สุขภาพจิต

เมื่อพูดถึงสุขภาพโดยรวมของคน ๆ หนึ่ง จิตใจ ก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าร่างกาย ปัญหาสุขภาพจิต เป็นปัญหาที่มักจะถูกมองข้าม ดังนั้น การเรียนรู้เกี่ยวกับการรักษา สุขภาพจิต ให้สมบูรณ์แข็งแรง และตระหนักถึงความผิดปกติเกี่ยวกับสภาวะสุขภาพจิต จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่จะช่วยให้คุณและคนที่คุณรักมีความสุขมากยิ่งขึ้น

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพจิต

8 สัญญาณเตือน "ความเครียดสะสม" ที่หลายคนมองข้าม

ความเครียดเป็นปฏิกิริยาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน เมื่อร่างกายและจิตใจต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่กดดัน เช่น งานที่เร่งรีบ ปัญหาครอบครัว การเงิน การเรียน ความสัมพันธ์ หรือความเจ็บป่วย ความเครียดในระดับพอดีอาจช่วยให้ร่างกายตื่นตัวและรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น แต่หากความเครียดเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน และไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม ก็อาจกลายเป็น ความเครียดสะสม ที่ส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตได้ ความเครียดสะสมอาจไม่ได้แสดงออกมาเป็นความรู้สึกเครียดชัดเจนเสมอไป บางคนอาจยังทำงาน ใช้ชีวิต หรือพูดคุยกับคนรอบข้างได้ตามปกติ แต่ร่างกายและใจเริ่มส่งสัญญาณบางอย่าง เช่น นอนไม่หลับ ปวดหัวบ่อย หงุดหงิดง่าย ไม่มีสมาธิ หรือรู้สึกหมดแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ การรู้จักสังเกต อาการความเครียดสะสม จึงอาจช่วยให้สามารถดูแลตัวเองได้เร็วขึ้น ก่อนที่ความเครียดจะกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน ความสัมพันธ์ การทำงาน หรือพัฒนาเป็นปัญหาสุขภาพที่รุนแรงมากขึ้น ความเครียดสะสมอาจเกิดจากความกดดันที่ต่อเนื่อง เช่น งาน การเรียน ครอบครัว การเงิน หรือปัญหาสุขภาพ อาการความเครียดสะสมอาจแสดงออกทั้งทางกาย ใจ ความคิด และพฤติกรรม 8 สัญญาณที่ควรสังเกต ได้แก่ นอนไม่หลับ ปวดหัว หงุดหงิดง่าย ไม่มีสมาธิ กินผิดปกติ ป่วยบ่อย แยกตัว และหมดไฟ […]

