งในประเทศ และนอกประเทศ เพราะในระยะ 14 วัน หรือ 2 สัปดาห์ เป็นช่วงระยะการฟักตัวของเชื้อไวรัสโควิด-19 และเป็นช่วงเวลาที่อาจสามารถแพร่กระจายไปยังผู้อื่นได้ก่อนที่ผู้รับเชื้อจะรู้ตัว อีกทั้งหากระหว่างกักตัวเริ่มมีอาการเจ็บป่วย รู้สึกไม่สบาย ควรเพิ่มเวลากักตัวอีก 10 วัน  สำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ทำการรักษาในโรงพยาบาลหายแล้ว กรมควบคุมโรคแนะนำว่า ควรกลับมากักตัวที่บ้านต่ออีก 14 วัน และควรปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาด หรือได้รับเชื้ออีกครั้งด้วยการใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยสบู่ เว้นระยะห่างทางสังคม  เพื่อช่วยลดการแพร่กระจายเชื้อไวรัส หากรู้ตนเองว่าไปยังพื้นที่เสี่ยง หรือมีประวัติใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ควรกักตัวเพื่อคอยสังเกตอาการ หรืออาจแจ้งให้คุณหมอ และหน่วยงานได้รับทราบ เพื่อเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างละเอียด  อาการที่ควรสังเกตช่วง กักตัว 14 วัน ระหว่างกักตัวในช่วงเวลา 14 วันควร สังเกตอาการโควิด-19 ที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้ มีไข้สูงกว่า […]

ไวรัสโคโรนา

องค์การอนามัยโลก (WHO) พบเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ โควิดสายพันธุ์มิว (Mu) หรือที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า B.1.621 โดยถูกพบครั้งแรกในประเทศโคลอมเบีย ทวีปอเมริกาใต้ เมื่อต้นเดือนมกราคม พ.ศ. 2564  โควิดสายพันธุ์มิว เกิดจากการกลายพันธุ์ในตำแหน่ง B.1 (ตำแหน่งการกลายพันธุ์ R346K, E484K, N501Y, D614G และ P681H) โดยเกิดจากตำแหน่ง E484K และ N501Y ที่เป็นตำแหน่งกลายพันธุ์ในระดับพันธุกรรม ซึ่งบ่งชี้ได้ว่าโควิดสายพันธุ์มิวอาจหลบหลีกภูมิคุ้มกันที่อาจส่งผลให้ภูมิต้านทานที่ได้จากการฉีดวัคซีนลดลง อย่างไรก็ตามในปัจจุบันยังคงต้องทำการศึกษาและวิจัยเพิ่มเติม เพื่อยืนยันถึงความสามารถในการแพร่กระจายเชื้อไวรัสดังกล่าวนี้ นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดในประเทศโคลอมเบีย โควิดสายพันธุ์มิวก็ระบาดไปหลายประเทศทั่วโลกอย่างรวดเร็ว โดยในปัจจุบันโควิดสายพันธุ์มิวได้แพร่ระบาดแล้วใน 39 ประเทศทั่วโลก ส่วนใหญ่พบในทวีปยุโรปและทวีปอเมริกา โดยในทวีปอเมริกา พบในประเทศโคลอมเบีย ประเทศเม็กซิโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ขณะที่ในทวีปยุโรปพบในประเทศเนเธอร์แลนด์ ประเทศเดนมาร์ก ประเทศเยอรมนี และล่าสุดเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พบผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในบ้านพักคนชรา เมืองซาเวนเทม ใกล้กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เสียชีวิตจากโควิดสายพันธุ์มิวจำนวน 7 คน ถึงแม้ว่าจะได้รับการฉีดวัคซีนครบแล้ว แต่ส่วนใหญ่ผู้สูงอายุมีอายุระหว่าง 80-90 ปี และสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง  สำหรับทวีปเอเชีย […]

