การมีเซ็กส์ทุกวัน อาจช่วยเผาผลาญแคลอรี่ ส่งเสริมสุขภาพจิต ผ่อนคลายความเครียด และทำให้ความสัมพันธ์เป็นไปในทางที่ดีขึ้น แม้ว่าการมีเซ็กส์ทุกวันจะมีประโยชน์มากมาย แต่ในขณะเดียวกันก็อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ หากไม่ป้องกันให้ถูกวิธี
ประโยชน์ของการมีเซ็กส์ทุกวัน
การมีเซ็กส์ทุกวัน อาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ดังนี้
- บำรุงสุขภาพหัวใจ ลดความดันโลหิต ความเครียดเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้นสูง ส่งผลต่อสุขภาพหัวใจ การมีเซ็กส์ทุกวันอาจช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจทำให้เลือดสูบฉีดไปหล่อเลี้ยงอวัยวะทั่วทั้งร่างกายได้ดี ทั้งยังช่วยให้ระบบประสาทผ่อนคลาย และทำให้คลายเครียด
- เผาผลาญแคลอรี การมีเซ็กส์อาจทำให้ออกแรงเยอะเสมือนกับการออกกำลังกาย ทำให้ช่วยเผาผลาญไขมัน โดยการมีเซ็กส์ 30 นาที อาจเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า 80 กิโลแคลอรี ซึ่งอาจส่งผลดีต่อการควบคุมน้ำหนัก
- ช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น การมีเซ็กส์ทุกวันอาจทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเอนดอร์ฟิน (Endorphin) และฮอร์โมนออกซิโทซิน (Oxytocin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุข ช่วยผ่อนคลายความเครียด ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคซึมเศร้า และทำให้นอนหลับสนิทขึ้น เมื่อร่างกายได้พักผ่อนเต็มที่ก็จะตื่นตัวพร้อมดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ทั้งยังช่วยให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง ลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยและการติดเชื้อ
- บรรเทาอาการปวดประจำเดือน การมีเซ็กส์ขณะมีประจำเดือนอาจช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ อย่างไรก็ตาม การมีเซ็กส์ตอนเป็นประจำเดือนอาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัว เนื่องจากประเดือนอาจเปรอะเปื้อน และทำให้ความสุขทางเพศลดลง หรืออาจทำให้เสี่ยงติดเชื้อได้ง่าย
- ช่วยให้อายุยืน การมีเซ็กส์ทุกวันโดยไปให้ถึงจุดสุดยอดอาจทำให้ร่างกายปล่อยฮอร์โมนดีไฮโดรอีพิแอนโดรสเตอโรน (Dehydroepiandrosterone) ที่ช่วยชะลอความชรา ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ซ่อมแซมเนื้อเยื่อส่วนที่สึกหรอ ทั้งยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรง กระฉับกระเฉง และมีความสุข
- ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก การมีเซ็กส์ทุกวันอาจทำให้ผู้ชายหลั่งอสุจิเป็นประจำ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากเซลล์เจริญเติบโตผิดปกติ นอกจากนี้ การช่วยตัวเองจนหลั่งอสุจิออกมาก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงได้เช่นเดียวกัน
ความเสี่ยงของ การมีเซ็กส์ทุกวัน
การมีเซ็กส์ทุกวัน โดยไม่คำนึงถึงสุขอนามัย อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะสุขภาพ ดังต่อไปนี้
มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียไนซีเรีย โกโนเรีย (Neisseria Gonorrhoeae) ที่อาจแพร่กระจายผ่านการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก และปาก สัญญาณเตือนของหนองในอาจสังเกตได้จาก
- แสบขัดเวลาปัสสาวะ
- ผู้หญิงอาจมีตกขาวปริมาณมาก เลือดออกทางช่องคลอด และปวดท้องอุ้งเชิงกราน
- อัณฑะของผู้ชายบวม และอาจมีหนองไหลออกจากบริเวณปลายองคชาต
เป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่เกิดจากติดเชื้อแบคทีเรียทรีโพนีมา แพลลิดัม (Treponema Pallidum) ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ และอาจติดต่อได้จากการสัมผัสกับเชื้อโดยตรง เช่น แผลบนผิวหนัง ใช้สิ่งของร่วมกัน ซิฟิลิสในระยะแรกอาจทำให้มีแผลพุพองรอบทวารหนัก อวัยวะเพศ หรือรอบปาก ผมร่วง ต่อมน้ำเหลืองบวม มีไข้ ซึ่งหากมีอาการดังกล่าวควรเข้าพบคุณหมอทันที เพื่อป้องกันหัวใจและสมองเสียหาย สูญเสียการได้ยินและการมองเห็น
เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อย เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV) ส่งผลให้เกิดตุ่มสีขาวบริเวณอวัยวะเพศ ช่องคลอด ถุงอัณฑะ องคชาต ทวารหนัก บางคนอาจมีอาการคัน เลือดออกขณะมีเพศสัมพันธ์
เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเริม HSV-1 และ HSV-2 จากการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางปาก หรือการสัมผัสผิวหนังของผู้ติดเชื้อ โดยอาการของเริมอาจเกิดขึ้นหลังจากร่างกายได้รับเชื้อประมาณ 2-12 วัน สามารถสังเกตได้จากอาการคันบริเวณที่ติดเชื้อ มีตุ่มขึ้น แผลพุพอง บริเวณอวัยวะเพศ
หลังได้รับเชื้อเอชไอวีประมาณ 14-28 วัน จะเริ่มมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น ไอ ท้องเสีย น้ำหนักลด มีไข้ เหงื่อออกตอนกลางคืน เจ็บคอ หากปล่อยไว้เป็นเวลานานโดยไม่เข้ารับการตรวจคัดกรองหรือการรักษา อาจทำให้พัฒนาเข้าสู่ระยะเอดส์ หรือที่มักเรียกว่า โรคเอดส์ หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ที่ทำลายระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคปอดบวม วัณโรค เยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคทอกโซพลาสโมซิส (Toxoplasmosis) ซึ่งเป็นการติดเชื้อที่อาจส่งผลให้ถึงแก่ชีวิต
การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
มีสาเหตุมาจากร่างกายได้รับเชื้อแบคทีเรียผ่านการมีเพศสัมพันธ์ หรืออาจผ่านการใช้ห้องน้ำสาธารณะ ทำให้เชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ทางเดินปัสสาวะและเพิ่มจำนวนจนนำไปสู่การติดเชื้อ บางคนอาจมีอาการปัสสาวะไม่ออก หรือปัสสาวะได้ในปริมาณที่น้อยกว่าปกติ รู้สึกแสบร้อนอวัยวะเพศขณะปัสสาวะ ปัสสาวะมีกลิ่นหรือมีเลือดปน
สำหรับคู่รักที่ยังไม่พร้อมสร้างครอบครัว หากมีเซ็กส์โดยไม่ป้องกันและหลั่งใน อาจส่งผลให้อสุจิเข้าไปผสมกับไข่และกลายเป็นตัวอ่อนฝังตัวที่ผนังมดลูกและนำไปสู่การตั้งครรภ์ หากสังเกตว่าประจำเดือนไม่มาเกิน 2 เดือน มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน อารมณ์แปรปรวน ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะเวลากลางคืน ควรใช้ชุดทดสอบการตั้งครรภ์หรือเข้ารับการตรวจการตั้งครรภ์จากคุณหมอทันที
เคล็ดลับในการมีเซ็กส์อย่างปลอดภัย
การมีเซ็กส์อย่างปลอดภัย อาจทำได้ดังนี้
- สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเซ็กส์ เพื่อลดความเสี่ยงในการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และควรเลือกถุงยางที่ทำจากลาเท็กซ์ (Latex) หรือโพลียูรีเทน (Polyurethane) เพื่อป้องกันอาการแพ้น้ำยางจากธรรมชาติ
- หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนคู่นอนบ่อย ๆ หรือควรสอบถามประวัติของคู่นอนว่ามีความเสี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือไม่
- มีเพศสัมพันธ์ในรูปแบบอื่นที่มีความเสี่ยงน้อย เช่น การช่วยตัวเอง ใช้เซ็กส์ทอยเพื่อสำเร็จความใคร่
- ตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น