หมวดหมู่ สุขภาพจิต เพิ่มเติม

สำรวจ สุขภาพจิต

ปัญหาสุขภาพจิตแบบอื่น

งานหนักไม่เคยฆ่าใคร จริงเหรอ คนเราควรทำงานวันละกี่ชั่วโมงกันแน่

ไม่ว่าใครอาจก็เคยได้ยินวลีที่ว่า “งานหนักไม่เคยฆ่าใคร” ก่อน เราทุกคนอาจจะคิดว่า การทำงานหนัก นั้นเป็นเรื่องที่ดี เพราะแสดงให้เห็นถึงความขยัน และความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของเรา แต่จริง ๆ แล้ว การทำงานหนักเกินไป อาจจะส่งผลร้ายต่อเราได้มากกว่าที่ทุกคนคิด และแท้จริงแล้ว เราควรทำงานวันละเท่าไหร่จึงจะมีประสิทธิภาพสูงสุด มาลองหาคำตอบด้วยกันกับบทความนี้จาก Hello คุณหมอ การทำงานหนักเกินไป ส่งผลเสียอย่างไร การทำงานหนักเกินไป หมายถึงการที่คุณทำงานมากกว่าสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง หรือก็คือมากกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน ถือว่ามากกว่า 1 ใน 3 ของเวลาในหนึ่งวัน มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า การทำงานหนักเกินไปนั้นส่งผลให้เกิดผลเสียอย่างมาก ทั้งต่อร่างกายและจิตใจ จากข้อมูลที่ศึกษาผู้ที่ทำงานหนักเกินไป ในช่วงปี 1995-2012 พบว่า ผู้ที่ทำงานงานหนักมากกว่าวันละ 8 ชั่วโมงนั้นมีโอกาสที่จะเกิดอาการเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากสาเหตุดังต่อไปนี้ เช่น โรคระบบไหลเวียนโลหิต โรคเบาหวาน กลุ่มอาการอ้วนลงพุง สภาวะความผิดปกติทางจิต โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล การนอนหลับผิดปกติ และสภาวะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ การทำงานหนักเกินไปเป็นระยะเวลานานต่อเนื่อง ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต นอกจากนี้ยังมีการวิจัยความเกี่ยวข้องของการทำงานในระยะเวลานานต่อโรคซึมเศร้าและความเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพพบว่าผู้หญิงที่ทำงานเป็นระยะเวลานานนั้น จะมีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้าได้บ่อยกว่า และมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากกว่าผู้ชาย ส่วนผู้ชายนั้นจะมีโอกาสสูบบุหรี่กับดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นมากกว่าผู้หญิง ระยะเวลาทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด แม้ว่างานวิจัยจะแสดงให้เห็นว่า […]