ไวรัสโคโรนา

โควิดสายพันธุ์เดลต้า แพร่กระจายเชื้อได้รวดเร็วกว่าสายพันธุ์ทั่วไป และล่าสุดพบว่ามีการกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์เดลต้าพลัส (Delta Plus) จากการรายงานขององค์การอนามัยโลก พบว่า โควิดสายพันธุ์เดลต้าพลัส แพร่กระจายไปแล้วกว่า 95 ประเทศทั่วโลก ประเทศที่ประชากรได้รับวัคซีนน้อย แม้จะมีการล็อคดาวน์ หรือมีมาตรการต่าง ๆ ที่แต่ละประเทศจัดตั้งขึ้นเพื่อชะลอการแพร่เชื้อ ก็อาจเสี่ยงเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิดสายพันธุ์นี้ได้มากที่สุด สถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิดสายพันธุ์เดลต้าพลัส จากการรายงานองค์การอนามัยโลกได้ เผยว่า โควิด-19 สายพันธุ์เดลต้าพลัส แพร่กระจายแล้วกว่า 95 ประเทศทั่วโลก โดยประเทศที่อาจมีความเสี่ยงมากที่สุดคือ ประเทศที่มีอัตราการฉีดวัคซีนให้แก่ประชากรต่ำ ถึงแม้จะเพิ่มความเข้มงวดในการลดการแพร่เชื้อด้วยการล็อคดาวน์ หรือมีมาตรการต่าง ๆ ที่แต่ละประเทศได้จัดตั้งขึ้นก็ตาม อย่างไรก็ตาม หากทุกคนไม่มีการฉีดวัคซีนที่มีประสิทธิภาพมากพอ รวมถึงเพิกเฉยต่อการป้องกันตนเองด้วยการใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือ และรักษาระยะห่างทางสังคม การระบาดโควิด-19สายพันธุ์เดลต้าพลัส และสายพันธุ์อื่น ๆ ก็คงยังระบาดต่อไปได้  โควิดสายพันธุ์เดลต้าพลัส แตกต่างจากสายพันธุ์เดลต้าอย่างไร ข้อแตกต่างอย่างเดียวของโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า และสายพันธุ์เดลต้าพลัส คือ การกลายพันธุ์ของโปรตีนหนาม K417N ทำให้ไวรัสโคโรนา 2019 เกาะตัวกับเนื้อเยื่อบนปอดได้แน่นขึ้น ทั้งยังเพิ่มอัตราการแพร่กระจายได้รวดเร็ว และสามารถหลบเลี่ยงปฏิกิริยาตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายได้เป็นอย่างดี ทำให้คนส่วนใหญ่อาจไม่รู้ตัวว่าได้รับเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลต้าเข้าสู่ร่างกายแล้ว เพราะมักไม่มีอาการใด ๆ แสดงออกมา จนกว่าเชื้อไวรัสจะเริ่มลงปอด […]

ไวรัสโคโรนา

เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับทุกคนในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เนื่องจากในปัจจุบันพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ไม่แสดงอาการเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การใช้เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วจะช่วยให้เราเช็กอาการตนเองได้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะพร่องออกซิเจนในเลือด ซึ่งหากพบอาการผิดปกติจะได้รับทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที บทความนี้ Hello คุณหมอ จึงนำข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว มาให้ทุกคนได้ศึกษากันค่ะ เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว (Fingertip Pulse Oximeter) คืออะไร เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว (Fingertip Pulse Oximeter) หรือเครื่องวัดระดับออกซิเจนในเลือด เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ชนิดหนึ่งซึ่งมีลักษณะคล้ายเครื่องเย็บกระดาษขนาดเล็ก ใช้งานโดยการหนีบที่บริเวณปลายนิ้วหรือส่วนอื่นของร่างกาย  มักใช้ในโรงพยาบาลและคลินิก โดยส่วนใหญ่มักนำมาใช้วัดค่าความดันโลหิต หรือวัดอุณหภูมิของร่างกาย รวมถึงติดตามอาการของโรคต่าง ๆ  เช่น โรคที่เกี่ยวข้องกับปอดและโรคหัวใจ  เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว มีความสำคัญต่อผู้ป่วยโควิด-19 อย่างไร ในปัจจุบันพบผู้ป่วยโควิด-19 จำนวนมากที่ไม่มีอาการแสดง แต่กลับมีอาการผิดปกติแฝงอยู่ คือ ภายนอกไม่มีอาการผิดปกติเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ แต่เมื่อวัดค่าออกซิเจนในเลือดกลับพบว่า ค่าออกซิเจนต่ำกว่าปกติ ซึ่งกว่าผู้ป่วยจะรู้ตัวอีกทีก็ต่อเมื่อมีอาการรุนแรงแล้ว เช่น อาการไอรุนแรง เหนื่อยหอบอย่างรุนแรง หรือระบบอาจหายใจอาจล้มเหลวโดยฉับพลัน แล้วเสียชีวิตหลังจากแสดงอาการไม่นาน โดยอาการดังกล่าวนี้เรียกว่า ภาวะพร่องออกซิเจนในเลือดแบบไม่แสดงอาการ หรือ (Happy hypoxemia) อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยโควิด-19 สามารถป้องกันตนเองเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคดังกล่าวได้ด้วยการ ตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือด ด้วย เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว เพื่อที่จะได้ติดตามอาการของผู้ป่วย หากพบอาการผิดปกติ จะได้รีบทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที  จะทราบได้อย่างไรว่า […]