home

วัยรุ่น

เมื่อลูกของคุณเริ่มเข้าสู่ "วัยรุ่น" (หญิงอายุ 12-17 ปี และชายอายุ 14-19 ปี) แน่นอนว่าการดูแลสุขภาพและเรื่องอื่น ๆ โดยรวมก็ต้องเปลี่ยนไปจากตอนที่ยังเป็นเด็ก ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถเรียนรู้วิธีการเลี้ยงลูกและสนับสนุนพวกเขาได้ ที่นี่

ความรู้ทั่วไป

บทความ วัยรุ่น

สุขภาพวัยรุ่น

ผู้ปกครองหลายคนอาจมีความเชื่อผิดๆ ว่า เซ็กส์เป็นเรื่องที่ไม่ควรคุยเรื่องนี้กับเด็ก แต่ความคิดแบบนี้เป็นความคิดที่ล้าหลัง และอาจทำให้เด็กมีความละอายในการจะคุยเรื่องนี้กับพ่อแม่ จนต้องหันหน้าไปพึ่งสื่ออื่น ที่มีความสุ่มเสี่ยงมากกว่า ดังนั้น การที่คุณเปิดใจ คุยกับเด็กเรื่องเซ็กส์ จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าเขาจะมีการดูแลสุขภาพทางเพศของตัวเองที่ดี และสามารถตัดสินใจในเรื่องนี้ได้อย่างเหมาะสมในอนาคต  เข้าใจบทบาทของตัวเอง ก่อนที่คุณจะพูด คุยกับเด็กเรื่องเซ็กส์ คุณต้องจริงจังกับบทของตัวเอง เกี่ยวกับการให้ความรู้เรื่องเพศก่อนว่า คุณคือคนที่ใกล้ชิดกับลูก และเข้าใจลูกมากที่สุด คำแนะนำของคุณสามารถกระตุ้นให้เขาดูแลร่างกายของตัวเอง และกระตุ้นจิตสำนึกที่จะเกิดความนับถือตัวเอง โดยคุณอาจหาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ การสอนลูกของคุณให้มีความรู้ในเรื่องเพศ และแสดงถึงความเข้าใจในตัวของลูก จะช่วยทำให้ลูกของคุณมีความเข้าใจเรื่องเซ็กส์ และมีสุขภาพทางเพศที่ดีได้ ใช้โอกาสในชีวิตประจำวัน ใช้ช่วงเวลาในชีวิตประจำวันที่มีโอกาสในการสอนลูกเรื่องเซ็กส์ ให้ระลึกไว้เสมอว่า เราจะสอนลูกเวลาไหนก็ได้ ให้คิดไว้เสมอว่าทุกโอกาสสามารถทำให้ลูกเข้าใจในเรื่องเพศได้ดีขึ้นได้ทั้งนั้น เช่น หากมีคนตั้งครรภ์ในครอบครัว ให้บอกว่าเด็กคนนั้นเกิดมาได้ยังไง ทำไมถึงไปอยู่ในท้องของผู้หญิง หรือถ้าเห็นโฆษณาผลิตภัณฑ์เพื่อความสะอาดของผู้หญิง ก็ให้พูดเรื่องการมีประจำเดือน และการดูแลความสะอาดช่องคลอดระหว่างการมีประจำเดือน หรือถ้ามีคนสองคนรักกันในรายการโทรทัศน์ ก็สอนถึงเรื่องความสัมพันธ์และการตกหลุมรัก สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เขารู้สึกว่าการพูดคุยเรื่องเซ็กส์เป็นเรื่องปกติ ทำให้กล้าจะปรึกษากับคุณได้โดยไม่เขินอาย  เปิดใจ ในช่วงอายุ 8 - 12 ปี เด็กๆ มักจะเริ่มสงสัยในการเปลี่ยนแปลงของร่างกายว่าปกติหรือเปล่า และอาจเริ่มถามคำถาม ที่อาจทำให้คุณอึดอัดที่จะพูดคุยเรื่องนี้กับลูก แต่จำไว้เถิดว่าการพูดคุยกับเขาอย่างเปิดใจ และตรงไปตรงมา จะเพิ่มโอกาสที่ลูกจะเข้าใจค่านิยมทางเพศมากยิ่งขึ้น และสามารถตัดสินใจเรื่องเพศได้อย่างเหมาะสม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การพูดคุยกับลูกต้องไม่ใช่การที่คุณพูดอยู่ฝ่ายเดียว แต่การรับฟังและตอบข้อสงสัยของลูก จะช่วยให้ลูกรู้สึกดีมากกว่า ให้เด็กกล้าตั้งคำถาม และตอบตามประสบการณ์ของคุณ  เมื่อลูกมาพูดคุยกับคุณเรื่องเซ็กส์ […]

วัยรุ่น

ความรับผิดชอบ เป็นอีกหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลให้เด็กเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ไม่ใช่แค่ความรับผิดชอบต่อตนเอง แต่เด็กควรมีแบบอย่างที่ดี ที่จะช่วยฝึกฝนให้เขารู้จักรับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่นด้วย วันนี้  Hello คุณหมอ มีสาระเกี่ยวกับการสอนลูกให้เป็นเด็กที่มีความรับผิดชอบมาฝากค่ะ ความรับผิดชอบ คืออะไร หากมีคนมาถามว่า คุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกโตขึ้นเป็นคนแบบไหน นอกจากคำตอบที่ว่า อยากให้ลูกประสบความเร็จในชีวิตแล้ว อีกหนึ่งคำตอบที่พ่อแม่หลายคนอยากให้เกิดขึ้นจริงคือ อยากให้ลูกเป็นคนมีความรับผิดชอบ เพราะความรับผิดชอบก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้เด็กสามารถประสบความสำเร็จได้ ความรับผิดชอบนั้นมีหลายแง่มุม เช่น มีบุคลิกภาพน่าเชื่อถือ ผู้อื่นสามารถไว้วางใจได้ รักษาคำพูดและข้อตกลงได้เป็นอย่างดี ปฏิบัติตามข้อตกลงเสมอ ไม่ว่าจะได้รับมอบหมายให้ทำอะไร ก็จะทำสิ่งนั้นอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้ออกมาดีที่สุด รับผิดชอบต่อพฤติกรรมและคำพูด ทั้งต่อของตัวเองและเพื่อนร่วมงาน ยอมรับในความผิดพลาดของตนเองได้ การมีความรับผิดชอบเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จของเด็ก ผู้ปกครองจึงควรฝึกให้ลูกมีความรับผิดชอบ ทั้งกับการเรียนในโรงเรียน และการทำกิจกรรมอื่น ๆ เมื่ออยู่ข้างนอก เพื่อที่เด็กจะได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ควรเริ่มสอนให้ลูกมีความรับผิดชอบเมื่อไหร่ ทางที่ดี ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เริ่มที่อายุประมาณ 13-16 ปี เพราะเด็กวัยเรียนที่อยู่ในช่วงวัยนี้ สามารถวิเคราะห์และทำความเข้าใจเรื่องของความเหมาะสม และการนำสิ่งเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในอนาคตได้ แต่ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นช่วงวัยที่กล่าวถึงเสมอไป พ่อแม่สามารถสอนและฝึกลูกได้ตั้งแต่ก่อนเป็นวัยรุ่น อาจจะเป็นวัยอนุบาล หรือประถมศึกษาต้อนต้นก็ได้ และคุณต้องคอยสังเกตพฤติกรรมของลูก ๆ ด้วย ว่าควรปรับคำสอนอย่างไรให้เข้ากับเด็กในช่วงวัยนั้น พ่อแม่จะสอนลูกให้มีความรับผิดชอบได้อย่างไรบ้าง เป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูก สิ่งสำคัญที่สุดคือ คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นแบบอย่างให้ลูกเห็น เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้จากสิ่งที่เห็น และปฏิบัติตาม จนกลายเป็นคนที่มีความรับผิดชอบได้ ให้ลูกได้มีส่วนร่วมในการทำสิ่งดี ๆ อาจเป็นการทำกิจกรรมที่โรงเรียน […]

สุขภาพวัยรุ่น

วัยรุ่นเป็นวัยที่ร่างกายและจิตใจพัฒนาและเติบโตอย่างรวดเร็ว สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้วัยรุ่นเติบโตได้อย่างสมบูรณ์แข็งแรงทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจก็คือ การกินอาหารแบบมีคุณภาพ คุณพ่อคุณแม่ควรฝึกฝนและแนะนำให้ลูกวัยรุ่นของคุณรู้จักเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพื่อให้พวกเขาได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วน คนเราในแต่ละช่วงวัยต้องการสารอาหารแต่ละชนิดในปริมาณที่แตกต่างกันไป Hello คุณหมอจึงอยากแนะนำให้คุณรู้จักกับ สารอาหารสำคัญ 2 ชนิด อย่างธาตุเหล็กและแคลเซียม ที่วัยรุ่นไม่ควรขาด หากอยากให้ร่างกายเติบโตอย่างสมบูรณ์แข็งแรงสมวัย สารอาหารสำคัญ สำหรับวัยรุ่น 1. ธาตุเหล็ก เหล็ก คือแร่ที่พบได้ทั้งในพืชและสัตว์ ร่างกายต้องการธาตุเหล็กเพื่อใช้ในการสร้างฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์เม็ดเลือดแดง มีหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนจากปอดไปยังเซลล์และอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย นอกจากนี้ ธาตุเหล็กยังช่วยในการเผาผลาญโปรตีน เสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยให้อวัยวะภายในและกล้ามเนื้อของวัยรุ่นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเจริญเติบโตได้เป็นปกติ ทั้งยังช่วยให้มีสมาธิ และนอนหลับได้ดีขึ้น หากร่างกายวัยรุ่นได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอจะทำให้เหนื่อยง่าย หายใจหอบ ติดเชื้อและเป็นหวัดบ่อย ปวดศีรษะเป็นประจำ แถมยังไม่มีสมาธิในเวลาเรียนด้วย สารอาหารสำคัญสำหรับวัยรุ่นอย่างธาตุเหล็ก พบได้มากในเนื้อสัตว์ไร้มัน เนื้อไก่ ปลา อาหารทะเล ผักใบเขียว ถั่วเหลือง ธัญพืช ผลไม้แห้ง เป็นต้น วัยรุ่นชายควรได้รับธาตุเหล็กในปริมาณ 11 มิลลิกรัมต่อวัน ส่วนวัยรุ่นหญิงควรได้รับธาตุเหล็กในปริมาณ 15 มิลลิกรัมต่อวัน สาเหตุที่วัยรุ่นหญิงต้องการธาตุเหล็กมากกว่าวัยรุ่นชาย ก็เพราะอยู่ในช่วงเริ่มมีประจำเดือน ร่างกายจึงต้องการธาตุเหล็กเพิ่มขึ้น เพื่อนำไปชดเชยส่วนที่สูญเสียไปในช่วงมีประจำเดือนทุกๆ เดือนนั่นเอง เพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น วัยรุ่นควรกินอาหารที่มีวิตามินซีเป็นประจำ และควรงดชา กาแฟ เพราะสารแทนนินในเครื่องดื่มจำพวกนี้จะทำให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้น้อยลง 2. แคลเซียม แคลเซียมเป็นส่วนประกอบของกระดูกและฟัน วัยรุ่นควรได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ เพื่อเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยป้องกันการสูญเสียมวลกระดูกในอนาคต นอกจากนี้ แคลเซียมยังมีส่วนสำคัญในการควบคุมการหลั่งฮอร์โมน […]

x