home

ไวรัสโคโรนา

โรค Covid-19 ที่แพร่ระบาดและส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 1 ร้อยล้านรายทั่วโลก เป็น ไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ชนิดหนึ่ง แต่ไวรัสโคโรนานั้นไม่ได้มีเพียงแค่ Covid-19 เท่านั้น ยังมีไวรัสก่อโรคอีกมากมาย ที่ Hello คุณหมอ ได้รวบรวมข้อมูลมาให้อ่านกัน ที่นี่

ความรู้ทั่วไป

บทความ ไวรัสโคโรนา

ไวรัสโคโรนา

มนุษย์เราทุกวันนี้ล้วนแต่เผชิญกับสภาวะของโรคต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะสถานการณ์ปัจจุบันกับไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ที่ยังคงมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ช่องทางเดินหายใจและปอดนั้นได้รับความเสียหายอย่างหนัก และเชื้อ ไวรัสฮันตา เองก็ถือเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยในระบบทางเดินหายใจเช่นเดียวกัน เพราะเมื่อได้รับเชื้อเข้าไปแล้ว ไวรัสชนิดนี้ก็อาจทำให้สุขภาพปอดของคุณถูกทำลายลงได้ แต่เราจะมีวิธีรับมือ หรือป้องกันอย่างไร ร่วมติดตามไปพร้อมกันได้ในบทความนี้ของ Hello คุณหมอค่ะ ไวรัสฮันตา มีที่มาจากอะไร ไวรัสฮันตา (Hantaviruses) เป็นหนึ่งในไวรัสที่มีที่มาจากสัตว์ฟันแทะเสียส่วนใหญ่ หรือจำพวกหนูเป็นหลัก ซึ่งมันสามารถแพร่เชื้อนี้ผ่านทางของเหลว เช่น น้ำลาย ปัสสาวะ อุจจาระ เป็นต้น เมื่อมีบุคคลใดเผลอสัมผัสและนำเชื้อนี้เข้าสู่ร่างกาย ก็อาจก่อให้เกิดการพัฒนาสร้างความเสียหายให้แก่ระบบทางเดินหายใจ ปอด ตับ และอาจร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ มากไปกว่านั้นแล้ว ไวรัสฮันตาเป็นโรคที่สามารถติดต่อจากสัตว์สู่คน ไปยังคนสู่คนได้ ดังนั้นเมื่อผู้ใดได้รับเชื้อเพียงหนึ่งคนแล้ว อาจกลายเป็นพาหะที่แพร่เชื้อกระจายในวงกว้างแก่ประชากรหมู่มากได้อีกด้วย อ้างอิงจากการรายงานของกรมควบคุมโรคของประเทศสหรัฐอเมริกาได้ระบุว่า ผู้ที่ป่วยได้รับเชื้อไวรัสฮันตามีอาการเกี่ยวข้องกับทางเดินหายใจอย่างรุนแรง และส่งผลให้ตับเกิดการอักเสบจนถึงขั้นเสียชีวิตถึง 38% เลยทีเดียว อาการของไวรัสฮันตา ที่ทุกคนควรรู้ ในระยะแรกของไวรัสฮันตา อาจมีอาการคล้ายคลึงกับไข้หวัดใหญ่ ดังนี้ มีไข้ รู้สึกหนาวสั่น ปวดศีรษะ อาเจียน ปวดเมื่อยตัวทั่วทั้งร่างกาย ท้องเสีย หลังจาก 4-10 วันไปแล้ว จากอาการธรรมดาแค่ข้างต้นจะค่อย ๆ ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ […]