ปัญหาสุขภาพจิตแบบอื่น

รู้จักและรับมือกับ Xenophobia หรือ โรคหวาดกลัวชาวต่างชาติ

ปัจจุบันแม้ว่ากระแสนิยมเทรนด์แฟชั่นของชาติตะวันตกและอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ศิลปะ ดนตรี อาหาร ภาษา หรือผู้คนมีอยู่ไม่น้อย แต่ว่าในขณะเดียวกันก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้รู้สึกสบายใจถ้าหากต้องอยู่ร่วมกับชาวต่างชาติเท่าใดนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากต้องมีการพบปะ หรือทำกิจกรรมร่วมกับชาวต่างชาติ อาการดังกล่าวเป็นที่รู้จักในชื่อ โรคหวาดกลัวชาวต่างชาติ หรือ Xenophobia วันนี้ Hello คุณหมอ มีบทข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะอาการของ โรคหวาดกลัวชาวต่างชาติ มาฝากผู้อ่าน ดังต่อไปนี้ โรคหวาดกลัวชาวต่างชาติเป็นอย่างไร โรคหวาดกลัวชาวต่างชาติ (Xenophobia) หรือพูดง่ายๆคือ อาการหวาดกลัว หรือ ความเกลียดชังชาวต่างชาติหรือคนแปลกหน้า โดยจะมีทัศนคติและพฤติกรรมที่มีการเลือกปฏิบัติต่อชาวต่างชาติ จนบ่อยครั้งทำให้เกิดความรุนแรงขึ้นได้ ผลการวิจัยหลายฉบับก็รายงานให้เห็นอีกว่าอาการหวาดกลัวชาวต่างประเทศไม่เพียงแต่เป็นภัยคุกคามในสังคมเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบเชิงลบต่อสุขภาพด้วยเหมือนกัน  อาการของโรคหวาดกลัวชาวต่างชาติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญบางท่านได้วินิจฉัยคนที่เป็นโรค Xenophobia ว่า อาการดังกล่าวอาจมีลักษณะคล้ายกับโรควิตกกังวลอื่นๆ นักวิจัยได้ทำการค้นคว้าเพื่อค้นหาว่าทำไมคนเราถึงมีปฏิกิริยาตอบโต้อย่างสุดโต่งต่อคนแปลกหน้าที่ไม่เคยพบมาก่อน และพบอาการดังนี้ มีความวิตกกังวลเมื่อต้องพบปะกับชาวต่างชาติ หรือการเดินทางไปยังต่างประเทศ หายใจถี่รัวหากต้องสนทนากับชาวต่างชาติ มีอาการตื่นตระหนกอย่างหนัก ตัวสั่นรัว เหงื่อออกมากผิดปกติ คลื่นไส้ อาเจียน หัวใจเต้นแรงผิดปกติ หากผู้ที่มีอาการหวาดกลัวชาวต่างชาติ (Xenophobic) ถูกปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษา จะส่งผลทำให้การใช้ชีวิตมีความลำบากมากขึ้น นำไปสู่อาการหวาดกลัวคนแปลกหน้าที่ไม่ได้เจาะจงแค่เพียงชาวต่างชาติเท่านั้น และส่งผลให้มีพฤติกรรมปลีกตัวออกจากสังคม  สาเหตุของอาการหวาดกลัวชาวต่างชาติ สาเหตุหลักของโรคนี้มาจากความไม่เข้าใจในความแตกต่างทางวัฒนธรรม รวมไปถึงการสร้างภาพซ้ำหรือการผลิตภาพลักษณ์เดิมๆของกลุ่มชาติพันธ์บางกลุ่มออกมา ทำให้เกิดความยึดติดกับภาพนั้นจนเกิดเป็นความหวาดกลัว ในขณะเดียวกันเรื่องของภาษาพูดที่แตกต่างกันก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้กลัวการเผชิญหน้าและต้องพูดคุยกับคนต่างชาติ วิธีบำบัดอาการ การรักษาโรคหวาดกลัวชาวต่างประเทศก็เหมือนโรควิตกกังวลอื่นๆ ที่จำเป็นต้องมีการบำบัดและฟื้นฟูโดยผู้เชี่ยวชาญ ในบางกรณีมีการใช้ยาเพื่อลดความวิตกกังวล แต่การรักษาส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่การทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสงบหรือผ่อนคลายลง เพื่อที่จะสามารถควบคุมปฏิกิริยาของตนเองให้ดีขึ้น พร้อมกับมีการบำบัดพฤติกรรมทางปัญญาเพื่อช่วยตรวจสอบสาเหตุของความวิตกกังวล และเช่นเดียวกับโรควิตกกังวลรูปแบบอื่นๆ การฟื้นตัวของผู้ที่เป็นโรคหวาดกลัวชาวต่างชาตินั้นเป็นกระบวนการที่อาจต้องใช้เวลานานกว่าที่ผู้ป่วยจะรู้สึกผ่อนคลายกับชาวต่างชาติหรือคนแปลกหน้า โรคหวาดกลัวชาวต่างชาตินำไปสู่การเหยียดเชื้อชาติอย่างไร ความหวาดกลัวชาวต่างชาติและการเหยียดเชื้อชาติมักจะมีความทับซ้อนกันอยู่ แต่เป็นปรากฏการณ์ที่แตกต่างกัน เพราะในขณะที่การเหยียดเชื้อชาติมักจะสร้างความแตกแยกจากความแตกต่างของลักษณะทางกายภาพ การมีอคติหรือเป็นปรปักษ์ต่อเชื้อชาติ สีผิว […]


สุขภาพจิต

ทำความรู้จักกับ ความสัมพันธ์แบบมากรัก

“รักเดียวใจเดียว” ยังคงเป็นคำ ที่หลายๆ คนยึดถือเอาไว้ในการครองคู่ แต่มีคนบางกลุ่ม ที่นิยมมี ความสัมพันธ์แบบมากรัก แล้วความสัมพันธ์แบบนี้คืออะไร? Hello คุณหมอ มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ มาให้ได้ศึกษากัน ความสัมพันธ์แบบมากรักคืออะไร? หากจะให้อธิบายแบบให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ความสัมพันธ์ ที่มีสามีทีละหลายๆ คน ในเวลาเดียวกัน รวมถึงการที่ภรรยา มีสามีทีละหลายๆ คนในเวลาเดียวกัน ซึ่งการกระทำแบบนี้ จะแตกต่างจากความสัมพันธ์แบบ รักเดียวใจเดียว อย่างสิ้นเชิง โดยความสัมพันธ์เช่นนี้ เคยเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก และบางคน ก็ยังคงปฏิบัติ มาจนถึงทุกวันนี้ แต่ปัจจุบัน มีหลายประเทศ ที่ไม่ยอมรับ การกระทำเช่นนี้ รวมถึง เป็นการกระทำ ที่ผิดกฎหมาย อีกด้วย ความแตกต่างระหว่าง ความสัมพันธ์แบบมากรัก และความสัมพันธ์แบบจดทะเบียนสมรสซ้อน ในประเทศสหรัฐอเมริกา การมีความสัมพันธ์แบบมากรัก (Polygamy) รวมถึงความสัมพันธ์ แบบจดทะเบียนสมรสซ้อน (Bigamy) ถือเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย แต่จะมีความแตกต่างกัน ดังนี้ ความสัมพันธ์แบบจดทะเบียนสมรสซ้อน คือการแต่งงานกับคู่สมรสคนแรก อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ด้วยการจดทะเบียนสมรส แต่อาจจะมีการจดทะเบียนสมรสเพิ่ม โดยที่คู่สมรสอีกคน อาจจะถูกหลอกลวง  หรือไม่ทราบว่า คู่สมรสของตัวเอง […]


ปัญหาสุขภาพจิตแบบอื่น

รักขมหรือรักหวาน? คุณกำลังอยู่ในความสัมพันธ์ที่มี การใช้ความรุนแรง หรือเปล่า

เราทุกคนต่างก็ควรมีความสัมพันธ์หรือความรักที่ดี ที่ทำให้เรารู้สึกปลอดภัย มีคุณค่า และทำให้เรารู้สึกได้ถึงความรักที่แท้จริง แต่สำหรับบางคน อาจยังไม่ได้เจอกับรักดีๆ เพราะมัวแต่อยู่กับความรักแย่ๆ หรือความสัมพันธ์ที่มี การใช้ความรุนแรง ที่ไม่ใช่แค่ทำให้เสียสุขภาพกายและสุขภาพจิต แต่ยังส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตของคุณอีกหลายด้าน ทั้งการเงิน ความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว การงาน สำหรับใครที่ไม่แน่ใจว่าความสัมพันธ์ของตัวเองตอนนี้ เป็นความสัมพันธ์ที่มี การใช้ความรุนแรง หรือไม่ Hello คุณหมอ มีจุดสังเกตมาฝาก สัญญาณเตือนว่ารักที่มีไม่ใช่รักที่ดี หลายคนอาจคิดว่าความสัมพันธ์แบบกดขี่ หรือความสัมพันธ์ที่มีการใช้ความรุนแรง (abusive relationship) มักจะต้องมีการลงไม้ลงมือ ทำร้ายร่างกาย แต่ความจริงแล้ว การใช้ความรุนแรงมีอยู่ด้วยกันหลายรูปแบบ ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบกับแค่ร่างกาย แต่ยังส่งผลต่อจิตใจ ความรู้สึก รวมไปถึงการเห็นคุณค่าในตัวเองของคุณด้วย รูปแบบความสัมพันธ์ที่มีการใช้ความรุนแรง เช่น ทำร้ายร่างกาย เช่น การทุบตี เตะต่อย ดึงผม บีบคอ ขว้างปาข้าวของใส่ ทำให้ร่างกายคุณได้รับบาดเจ็บ ทารุณกรรมทางเพศ ด้วยการข่มขืน กระทำชำเรา หรือบังคับให้คุณทำกิจกรรมทางเพศ เช่น จูบ มีเพศสัมพันธ์ด้วยโดยไม่เต็มใจ ทำร้ายด้วยคำพูด หรือการทำร้ายจิตใจและความรู้สึก เช่น ชอบโกหกหลอกลวง พูดจาดูถูก เหยียดหยาม ตะคอก หรือต่อว่าจนทำให้คุณรู้สึกเศร้า เจ็บปวด รู้สึกไม่ดีกับตัวเอง และไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง […]


ปัญหาสุขภาพจิตแบบอื่น

อย่าเรียกชื่อเก่า! การเรียกคนข้ามเพศด้วยชื่อเกิด (Deadnaming) ส่งผลกระทบกว่าที่คิด

ชื่อ ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่บอกถึงตัวตนของเราได้ สำหรับคนที่ไม่พอใจชื่อเก่า หรือชื่อเดิมของตัวเอง ก็สามารถเปลี่ยนชื่อได้ หากไม่ผิดหลักเกณฑ์การตั้งชื่อบุคคลตามกฎหมาย เมื่อใครเปลี่ยนชื่อแล้ว เราก็ควรเรียกเขาด้วยชื่อใหม่ที่เขาเลือก เพราะถือเป็นการยอมรับในตัวตน และให้เกียรติคนๆ นั้น โดยเฉพาะ คนข้ามเพศ หรือเพศทางเลือก  ที่เปลี่ยนชื่อให้เข้ากับตัวตนและสถานะเพศจริงๆ ของพวกเขา ซึ่ง Hello คุณหมอ แนะนำว่า คุณควรเรียกคนข้ามเพศด้วยชื่อใหม่ เพราะ การเรียกคนข้ามเพศด้วยชื่อเกิด อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพมากกว่าที่คุณคิด ทำความรู้จักกับ การเรียกคนข้ามเพศด้วยชื่อเกิด (Deadnaming) สำหรับเพศทางเลือก โดยเฉพาะผู้ที่เป็นคนข้ามเพศ การเปลี่ยนชื่อจากชื่อเก่าหรือชื่อเกิด มาใช้ชื่อที่ตัวเองเลือกและเหมาะสมกับตัวเอง ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนรอบข้างมองคนข้ามเพศด้วยสภาพเพศที่พวกเขาเป็นจริงๆ ไม่ใช่เพศโดยกำเนิด รวมถึงยังช่วยให้คนข้ามเพศและคนรอบข้างรู้สึกอึดอัดใจน้อยกว่าการถูกเรียกชื่อเดิมด้วย แต่บางครั้งด้วยความเคยชิน คนรอบข้างก็อาจยังเผลอเรียกชื่อคนข้ามเพศด้วยชื่อเก่า หรือซ้ำร้ายกว่านั้น บางคนจงใจเรียกชื่อเก่า หรือชื่อเกิด เพราะต้องการหยอกล้อ ล้อเลียน หรือทำให้คนข้ามเพศอับอาย แม้คนข้ามเพศจะเปลี่ยนชื่ออย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วก็ตาม ซึ่ง การเรียกคนข้ามเพศด้วยชื่อเก่า ชื่อเกิด หรือชื่อก่อนที่พวกเขาจะผ่าตัดแปลงเพศ ซึ่งเป็นชื่อที่พวกเขาไม่ได้ใช้อีกแล้ว ไม่เรียกชื่อคนข้ามเพศด้วยชื่อที่พวกเขาเลือก ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม เราเรียกว่า “Deadnaming” ผลกระทบของการเรียกชื่อเก่าหรือชื่อเกิด หากเรียกคนข้ามเพศด้วยชื่อเกิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคนข้ามเพศคนนั้นเปลี่ยนชื่ออย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว อาจทำให้คนข้ามเพศรู้สึกไม่ได้รับการยอมรับ คนไม่ให้เกียรติ หรือเคารพในตัวตนของพวกเขา และการเรียกคนข้ามเพศด้วยชื่อเกิด […]


ปัญหาสุขภาพจิตแบบอื่น

โซเชียลมีเดีย ดีท็อกซ์ คืออะไร ทำแล้วดีต่อสุขภาพจิตหรือเปล่า

ทุกวันนี้ โซเชียลมีเดียมีบทบาทสำคัญต่อชีวิตเราอย่างมาก และจากการสำรวจพบว่าคนไทยใช้โซเชียลมีเดียเป็นประจำ 51 ล้านคน จากจำนวนประชากรประมาณ 69.24 ล้านคน หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้โซเชียลมีเดียเป็นประจำ Hello คุณหมอ ชวนให้คุณลองใช้วิธี โซเชียลมีเดีย ดีท็อกซ์ ดังต่อไปนี้ เหตุผลที่คุณควรทำโซเชียลมีเดีย ดีท็อกซ์ หากคุณใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟน หรือโซเชียลมีเดีย จนกระทบต่อชีวิตประจำวันของคุณ ก็ถึงเวลาแล้วที่คุณควรจะลองห่างกันสักพักกับโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตบ้าง นอกจากนี้การใช้โซเชียลมีเดียมากเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตดังนี้ สามารถส่งผลต่อสุขภาพจิต งานวิจัยในปี 2016 ให้ข้อมูลว่า ผู้ใช้โซเชียลมีเดีย วัยประมาณ 20-30 ปี มีภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวลเพิ่มขึ้น มากไปกว่านั้นยังมีงานวิจัยที่ชี้ว่า ในโลกโซเชียลมีมาตรฐานความสวยความงาม และความสำเร็จที่ไม่อาจบรรลุได้ จนมีแนวโน้มว่าจะทำให้วัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ได้รับผลกระทบ จากการอยู่ภายใต้ความกดดันของความสมบูรณ์แบบเหล่านี้ อาจส่งผลต่อการนอนหลับ งานวิจัยในปี 2014 ที่ศึกษาในกลุ่มตัวอย่าง วัย 19-32 ปี ที่ใช้โซเชียลมีเดียมากกว่า 1 ชั่วโมงต่อวันโดยเฉลี่ย และประมาณ 30 ครั้งต่อสัปดาห์ ผลการศึกษาพบว่า 57% รายงานว่าพวกเขามีปัญหาการนอนหลับ ซึ่งถ้าการนอนหลับถูกรบกวน จะส่งผลต่อสุขภาพ เช่น ทำให้เกิดความเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย เกิดความเครียด และมีปัญหาสุขภาพตามมาในที่สุด โซเชียลมีเดีย ดีท็อกซ์ […]


ปัญหาสุขภาพจิตแบบอื่น

ผู้หญิงทำงานหนัก มากกว่า 11 ชั่วโมงต่อวัน อาจเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าโดยไม่รู้ตัว

โดยปกติแล้ว การทำงานติดต่อกันเป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า (Depression) แต่มีงานวิจัยที่ชี้ว่า ผู้หญิงทำงานหนัก มากกว่า 11 ชั่วโมงต่อวัน อาจเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า ทาง Hello คุณหมอ ขอเตือนคุณผู้หญิงหลายๆ ท่าน หากคุณกำลังทำงานหนักเกิน 55 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แถมยิงยาวไปถึงวันเสาร์อาทิตย์ ระวังเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าโดยไม่รู้ตัว งานวิจัยชี้ว่า ผู้หญิงที่ทำงานมากกว่า 55 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ อาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร the Journal of Epidemiology & Community Health ให้ข้อมูลว่า ผู้หญิงที่ทำงาน 55 ชั่วโมงหรือมากกว่า ต่อสัปดาห์ และผู้หญิงที่ทำงานในวันหยุดสุดสัปดาห์ มีแนวโน้มว่าจะเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่ทำงาน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ดังนั้น ผู้หญิงทำงานหนัก มากกว่า 11 ชั่วโมงต่อวัน อาจเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าได้ค่อนข้างง่าย งานวิจัยนี้ได้ศึกษาในกลุ่มตัวอย่างที่เป็นพนักงานผู้ชาย 11,215 คน และผู้หญิง 12,188 คน โดยให้กลุ่มตัวอย่างตอบแบบสอบถาม นอกจากผลการศึกษาจะพบว่า ผู้หญิงทำงานมากกว่า 55 […]


การจัดการความเครียด

ทำงานหนักต้องระวัง เครียดเรื่องงาน อาจส่งผลต่อสุขภาพหัวใจ

หากคุณมีงานมากมายที่ต้องเคลียร์ให้เสร็จ แต่มีเวลาทำเพียง 1 สัปดาห์ ซึ่งถือว่าน้อยเกินไป แล้วคุณคิดว่าต้องทำไม่ทันแน่นอน หรือแม้แต่บรรยากาศในการทำงาน รวมถึงปัจจัยต่างๆ ที่ไม่เป็นใจ ก็สามารถทำให้เกิดความ เครียดเรื่องงาน ได้ ซึ่งนายแพทย์ไมเคิล มิลเลอร์ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด แห่งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแมริแลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ความเครียดในที่ทํางานเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพหัวใจ Hello คุณหมอ จึงขอเตือนหนุ่มสาววัยทำงาน ให้ระวังปัญหาหัวใจที่อาจเกิดจากความเครียดเรื่องงาน ดังนี้ อาการที่บอกว่า ความเครียดจากงานเริ่มส่งผลต่อสุขภาพหัวใจ คุณอาจจะเกิดปัญหาในเรื่องงาน เวลาที่หัวหน้ามอบหมายงานให้มากจนเกินไป จนไม่สามารถควบคุมและจัดการกับงานได้ ซึ่งความเครียดจากงานที่เกิดขึ้น อาจทำให้คุณมีอาการเหล่านี้ ที่หมายถึงการที่ความ เครียดจากงาน เริ่มส่งผลต่อสุขภาพหัวใจแล้ว หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อออกที่ฝ่ามือ และความดันโลหิตสูงขึ้น คุณรู้สึกเหนื่อย และอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ จนบางครั้งคุณอาจตะคอกใส่เพื่อน หรือคนในครอบครัว คุณมีปัญหาการนอนหลับ และการมีสมาธิจดจ่อ คุณเป็นหวัดบ่อยขึ้น และหายช้าลง คุณเยียวยาตัวเองด้วยของหวาน หรือแอลกอฮอล์ วัยทำงานควรระวัง ความเครียดเรื้อรังไม่ดีต่อสุขภาพหัวใจ ความเครียดเรื้อรังอาจส่งผลต่อสุขภาพหัวใจ โดยเฉพาะถ้าคุณมีไลฟ์สไตล์ที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เนื่องจากมีงานวิจัยคือรายงานในวารสารวิชาการ the European Heart Journal ซึ่งเป็นงานวิจัยที่ศึกษาเป็นเวลา 12 ปี จากกลุ่มตัวอย่างมากกว่า 10,000 คน ที่เป็นพนักงานออฟฟิศ […]


การเสพติด

สัญญาณที่บอกว่าคุณกำลัง เสพติดการออกกำลังกาย

เสพติดการออกกำลังกาย ไม่ได้ถือว่าเป็นความผิดปกติทางจิต แต่อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายมากเกินไปจนเสพติด อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย เช่นทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ อย่างการกินผิดปกติ ภาวะซึมเศร้า นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บ และร่างกายเหนื่อยล้าเกินไปด้วย Hello คุณหมอ จึงชวนมาเช็คว่า คุณมีสัญญาณและอาการ ของการเสพติดการออกกำลังกายหรือเปล่า สัญญาณของการ เสพติดการออกกําลังกาย คุณออกกำลังกายเพื่อชดเชย หรือเพื่อลงโทษตัวเอง สัญญาณที่ชัดเจนที่สุด ว่าการออกกำลังกายเริ่มเป็นปัญหาแล้ว คือเมื่อคุณออกกำลังกายบ่อยเกินไป และหนักเกินไป เพื่อชดเชยหรือเพื่อลงโทษตัวเอง สำหรับการกินอาหาร เช่น ออกกำลังกายอย่างหนักเพื่อชดเชยมื้ออาหารที่กิน หรือออกกําลังกายเฉพาะส่วนมากเกินไป ในส่วนของร่างกายที่คุณรู้สึกไม่พอใจ คุณอยู่ที่ฟิตเนสตลอดเวลา ถ้าพนักงานในฟิตเนส รู้จักคุณมากกว่าเพื่อนร่วมงาน อาจเป็นสัญญาณว่า คุณใช้เวลามากเกินไปในยิม ซึ่งโดยปกติแล้ว เรามักจะใช้เวลาอยู่ในยิมประมาณ 1 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนผู้ที่มีแนวโน้มว่าจะอยู่ในยิมนานเกินไป อาจใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมงต่อวัน หรือออกกำลังกายที่ยิม 2-3 ครั้งต่อวัน คุณรู้สึกเหนื่อยตลอดเวลา การออกกำลังกายจนส่งผลต่อสุขภาพ มักจะทำให้เกิดอาการเหนื่อยล้า และเหนื่อยจัดจากการใช้เวลานาน ในการออกกำลังกาย จนไม่มีเวลาที่จะดูแลตัวเอง นอกจากนี้ความเหนื่อยล้าจากการออกกำลังกายอย่างหนัก อาจทำให้ร่างกายเกิดความเครียด จนทำให้ป่วย หรือบาดเจ็บได้ คุณเปลี่ยนตารางเวลา เพื่อมาออกกำลังกาย ถ้าคุณปฏิเสธนัดต่างๆ ในนาทีสุดท้าย หรือปรับตารางเวลาให้มีแต่การออกกำลังกาย ก็มีแนวโน้มว่าจะใช้เวลาออกกำลังกายมากเกินไป นอกจากนี้ผู้ที่ เสพติดการออกกําลังกาย อาจปฏิเสธการไปกินอาหารเย็นกับเพื่อน […]


ปัญหาสุขภาพจิตแบบอื่น

ออกกำลังกาย ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นได้อย่างไร

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการ ออกกำลังกาย มีประโยชน์ต่อสุขภาพและช่วยป้องกันโรคต่างๆ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เพิ่มเติมไปกว่านั้น การออกกำลังกาย ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพจิต Hello คุณหมอ มีข้อมูลว่าในด้าน สุขภาพจิต ออกกำลังกาย มีประโยชน์ต่อสุขภาพจิตดังนี้ ออกกำลังกาย ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นได้อย่างไร ออกกำลังกายช่วยทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น เพราะช่วยลดความกังวล ภาวะซึมเศร้า และอารมณ์ด้านลบ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความนับถือตนเอง (self-esteem) ด้วย มากไปกว่านั้น ยังมีหลักฐานที่พบว่าการออกกำลังกาย สามารถบรรเทาอาการ เช่น การนับถือตนเองต่ำ (low self-esteem) และการปลีกตัวออกจากสังคม และยังสำคัญต่อคนไข้ที่เป็นโรคจิตเภท เนื่องจากคนไข้ที่ได้รับผลกระทบจากโรคจิตเภท และเข้าร่วมโปรแกรมปรับสภาพร่างกาย เป็นเวลา 3 เดือน ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า สุขภาพจิตกับการออกกำลังกายมีความสัมพันธ์กัน ในคนไข้โรคจิตเภทมีการพัฒนาในด้านการควบคุมน้ำหนัก และจากรายงานพบว่ามีการเพิ่มขึ้นของระดับการออกกำลังกาย ความทนทานต่อการออกกำลังกาย ระดับความดันโลหิตลดลง และระดับพลังงานเพิ่มขึ้น รวมถึงเพิ่มระดับความแข็งแรงของร่างกายส่วนบน และการใช้มือจับด้วย ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ ให้ออกกำลังกาย 30 นาที ผู้เชี่ยวชาญให้ข้อมูลว่า การออกกำลังกาย ดีต่อสุขภาพจิต ตราบใดที่ไม่ได้ออกกำลังกายหนักเกินไป และผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำอีกว่า การออกกำลังกาย 30 […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน