home

วัยรุ่น

เมื่อลูกของคุณเริ่มเข้าสู่ "วัยรุ่น" (หญิงอายุ 12-17 ปี และชายอายุ 14-19 ปี) แน่นอนว่าการดูแลสุขภาพและเรื่องอื่น ๆ โดยรวมก็ต้องเปลี่ยนไปจากตอนที่ยังเป็นเด็ก ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถเรียนรู้วิธีการเลี้ยงลูกและสนับสนุนพวกเขาได้ ที่นี่

ความรู้ทั่วไป

วัยรุ่น

วัยรุ่น เป็นช่วงชีวิตของการวางรากฐานการมีสุขภาพที่ดี เพราะวัยรุนเป็นวัยที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วทางร่างกาย ปัญญา และสังคม การ ดูแลสุขภาพวัยรุ่น จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมให้วัยรุ่นเติบโตขึ้นอย่างสมบูรณ์แข็งแรงและปลอดภัยจากโรค เพื่อการ ดูแลสุขภาพวัยรุ่น ได้อย่างตรงจุด ติดตามอ่านได้ในบทความนี้เลย ดูแลสุขภาพวัยรุ่นด้วยเครื่องคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) คลิก ปัญหาสุขภาพในวัยรุ่น ปัญหา สุขภาพวัยรุ่น ที่พบบ่อย ได้แก่ ปัญหาสุขภาพจิต โรคซึมเศร้าเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของปัญหา สุขภาพวัยรุ่น ที่อาจทำให้เกิดการเจ็บป่วยตามมา ปัจจัยอื่นที่สามารถทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตในวัยรุ่นได้ คือ ความรุนแรง ความรู้สึกด้อยค่า ความวิตกกังวล ปัญหาทาอารมณ์ ปัญหาทางครอบครัว การดูแลสุขภาพจิตของวัยรุ่นจึงเป้นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย โรคกินผิดปกติและภาวะทุพโภชนาการ วัยรุ่น หลายคนอาจมีความกังวลเรื่องรูปร่างและน้ำหนัก จนอาจนำไปสู่ปัญหาการกินผิดปกติ เช่น กินน้อยเกินไป กินมากเกินไป และอาจนำไปสู่ปัญหาโรคอ้วนที่เป็นต้นเหตุของปัญหาสุขภาพมากมายในอนาคต  ในขณะเดียวกัน วัยรุ่นบางคนอาจไม่ได้รับสารอาหารที่เหมาะสม จึงทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหารได้ ความรุนแรง ความสาเหตุเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการเสียชีวิตใน วัยรุ่น ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในวัยรุ่นชายและเด็กหญิงอายุประมาณ 20 ปี ถูกล่วงละเมิดทางเพศ สาเหตุหลักของปัญหาเหล่านี้ส่วนใหญ่มากจากความรุนแรง การเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนทำให้เกิดความก้าวร้าวในวัยรุ่น เอชไอวี/ เอดส์ เอชไอวี (HIV) เป็นโรคหนึ่งที่คุกคามสุขภาพวันรุ่นเนื่องจากวัยนี้เป็นวัยอยากรู้อยากลองจึงอาจเกิด การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย การใช้สารเสพติด ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น […]

หมวดหมู่ วัยรุ่น เพิ่มเติ่ม

หัวข้อ วัยรุ่น เพิ่มเติม

วัยรุ่น

ในปัจจุบันสื่อลามกถือว่าแพร่หลายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในโลกโซเชียล เรียกได้ว่าหาดูและเข้าถึงได้ง่ายมากๆ แต่ในทางกลับกันการเข้าถึงสื่อลามกได้ง่ายนั้น ก็มีผลเสียงอย่างร้ายแรงต่อเด็กๆ เพราะเมื่อเด็ก ติดสื่อลามก จะทำให้มุมมองพฤติกรรมทางเพศของพวกเขาเปลี่ยนไป ทาง Hello คุณหมอ จึงได้นำเรื่องนี้มานำเสนอกัน รู้หรือไม่ว่าเด็ก ติดสื่อลามาก ได้จากทางไหนบ้าง? ความจริงแล้วเด็กสามารถติดสื่อลามกได้จาก 2 ทางหลังๆ คือ ความบังเอิญ และการได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้จากสมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อน โดยความบังเอิญนั้นมักจะเกิดขึ้นจากการค้นหาทางอินเทอร์เน็ตที่ผิดพลาด หรือเพราะสื่อลามกนั้นมันอาจถูกเก็บไว้ในอุปกรณ์ที่ใช้อยู่ การค้นหาที่ผิดพลาดมักเกิดขึ้นได้จากการที่พยายามหาเรื่องเกี่ยวกับบุคคล ภาพยนตร์ หรืออื่นๆ แล้วผลลัพธ์ที่ค้นหาเริ่มทำให้พบลิงก์ที่ต่อไปยังสื่อลามกต่างๆ นั่นเอง อีกหนึ่งสิ่งก็คือ เด็กอาจจะบังเอิญเห็นภาพลามกที่มีอยู่ในอีเมลล์ ซึ่งนี่ถือเป็นเรื่องปกติของการได้รับอีเมล์ที่เป็นสแปม ถึงแม้จะมีป้ายกำกับบอกเอาไว้ แต่ก็มีโอกาสสูงที่พวกเขาจะคลิกเข้าไปในอีเมล์ที่มีเนื้อหาลามกอนาจาร จากการสำรวจความคิดเห็นของไซแมนเทค (Symantec) ในปี 2003 ระบุเอาไว้ว่า จากเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี 1,000 คน มีถึง 1 ใน 5 ที่เปิดอีเมล์ขยะที่ถูกส่งมายังอีเมล์ของพวกเขา นอกจากนั้นแล้วหากสมาชิกในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น คู่สมรส เด็ก หรือเพื่อน มีประวัติการค้นหาเนื้อหาที่เกี่ยวกับความลามกอนาจาร มันจะทำให้ลูกของคุณนั้นสามารถเข้าถึงสื่อลามกได้ง่ายยิ่งขึ้นเมื่อใช้อุปกรณ์ของคุณ ยิ่งไปกว่านั้น หากคุณดาวน์โหลดเนื้อหาลามกอนาจารต่างๆ เอาไว้ในคอมพิวเตอร์ นั่นก็ยิ่งจะมีโอกาสเสี่ยงสูงที่เด็กๆ […]

วัยรุ่น

เด็กกับหนังโป๊ ฟังดูแล้วช่างมีความแตกต่างและห่างไกลจากคำว่าเหมาะสมโดยสิ้นเชิง ด้วยเหตุนี้ผู้ปกครองจึงมักที่จะห้าม และปิดกั้นไม่ให้เด็กได้รู้จักกับหนังโป๊เพราะหวั่นใจกับพฤติกรรมที่จะไม่เหมาะสม แต่การปิดกั้นเช่นนี้ เรียกได้ว่าเป็นการดูแลลูกที่ถูกวิธีจริงหรือ? มาหาคำตอบกันได้กับบทความนี้จาก Hello คุณหมอ เด็กกับหนังโป๊ สำคัญอย่างไร ทำไมต้องใส่ใจ ในปัจจุบันการเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ สามารถที่จะกระทำได้โดยง่าย ทุกคนมีสื่อและช่องทางของสื่ออยู่ในมือ การจะสืบค้นหรือหาข้อมูลที่ตนเองสนใจนั้นสามารถทำได้ในทันที สำหรับผู้ใหญ่ก็ยังสามารถที่จะมีสติในการแยกแยะข้อมูล จำแนกสิ่งที่เหมาะสมและสิ่งที่ควรระวังได้ แต่สำหรับเด็กๆ อาจจะยังไม่สามารถแยกแยะออกมาเป็นเรื่องเป็นราวได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับปัญหาที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายต้องปวดหัว นั่นคือพฤติกรรมลอกเลียนแบบ และยิ่งเป็นที่ระแวงใจมากขึ้นไปอีกหากปล่อยให้ลูกอยู่กับสมาร์ทโฟนมากจนเกินไป ซึ่งอาจจะพลาดหรือเผลอกดเข้าไปสู่เว็บไซต์ของหนังโป๊ ซึ่งหากเด็กมีการสอบถามถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองได้พบเห็น ผู้ปกครองก็สามารถที่จะรับมือและอธิบายได้ทันที แต่เด็กทุกคนไม่ได้มีกระบวนการไตร่ตรองที่เหมือนกัน เมื่อเสพสื่อที่ไม่เหมาะสมกับวัยของตนเองมากเข้า ก็เสี่ยงที่จะทำให้เกิดพฤติกรรมลอกเลียนแบบ โดยที่อาจจะแสดงออกที่บ้าน หรือที่โรงเรียนก็สามารถที่จะเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น จัดการกับพฤติกรรมการเลียนแบบที่ไม่เหมาะสมได้อย่างไรบ้าง Michigan State University ได้ให้คำแนะนำในการรับมือและจัดการกับพฤติกรรมเลียนแบบของเด็กๆ ไว้ว่า 1.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับลูก การพาลูกไปอยู่ในสถานการณ์ที่ดี และสร้างสรรค์ ตลอดจนการพาเด็กไปพบปะกับผู้คนที่จะเสริมให้เด็กๆ ได้เป็นตัวของตัวเองและรู้จักคิดบวกได้อย่างมีเหตุและผลนั้นเป็นเรื่องที่ดี ผู้ปกครองควรหาเวลาพาลูกไปทำกิจกรรมที่เสริมสร้างการคิดบวกให้มากขึ้น เพื่อลดปัญหาที่เสี่ยงจะทำให้ลูกมีพฤติกรรมก้าวร้าวและไม่เหมาะสม 2.จับสังเกตพฤติกรรม เมื่อเด็กเริ่มแสดงออกทางพฤติกรรมต่างๆ มากขึ้น ผู้ปกครองก็จะได้เห็นพฤติกรรมเหล่านั้นเพิ่มมากขึ้น รวมถึงพฤติกรรมที่ค้างคาใจและเป็นกังวลอยู่ ให้เลือกสนับสนุนพฤติกรรมที่ดีของเด็ก พยายามให้เด็กได้ทำกิจกรรมที่ส่งเสริมพฤติกรรมด้านดีนั้นให้มากขึ้น 3.จำกัด และหลีกเลี่ยงสื่อที่จะก่อให้เกิดอิทธิพลทางลบ รายการทีวี สื่อต่างๆ ทั้งในโทรทัศน์และโทรศัพท์ มีทั้งรายการที่สร้างสรรค์และรายการที่แสดงออกถึงความรุนแรง หรือความไม่เหมาะสมกับวัยของเด็ก ผู้ปกครองควรจำกัดการรับชมสิ่งเหล่านี้ รวมถึงหลีกเลี่ยงสื่อเหล่านี้ให้ห่างจากเด็ก แต่ถ้าหากไม่สามารถที่จะระมัดระวังได้ตลอดเวลา ควรที่จะมีการให้คำแนะนำ อธิบายถึงความสมเหตุสมผล ให้เด็กได้เข้าใจและไขข้อสงสัยของเขา ว่าห้ามเพราะอะไร […]

สุขภาพจิตวัยรุ่น

การ ทำร้ายตัวเอง หมายถึงการทำให้ตัวเองบาดเจ็บ หรือเป็นอันตรายด้วยความตั้งใจ ไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุ โดยข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตพบว่า วัยรุ่นมีปัญหาโรคซึมเศร้า และในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งมีเด็กคิดฆ่าตัวตาย  6% ซึ่งการทำร้ายตัวเองอาจนำไปสู่การฆ่าตัวตาย และมีงานวิจัยที่พบว่าวัยรุ่น LGBTQ หรือวัยรุ่นที่เป็น เพศที่สาม มีอัตราเสี่ยงต่อการ ทำร้ายตัวเอง วันนี้ Hello คุณหมอ จึงมีข้อมูลวิธีป้องกัน ว่าจะรับมืออย่างไรเมื่อวัยรุ่นทำร้ายตัวเอง แต่อย่างไรก็ตาม หากสังเกตเห็นการทำร้ายตัวเอง เช่น กรีดข้อมือ กินยาเกินขนาด ควรไปพบคุณหมอทันที งานวิจัยชี้ วัยรุ่น LGBTQ เสี่ยง ทำร้ายตัวเอง งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสารวิชาการ JAMA Pediatrics ให้ข้อมูลว่า มีจำนวนที่น่าตกใจของวัยรุ่นที่ทำร้ายตัวเอง แต่วัยรุ่นที่เป็นไบเซ็กชวล (Bisexual) หรือวัยรุ่นเพศที่ 3 อาจมีแนวโน้มว่าจะทำร้ายตัวเองมากกว่าถึง 2 เท่า เมื่อเทียบกับกลุ่มสเตรท (Straight) หรือวัยรุ่นที่รักเพศตรงข้าม โดยงานวิจัยให้ข้อมูลว่า วัยรุ่นกลุ่มเฮเตอโรเซ็กชวล (Heterosexual) หรือกลุ่มที่รักเพศตรงข้ามระหว่าง 10%-20% มีพฤติกรรมที่เป็นอันตราย แต่วัยรุ่นกลุ่ม LGBTQ หรือกลุ่มที่รักเพศเดียวกัน  38%-53% มีพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง […]

สุขภาพวัยรุ่น

ผู้ปกครองหลายคนอาจมีความเชื่อผิดๆ ว่า เซ็กส์เป็นเรื่องที่ไม่ควรคุยเรื่องนี้กับเด็ก แต่ความคิดแบบนี้เป็นความคิดที่ล้าหลัง และอาจทำให้เด็กมีความละอายในการจะคุยเรื่องนี้กับพ่อแม่ จนต้องหันหน้าไปพึ่งสื่ออื่น ที่มีความสุ่มเสี่ยงมากกว่า ดังนั้น การที่คุณเปิดใจ คุยกับเด็กเรื่องเซ็กส์ จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าเขาจะมีการดูแลสุขภาพทางเพศของตัวเองที่ดี และสามารถตัดสินใจในเรื่องนี้ได้อย่างเหมาะสมในอนาคต  เข้าใจบทบาทของตัวเอง ก่อนที่คุณจะพูด คุยกับเด็กเรื่องเซ็กส์ คุณต้องจริงจังกับบทของตัวเอง เกี่ยวกับการให้ความรู้เรื่องเพศก่อนว่า คุณคือคนที่ใกล้ชิดกับลูก และเข้าใจลูกมากที่สุด คำแนะนำของคุณสามารถกระตุ้นให้เขาดูแลร่างกายของตัวเอง และกระตุ้นจิตสำนึกที่จะเกิดความนับถือตัวเอง โดยคุณอาจหาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ การสอนลูกของคุณให้มีความรู้ในเรื่องเพศ และแสดงถึงความเข้าใจในตัวของลูก จะช่วยทำให้ลูกของคุณมีความเข้าใจเรื่องเซ็กส์ และมีสุขภาพทางเพศที่ดีได้ ใช้โอกาสในชีวิตประจำวัน ใช้ช่วงเวลาในชีวิตประจำวันที่มีโอกาสในการสอนลูกเรื่องเซ็กส์ ให้ระลึกไว้เสมอว่า เราจะสอนลูกเวลาไหนก็ได้ ให้คิดไว้เสมอว่าทุกโอกาสสามารถทำให้ลูกเข้าใจในเรื่องเพศได้ดีขึ้นได้ทั้งนั้น เช่น หากมีคนตั้งครรภ์ในครอบครัว ให้บอกว่าเด็กคนนั้นเกิดมาได้ยังไง ทำไมถึงไปอยู่ในท้องของผู้หญิง หรือถ้าเห็นโฆษณาผลิตภัณฑ์เพื่อความสะอาดของผู้หญิง ก็ให้พูดเรื่องการมีประจำเดือน และการดูแลความสะอาดช่องคลอดระหว่างการมีประจำเดือน หรือถ้ามีคนสองคนรักกันในรายการโทรทัศน์ ก็สอนถึงเรื่องความสัมพันธ์และการตกหลุมรัก สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เขารู้สึกว่าการพูดคุยเรื่องเซ็กส์เป็นเรื่องปกติ ทำให้กล้าจะปรึกษากับคุณได้โดยไม่เขินอาย  เปิดใจ ในช่วงอายุ 8 – 12 ปี เด็กๆ มักจะเริ่มสงสัยในการเปลี่ยนแปลงของร่างกายว่าปกติหรือเปล่า และอาจเริ่มถามคำถาม ที่อาจทำให้คุณอึดอัดที่จะพูดคุยเรื่องนี้กับลูก แต่จำไว้เถิดว่าการพูดคุยกับเขาอย่างเปิดใจ และตรงไปตรงมา จะเพิ่มโอกาสที่ลูกจะเข้าใจค่านิยมทางเพศมากยิ่งขึ้น และสามารถตัดสินใจเรื่องเพศได้อย่างเหมาะสม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การพูดคุยกับลูกต้องไม่ใช่การที่คุณพูดอยู่ฝ่ายเดียว แต่การรับฟังและตอบข้อสงสัยของลูก จะช่วยให้ลูกรู้สึกดีมากกว่า ให้เด็กกล้าตั้งคำถาม และตอบตามประสบการณ์ของคุณ  เมื่อลูกมาพูดคุยกับคุณเรื่องเซ็กส์ […]

วัยรุ่น

ความรับผิดชอบ เป็นอีกหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลให้เด็กเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ไม่ใช่แค่ความรับผิดชอบต่อตนเอง แต่เด็กควรมีแบบอย่างที่ดี ที่จะช่วยฝึกฝนให้เขารู้จักรับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่นด้วย วันนี้  Hello คุณหมอ มีสาระเกี่ยวกับการสอนลูกให้เป็นเด็กที่มีความรับผิดชอบมาฝากค่ะ ความรับผิดชอบ คืออะไร หากมีคนมาถามว่า คุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกโตขึ้นเป็นคนแบบไหน นอกจากคำตอบที่ว่า อยากให้ลูกประสบความเร็จในชีวิตแล้ว อีกหนึ่งคำตอบที่พ่อแม่หลายคนอยากให้เกิดขึ้นจริงคือ อยากให้ลูกเป็นคนมีความรับผิดชอบ เพราะความรับผิดชอบก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้เด็กสามารถประสบความสำเร็จได้ ความรับผิดชอบนั้นมีหลายแง่มุม เช่น มีบุคลิกภาพน่าเชื่อถือ ผู้อื่นสามารถไว้วางใจได้ รักษาคำพูดและข้อตกลงได้เป็นอย่างดี ปฏิบัติตามข้อตกลงเสมอ ไม่ว่าจะได้รับมอบหมายให้ทำอะไร ก็จะทำสิ่งนั้นอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้ออกมาดีที่สุด รับผิดชอบต่อพฤติกรรมและคำพูด ทั้งต่อของตัวเองและเพื่อนร่วมงาน ยอมรับในความผิดพลาดของตนเองได้ การมีความรับผิดชอบเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จของเด็ก ผู้ปกครองจึงควรฝึกให้ลูกมีความรับผิดชอบ ทั้งกับการเรียนในโรงเรียน และการทำกิจกรรมอื่น ๆ เมื่ออยู่ข้างนอก เพื่อที่เด็กจะได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ควรเริ่มสอนให้ลูกมีความรับผิดชอบเมื่อไหร่ ทางที่ดี ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เริ่มที่อายุประมาณ 13-16 ปี เพราะเด็กวัยเรียนที่อยู่ในช่วงวัยนี้ สามารถวิเคราะห์และทำความเข้าใจเรื่องของความเหมาะสม และการนำสิ่งเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในอนาคตได้ แต่ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นช่วงวัยที่กล่าวถึงเสมอไป พ่อแม่สามารถสอนและฝึกลูกได้ตั้งแต่ก่อนเป็นวัยรุ่น อาจจะเป็นวัยอนุบาล หรือประถมศึกษาต้อนต้นก็ได้ และคุณต้องคอยสังเกตพฤติกรรมของลูก ๆ ด้วย ว่าควรปรับคำสอนอย่างไรให้เข้ากับเด็กในช่วงวัยนั้น พ่อแม่จะสอนลูกให้มีความรับผิดชอบได้อย่างไรบ้าง เป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูก สิ่งสำคัญที่สุดคือ คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นแบบอย่างให้ลูกเห็น เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้จากสิ่งที่เห็น และปฏิบัติตาม จนกลายเป็นคนที่มีความรับผิดชอบได้ ให้ลูกได้มีส่วนร่วมในการทำสิ่งดี ๆ อาจเป็นการทำกิจกรรมที่โรงเรียน หรือนอกสถานที่ เพื่อให้เด็กรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า สามารถรับผิดชอบกับสิ่งที่ได้รับมอบหมายได้ และสามารถทำสิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้นแก่ผู้อื่นได้ […]

สุขภาพวัยรุ่น

วัยรุ่นเป็นวัยที่ร่างกายและจิตใจพัฒนาและเติบโตอย่างรวดเร็ว สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้วัยรุ่นเติบโตได้อย่างสมบูรณ์แข็งแรงทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจก็คือ การกินอาหารแบบมีคุณภาพ คุณพ่อคุณแม่ควรฝึกฝนและแนะนำให้ลูกวัยรุ่นของคุณรู้จักเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพื่อให้พวกเขาได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วน คนเราในแต่ละช่วงวัยต้องการสารอาหารแต่ละชนิดในปริมาณที่แตกต่างกันไป Hello คุณหมอจึงอยากแนะนำให้คุณรู้จักกับ สารอาหารสำคัญ 2 ชนิด อย่างธาตุเหล็กและแคลเซียม ที่วัยรุ่นไม่ควรขาด หากอยากให้ร่างกายเติบโตอย่างสมบูรณ์แข็งแรงสมวัย สารอาหารสำคัญ สำหรับวัยรุ่น 1. ธาตุเหล็ก เหล็ก คือแร่ที่พบได้ทั้งในพืชและสัตว์ ร่างกายต้องการธาตุเหล็กเพื่อใช้ในการสร้างฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์เม็ดเลือดแดง มีหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนจากปอดไปยังเซลล์และอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย นอกจากนี้ ธาตุเหล็กยังช่วยในการเผาผลาญโปรตีน เสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยให้อวัยวะภายในและกล้ามเนื้อของวัยรุ่นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเจริญเติบโตได้เป็นปกติ ทั้งยังช่วยให้มีสมาธิ และนอนหลับได้ดีขึ้น หากร่างกายวัยรุ่นได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอจะทำให้เหนื่อยง่าย หายใจหอบ ติดเชื้อและเป็นหวัดบ่อย ปวดศีรษะเป็นประจำ แถมยังไม่มีสมาธิในเวลาเรียนด้วย สารอาหารสำคัญสำหรับวัยรุ่นอย่างธาตุเหล็ก พบได้มากในเนื้อสัตว์ไร้มัน เนื้อไก่ ปลา อาหารทะเล ผักใบเขียว ถั่วเหลือง ธัญพืช ผลไม้แห้ง เป็นต้น วัยรุ่นชายควรได้รับธาตุเหล็กในปริมาณ 11 มิลลิกรัมต่อวัน ส่วนวัยรุ่นหญิงควรได้รับธาตุเหล็กในปริมาณ 15 มิลลิกรัมต่อวัน สาเหตุที่วัยรุ่นหญิงต้องการธาตุเหล็กมากกว่าวัยรุ่นชาย ก็เพราะอยู่ในช่วงเริ่มมีประจำเดือน ร่างกายจึงต้องการธาตุเหล็กเพิ่มขึ้น เพื่อนำไปชดเชยส่วนที่สูญเสียไปในช่วงมีประจำเดือนทุกๆ เดือนนั่นเอง เพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น วัยรุ่นควรกินอาหารที่มีวิตามินซีเป็นประจำ และควรงดชา กาแฟ เพราะสารแทนนินในเครื่องดื่มจำพวกนี้จะทำให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้น้อยลง 2. แคลเซียม แคลเซียมเป็นส่วนประกอบของกระดูกและฟัน วัยรุ่นควรได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ เพื่อเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยป้องกันการสูญเสียมวลกระดูกในอนาคต นอกจากนี้ แคลเซียมยังมีส่วนสำคัญในการควบคุมการหลั่งฮอร์โมน […]

x