ไวรัสโคโรนา

หลังจากผ่านการกักตัวเพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการระบาดของ โรคโควิด-19 (COVID-19) มาสักพักหนึ่ง หลายองค์กรก็เริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการให้พนักงานกลับไปทำงานที่ออฟฟิศได้ แต่ Work from home มาตั้งนาน อยู่ที่บ้านทำงานไป แอบงีบ แอบเอื่อยไปก็ไม่มีใครรู้เห็นด้วย พอต้องกลับไปประจำที่ออฟฟิศก็อาจจะมีบางคนยังรู้สึกไม่ค่อยพร้อม ยังคิดถึงความชิลล์ของการอยู่บ้าน ดังนั้น วันนี้ Hello คุณหมอ จึงมี เคล็ดลับดีๆ ที่ช่วยให้แอคทีฟตลอดการทำงาน มาฝากชาวออฟฟิศหลายๆ ท่าน ที่กำลังจะต้องกลับไปทำงานที่ออฟฟิศค่ะ เคล็ดลับดีๆ ที่ช่วยให้แอคทีฟตลอดการทำงาน มีอะไรบ้าง เดินสูดอากาศก่อนเริ่มงาน  การเดินออกไปเคลื่อนไหวร่างกาย สูดอากาศและรับบรรยากาศข้างนอกออฟฟิศก่อนการเริ่มงาน จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกถึง ความตื่นตัว มีความกระปรี้กระเปร่า พร้อมต่อการเริ่มทำงานมากขึ้น งีบสักหน่อยก่อนเริ่มงานก็ได้นะ หลายคนติดการงีบมาจากช่วงที่ทำงานอยู่ที่บ้าน (หรืออาจจะติดการงีบก่อนช่วงการกักตัวแล้ว) ดังนั้นก่อนการเริ่มงาน ให้ลองงีบสัก 15-20 นาที เพื่อช่วยให้ร่างกายรู้สึกได้พักผ่อนมากขึ้นและยังช่วยให้ร่างกายตื่นตัวมากขึ้นก่อนการทำงานอีกด้วย หากิจกรรมทำในช่วงพัก ช่วงทำงานอยู่ที่บ้านอาจรู้สึกว่าได้พักผ่อนมากกว่าทำงานที่ออฟฟิศ แต่เมื่อกลับมาออฟฟิศแล้ว ก็ควรหาเวลาพักสมองจากการทำงาน อาจเป็นการเล่นเกม หรือออกไปเดินเล่นข้างนอก พูดคุยกับเพื่อร่วมงาน หรือหากิจกรรมทำในช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อคลายความเครียดและความเมื่อยล้าจากการนั่งอยู่ที่เก้าอี้เป็นเวลานานๆ ให้ความสำคัญกับแสงสว่าง โต๊ะทำงานไม่ควรที่จะมืดหรือมีแสงสว่างน้อย เพราะนอกจากทัศนวิสัยในการมองเห็นจะไม่เอื้อต่อการทำงาน หรืออาจมีผลต่อสายตาแล้ว ก็ยังจะลด ความตื่นตัว และกระปรี้กระเปร่าในการทำงานด้วย ควรจัดโต๊ะให้มีแสงสว่างที่เพียงพอ […]

ไวรัสโคโรนา

ทุกวันนี้พวกเราต่างก็พยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อการป้องกันไม่ให้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างรุนแรงไปทั่วโลกในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นการใส่หน้ากากอนามัย การล้างมือเป็นประจำ และการเว้นระยะห่างทางสังคม ล่าสุดได้มีงานวิจัยที่เผยว่า การใช้ น้ำยาบ้วนปาก อาจสามารถช่วยฆ่า เชื้อไวรัสโควิด 19 ได้ และอาจจะกลายเป็นอีกหนึ่งวิธีในการช่วยป้องกันไวรัสโควิด-19 น้ำยาบ้วนปาก สามารถฆ่า เชื้อไวรัสโควิด-19 ได้จริงเหรอ ? งานวิจัยล่าสุดได้สนับสนุนแนวคิดที่ว่า น้ำยาบ้วนปากอาจสามารถฆ่าเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 หรือที่เรารู้จักกันว่าโควิด-19 เนื่องจากเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้นเป็นเชื้อที่มีเปลือกชั้นนอกห่อหุ้มอยู่ เยื่อหุ้มเซลล์ของไวรัสนี้จะทำการเกาะติดกับเซลล์อื่น ๆ ภายในร่างกาย และทำการขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้น หากเราทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ที่อยู่รอบนอกเชื้อไวรัสชนิดนี้ ก็จะทำให้สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้อย่างง่ายดาย และอาจช่วยชะลอการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส ให้แพร่ไปยังอวัยวะอื่น ๆ ในร่างกายได้ช้าลง ตามปกติแล้ว การที่เราล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด ก็มีประสิทธิภาพเพียงพอแล้ว ในการฆ่าเชื้อไวรัสโคโรนา เนื่องจากสบู่นั้นจะไปทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ชั้นนอกของเชื้อไวรัส ทำให้เชื้อไวรัสอ่อนแอ และถูกกำจัดได้โดยง่าย แพทย์จึงได้แนะนำว่าการล้างมือนั้นเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคโควิด-19 แนวคิดที่ว่าน้ำยาบ้วนปากสามารถฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ ก็มาจากเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า สารเคมีบางชนิดที่สามารถพบได้มากในน้ำยาบ้วนปากนั้น ก็สามารถให้ผลเดียวกันกับการล้างมือ คือทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ภายนอกของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้เชื้อไวรัสนั้นไม่สามารถขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนได้ และช่วยชะลอการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสได้ในที่สุด โดยมีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า ส่วนประกอบที่พบได้ในน้ำยาบ้วนปาก มีผลต่อเชื้อไวรัสที่มีเยื่อหุ้มเซลล์ต่าง ๆ เช่น ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (influenza) ไวรัสเริม (herpes […]

ไวรัสโคโรนา

ในช่วงโควิด-19 ระบาด คนส่วนใหญ่ต้องอยู่บ้าน พยายามออกไปข้างนอกให้น้อยที่สุด เพื่อช่วยลดการแพร่ระบาดของโรค แต่รูปแบบการใช้ชีวิตแบบนี้อาจทำให้หลายคนรู้สึกอึดอัดไม่น้อย โดยเฉพาะคนที่ชอบ การไปเดินออกกำลังกาย ในที่สาธารณะ เช่น ทางเดินส่วนกลางในหมู่บ้าน ถนนรอบหมู่บ้าน สวนสาธารณะ แต่ตอนนี้สถานการณ์ของโรคโควิด-19 ดูจะเริ่มคลี่คลายบ้างแล้ว หลายคนจึงเริ่มกลับมาใช้ชีวิตเหมือนที่เคย Hello คุณหมอ เลยมีเคล็ดลับใน การไปเดินออกกำลังกาย นอกบ้าน ในช่วงโควิด-19 ระบาดมาฝาก คุณจะได้ทำกิจกรรมโปรดได้อย่างปลอดภัย และไม่เสี่ยงติดไวรัสด้วย เทคนิคใน การไปเดินออกกำลังกาย ช่วงโควิด-19 ระบาด 1. แต่งกายให้เหมาะสมกับ การไปเดินออกกำลังกาย นอกบ้าน Harvard Health Publishing แนะนำว่า การเดิน ออกกำลังกายในระดับปกติ หรือความเร็วปานกลาง คุณสามารถสวมใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยได้ เพื่อป้องกันละอองฝอย เช่น น้ำลาย เสมหะ จากผู้ติดเชื้อโควิด-19 แต่ควรหลีกเลี่ยงการสวมใส่หน้ากาก N95 เพราะอาจทำให้ได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ เลือกเสื้อผ้าทรงหลวม สวมใส่สบาย เนื้อผ้าซึมซับเหงื่อได้ดีและแห้งเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะตัวเย็นเกิน (Hypothermia) และลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยจากการเดิน ออกกำลังกาย การไปเดินออกกำลังกาย ในบริเวณที่มีรถสัญจรไปมา […]

ไวรัสโคโรนา

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้ ทั่วโลกหันมารับมือกับการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโรคโควิด-19 ด้วยการให้ประชาชนชนใช้ชีวิตตามหลักการเว้นระยะห่างจากสังคม (Social Distancing) เช่น พยายามไม่ออกจากบ้านหากไม่จำเป็น เว้นระยะจากคนอื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร ไม่รับประทานอาหารร่วมจานกับคนอื่น ทำงานที่บ้าน แต่ก็ยังมีคนอีกมากที่ไม่ยอมเว้นระยะห่างจากสังคมตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ บางกลุ่มถึงขั้นชุมนุมประท้วงเสียด้วยซ้ำ แล้วคุณรู้ไหมว่า การที่คนไม่ยอมเว้นระยะห่างจากสังคมจะส่งผลอย่างไรบ้าง หรือถ้าเราเจอคนที่ ไม่เว้นระยะห่างจากสังคม เราควรจะรับมือยังไงดี Hello คุณหมอ มีคำตอบมาให้แล้ว ทำไมบางคนถึง ไม่ยอมเว้นระยะห่างจากสังคม แม้ทุกภาคส่วนจะออกประกาศและรณรงค์ให้ทุกคนเว้นระยะห่างจากสังคม เพื่อช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค แต่ก็ยังมีคนบางกลุ่มที่ไม่ยอมเว้นระยะห่างจากสังคม ซึ่งนั่นอาจเป็นเพราะสาเหตุเหล่านี้ การเหมารวม บางคนไม่ยอมเว้นระยะห่างจากสังคม เพราะเขาเหมารวมหรือทึกทักไปเองว่า การระบาดของโรคโควิด-19 ก็เหมือนกับการระบาดของโรคติดเชื้อจากไวรัสชนิดอื่น ๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เช่น โรคซาร์ส โรคไข้หวัดใหญ่ ไม่มีทางร้ายแรงไปกว่านั้นแน่ ๆ เลยคิดว่าไม่จำเป็นต้องเว้นระยะห่างจากสังคม ทั้ง ๆ ความเป็นจริงแล้ว โรคโควิด-19 ถือเป็นโรคอุบัติใหม่ ซึ่งมีอีกหลายเรื่องเกี่ยวกับโรคนี้ที่เรายังไม่รู้แน่ชัด เช่น การระบาดจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่ หรือตอนไหนถึงจะมียารักษาหรือวัคซีนเฉพาะ การยึดมั่นในสิทธิของตัวเอง บางคนเชื่อว่าตัวเองมีสิทธิเสรีภาพในการจะทำอะไรก็ได้ตามที่ตัวเองต้องการ รวมถึงเรื่องการเว้นระยะห่างจากสังคมด้วย ในเมื่อตัวเองไม่อยากเว้นระยะห่างจากสังคม ก็ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นก็ได้ โดยที่อาจไม่ได้คิดเลยว่า การกระทำดังกล่าวไม่ได้ส่งผลเสียต่อตัวเองเท่านั้น แต่ยังอาจทำให้คนรอบข้างหรือคนที่ตัวเองรัก เช่น […]

ไวรัสโคโรนา

หลังจากมีการปลดมาตรการข้อบังคับในการเปิดให้บริการห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร และสถานที่ออกกำลังกายของผู้รักสุขภาพต่าง ๆ แล้ว ยังมีการอนุญาตให้ผู้ประกอบการเปิดร้านอาบน้ำ ตัดขนสัตว์ หรือร้าน สถานรับฝากเลี้ยงสัตว์ ได้อีกด้วย แต่ถึงอย่างไรขณะนี้ผู้คนยังคงอยู่ในช่วงของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ดังนั้นการเข้าไปใช้บริการตามสถานที่จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องตระหนักในการรักษาความสะอาด และป้องกันตนเองไม่ให้ไปแพร่เชื้อผู้อื่น แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สถานที่ที่ให้บริการทางด้านสปา อาบน้ำ ตัดขน และรับเลี้ยงสัตว์เลี้ยง อาจเป็นแหล่งเสี่ยงอีกแห่งของการแพร่กระจายเชื้อไวรัสสายพันธ์ุใหม่ 2019 หรือ โควิด-19 ทั้งนี้กรมอนามัยจึงได้จัดทำแนวทาง โดยให้เจ้าของร้านควรทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ดังนี้ ข้อปฏิบัติของ สถานรับฝากเลี้ยงสัตว์ บันทึกข้อมูลของผู้ที่นำสัตว์มารับบริการทุกรายไม่ว่าจะเป็นชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร วันและเวลา ในการเข้า-ออก เพื่อที่จะสามารถติดตามตัวได้ในกรณีจำเป็นต้องนำตัวมาตรวจสอบโรค จัดพื้นที่ให้มีที่ล้างมือพร้อมสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ให้แก่พนักงาน และผู้ใช้บริการ พนักงานทุกคนต้องสวมถุงมือ แผ่นใสครอบหน้า หรือ หน้ากากพลาสติก (Face Shield) และหลีกเลี่ยงการนำมือไปสัมผัสบนใบหน้าหาดยังไม่ได้ทำการล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาด จำกัดจำนวนของผู้ใช้บริการให้พอดีไม่หนาแน่นจนเกินไป รักษาความสะอาดภายในร้านด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่มีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์ 70% หรือ โซเดียมไฮโปคลอไรท์ (Sodium hypochlorite) 0.1% ชำระล้างภาชนะที่ใส่อาหารสัตว์ อุปกรณ์เครื่องใช้อื่น ๆ […]

ไวรัสโคโรนา

แม้บางประเทศจะเริ่มประกาศให้สถานที่ต่างๆ เปิดทำการได้แล้ว แต่ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังต้องกักตัวอยู่บ้าน หรือบางคนอาจจะยังรู้สึกวิตกกังวลที่จะต้องออกไปข้างนอก เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ตามปกติ บางคนอาจจะยังรู้สึกไม่กล้าไปโรงพยาบาล เนื่องจากเหตุผลหลายๆ ประการ ดังนั้น การใช้ เทเลเฮลธ์ เพื่อติดต่อสื่อสารกับคุณหมอ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถทำได้ ในช่วงที่โรคโควิด-19 ยังคงระบาดอยู่ ซึ่งทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน ทำความรู้จักกับ เทเลเฮลธ์ (Telehealth) เทเลเฮลธ์ (Telehealth) เป็นการใช้เทคโนโลยีในการติดต่อสื่อสารและให้ข้อมูล เพื่อเข้าถึงบริการดูแลสุขภาพจากระยะไกล รวมถึงการดูแลสุขภาพผ่านคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์พกพา อย่างเช่น สมาร์ทโฟน ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถใช้งานได้จากที่บ้าน ทั้งยังทำให้แพทย์ใช้ในการให้บริการด้านการดูแลสุขาพได้ด้วย เทเลเฮลธ์ถือว่าเหมาะกับสถานการณ์โรคระบาด อย่างโควิด-19 เป็นอย่างมาก เพราะการใช้เทเลเฮล์นี้ นอกจากจะไม่ต้องออกไปนอกบ้านที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการรับเชื้อแล้ว ระบบเทเลเฮลธ์ยังสามารถใช้งานได้หลากหลายมากกว่าแค่การติดต่อสื่อสารกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอีกด้วย ประโยชน์ที่จะได้จากการใช้ เทเลเฮลธ์ สำหรับประโยชน์ที่จะได้จากการใช้เทเลเฮลธ์ที่มากกว่าการติดต่อสื่อสารกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีดังนี้ สามารถใช้งานได้ทุกที่ ทุกเวลา ในพื้นที่ที่ปลอดภัย อัปโหลดบันทึกอาหาร ยา และข้อมูลต่างๆ เพื่อใช้สำหรับตรวจสอบโดยพยาบาลผ่านทางเทเลเฮลธ์ ดูวิดีโอเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพได้ด้วยตัวเอง รวมถึงดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นไปยังโทรศัพท์ได้ ใช้ประเมินอาหาร และระดับการออกกำลังกาย แพทย์สามารถดูผลการทดสอบของคุณ เมื่อถึงเวลากำหนดนัดหมาย ใช้ในการขอยาเพิ่มเติม หรือส่งอีเมลถึงแพทย์ สั่งสื่ออุปกรณ์แพทย์ และยาแบบออนไลน์ รับข้อมูลในการดูแลและป้องกันตัวเอง […]

ไวรัสโคโรนา

สำหรับอาการต่างๆ ของโรคโควิด-19 (COVID-19) ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Coronavirus) จะมีหลากหลายมากขึ้น ดังนั้น การป้องกันตัวเองจึงเป็นเรื่องที่ควรทำเป็นอย่างมาก ดูเหมือนว่าเมื่อไม่นานมานี้ จะมีการพบว่า โควิด-19 อาจะเป็นสาเหตุของ โรคหลอดเลือดตีบตันเฉียบพลันในคนหนุ่มสาว ทาง Hello คุณหมอ จึงได้ยกเรื่องนี้มาฝากทุกคนกัน โควิด-19 สาเหตุของ โรคหลอดเลือดตีบตันเฉียบพลันในคนหนุ่มสาว ดูเหมือนว่าโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่จะก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดตีบตันเฉียบพลัน (Sudden Strokes) ในคนหนุ่มสาว เนื่องจากมีหลักฐานพบว่า การติดเชื้อโควิด-19 สามารถทำให้เลือดจับตัวเป็นก้อนในรูปแบบที่ผิดปกติ ส่งผลทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ ดร.โทมัส ออกซเลย์ ศัลยแพทย์ระบบประสาทที่ Mount Sinai Health System ในนิวยอร์กและเพื่อนร่วมงาน ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับคน 5 คนที่พวกเขาได้ทำการรักษา ซึ่งทุกคนมีอายุต่ำกว่า 50 ปี และมีอาการไม่รุนแรงจากการติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่มีอาการเลย “ไวรัสดูเหมือนว่าจะก่อให้เกิดการแข็งตัวเพิ่มขึ้นในหลอดเลือดแดงขนาดใหญ่ ซึ่งนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองอย่างรุนแรง” ดร.โทมัส ออกซเลย์ กล่าว นอกจากนั้นจากรายงานยังแสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของผู้ป่วยเด็ก โดยผู้ป่วยเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่มีประวัติทางการแพทย์ และบางคนก็กักตัวอยู่บ้านด้วยอาการที่ไม่รุนแรง โดยทางแพทย์ได้พยายามหาสาเหตุที่ทำให้พวกเขาเห็นการแข็งตัวของหลอดเลือดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในผู้ป่วยโควิด-19 เมื่อเป็นเช่นนี้ศูนย์การแพทย์ขนาดใหญ่ 3 แห่งของทางสหรัฐอเมริกา จึงได้พยายามเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับปรากฏการณ์โรคหลอดเลือดสมองตีบตัน รวมถึงการให้ข้อมูลเชิงลึกใหม่ ๆ ในสิ่งที่เชื้อไวรัสโคโรนาสามารถทำกับร่างกายของคนเราได้บ้าง […]

ไวรัสโคโรนา

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอาการหลักของเชื้อไวรัสโควิด-19 มักมีอาการไอ เจ็บคอ หายใจลำบาก ไข้ขึ้นสูง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ สูญเสียด้านการรับรู้รสชาติ หรือการได้รับกลิ่นอาหาร เป็นต้น แต่ล่าสุดมีรายงานมากมายเกี่ยวกับ COVID Toe หรือ ผื่นแดงที่เท้า โดย ดร.ฮัมเบอร์โต ชอย หรือ ดร.ชอย แพทย์สาขาวิชาอายุรศาสตร์โรคระบบการหายใจ ประจำคลีฟแลนด์คลินิกวิทยาเขตหลัก สหรัฐอเมริกาฯ ได้กล่าวไว้ว่า "รูปแบบของผื่นนี้ อาจเป็นอาการใหม่อีกอย่าง ของการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพราะเนื่องจากเชื้อไวรัสเข้าไปในร่างกายทำให้ระบบการทำงานแต่เดิมผิดเพี้ยนไปจนเกินการอุดตันของลิ่มเลือดบริเวณนิ้วเท้า จึงก่อให้เกิดผื่นแดง หรือผิวบริเวณนั้นเปลี่ยนสี" ก่อนหน้านี้ ดร.ชอย ทำการพบเห็นในผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อ COVID-19 ในห้องไอซียู และได้เริ่มสืบค้นถึงข้อเท็จจริง สำหรับผู้ป่วยติดเชื้อบางรายก็อาจมีอาการแทรกซ้อนเพิ่มเติมที่ไม่เกี่ยวข้องกับเชื้อไวรัสจึงทำให้ผื่นนี้ปรากฏออกมา นับได้ว่าเป็นสัญญาณเตือนแบบใหม่ที่ยังคงทำการวิเคราะห์กันต่อไป อาการทางผิวหนังอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นนอกเหนือจาก COVID Toe หรือ ผื่นแดงที่เท้า นอกจากผื่นที่เท้าแล้ว ยังมีการรายงานของ ดร.อิกนาซิโอ การ์เซีย-ดอวัล หัวหน้าทีมวิจัยในประเทศสเปน ที่พบผื่นประเภทนูนแดง (Maculopapules) ตามบริเวณลำตัวของผู้ป่วยติดเชื้อถึง 47% ที่มีอาการจากไวรัสโควิด-19 และจะอยู่ได้นานถึง 1 สัปดาห์ หรือ 7 […]

ไวรัสโคโรนา

โรคติดเชื้อโควิด-19 เป็นโรคจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือไวรัสโคโรนา 2019 ที่เพิ่งค้นพบเมื่อปลายปี 2019 ตอนนี้เวลาผ่านมาได้เกือบครึ่งปีแล้ว ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อทั่วโลกแล้วกว่าสี่ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตทั่วโลกเกือบสามแสนคน (ข้อมูล ณ วันที่ 12 พ.ค. 2020) และในสถานการณ์เช่นนี้ เราเชื่อว่าเรื่องที่คนส่วนใหญ่อยากรู้ก็น่าจะหนีไม่พ้นเรื่องที่ว่า เมื่อไหร่จะมีวัคซีน หรือ ยารักษาโควิด-19 โดยเฉพาะ เพื่อรับมือกับเจ้าเชื้อโรคตัวร้ายนี้สักที วันนี้ เราเลยมี สารพัดข้อสงสัย เกี่ยวกับยารักษาโควิด-19 มาฝาก คุณจะได้รู้เรื่องราวเหล่านี้ได้กระจ่างขึ้น การวิจัยเรื่อง ยารักษาโควิด-19 ปัจจุบันผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกได้มีการคิดค้นสูตรยารักษาโควิด-19 มากกว่า 150 ชนิด โดยส่วนใหญ่เป็นการใช้ยาที่มีอยู่แล้วมาทดลองสู้กับไวรัส อย่างองค์การอนามัยโลก (WHO) ก็ได้มีการจัดทำโครงการ “Solidarity Trial” หรือ “การทดลองอันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว” ขึ้น ซึ่งเป็นโครงการวิจัยทางการแพทย์ระหว่างประเทศเพื่อคิดค้นยารักษาโควิด-19 โดยถือเป็นภารกิจเร่งด่วนระดับโลก และประเทศไทยก็ได้เข้าร่วมโครงการนี้ด้วย โดยโครงการนี้จะทดสอบยาหรือการผสมยาทั้งหมด 4 แบบ ได้แก่ ยาเรมเดซิเวียร์ (remdesivir) การผสมยา 2 ชนิดคือยาโลพินาเวียร์ (lopinavir) และยาริโทนาเวียร์ (ritonavir) […]

x