สุขภาพ

สุขภาพ เป็นเรื่องสำคัญ เราจึงได้รวบรวมข้อมูลที่จะช่วยให้คุณดูแลสุขภาพได้ดียิ่งขึ้นไว้ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารสุขภาพ ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป และอื่น ๆ อีกมากมาย หากคุณมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยคุณได้แน่นอน

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพ

อากาศเปลี่ยนบ่อย เสี่ยงป่วยง่ายจริงไหม?

ช่วงนี้หลายคนอาจเริ่มต้นวันด้วยการเช็ก สภาพอากาศ หรือดู พยากรณ์อากาศ ว่า อากาศพรุ่งนี้ จะร้อน ฝนตก หรือเย็นลง เพราะอากาศที่เปลี่ยนเร็วส่งผลต่อการใช้ชีวิตโดยตรง ทั้งการแต่งตัว การเดินทาง การทำงานกลางแจ้ง และการดูแลสุขภาพ คำถามคือ อากาศเปลี่ยนบ่อยทำให้ป่วยง่ายจริงไหม? คำตอบคือ อากาศเปลี่ยนไม่ได้ทำให้เราป่วยทันทีเสมอไป แต่เป็นปัจจัยที่อาจทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน อ่อนล้า หรือเสี่ยงต่อโรคทางเดินหายใจได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝน เดี๋ยวเย็น หรือมีความชื้นสูง หากร่างกายพักผ่อนไม่พอ กินอาหารไม่ครบ ดื่มน้ำน้อย หรืออยู่ในพื้นที่แออัดที่มีคนไอจามร่วมด้วย ก็อาจทำให้เสี่ยงเป็นไข้หวัด ภูมิแพ้อากาศ หรืออาการเจ็บคอ คัดจมูก ได้ง่ายขึ้น บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าอากาศเปลี่ยนเกี่ยวกับการป่วยอย่างไร และควรดูแลตัวเองแบบไหนให้แข็งแรงในทุกวัน อากาศเปลี่ยนบ่อย ทำไมหลายคนถึงป่วยง่าย เมื่ออุณหภูมิ ความชื้น หรือฝนเปลี่ยนแปลงเร็ว ร่างกายต้องปรับตัวตามสภาพแวดล้อมอยู่เสมอ บางวันอากาศร้อนจัด ช่วงบ่ายฝนตกหนัก แล้วตอนกลางคืนอากาศเย็นลง คนที่พักผ่อนไม่พอหรือมีภูมิคุ้มกันอ่อนแออาจรู้สึกไม่สบายตัวได้ง่าย ปัจจัยที่ทำให้ป่วยง่ายในช่วงอากาศเปลี่ยน เช่น ร่างกายปรับตัวไม่ทันเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนเร็ว เสื้อผ้าเปียกฝนหรือชื้นนาน ทำให้ร่างกายเย็น ความชื้นสูงทำให้รู้สึกอึดอัดและไม่สบายตัว อากาศเย็นหรือฝุ่นละอองกระตุ้นภูมิแพ้ อยู่ในพื้นที่ปิดหรือแออัด ทำให้เชื้อทางเดินหายใจแพร่กระจายง่ายขึ้น นอนน้อย ทำงานหนัก หรือดื่มน้ำน้อย ทำให้ร่างกายฟื้นตัวไม่ดี กลุ่มที่ต้องระวังมากเป็นพิเศษคือเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ […]

หมวดหมู่ สุขภาพ เพิ่มเติม

สำรวจ สุขภาพ

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ภาวะรูม่านตาต่างขนาด (Anisocoria)

ภาวะรูม่านตาต่างขนาด (Anisocoria) คือ รูม่านตามีขนาดไม่เท่ากัน (วงกลมสีดำกลางดวงตา) ส่งผลให้ผู้ป่วยมองเห็นภาพซ้อน สูญเสียการมองเห็น มีไข้ ปวดศีรษะ เป็นต้น คำจำกัดความภาวะรูม่านตาต่างขนาด (Anisocoria) คืออะไร ภาวะรูม่านตาต่างขนาด (Anisocoria) คือ รูม่านตามีขนาดไม่เท่ากัน (วงกลมสีดำกลางดวงตา) ส่งผลให้ผู้ป่วยมองเห็นภาพซ้อน สูญเสียการมองเห็น มีไข้ ปวดศีรษะ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางรายอาจเป็นภาวะรูม่านตาต่างขนาดมาตั้งแต่กำเนิด หรือในผู้ป่วยบางคนอาจเป็นภาวะรูม่านตาต่างขนาดเพียงชั่วคราวเท่านั้นก็สามารถหายกลับมาเป็นปกติได้เอง พบได้บ่อยเพียงใด ภาวะรูม่านต่างขนาดอาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วยโดยกำเนิด หรือในบางรายอาจเกิดจากการได้รับบาดเจ็บซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อดวงตา อาการอาการของภาวะรูม่านตาต่างขนาด ภาวะรูม่านตาต่างขนาดขึ้นอยู่กับสาเหตุและปัจจัยหลายๆอย่าง โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะมีอาการ ดังต่อไปนี้ มองเห็นภาพซ้อน สูญเสียการมองเห็น ปวดศีรษะ ปวดตา ปวดคอ ไข้ ควรไปพบหมอเมื่อใด หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใด ๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ สาเหตุสาเหตุของภาวะรูม่านตาต่างขนาด สาเหตุของภาวะรูม่านตาต่างขนาดเกิดจากปัจจัยหลายๆ อย่างด้วยกัน ดังนี้ การได้รับบาดเจ็บโดยตรงกับดวงตา การถูกกระทบกระแทก มีเลือดออกในกะโหลกศีรษะ การอักเสบของเส้นประสาทตา เนื้องอกในสมอง อาการไขสันหลังอักเสบ การวินิจฉัยและการรักษาข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม การวินิจฉัยภาวะรูม่านตาต่างขนาด  ในเบื้องต้นแพทย์จะซักประวัติและสอบถามอาการผู้ป่วยเพื่อดูความผิดปกติของรูม่านตา รวมถึงวิธีการอื่นๆ ดังต่อไปนี้ ตรวจตา การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดแดง (complete blood count: CBC) การตรวจเลือด เจาะน้ำไขสันหลัง การตรวจเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Computerized Tomography Scan : CT SCAN) การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging : MRI) การเอกซเรย์ (X-Ray) การรักษาภาวะรูม่านตาต่างขนาด วิธีการรักษาภาวะรูม่านตาต่างขนาดขึ้นอยู่กับสาเหตุของแต่ละบุคคล เช่น หากเกิดจากการติดเชื้อแพทย์อาจสั่งยาหยอดตาหรือยาปฏิชีวนะให้ผู้ป่วย หากเกิดจากสาเหตุเนื้องอกในสมอง […]


ขั้นตอนทางการแพทย์และการผ่าตัด

บรรเทาอาการต่อมน้ำเหลืองบวมได้ง่าย ๆ ด้วย การนวดระบายน้ำเหลือง

ภาวะบวมน้ำเหลือง หมายถึงอาการบวมของต่อมน้ำเหลือง เนื่องมาจากการอุดตันของท่อน้ำเหลืองในบริเวณใกล้เคียง ที่อาจจะเกิดขึ้นจากพันธุกรรม หรือบาดแผลผ่าตัด จนทำให้เกิดน้ำเหลืองสะสมใต้ผิวหนัง และทำให้ผิวหนา ตะปุ่มตะป่ำ ไม่น่าดู แต่รู้หรือไม่คะว่าเราสามารถจัดการกับปัญหานี้ได้ ด้วยการนวดระบายน้ำเหลือง วันนี้ Hello คุณหมอ จะมาแนะนำเรื่อง การนวดระบายน้ำเหลือง อีกทางเลือกหนึ่งในการบรรเทาอาการบวมน้ำเหลือง [embed-health-tool-heart-rate] การนวดระบายน้ำเหลือง คืออะไร การนวดระบายน้ำเหลือง คือการนวดประเภทหนึ่ง ที่ช่วยทำให้น้ำเหลืองในร่างกาย สามารถไหลเวียนได้ดีขึ้น และช่วยลดการคั่งค้างหรือสะสมของน้ำเหลืองตามจุดต่างๆ ได้ น้ำเหลืองที่ไหลเวียนในระบบน้ำเหลือง จะช่วยในการกำจัดของเสียและน้ำส่วนเกินที่อยู่ในเนื้อเยื่อต่างๆ ในต่างกาย นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยกำจัดเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม ท่อน้ำเหลืองจะเป็นตัวการในการลำเลียงให้น้ำเหลืองสามารถไหลเวียนไปยังจุดต่าง ๆ ในร่างกายได้ เพื่อนำของเสียและน้ำส่วนเกินจากเนื้อเยื่อมาผ่านการกรองที่ต่อมน้ำเหลือง ในบางครั้ง สภาวะบางอย่าง เช่น แผลจากการผ่าตัด และสภาวะอื่นๆ อาจทำให้เกิดการอุดตันในท่อน้ำเหลือง จนทำให้มีน้ำเหลืองสะสมอยู่ในชั้นใต้ผิวหนัง การนวดระบายน้ำเหลืองสามารถช่วยลดอาการบวมน้ำเหลือง และช่วยเพิ่มการไหลเวียนของน้ำเหลืองให้ดีขึ้นได้ โดยปกติแล้ว การนวดระบายน้ำเหลืองนั้นมักจะเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมการรักษาที่เรียกว่า การบำบัดเพื่อรักษาอาการอุดตันของน้ำเหลือง (Decongestive lymphatic therapy ; DLT) ใครบ้างที่ต้องการการนวดระบายน้ำเหลือง การนวดระบายน้ำเหลือง เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาดังต่อไปนี้ ภาวะบวมน้ำเหลือง โรคปวดกล้ามเนื้อไฟโบรมัยอัลเจีย (Fibromyalgia) โรคบวมน้ำ (Edema) โรคผิวหนัง อาการเหนื่อยล้า นอนไม่หลับ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ลิ้นแตกเป็นร่อง สาเหตุ อาการ และวิธีการรักษา

ลิ้นแตกเป็นร่อง (Fissured Tongue)  คือ ภาวะที่เป็นพิษต่อลิ้นส่งผลให้ลิ้นมีลักษณะเป็นร่องแตกยาว โดยปกติลิ้นรอยแยกหลักจะเกิดขึ้นที่กลางลิ้น อย่างไรก็ตามอาการลิ้นแตกเป็นร่องไม่ใช่โรคติดต่อหรือส่งผลอันตรายต่อสุขภาพแต่อย่างใด [embed-health-tool-bmi] คำจำกัดความ ลิ้นแตกเป็นร่อง คืออะไร   ลิ้นแตก เป็นร่อง (Fissured Tongue)  คือ ภาวะที่เป็นพิษต่อลิ้นส่งผลให้ลิ้นมีลักษณะเป็นร่องแตกยาว โดยปกติลิ้นรอยแยกหลักจะเกิดขึ้นที่กลางลิ้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาจมีอาการลิ้นลายแผนที่ (Geographic Tongue) เกิดร่วมด้วย อย่างไรก็ตามอาการลิ้นแตกเป็นร่องไม่ใช่โรคติดต่อหรือส่งผลอันตรายต่อสุขภาพแต่อย่างใด พบได้บ่อยเพียงใด ผู้ป่วยลิ้นแตกเป็นร่องสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัยโดยส่วนใหญ่มักพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง โดยเฉพาะกลุ่มอาการดาวน์ (Down syndrome) และกลุ่มอาการเมลเคอร์สสัน-โรเซ็นทาล (Melkersson-Rosenthal) อาการ อาการของลิ้นแตกเป็นร่อง ผู้ป่วยจะสังเกตเห็นรอยแตกที่ร่องที่ลิ้นได้อย่างชัดเจน ร่องลิ้นจะลึก โดยเฉพาะส่วนตรงกลางของลิ้นจะสังเกตได้ง่ายที่สุด  ลักษณะเป็นรอยแยก สีแดง หรือสีชมพู นอกจากนี้ผู้ป่วยบางรายอาจมีลิ้นลายแผนที่เกิดร่วมด้วย และมีความลึกของร่องลิ้นไม่เกิน 6 มิลลิเมตร รอยแตกแต่ละรอยอาจเชื่อมกับรอยแตกอื่น ๆ โดยแยกรอยแตกออกเป็นส่วนเล็ก ๆ หรือส่วนต่าง ๆ อาการลิ้นแตกเป็นร่อง อาจส่งผลให้ลิ้นผู้ป่วยบางรายไวต่อความรู้สึกเร็วเกินไป จนทำให้รู้สึกไม่สบายตัว ระคายเคืองได้ ควรไปพบหมอเมื่อใด หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใด ๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ สาเหตุ สาเหตุของกลุ่ม อาการลิ้นแตกเป็นร่อง ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของอาการลิ้นแตกเป็นร่อง โดยมีข้อสันนิษฐานว่าอาจได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม หรืออาจเกิดขึ้นครั้งแรกในวัยเด็ก รวมถึงสาเหตุอื่นๆ ดังนี้ การขาดสารอาหาร และขาดวิตามิน ภาวะที่มีอาการบวมที่ริมฝีปากและใบหน้า (Orofacial […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ทำความรู้จักกับ ระบบน้ำเหลือง อีกหนึ่งระบบสำคัญ ที่ไม่ควรมองข้าม

น้ำเหลือง เป็นส่วนประกอบหนึ่งในร่างกายที่หลาย ๆ คนคุ้นเคยกันมานาน แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า น้ำเหลืองคืออะไร และทำหน้าที่อย่างไรในร่างกาย วันนี้ Hello คุณหมอ เลยจะมาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับ ระบบน้ำเหลือง อีกหนึ่งระบบสำคัญในร่างกายที่ไม่ควรมองข้าม ระบบน้ำเหลือง คืออะไร ระบบน้ำเหลือง (Lymphatic system) คือเครือข่ายที่เชื่อมต่อระหว่างเนื้อเยื่อ หลอดเลือด และอวัยวะในร่างกาย เพื่อไหลเวียนของของเหลวไร้สี ที่เรียกว่า น้ำเหลือง ให้กลับเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิต น้ำเหลืองจะไหลเวียนไปทั่วทั้งร่างกาย คล้ายคลึงกับการไหลเวียนของเลือด หน้าที่หลักๆ ของระบบน้ำเหลือง มีดังนี้ รักษาความสมดุลของระดับน้ำในร่างกาย โดยการเก็บสะสมน้ำส่วนเกินที่ไหลออกมาจากเซลล์และเนื้อเยื่อทั่วร่างกาย แล้วส่งคืนกลับเข้าสู่กระแสเลือด ดูดซึมไขมันและวิตามินที่ละลายในไขมัน ที่อยู่ในระบบทางเดินอาหาร แล้วส่งคืนกลับเข้าสู่กระแสเลือด ปกป้องร่างกายจากเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมต่างๆ โดยการผลิตเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ (Lymphocyte) และเซลล์ภูมิคุ้มกันอื่น ๆ ที่ช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกาย เช่น เชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อไวรัส เป็นต้น ลำเลียงและกำจัดเซลล์ที่ผิดปกติออกจากน้ำเหลือง ส่วนประกอบของระบบน้ำเหลือง ระบบน้ำเหลืองนั้นเป็นเครือข่ายซับซ้อน ที่ประกอบไปด้วยส่วนต่าง ๆ มากมาย ได้แก่ น้ำเหลือง น้ำเหลือง คือของเหลวส่วนเกินที่ไหลออกมาจากเซลล์และเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย รวมเข้ากับสารอื่น ๆ เช่น โปรตีน แร่ธาตุ ไขมัน เซลล์ น้ำเหลืองนั้นจะช่วยลำเลียงเซลล์เม็ดเลือดขาวไปยังจุดต่าง […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

แผลตกสะเก็ด เมื่อไหร่..ทำไมถึงทำให้เรารู้สึกคันแผลทุกทีนะ

Hello คุณหมอ เชื่อว่าทุกคนคงคุ้นเคยกับความรู้สึกนี้กันมาแล้ว ทุกครั้งที่เรามีแผลที่กำลังใกล้จะหาย หรือเรียกกันง่าย ๆ ว่า แผลตกสะเก็ด มักจะทำให้เรานั้นรู้สึกมีอาการคันยิบ ๆ ทุกที แต่ก็ไม่สามารถจะเกาได้ เพราะเกรงว่าแผลจะกลับมาฉีกอีกครั้ง ดังนั้น วันนี้เราจึงมีคำตอบมาให้ทุกคน ได้ร่วมคลายข้อสงสัยนี้ไปพร้อม ๆ กันค่ะ [embed-health-tool-bmi] แผลตกสะเก็ด คืออะไร แผลตกสะเก็ด เป็นกระบวนการอย่างหนึ่งในการซ่อมเซลล์ผิว หรือแผลของคุณที่ได้รับความเสียหาย โดยจะมีลักษณะเป็นก้อนสีดำแข็งก่อตัวอยู่รอบ ๆ แผลของคุณเพื่อเป็นเกราะป้องกันในช่วงของการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาทดแทน ทำไมแผลตกสะเก็ด ถึงทำให้เรารู้สึกคัน ร่างกายของคนเรามีเส้นประสาทเล็ก ๆ ที่บอบบางอยู่ตามชั้นใต้ผิวหนัง เมื่อใดที่มีบางสิ่งบางอย่างไปรบกวน เช่น การตกสะเก็ด จนทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณเส้นประสาทนั้น ก็อาจสามารถทำให้คุณเกิดอาการคันขึ้นได้ อีกทั้งเส้นประสาทนี้มีความไวต่อสารฮีสตามีน (Histamine) ที่ร่างกายปล่อยออกมา เพื่อกระตุ้นเซลล์เนื้อเยื่อจากแผลของคุณให้เกิดการสร้างตัวขึ้นมาใหม่ จึงส่งผลให้เกิดเป็นปฏิกิริยาตอบสนอง ส่งผลให้คุณมีอาการคันเล็กน้อยต่อบริเวณแผลที่ผิวหนังของคุณฉีกขาด กระบวนการพัฒนาของ แผลสด-แผลตกสะเก็ด บาดแผลของคุณไม่ว่าจะขนาดเล็ก หรือขนาดใหญ่ ก็ล้วนใช้ระยะเวลาในการรักษาจากระบบการทำงานของตามธรรมชาติของร่างกายคุณเองทั้งสิ้น โดยมีกระบวนการ 4 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้ ระยะเลือดออก เป็นระยะแรกที่เมื่อคุณประสบอุบัติเหตุจนเกิดการบาดเจ็บ และผิวหนังฉีกขาด ร่างกายของคุณจะทำการตอบสนองที่คุณสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน นั่นก็คือ การมีเลือดออกบริเวณบาดแผล พร้อมกับน้ำเหลือง จากนั้นของเหลวเหล่านี้จะทำการแข็งตัวเอง เพื่อลดอัตราการสูญเสียเลือด ขั้นตอนการซ่อมแซมบาดแผล ถัดมาจากระยะแรก ร่างกายคุณจะเริ่มทำการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

คอเลสเตซิส (Cholestasis)

คอเลสเตซิส (Cholestasis) เกิดจากความผิดปกติของตับ เนื่องจากท่อถุงน้ำดีของตับเกิดการอุดตัน โดยปกติทั่วไปตับจะทำหน้าที่ผลิตน้ำดี ซึ่งช่วยในการย่อยอาการโดยเฉพาะไขมัน แต่เมื่อท่อน้ำดีเกิดการอุดตัน จะส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ คำจำกัดความคอเลสเตซิส (Cholestasis) คืออะไร คอเลสเตซิส (Cholestasis) เกิดจากความผิดปกติของตับ เนื่องจากท่อถุงน้ำดีของตับเกิดการอุดตัน โดยปกติทั่วไปตับจะทำหน้าที่ผลิตน้ำดี ซึ่งช่วยในการย่อยอาหารโดยเฉพาะไขมัน แต่เมื่อท่อน้ำดีเกิดการอุดตัน จะส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เป็นโรคคอเลสเตซิสมักมีอาการตัวเหลือง ผิวเหลือง รู้สึกคันอย่างรุนแรง ปวดท้อง เป็นต้น พบได้บ่อยเพียงใด คอเลสเตซิสสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย  แต่ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นกับสตรีมีครรภ์ อาการของคอเลสเตซิสอาการของคอเลสเตซิส อาการคัน แต่ไม่มีผื่น เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุดของผู้ป่วยคอเลสเตซิส จะรู้สึกคันบริเวณฝ่ามือหรือฝ่าเท้า ในบางกรณีอาจรู้สึกคันทุกส่วนในร่างกาย และยิ่งรู้สึกคันมากพิเศษในช่วงเวลากลางคืน รวมถึงอาการอื่น ๆ ดังนี้ ผิวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน) ปัสสาวะสีเข้ม รู้สึกเมื่อยล้า อ่อนแรง อุจจาระสีซีด  เบื่ออาหาร ควรไปพบหมอเมื่อใด หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใด ๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ สาเหตุสาเหตุของคอเลสเตซิส การอุดตันของน้ำดีสามารถเกิดขึ้นได้หลายปัจจัยด้วยกัน ดังนี้ การรับประทานยา ยาที่อาจทำให้ตับเกิดความผิดปกติ อย่างยาปฏิชีวนะบางชนิด เช่น อะม็อกซี่ซิลลิน (Amoxicillin) มิโนซัยคลิน (Minocycline) และยากลุ่มอนาบอลิกสเตียรอยด์ (Anabolic Steroid) รวมถึง ยาคุมกำเนิด ยาต้านจุลชีพ ยากันชัก เป็นต้น โรค […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

น้ำส้มสายชูทำความสะอาด ของในบ้านได้ แถมปลอดสารเคมีด้วย

ส่วนใหญ่เมื่อพูดถึงน้ำส้มสายชู หลายคนคงนึกถึงการเอาไว้ปรุงรสชาติ หรือใช้สำหรับทาหารเสียส่วนใหญ่ แต่ความจริงแล้วน้ำส้มสายชูยังมีประโยชน์อย่างอื่นที่นอกเหนือจากการใช้ทำอาหาร นั่นก็คือ น้ำส้มสายชูทำความสะอาด ของในบ้านได้ แต่จะใช้ทำความสะอาดอะไรได้บ้าง ต้องมาติดตามกันใน Hello คุณหมอ ประโยชน์ของน้ำส้มสายชูที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด อย่างที่กล่าวแล้วข้างต้นว่าน้ำส้มสายชูนั้นไม่ได้มีประโยชน์แค่เพียงใช้ในการปรุงอาหาร แต่ยังสามารถใช้เป็นน้ำยาทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี เนื่องจากน้ำส้มสายชูผลิตมาจาก “กรดอะซิติก (Acetic Acid)” ซึ่งกรดนี้เป็นสารประกอบอินทรีย์ไม่มีสี รสเปรี้ยว และมีกลิ่นฉุน ธรรมชาติของน้ำส้มสายชูคือมีฤทธิ์เป็นกรด จึงทำให้สามารถละลายแร่ธาตุ สิ่งสกปรก และไขมัน ทั้งยังสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้อีกด้วย น้ำส้มสายชูใหลายประเภทด้วยกัน ซึ่งสามารถแยกออกได้ ดังนี้ น้ำส้มสายชูที่หมักด้วยแอปเปิ้ลสด หรือที่หลาย ๆ คนมักเรียกติดปากกันว่า น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล (Apple Cider Vinegar) น้ำส้มสายชูกลั่นสีขาว น้ำส้มสายชูบาลซามิก (Balsamic Vinegar) น้ำส้มสายชูหมักจากไวน์แดงหรือไวน์ขาว (Red or White Wine Vinegar) เลือกใช้น้ำส้มสายชูทำความสะอาดอย่างไรจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดี สำหรับสุดยอดน้ำส้มสายชู ได้แก่ น้ำส้มสายชูกลั่นสีขาว ซึ่งเหมาะที่สุดที่จะนำมาใช้ในการทำความสะอาด เพราะมันไม่มีสารแต่งสี จึงทำให้ไม่เปื้อนพื้นผิว นอกจากนี้น้ำส้มสายชูกลั่นยังมีความเป็นกรดประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งคล้ายดีบระดับความเป็นกรดในน้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ หากพูดถึงเรื่องกลิ่น น้ำส้มสายชูค่อนข้างมีกลิ่นฉุนที่อาจจะไม่เป็นที่พึงประสงค์สำหรับคุณสักเท่าไหร่ ดังนั้น คุณอาจจะเลือกใช้เป็นน้ำส้มสายชูที่หมักด้วยแอปเปิ้ลสดก็ได้ เพราะมันจะมีกลิ่นที่จางกว่าเล็กน้อย แต่น้ำส้มสายชูที่หมักด้วยแอปเปิ้ลสดจะมีสีที่เข้มกว่า ดังนั้น […]


ข่าวสารสุขภาพทั่วไป

ทางการจีนยกระดับเตือนภัย กาฬโรคต่อมน้ำเหลือง หลังพบผู้ป่วยใน มองโกเลีย

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2563 ทางการท้องถิ่นจีนได้ประกาศยกระดับการเตือนภัย กาฬโรคต่อมน้ำเหลือง (Bubonic Plague) เป็นระดับ 3 หลังพบว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อกาฬโรคต่อมน้ำเหลือง 1 ราย เป็นคนเลี้ยงสัตว์ที่อยู่ในเมืองบายันนูร์ ในเขตปกครองตนเอง มองโกเลีย ในซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของจีน และตอนนี้ผู้ติดเชื้ออยู่ระหว่างถูกกักตัวและพักรักษาตัวในโรงพยาบาล โดยอาการยังคงที่ กาฬโรคต่อมน้ำเหลือง เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ในอดีตโรคนี้ได้ชื่อว่าเป็น กาฬมรณะ หรือ ความตายสีดำ (Black Death) ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนทั้งในทวีปแอฟริกา เอเชีย และยุโรปไปมากกว่า 50 ล้านคนในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14 และถือว่าเป็นโรคระบาดที่สร้างความเสียหายมากที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติเลยก็ว่าได้ สาเหตุที่ทางการจีนประกาศยกระดับการเตือนภัยเป็นระดับ 3 เนื่องจากพบว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่ระบาดของ กาฬโรคต่อมน้ำเหลือง ในมนุษย์จากเมืองบายันนูร์ เขตการปกครองตนเอง มองโกเลีย ซึ่งเป็นจุดที่พบการติดเชื้อเป็นแห่งแรก จึงเห็นสมควรที่จะยกระดับในการเฝ้าระวังและเพิ่มศักยภาพในการรับมือกับโรคนี้ให้มากขึ้น เพื่อที่จะได้ป้องกันประชาชนในพื้นที่จากการแพร่ระบาดของโรคให้ได้มากที่สุด โดยทางการท้องถิ่นระบุว่า การยกระดับการเตือนภัยกาฬโรคในครั้งนี้จะมีผลจนถึงปีพ.ศ. 2564 และหากพบว่ามีการเจ็บป่วยหรือการเสียชีวิตของมนุษย์และตัวมาร์มอต (Marmot) หรือที่เรียกว่ากระรอกดินหิมาลายัน ซึ่งเป็นกระรอกดินขนาดใหญ่ และต้องสงสัยว่าอาจเกิดจากโรคกาฬโรค จะต้องรีบแจ้งให้ทางการทราบทันที คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (National Health Commission) ให้ข้อมูลว่า ตั้งแต่ปี […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

5 โรคแฝง ที่มาพร้อมกับ สัญญาณอาการเหนื่อยล้า

อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และเหนื่อยล้า อาจจะอาการที่เราหลายคนพบเจอกันได้บ่อย ๆ โดยเฉพาะกับกลุ่มคนวัยทำงาน ที่ต้องนั่งอยู่หน้าคอมเป็นเวลานานๆ และไม่ค่อยได้มีเวลาออกกำลังกาย แต่คุณรู้รึเปล่าคะว่า อาการเหนื่อยล้า อาจจะเป็นสัญญาณบ่งบอกโรคแฝงอื่น ๆ ได้อย่างที่คุณคาดไม่ถึง บทความนี้ของ Hello คุณหมอ จะมานำเสนอ 5 โรคแฝง ที่มาพร้อมกับ สัญญาณอาการเหนื่อยล้า ที่หลายคนอาจจะมองข้าม 5 โรคแฝง ที่มาพร้อมกับ สัญญาณอาการเหนื่อยล้า ภาวะโลหิตจาง หนึ่งในอาการที่พบได้บ่อยที่สุดของภาวะโลหิตจาง คืออาการเหนื่อยล้าเป็นประจำ โดยเฉพาะกับผู้ที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ธาตุเหล็ก เป็นธาตุที่สำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์ที่ทำหน้าที่ในการลำเลียงออกซิเจนไปยังเซลล์เนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย เมื่อร่างกายได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ จนทำให้กระบวนการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงลดลง จะทำให้เซลล์ในร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ และส่งผลให้เกิดอาการเหนื่อยล้าและหายใจหอบได้ นอกเหนือจากอาการเหนื่อยล้าแล้ว ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กก็ยังอาจทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น อ่อนแรง ผิวซีด เจ็บหน้าอก หายใจหอบ ปวดหัว วิงเวียน หรือเบื่ออาหาร เป็นต้น โรคเบาหวาน หนึ่งในอาการหลักของโรคเบาหวาน ทั้งประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 คืออาการเหนื่อยล้า โรคเบาหวานประเภทที่ 1 หมายถึงการที่ร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลิน (Insulin) ฮอร์โมนที่ช่วยจัดการกับน้ำตาลในเลือดออกได้ ส่วนโรคเบาหวานประเภทที่ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

วิตามินดี ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง ได้จริงเหรอ

เป็นที่รู้กันว่าวิตามินดีนั้นเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง แต่ในความจริงแล้ว วิตามินดีอาจจะมีประโยชน์มากกว่านั้น โดยเฉพาะกับในเรื่องของการต้านมะเร็ง เพราะนักวิทยาศาสตร์บางส่วนมีความเห็นว่า วิตามินดี อาจสามารถช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ แต่ก็ยังมีงานวิจัยบางส่วนที่ออกมาโต้แย้งกับความเห็นนี้ วันนี้ Hello คุณหมอ จะมานำเสนอเกี่ยวกับ วิตามินดีและโรคมะเร็ง ว่ามีความสัมพันธ์กับอย่างไร และสามารถใช้ วิตามินดีป้องกันมะเร็ง ได้จริงหรือไม่ งานวิจัยพบอะไรเกี่ยวกับ วิตามินดีและโรคมะเร็ง ความเห็นจากฝั่งที่สนับสนุนแนวคิดที่ว่า วิตามินดีนั้นสามารถช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้นั้น เนื่องจากงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of Public Health ได้ศึกษาเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องของวิตามินดี และความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งชนิดต่าง ๆ ได้แก่ มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ และมะเร็งต่อมลูกหมาก งานวิจัยนั้นพบว่า ภาวะขาดวิตามินดี เมื่อรวมกับปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็งอื่น ๆ แล้ว อาจเป็นตัวการที่เพิ่มโอกาสในการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเนื่องจากโรคมะเร็งได้ ได้ ดังนั้น การรักษาระดับและรับประทานวิตามินดีให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย อาจสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง หรือการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเหล่านี้ได้ อีกหนึ่งงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐมิชิแกน ได้พบว่า การรับประทานอาหารเสริมวิตามินดี เป็นเวลาติดต่อกันอย่างน้อย 3 ปีขึ้นไป อาจสามารถช่วยรักษาชีวิต และช่วยยืดชีวิตให้ผู้ป่วยโรคมะเร็ง สามารถมีชีวิตได้ยืนยาวนานมากยิ่งขึ้น งานวิจัยนั้นได้ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง และมีอายุเฉลี่ยประมาณ 68 ปี […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน