home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

เลิกบุหรี่ไม่ได้ซะที เพราะคุณไม่เอาจริง หรือขัดคำสั่งสมองไม่ได้

เลิกบุหรี่ไม่ได้ซะที เพราะคุณไม่เอาจริง หรือขัดคำสั่งสมองไม่ได้

แม้การเลิกสูบบุหรี่เป็นสิ่งที่ทำได้ยากสำหรับหลายๆ คน แต่จริงๆ แล้วสามารถทำได้ถ้าตั้งใจจริง ในการที่จะเลิกบุหรี่ให้สำเร็จนั้น คุณจำเป็นต้องตั้งเป้าหมายหรือจุดประสงค์ในการเลิก และพยายามหาทางเลือกที่ช่วยในการเลิกบุหรี่ รวมทั้งขอรับคำปรึกษาหรือความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญหากจำเป็น อย่างไรก็ตาม ในหลายกรณี ทั้งๆ ที่ทำทุกอย่างแล้ว ก็ยังเลิกบุหรี่ไม่สำเร็จซะที ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น บางทีสาเหตุอาจไม่ได้เป็นเพราะคุณไม่เด็ดเดี่ยวพอ หรือไม่ได้เอาจริงเอาจังกับการเลิกบุหรี่ แต่อาจเกิดจากกลไกของร่างกายบางประการที่ยากเกินจะควบคุมก็ได้ บทความนี้จะไขข้อสงสัยที่ว่า เราติดบุหรี่ได้อย่างไร และทำไมบางคนจึง เลิกบุหรี่ไม่ได้

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คุณ เลิกบุหรี่ไม่ได้

นิโคติน

นิโคติน ที่มักพบในบุหรี่ เป็นสารเสพติดเช่นเดียวกันกับ เฮโรอีน หรือโคเคน ผู้สูบบุหรี่จะรู้สึกว่าการสูบบุหหรี่เป็นเรื่องขาดไม่ได้ และรู้สึกติดสารนิโคติน

เมื่อพยายามเลิกบุหรี่ อาการเสพติดจะแสดงออกทางร่างกาย โดยจะเกิดอาการหงุดหงิด ขณะที่อาการเสพติดทางจิตใจก็ยิ่งทำให้การเลิกบุหรี่ยากขึ้น มีงานวิจัยต่างๆ เผยว่าการเลิกบุหรี่และไม่กลับไปสูบบุหรี่อีก ผู้สูบต้องจัดการกับความรู้สึกทั้งทางร่างกายและจิตใจ

เมื่อคุณสูดเอาควันบุหรี่เข้าไป นิโคตินจะเข้าสู่ปอด และซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว พร้อมกับนำพาก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ และสารพิษอื่นๆ ไปทั่วร่างกาย ในความเป็นจริงแล้ว นิโคตินจากการสูบบุหรี่นั้นสามารถเข้าสู่สมองได้เร็วกว่ายาที่ฉีดผ่านทางเส้นเลือดเสียอีก

นิโคตินจะส่งผลต่อร่างกายในหลายส่วน ได้แก่ หัวใจ หลอดเลือด ฮอร์โมน การเผาผลาญพลังงาน และสมอง นิโคติน สามารถพบได้ทั้งในน้ำนมแม่ และแม้แต่ในมูกช่องคลอด ในระหว่างการตั้งครรภ์ นิโคติน สามารถซึมผ่านรกและตรวจพบได้ในน้ำคร่ำ ของเหลว และเลือดในสายสะดือของทารกเกิดใหม่

มีปัจจัยหลายประการที่ส่งผลต่อระยะเวลาที่ร่างกายจะกำจัดนิโคตินและสารแปลกปลอมอื่นๆ ออกไป โดยส่วนใหญ่ ผู้สูบบุหรี่จะมีนิโคตินและสารพิษอื่นๆ เช่น โคตินีน ในร่างกายเป็นเวลา 3 ถึง 4 วันหลังจากหยุดสูบบุหรี่

กรรมพันธุ์

ยิ่งนักวิทยาศาสตร์ได้รู้เกี่ยวกับยีนส์ที่สร้างเอกลักษณ์เฉพาะของมนุษย์แต่ละคนมากขึ้น ก็ยิ่งพบว่าสามารถสร้างวิธีการป้องกันและการรักษาผู้ป่วยได้มากขึ้น ซึ่งก็เป็นความจริงจากที่เห็นได้จากการรักษาผู้ป่วยโรคต่างๆ เช่น มะเร็ง

ไม่เพียงแต่การใช้ความรู้เกี่ยวกับยีนส์ หรือพันธุกรรม ในการรักษาโรคเท่านั้น แต่เราสามารถใช้ความรู้เกี่ยวกับยีนส์ในการเลิกบุหรี่ได้เช่นกัน

ยีนส์สำคัญที่เราควรรู้จักไว้ คือ CYP2A6 ซึ่งช่วยระบุระยะเวลาที่ร่างกายสามารถกำจัดสารนิโคตินออกไป คนจำนวนร้อยละ 25 ถึง 40 มีอัตราการกำจัดนิโคตินช้า กล่าวคือ สูบบุหรี่น้อย แต่สูดหายใจตื้น ซึ่งคนกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะเลิกบุหรี่แบบหักดิบได้เลย และยังสามารถปรับพฤติกรรมด้วยการใช้แผ่นแปะนิโคตินแทนการสูบบุหรี่ได้อย่างไม่มีปัญหา

ในขณะที่ผู้ที่ดูดซึมนิโคตินได้เร็วกว่า ซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ คิดเป็นร้อยละ 60 ถึง 75 มักเลิกบุหรี่ได้ยากกว่า

สมอง

นิโคตินในบุหรี่เป็นสารเสพติดที่มีฤทธิ์ทำให้เสพติดสูงมาก เนื่องจากเมื่อคุณสูบบุหรี่ นิโคตินจะเดินทางเข้าสู่สมองและเกาะตัวอยู่กับตัวรับสารนิโคติน ตัวรับเหล่านี้จะหลั่งสารโดพามีนออกมา ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อเรารู้สึกมีความสุข เช่น การมีเพศสัมพันธ์ หรือการรับประทานขนมหวาน สารโดพามีนจะทำให้เรารู้สึกดี ผ่อนคลาย โดยสมองจะเชื่อมโยงความรู้สึกดีนี้กับการสูบบุหรี่ด้วยเช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ การเลิกสูบบุหรี่จึงป็นเรื่องท้าทาย เนื่องจากสมองเริ่มคุ้นชินกับปริมาณนิโคตินที่ได้รับ และหากคุณเลิกสูบบุหรี่ เซลล์ประสาทในสมองส่วนกลาง จะกระตุ้นให้เกิดอาการขาดยา ซึ่งประกอบด้วย อาการหงุดหงิด กังวล ไม่มีสมาธิ น้ำหนักขึ้น ซึ่งกระตุ้นให้คุณกลับไปสูบบุหรี่อีก

หลังจากการสูบบุหรี่ ระดับนิโคตินในร่างกายจะลดลงเรื่อยๆ ความรู้สึกเพลิดเพลินจะลดลง และทำให้รู้สึกอยากสูบบุหรี่อีกครั้ง หากไม่ได้สูบบุหรี่ทันที จะเกิดอาการหงุดหงิด โดยทั่วไป มักไม่เกิดอาการขาดบุหรี่ที่ร้ายแรง แต่ผุ้สูบบุหรี่จะรู้สึกไม่สบาย และเมื่อได้สูบบุหรี่อีกครั้ง ความรู้สึกจะดีขึ้นและวงจรการสูบบุหรี่ก็จะกลับมาอีกครั้ง เป็นวงจรอย่างนี้เรื่อยไป

อาจกล่าวได้ว่าการสูบบุหรี่นั้นทำให้สมองและร่างกายของเราเสพติดความรู้สึกมีความสุข แน่นอนว่าใครก็อยากรู้สึกมีความสุข แต่ต้องอย่าลืมว่า ความสุขจากการสูบบุหรี่นั้นเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว แต่หลังจากนั้น ร่างกายของเราก็รับสารพิษจากบุหรี่ไปมากแล้ว ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้ แม้การติดบุหรี่จะเกิดจากกลไกของร่างกายที่ควบคุมได้อย่าง แต่หากคุณเตรียมใจให้เข้มแข็งและตัดวงจรการเสพติดความสุขชั่ครั้งชั่วคราวจากการสูบบุหรี่ได้ คุณก็จะพบความสุขขั้นกว่าจากการมีสุขภาพดีในระยะยาว ก็อยู่ที่คุณจะเลือกแบบไหน

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Can’t Quit Smoking? Blame Your Brain. http://www.everydayhealth.com/addiction/trouble-quitting-smoking-blame-your-brain.aspx. Accessed December 18, 2016.

Doctors’ Notes: Finding it hard to quit smoking? Blame your genes. https://www.thestar.com/life/health_wellness/2016/11/07/doctors-notes-finding-it-hard-to-quit-smoking-blame-your-genes.html. Accessed December 18, 2016.

Guide to Quitting Smoking. http://www.cancer.org/healthy/stayawayfromtobacco/guidetoquittingsmoking/. Accessed December 18, 2016.

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย ฤทธิศักดิ์ วงศ์วุฒิพงษ์ เมื่อ 04/05/2019
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
x