เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ไม่ว่าคุณจะตั้งเป้าหมายเพื่อลดน้ำหนัก เพิ่มน้ำหนัก หรือรักษาค่าดัชนีมวลกาย (ฺBMI) ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ก็ล้วนแล้วแต่ต้องใช้ความมุ่งมั่นทั้งสิ้น รับคำแนะนำเกี่ยวกับ เคล็ดลับโภชนาการที่ดี เพื่อช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายได้อย่างปลอดภัยและมั่นคงยิ่งขึ้น ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ทำไมบางวันนอนเต็มอิ่ม แต่สมองกลับไม่เต็มร้อย? รู้จัก “คาร์โนซีน” สารสำคัญที่หลายคนอาจมองข้าม

ในแต่ละวัน ร่างกายและสมองต้องทำงานอย่างหนักเพื่อรับมือกับภารกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานที่ต้องใช้สมาธิ ความแม่นยำ และการตัดสินใจอย่างต่อเนื่อง แต่หลายคนอาจเคยเผชิญกับอาการสมองล้า ซึ่งมี ความรู้สึกอ่อนล้า สมองไม่ปลอดโปร่ง หรือรู้สึกไม่พร้อมตั้งแต่เริ่มต้นวันใหม่ ทั้งที่นอนหลับมาเต็มอิ่มแล้วก็ตาม แม้การพักผ่อนและการออกกำลังกายจะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่การได้รับสารอาหารที่เหมาะสมก็มีบทบาทต่อการทำงานของร่างกายและสมองเช่นกัน หลายคนที่มีอาการสมองล้า อาจสงสัยว่าสมองล้า กินอะไรดีเพื่อช่วยให้ร่างกายกลับมาสดชื่นขึ้น ซึ่งหนึ่งในอาหารบำรุงสมองที่ได้รับความสนใจคือ "คาร์โนซีน (Carnosine)" ซึ่งพบได้ตามธรรมชาติในร่างกายและในอาหารบางประเภท โดยมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการทำงานของอวัยวะที่ต้องใช้พลังงานสูง เช่น สมองและกล้ามเนื้อ บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักว่าคาร์โนซีน คืออะไร มีความสำคัญต่อร่างกายอย่างไร รวมถึงบทบาทของวิตามินบี 12 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิตามินบำรุงสมองและสารอาหารสำคัญต่อระบบประสาทและการสร้างพลังงาน พร้อมแนะนำแหล่งอาหารที่สามารถได้รับสารอาหารเหล่านี้ เพื่อสนับสนุนความพร้อมของร่างกายและสมองในแต่ละวัน คาร์โนซีน สารอาหารที่พบในกล้ามเนื้อและสมอง คาร์โนซีนเป็นสารประเภทไดเปปไทด์ (Dipeptide) ที่เกิดจากการรวมตัวของกรดอะมิโน 2 ชนิด ได้แก่ เบต้า-อะลานีน (Beta-Alanine) และแอล-ฮีสติดีน (L-Histidine) สารชนิดนี้พบได้มากในเนื้อเยื่อที่มีการใช้พลังงานสูงของร่างกาย เช่น กล้ามเนื้อ สมอง และหัวใจ แม้ว่าร่างกายจะสามารถสังเคราะห์คาร์โนซีนได้เองตามธรรมชาติ แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ระดับคาร์โนซีนในร่างกายมีแนวโน้มค่อย ๆ ลดลง เราสามารถได้รับสารชนิดนี้เพิ่มเติมจากการรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เนื้อปลา และเนื้อสัตว์ปีก รวมถึงซุปไก่สกัดได้อีกด้วย[4] ด้วยเหตุที่คาร์โนซีนพบมากในอวัยวะที่ต้องทำงานหนักและใช้พลังงานต่อเนื่องอย่างสมองและกล้ามเนื้อ จึงทำให้สารชนิดนี้ได้รับความสนใจมากขึ้นในแวดวงการดูแลสุขภาพ […]

สำรวจ เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ ชาไข่มุก และข้อเท็จจริงที่คุณควรรู้

“กินชาไข่มุกมากๆ ระวังจะเป็นโรคนะ” ประโยคคำเตือนเกี่ยวกับการรับประทานชาไข่มุกยอดฮิตที่แฟนคลับชาไข่มุกหรือชานมไข่มุกหลายต่อหลายคนมักจะได้ยินผ่านเข้าหูอยู่เสมอ แต่ ชาไข่มุก จะทำให้ร่างกายของเราแย่ลงดังที่เขาพูดกันจริงหรือ? สรุปแล้วชาไข่มุกแย่ต่อสุขภาพมากขนาดนั้นหรือไม่ มาหาคำตอบได้จากบทความนี้ของ Hello คุณหมอ ค่ะ มีอะไรอยู่ในชาไข่มุกบ้าง ชาไข่มุก หรือ ชานมไข่มุก เมนูยอดนิยมที่ไม่ว่าจะไปที่ไหน ห้างสรรพสินค้าใด ก็จะต้องเจอร้านชาไข่มุกตั้งเรียงรายกันอยู่เต็มไปหมด ชาไข่มุกหนึ่งแก้วประกอบไปด้วย น้ำตาลทราย น้ำเชื่อม นมข้นหวาน นมสด น้ำผลไม้หรือชาหลากหลายประเภทที่มีให้เลือกกันอย่างจุใจ และส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้เมนูนี้โด่งดังนั่นก็คือเม็ดไข่มุก หรือก็คือสาคูเม็ดใหญ่ที่นำไปต้มสุกนั่นเอง อย่างไรก็ตามวัตถุดิบเหล่านี้ก็จะแตกต่างกันไปตามสูตรของแต่ละร้าน บางร้านอาจมีการเพิ่มทอปปิ้ง หรือวัตถุดิบอื่น ๆ เช่น น้ำผึ้ง หรือวิปครีม เป็นต้น ชาไข่มุกให้สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต 45-62 กรัม ไขมัน 0-14 กรัม  โปรตีน 0.4-2 กรัม โดยชาไข่มุก 1 แก้ว ให้พลังงาน 240 ถึง 360 กิโลแคลอรี ซึ่งเทียบเท่ากับการรับประทานก๋วยเตี๋ยว 1 ชาม กิน ชาไข่มุก แล้วเป็นเบาหวานจริงหรือ? คำเตือนอันดับต้น ๆ เมื่อคุณกำลังรับประทาน […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

น้ำนมดิบ สดจากเต้า ปลอดภัยแค่ไหนหากจะรับประทาน

นมเป็นหนึ่งแหล่งของสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายที่ทั้งหาได้ง่ายและมีราคาถูก เราจะได้รับคุณค่าทางสารอาหาร ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ และกรดไขมันต่างๆ ได้จากการดื่มนม ไม่ว่าจะเป็นนมวัว นมแพะ หรือนมที่ได้จากสัตว์หรือจากพืชอื่นๆ หลายคนนั้นอาจจะมีความเชื่อที่ว่า นมยิ่งสดก็ยิ่งดี จึงทำให้อยากรับประทานน้ำนมดิบสดจากเต้าที่ไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรส์ โดยหารู้ไม่ว่าการดื่ม นมดิบ อาจให้โทษมากกว่าประโยชน์ นมดิบ (Raw Milk or Unpasteurized Milk) คืออะไร นมดิบ (Raw Milk or Unpasteurized Milk) หมายถึงน้ำนมสดที่ได้จากสัตว์ เช่น วัว แพะ หรือสัตว์อื่นๆ ที่ยังไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรส์เพื่อทำการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่อาจเป็นอันตรายต่างๆ ในน้ำนมดิบนั้นเต็มไปด้วยเชื้อโรคและแบคทีเรียต่างๆ เนื่องจากสภาพแวดล้อมของฟาร์มที่เลี้ยงสัตว์ให้น้ำนมเหล่านี้อาจจะไม่สะอาดมากเพียงพอและเพิ่มความเสี่ยงในการปนเปื้อนของน้ำนมได้ เราไม่สามารถการันตีได้ว่าฟาร์มที่ใช้เลี้ยงสัตว์ของเรานั้นสะอาดปราศจากเชื้ออย่างแน่นอน แม้ว่าเจ้าของฟาร์มจะพยายามดูแลรักษาความสะอาดขนาดไหนก็ตาม นอกจากนี้ โรคที่อยู่ในตัวของสัตว์ เช่น โรคเต้านมอักเสบ (Mastitis) ก็สามารถทำให้เกิดเชื้อแบคทีเรียปนเปื้อนในน้ำนมดิบได้เช่นกัน น้ำนมดิบสามารถปนเปื้อนเชื้อโรคได้ในระหว่างกระบวนการรีดนม ขนส่ง บรรจุภัณฑ์ และกักเก็บน้ำนม และในปัจจุบันนั้นยังไม่มีวิธีการไหนเลยที่จะสามารถป้องกันไม่ให้เกิดการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียเหล่านี้ในน้ำนมดิบ นอกจากการพาสเจอร์ไรส์ ซึ่งคือการนำน้ำนมไปผ่านความร้อนสูงเพื่อทำการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ยีสต์ และเชื้อราต่างๆ ที่อยู่ในน้ำนมดิบและพาชนะที่บรรจุน้ำนม กระบวนการนี้จะสามารถช่วยยืดอายุของน้ำนมให้อยู่ได้นานขึ้น ไม่เสียเร็ว และยังปลอดภัยต่อการรับประทาน […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ลดน้ำหนักแล้วผมร่วง? สัญญาณเตือนว่าคุณกำลังลดน้ำหนักผิดวิธี

ช่วงปีใหม่ใกล้เข้ามาแล้ว…หลายคนอาจจะกำลังตั้งปณิธานเกี่ยวกับสิ่งที่จะทำในปีใหม่ หรือที่เรียกว่า “New Year’s Resolution” และเชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่ต้องมีอยู่ในปณิธานปีใหม่ของคนส่วนใหญ่ ก็น่าจะเป็นการลดน้ำหนักนั่นเอง การลดน้ำหนักของแต่ละคนนั้นมีสาเหตุต่างกัน บางคนอาจเป็นเพราะเรื่องสุขภาพ บางคนอาจเป็นเพราะอยากมั่นใจยิ่งขึ้น ใส่เสื้อผ้าชิ้นไหนก็จะได้สวยเป๊ะ แต่บางคนที่กำลังลดน้ำหนัก แทนที่จะได้เป็นปลื้มกับน้ำหนักตัวที่ลดลงสมใจ อาจต้องมานั่งปวดหัวกับปัญหาอื่นที่ตามมาแทน เช่น ปัญหาผมร่วง ใครที่ ลดน้ำหนักแล้วผมร่วง ขอให้รู้ไว้ว่า…นี่คือหนึ่งในสัญญาณเตือนให้คุณทราบว่า คุณกำลังลดน้ำหนักผิดวิธี…หากไม่รีบเปลี่ยนแปลง ปัญหาสุขภาพอื่นๆ อาจตามมาได้อีก ลดน้ำหนักแล้วผมร่วง เป็นเพราะอะไร รากผม จัดเป็นส่วนประกอบที่เผาผลาญพลังงานมากที่สุดส่วนหนึ่งในร่างกาย ผลการศึกษาพบว่า การลดปริมาณแคลอรี่ ลดการบริโภคโปรตีน และการขาดสารอาหารรอง จะทำให้รากผมได้รับพลังงานและโปรตีนไม่เพียงพอ และส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของเส้นผมได้ ดังนั้นคนที่ลดน้ำหนักผิดวิธี เช่น อดอาหาร จำกัดปริมาณแคลอรี่มากเกินไป หรือกินแต่อาหารเดิมๆ ทุกวัน ไม่ยอมกินอาหารให้หลากหลาย สามารถส่งผลให้ผมร่วงหนักกว่าปกติในช่วงลดน้ำหนักได้ทั้งสิ้น ผู้เชี่ยวชาญเผยว่า ยิ่งคุณลดน้ำหนักลงได้มากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งเสี่ยงประสบปัญหาผมร่วงได้มากเท่านั้น น้ำหนักที่ขึ้นๆ ลงๆ เป็นเวลานานหลายปี ไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อระบบการเผาผลาญแต่ยังส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม บางคนที่กำลังลดน้ำหนักด้วยการกินอาหารบางรูปแบบ เช่น การกินอาหารแบบคีโตเจนิค อาจประสบปัญหาผมร่วงภายในช่วง 3-6 เดือนหลังจากเริ่มลดน้ำหนัก แต่หากคุณกินอาหารให้สมดุล ปัญหาลดน้ำหนักแล้วผมร่วงก็จะดีขึ้นและหายไปได้ภายใน 6 เดือน ปัญหาลดน้ำหนักแล้วผมร่วงไม่ได้เกิดจากการลดน้ำหนักด้วยการกินแบบผิดๆเท่านั้น แต่ความวิตกกังวลและความเครียด ที่เกิดขึ้นทั้งกับร่างกายและจิตใจในช่วงลดน้ำหนัก ก็ส่งผลให้ลดน้ำหนักแล้วผมร่วงได้เช่นกัน […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ดื่มน้ำมากเกินไป อาจเกิดภาวะน้ำเป็นพิษ ถึงตายจริงหรือ

โดยปกติแล้ว ทางการแพทย์แนะนำเอาไว้ว่า ควรดื่มน้ำ 8-12 แก้วต่อวัน นั่นถือว่าเป็นการบริโภคน้ำที่เหมาะสมแล้ว แต่บางคนอาจจะชอบบริโภคน้ำมากเป็นพิเศษ เนื่องจากอากาศในประเทศไทยส่วนใหญ่จะร้อน ทำให้เกิดการกระหายน้ำได้ง่าย รู้หรือไม่ว่า การ ดื่มน้ำมากเกินไป จะทำให้ร่างกายเกิดภาวะน้ำเป็นพิษได้ ซึ่งภาวะน้ำเป็นพิษนี้ อาจทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว ภาวะน้ำเป็นพิษ คืออะไร? ภาวะน้ำเป็นพิษ (Water intoxication or Water poisoning) เกิดจากการที่ดื่มน้ำมากจนเกินไป จนส่งผลให้สมองหยุดทำงานโดยชะงัก และส่งผลให้ปริมาณน้ำในเลือดมาก เนื่องจากน้ำสามารถเจือจางอิเล็กโทรไลต์ในเลือดของคุณโดยเฉพาะโซเดียม ซึ่งโดยปกติแล้ว โซเดียมช่วยปรับสมดุลของของเหลวระหว่างภายในและภายนอกเซลล์ เมื่อโซเดียมลดลงจากปริมาณการใช้น้ำที่มากจนเกิดภาวะโซเดียมในเลือดน้อยเกินแบบเจือจาง (Dilutional Hyponatremia) จึงส่งผลให้เกิดการบวม นอกจากนั้นยังส่งผลกระทบต่อเซลล์สมอง ซึ่งอาจอันตายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ สัญญาณเตือนเมื่อ ดื่มน้ำมากเกินไป ภาวะน้ำเป็นพิษ มักจะปรากฏหลังจากที่คุณดื่มน้ำมากกว่า 3-4 ลิตรในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า กำลังตกอยู่ในภาวะน้ำเป็นพิษ ความจริงแล้วก็มีสัญญาเตือนบางอย่าง ที่สามารถทำให้คุณสังเกตได้ว่า กำลังอยู่ในภาวะน้ำเป็นพิษหรือไม่ ซึ่งสัญญาเตือนต่างๆ มีดังนี้ ปวดศีรษะ (Headache) ตะคริว ชัก หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง คลื่นไส้หรืออาเจียน ง่วงนอน และอ่อนเพลีย ชักหรือหมดสติ (ในกรณีที่มีความรุนแรงมาก) กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะน้ำเป็นพิษ โดยปกติแล้ว คนส่วนใหญ่ไม่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะขาดออกซิเจน เนื่องจากร่างกายมีความสามารถในการรักษาสมดุลของของเหลวและอิเล็กโตรไลต์ แต่บางคนกลับมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากพวกเขาอาจคิดว่า พวกเขาต้องการน้ำมากกว่าที่กำลังบริโภคอยู่ […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

บุฟเฟต์ กินอย่างไรให้สุขภาพดี

ในช่วงหลายๆปีที่ผ่านมาความนิยมในการกินอาหารบุฟเฟ่ต์ รวมทั้งการจัดเลี้ยงอาหารแบบบุฟเฟต์ในงานปาร์ตี้สังสรรค์ต่างๆได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากความหลากหลายของอาหารที่มีมากกว่า ทำให้แขกในงานสามารถกำหนดปริมาณและชนิดของอาหารที่จะทานได้เองซึ่งน่าจะทำให้ผู้ทานมีความพึงพอใจและอิ่มพอดี แต่ในการศึกษาวิจัยกลับพบว่า ผู้หญิงที่ทานอาหารแบบบุฟเฟ่ต์นั้นจะได้รับพลังงานมากกว่าการทานอาหารมื้อปกติ 250 – 350  กิโลแคลอรีต่อมื้อ จากการทานอาหารและขนมที่มีไขมันและน้ำตาลสูง วันนี้เรามีเคล็ดลับง่ายๆในการ กินให้สุขภาพดี ให้ลองทำกันดูค่ะ เตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปสังสรรค์ ทานมื้อเช้าให้อิ่ม การอดอาหารเช้า ทำให้ร่างกายมีความรู้สึกอยากกินจุบจิบ รวมทั้ง มีแนวโน้มจะทานอาหารในมื้อต่อๆไปมากกว่าปกติ รองท้องซักนิดก่อนไปงาน ควรเลือกทานอาหารกลุ่มโปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ นม ไข่ และกลุ่มข้าวแป้งไม่ขัดสีสักนิดก่อนไปงาน เพื่อให้ร่างกายไม่หิวจนเกินไป เพราะเวลาคนเราหิวมากๆก็จะหน้ามืดตามัวทานอาหารแบบไม่ยั้งได้ ดื่มน้ำเอาฤกษ์เอาใช้ ความรีบร้อนเพราะกลัวจะมาสาย อาจทำให้รู้สึกเหนื่อยและหิว เราไม่ควรใจร้อนเดินไปที่ไลน์อาหารโดยทันที แนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าซักแก้วเพื่อดับกระหายแล้วนั่งพักสักครู่ก่อน เดินดูอาหารให้รอบ การเดินดูอาหารให้รอบจะช่วยให้เราเห็นว่าในงานมีอาหารอะไรบ้าง เพราะหากเราไม่ดูก่อนเราก็จะตักไปเรื่อยเพราะคิดว่าอาหารมีให้เลือกเท่านี้ พอเจอเมนูที่น่าทานก็ตักไปเรื่อยๆ โดยให้เหตุผลว่า “เพิ่งเห็น ไม่รู้ว่ามีเมนูนี้ด้วย” จานสุขภาพ สูตร 2:1:1 มีผักอย่างน้อยครึ่งจานทุกครั้งที่เดินไปตักอาหาร โดยเมนูผักนี้อาจเป็นสลัด ผัดผัก ต้มจืด หรือผักย่างก็ได้ ส่วนอีกครึ่งจานให้แบ่งเป็นอาหารกลุ่มโปรตีนและกลุ่มข้าวแป้ง (รวมถึงเส้นก๋วยเตี๋ยว พาสต้า เผือก มัน) อย่างละครึ่ง ตักทีละน้อย […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

อาหารไม่ย่อย สัญญาณสะท้อนปัญหาสุขภาพ

อาหารไม่ย่อย เป็นอาการที่เกิดจากการรับประทานอาหารมากเกินพอดี รับประทานอาหารผิดเวลา หรือปัญหาสุขภาพบางอย่าง ทำให้อาหารไม่สามารถย่อยและเคลื่อนตัวต่อไปยังลำไส้เล็กได้อย่างปกติ อาหารไม่ย่อยอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพ เช่น กรดไหลย้อน แผลในกระเพาะอาหาร หรือนิ่วในถุงน้ำดี หากมีอาการอาหารไม่ย่อย อึดอัดแน่นท้อง หรือแสบร้อนในกระเพาะอาหาร ควรหาสาเหตุเพื่อทำการรักษาอย่างทันท่วงที อาหารไม่ย่อย คืออะไร อาหารไม่ย่อย หรืออาการปวดท้องจากอาหารไม่ย่อย คืออาการแสบร้อนบริเวณท้องช่วงบน หรือบริเวณกระดูกทรวงอกช่วงล่าง อาจมีอาการปรากฏขึ้นเป็นบางครั้งหรือบ่อยครั้ง บางครั้งอาจมีอาการแสบร้อนบริเวณภายในทรวงอก อาหารไม่ย่อยมักเป็นสัญญาณบอกถึงปัญหาทางสุขภาพอื่นๆ เช่น โรคกรดไหลย้อน แผลในกระเพาะอาหาร และนิ่วในถุงน้ำดี แตกต่างกับอาการแสบร้อนกลางอกซึ่งมักก่อให้เกิดอาการคลื่นไส้หรือท้องอืด อาการอาหารไม่ย่อยที่รุนแรงอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพของระบบย่อยอาหารอย่างถาวร เช่น ก่อให้เกิดแผลเป็นในหลอดอาหาร หรือทางเดินอาหารสู่กระเพาะ อาการอาหารไม่ย่อยเกิดขึ้นได้กับในทุกช่วงวัย ทั้งนี้อาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหากมีพฤติกรรมดังต่อไปนี้ควบคู่ไปด้วย ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์มากเกินไป รับประทานยาแอสไพริน หรือยาแก้ปวดที่ระคายเคืองกระเพาะอาหารบ่อยครั้ง มีอาการที่สร้างความผิดปกติกับทางเดินอาหาร เช่น แผลในกระเพาะอาหาร เครียดและวิตกกังวล อาการอาหารไม่ย่อย  อาการอาหารไม่ย่อยอาจเกิดขึ้นในระหว่างหรือหลังจากรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่ม ความเครียดเเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้อาการแย่ลง อาการต่อไปนี้เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงอาการอาหารไม่ย่อย รู้สึกอึดอัด ไม่่สบายและหนักท้อง เรอเปรี้ยว มีอาการไหลย้อนกลับของอาหารหรือของเหลวกลับสู่หลอดอาหาร ท้องอืด (มักไม่ปรากฏ) คลื่นไส้และอาเจียน (มักไม่ปรากฏ) แม้จะมีวิธีรักษาอาการอาหารไม่ย่อยและยาที่ช่วยรักษาอาการได้ก็ตาม แต่อาหารไม่ย่อยอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงโรคร้ายแรงอื่นๆ  ดังนั้น ควรพบแพทย์หากพบภาวะดังต่อไปนี้ร่วมด้วย อายุ 55 ปีหรือมากกว่า น้ำหนักตัวลดลงมากอย่างไม่มีสาเหตุ กลืนอาหารได้ยากลำบาก อาเจียนบ่อยครั้ง เป็นโรคโลหิตจางเนื่องจากขาดธาตุเหล็ก พบต่อมหรือก้อนในกระเพาะอาหาร อาเจียนเป็นเลือด หรืออุจจาระมีเลือดปน สาเหตุของอาหารไม่ย่อย โดยปกติแล้วกระเพาะอาหารจะสร้างกรดขึ้นมาเพื่อช่วยในการย่อยอาหารที่ทานเข้าไป อย่างไรก็ตาม บางครั้งกรดอาจสร้างความเสียหายให้แก่ผนังลำไส้ ก่อให้เกิดความเจ็บปวดและระคายเคือง อาหารไม่ย่อยอาจได้รับการกระตุ้นหรือมีอาการแย่ลงจากปัจจัยอื่นๆ สาเหตุหลักของการเกิดอาหารไม่ย่อยคือการรับประทานอาหารมากเกินไปหรือเร็วเกินไป รับประทานอาหารที่มีไขมันสูงเกินไปหรือรับประทานอาหารขณะที่เกิดความเครียด อีกสาเหตุหนึ่งคือ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์หรือการสูบบุหรี่ รวมถึงความเครียดและความเหนื่อยล้าล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้อาการอาหารไม่ย่อยแย่ลง หากมีน้ำหนักตัวมากเกินปกติ ก็นับว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็นอาหารไม่ย่อยเนื่องจากความดันที่เพิ่มขึ้นในกระเพาะอาหาร โรคที่ก่อให้เกิดการไหลย้อนของกรดในกระเพาะอาหารสู่หลอดอาหารหรือเป็นสาเหตุให้กล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารทำงานผิดปกติทำให้อาหารไหลย้อนกลับสู่หลอดอาหารได้ โรคบางอย่างที่ก่อให้เกิดอาหารไม่ย่อย […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ผักอินทรีย์กับผักปลอดสาร กินอย่างไรถึงได้ประโยชน์สูงสุด

หลายคนอาจทราบกันดีว่าการบริโภคผักและผลไม้เป็นเรื่องที่ดีต่อสุขภาพ เพราะการบริโภคผักและผลไม้วันละ 400 กรัมจะช่วงป้องกันโรคเรื้อรังอย่าง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคอ้วนและโรคมะเร็งได้ แต่ทุกวันนี้เมื่อต้องไปเดินตลาดหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อเลือกซื้อผักมารับประทาน หลายคนอาจจะสับสนในมาตรฐานของผัก รวมถึงจะรู้ได้อย่างไรว่าผักที่กำลังเลือกซื้ออยู่เป็น ผักอินทรีย์กับผักปลอดสาร วันนี้ Hello คุณหมอ มีบทความเรื่องนี้มาฝากกัน เครื่องหมายของ ผักอินทรีย์กับผักปลอดสาร ก่อนอื่นมาเริ่มกันที่เครื่องหมายผักผลไม้ออร์แกนิก กันก่อนดีกว่า โดยปกติแล้วผักผลไม้ออร์แกนิก รวมถึงผักอินทรีย์กับผักปลอดสาร จะมีเครื่องหมาย ตรารับรองเกษตรอินทรีย์อย่าง ตรารับรองโดย มกท. (สำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์) – Organic Thailand (Organic Agriculture Certification Thailand) ตรารับรองของสหรัฐอเมริกา – USDA Organic (United States Department of Agriculture) ตรารับรองโดยสมาพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ –  IFOAM หรือ IFOAM Accredited (International Federation of Organic Agriculture Movements) โดยตรารับรองดังกล่าวหมายถึงผลผลิตทางการเกษตรจากการทำเกษตรอินทรีย์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยเป็นการรับรองจากสถาบันที่แตกต่างกันไป การทำเกษตรกรรมประเภทนี้จะปราศจากการใช้สารเคมีเลย ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ไปจนถึงการดูแล เก็บเกี่ยว เกษตรกรจะใช้วิถีธรรมชาติในการดูแลพืชพันธุ์ ทำให้พืชทางการเกษตรมีความหลากหลาย สิ่งแวดล้อมรอบข้างดีขึ้น และชุมชนเกษตรกรได้เอื้อเฟื้อกัน นอกจากนั้นการทำการเกษตรเช่นนี้ […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

คุณจำเป็นต้องกิน เวย์โปรตีน เพื่อเพิ่มกล้าม จริงหรือไม่

เวย์โปรตีน มีกรดอะมิโนจำเป็นจำนวนมาก ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว งานวิจัยหลายงานวิจัยชี้ว่าเวย์โปรตีน สามารถเพิ่มความแข็งแรงและช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ รวมถึง เวย์โปรตีน มีส่วนช่วยในการลดไขมันอย่างมีนัยสำคัญ บทความนี้ Hello คุณหมอ ชวนมาไขข้อข้องใจว่าความจริงแล้ว คุณจำเป็นต้องกินเวย์โปรตีน เพื่อเพิ่มกล้ามหรือเปล่า เวย์โปรตีน (Whey protein) คืออะไร เวย์โปรตีนเป็นหนึ่งในโปรตีนหลัก ที่พบในผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนมวัว โดยได้มาจากกระบวนการผลิตชีส ซึ่งในเวย์โปรตีนมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย โดยปกติเราจะกินเวย์โปรตีนเพื่อทำให้ประสิทธิภาพในการเล่นกีฬาดีขึ้น และเพื่อเพิ่มสารอาหารในกรณีที่ขาดสารอาหาร หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการขาดโปรตีน ประโยชน์ของเวย์โปรตีน อาหารเสริมเวย์โปรตีน ขึ้นชื่อในเรื่องการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ และเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ เวย์โปรตีนจึงเป็นที่นิยมสำหรับนักกีฬา นักกล้าม นายแบบหรือนางแบบที่ต้องโชว์ร่างกาย รวมถึงผู้ที่ต้องการทำให้ประสิทธิภาพในการออกกำลังกายดีขึ้น โดยประโยชน์ของเวย์โปรตีนต่อกล้ามเนื้อ มีดังนี้ เพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย ในขณะที่มีงานวิจัยที่แนะนำว่า การกินเวย์โปรตีนควบคู่กับการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง สามารถเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ และทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น แต่ก็มีงานวิจัยที่ชี้ว่าเวย์โปรตีนไม่ได้ส่งผล นอกจากนี้เวย์โปรตีนยังอาจช่วยให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวเร็วขึ้น หลังจากออกกำลังกายอย่างหนัก เสริมสร้างกล้ามเนื้อ เวย์โปรตีนมีประสิทธิภาพในการเพิ่มการเติบโตของกล้ามเนื้อ เมื่อบริโภคอย่างเหมาะสมก่อน หลัง และระหว่างออกกำลังกาย นอกจากนี้ การสังเคราะห์โปรตีนของกล้ามเนื้อมักจะสูงที่สุดในช่วงเวลาหลังออกกำลังกาย มีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก อย่างที่ทราบกันดีว่าโปรตีนสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ เนื่องจากมีงานวิจัยที่ชี้ว่า โปรตีนสามารถเพิ่มการใช้พลังงานได้ 80–100 แคลอรี่ต่อวัน และทำให้กินอาหารน้อยลงโดยอัตโนมัติ 441 แคลอรี่ต่อวัน และยังมีงานวิจัยที่ให้ข้อมูลว่า การกินโปรตีนเพิ่มขึ้น 25% ของแคลอรี่ที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน สามารถลดความอยากอาหารได้ 60% และลดความอยากกินของหวานในตอนกลางคืนได้ […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

อาหารบำรุงสมองผู้สูงอายุ ลดความเสี่ยงสมองเสื่อม เพิ่มความจำ

เมื่ออายุมากขึ้นหรือเริ่มเข้าสู่วัยชรา สุขภาพร่างกายก็เริ่มอ่อนแอ ปัญหาหนึ่งที่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ต้องเผชิญก็คือ การทำงานของสมองเสื่อมถอย หรือที่เรียกว่าภาวะสมองเสื่อม นั่นเอง แต่ผู้สูงอายุก็สามารถลดความเสี่ยงสมองเสื่อม ความจำเสื่อมได้ด้วยการดูแลสุขภาพให้ดี ออกกำลังกายเป็นประจำ รวมไปถึงการหันมาให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ที่จัดอยู่ในกลุ่ม อาหารบำรุงสมองผู้สูงอายุ ที่ช่วยเพิ่มความทรงจำ และช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้นเหล่านี้ [embed-health-tool-bmr] 1. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เช่น บลูเบอร์รี่ แบล็คเบอร์รี่ เชอร์รี่ แครนเบอร์รี่ มัลเบอร์รี่หรือลูกหม่อน ไม่ใช่แค่อร่อย แต่ยังจัดเป็นสุดยอดอาหารบำรุงสมองเพราะอุดมไปด้วยแอนโทไซยานิน (anthocyanin) และฟลาโวนอยด์ (flavonoid) ที่ช่วยเพิ่มความจำและช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าผู้สูงอายุควรกินผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ครั้งละประมาณ 1 กำมือ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง หากใครหาซื้อผลไม้ตระกูลเบอร์รี่สดไม่ได้ Hello คุณหมอ แนะนำว่าซื้อแบบแช่แข็งก็ได้ เพราะได้ประโยชน์เช่นกัน 2. กรดไขมันโอเมก้า 3 โอเมก้า 3 เป็นกรดไขมันที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องได้รับจากอาหารที่กินเข้าไปเท่านั้น ผลการศึกษาวิจัยพบว่า หากมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ในเลือดต่ำ จะส่งผลให้การทำงานของสมองเสื่อมถอยและปริมาณเนื้อสมองลดลง การบริโภคอาหารที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาทูน่า ปลาทู สาหร่ายทะเล วอลนัต […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

เป็นโรคสะเก็ดเงิน อาหารอะไรควรกิน อะไรควรเลี่ยง มาดูกัน

โรคสะเก็ดเงิน ความผิดปกติของผิวหนังชนิดเรื้อรัง ที่ส่งผลกระทบกับทั้งผิวหนังและอวัยวะภายในอย่างข้อต่อ นอกจากจะทำให้เจ็บปวด รู้สึกไม่สบายตัว ยังอาจทำให้ผู้ป่วยบางรายรู้สึกอับอายหรือกังวลเกี่ยวกับผิวพรรณหรือภาพลักษณ์ของตัวเองได้ด้วย แม้จะฟังดูน่ากลัวแต่ผู้ป่วยก็สามารถรับมือกับโรคสะเก็ดเงินเบื้องต้นได้ด้วยการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นให้อาการของโรคสะเก็ดเงินกำเริบ เช่น สภาพอากาศ ความเครียด และที่เด่นชัดที่สุดก็คือ อาหาร หากคุณป่วย เป็นโรคสะเก็ดเงิน คุณควรกินอาหารอะไร และควรเลี่ยงอาหารอะไร เพื่อไม่ให้อาการของโรคกำเริบ หรือเกิดโรคแทรกซ้อน Hello คุณหมอมีมาฝากแล้ว [embed-health-tool-bmi] อาหารที่ควรกินเมื่อ เป็นโรคสะเก็ดเงิน ปลาที่อุดมด้วยไขมันดี ปลาที่อุดมไปด้วยไขมันดี เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาทูน่า ปลาทู ปลาเทราต์ เป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยต้านการอักเสบ และอาจช่วยให้อาการของโรคสะเก็ดเงินดีขึ้นได้ นอกจากนี้ ผู้ที่เป็นโรคสะเก็ดเงินควรหันมาบริโภคน้ำมันพืชที่มีโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว น้ำมันดอกคำฝอย เพราะนอกจากจะช่วยลดการอักเสบแล้วยังดีต่อสุขภาพหัวใจอีกด้วย ผักและผลไม้ ผักและผลไม้อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดภาวะเครียดออกซิเดชันและลดอาการอักเสบ จึงเหมาะสำหรับโรคที่มีการอักเสบอย่างสะเก็ดเงิน โดยผักและผลไม้ที่ผู้เป็นโรคสะเก็ดเงินควรบริโภค เช่น ผักตระกูลกะหล่ำ เช่น บร็อคโคลี่ กะหล่ำดอก กะหล่ำดาว (Brussels Sprout) ผักใบเขียว เช่น คะน้า ผักโขม ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เช่น […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน