ตื่นด้วยเสียงเพลง ดีกว่าตื่นด้วยเสียงโทรศัพท์ ตื่นตัวดี ไม่งัวเงีย

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

การ ตื่นด้วยเสียงเพลง ถูกวิจัยโดยนักวิจัยชาวออสเตรเลีย เนื่องจากนักวิจัยชาวออสเตรเลียกลุ่มหนึ่ง มีอาการป่วยในตอนเช้า ซึ่งคาดว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากการใช้วิธีการปลุกที่อาจจะไม่ถูกต้องก็เป็นได้

การวิจัยเรื่องเกี่ยวกับการใช้เสียงปลุกจึงเกิดขึ้นมา ซึ่งเมื่อได้ทำการวิจัยแล้วพบว่า หากคุณใช้เสียงที่ดังและรุนแรงมากมาใช้เพื่อปลุกให้ตัวเองตื่น จริงๆ มันอาจส่งผลทำให้คุณรู้สึกอึดอัดได้ อย่างไรก็ตาม การ ตื่นด้วยเสียงเพลง ที่มีความไพเราะมากขึ้นอาจช่วยทำให้คุณรู้สึกตื่นตัว หลังจาก ตื่นนอน ได้ดีกว่า

จากการศึกษาของนักวิจัยชาวออสเตรเลีย ซึ่งตีพิมพ์ใลงนวารสาร PLoS One ได้วิจัยด้วยการให้ตอบแบบสอบถามแบบไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวจำนวน 50 คน วึ่งข้อมูลที่ถามถึงก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับประเภทของ เสียง ที่พวกเขาใช้ในการปลุกตัวเองให้ตื่น และวิธีที่ทำให้พวกเขารู้สึก ตื่น ตัวหลังจาก ตื่นนอน

สจ๊วต แมคฟาร์แลนด์ (Stuart McFarlane) หัวหน้านักวิจัยระดับปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัย Royal Melbourne Institute of Technology หรือ RMIT กล่าวว่า ทีมของเขาได้ค้นพบว่า สัญญาณเตือนที่ผู้คนคิดว่าไพเราะนั้น เชื่อมโยงกับความรู้สึกตื่นตัวของพวกเขา

สจ๊วต แมคฟาร์แลนด์ อธิบายว่า ดนตรี หรือเมโลดี้ (Melody) ถูกมองว่าเป็น  เอกลักษณ์ (Articulate Entity) หรือ วลีดนตรี (Musical Phrase) ซึ่งตัวอย่างเพลงที่เขาแนะนำให้เป็น เสียงปลุกอันไพเราะ สำหรับการ ตื่นด้วยเสียงเพลง คือ เพลง Borderline ของ มาดอนน่า (Madonna)  ซี่งในตรงกันข้ามกับการ เตือน ซ้ำๆ ด้วยโน้ตเดียวเหมือนนาฬิกาปลุกแบบดั้งเดิม

ซึ่ง สจ๊วต แมคฟาร์แลนด์ ตั้งทฤษฎีเอาไว้ว่า บางทีการเพิ่มขึ้นและลดลงของเสียงปลุกที่เป็นเสียงไพเราะ สามารถสร้างความสนใจให้กับสมองของคนเราได้ดีกว่า การเตือนด้วย เสียง ที่ดังเพียง “ปี๊บ ปี๊บ ปี๊บ” ที่ซ้ำซากจำเจ ซึ่งเสียงปลุกแบบเสียงดังเสียงเดียวนั้น มันทำให้เกิดความกังวล และสร้างความสับสนให้แก่สมอง นั่นเอง

นอกจากนั้นแล้ว สิ่งที่สามารถถอดออกมาจากการศึกษาครั้งนี้ ก็คือ หากคนเราสามารถรับมือกับอาการความเฉื่อยชาที่เกิดขึ้นจาก การนอนหลับ ผ่าน เสียง ปลุกได้ มันจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับหลายๆ คน  เนื่องจากความเฉื่อยชาที่เกิดขึ้นจาก การนอนหลับ มันส่งผลให้รู้สึกสับสนตอน ตื่น ขึ้นมา นอกจากนั้น มันยังทำให้ความจำ และการตอบสนองของคนเราลดลงชั่วคราวด้วย

โดยปกติแล้ว แม้คนเราจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที ในการกำจัดอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อ ตื่นนอน แต่บางครั้งก็อาจจะใช้เวลานาน 2-4 ชั่วโมงเลยก็เป็นได้

จากการวิจัยเกี่ยวกับความเฉื่อยใน การนอนหลับ นั้น ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับบุคคลเหล่านี้ เช่น เจ้าหน้าที่ที่ต้องเผชิญกับเหตุฉุกเฉิน นักบิน และนักบินอวกาศ ที่ต้องทำงานทันทีหลังจาก ตื่น นอน นอกจากนี้ มันยังช่วยทำให้คนทั่วไปที่ต้องตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ตื่นตัวได้อีกด้วย

และจากการวิจัยเพิ่มเติม สจ๊วต แมคฟาร์แลนด์ ยังได้พยายามออกแบบ เสียง สัญญาณเตือนภัย ที่จะสามารถนำไปใช้ในวงการอุตสาหกรรม และสำหรับประชาชนทั่วไปขึ้นมาอีกหลากหลาย เสียง ซึ่งเขาได้บอกว่า อย่างน้อยๆ ทีมวิจัยก็สามารถสร้างแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด สำหรับการออกแบบเสียงปลุก ที่ช่วยลดความเฉื่อยที่เกิดขึ้นจาก การนอนหลับ ได้แล้ว

ทาง ดร. ทิโมธี มอร์เกนเทอเลอร์ (Timothy I. Morgenthaler) ได้แนะนำเคล็ดลับในการที่จะทำให้สดชื่นขึ้น หลัง ตื่น นอนเอาไว้ว่า

  • นอนหลับให้เพียงพอ
  • รักษาตารางนอนหลับและตื่นนอนให้ปกติ เพราะร่างกายของเราทำงานได้ดีที่สุดด้วยตารางเวลาที่สอดคล้องกับจังหวะการเต้นของหัวใจ
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน หรือตอนเย็น เพราะมันอาจส่งผลต่อ การนอนหลับ ที่ดีได้
  • มีความกระตือรือร้นมากขึ้นในระหว่างวัน
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ
  • ปรับปรุงคุณภาพ การนอนหลับ และระยะเวลาอยู่เสมอ เพราะมันจะช่วยควบคุมวงจร การนอนหลับ และทำให้นอนหลับหลับได้ง่ายขึ้น

Hello Health Groupไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Share now :

Review Date: กุมภาพันธ์ 11, 2020 | Last Modified: กุมภาพันธ์ 18, 2020

แหล่งที่มา