ลูกสมาธิสั้น บอกลูกยังไงให้เข้าใจถึงอาการของตัวเอง

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020
Share now

ลูกสมาธิสั้น ในบางครั้งคุณอาจจะไม่แน่ใจว่า ลูกแค่มีอาการสมาธิสั้นชั่วคราวตามประสาเด็กวัยซน หรือลูกกำลังเป็นโรคสมาธิสั้นกันแน่ คุณพ่อคุณแม่สามารถตรวจสอบอาการเบื้องต้นได้ นอกจากนี้ยังมีเทคนิคในการพูดคุยให้ลูกเข้าใจอาการโรคของตัวเองอีกด้วย

ลูกสมาธิสั้น เป็นอย่างไร

โรคสมาธิสั้น หรือ  ADHD (Attention deficit hyperactivity disorder) เป็นโรคที่พบได้ในเด็กวัย 2-17 ปี ซึ่งอาการของแต่ละคนจะแตกต่างกันไป เช่น ขาดสมาธิ ไม่มีความอดทน ขาดความสนใจ อยู่นิ่งไม่ได้  ทั้งเด็กและผู้ใหญ่สามารถเป็นโรคสมาธิสั้นได้ แต่อาการมักจะเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนที่เป็นเด็ก เด็กๆ ที่เป็นโรคสมาธิสั้นจะมีปัญหาคือไม่สามารถอยู่นิ่งได้ ไม่สามารถทำตามคำสั่ง และทำการบ้านหรืองานที่ได้รับมอบหมายจากโรงเรียนไม่เสร็จ

อาการของสมาธิสั้นมีอะไรบ้าง

อาการหลักมี 3 ด้าน คือ อยู่ไม่นิ่ง หุนหันพลันแล่น และไม่มีสมาธิ ดังนี้

อยู่ไม่นิ่ง ซน

  • พูดไม่หยุด พูดไปเรื่อยๆ
  • เล่นแรง เล่นได้ไม่เหนื่อย
  • นั่งไม่ติดที่ ชอบเดินไปเดินมา
  • ชอบวิ่ง ไม่เดิน
  • กระสับกระส่าย
  • มืออยู่ไม่สุข
  • อยู่นิ่งไม่ได้ ต้องขยับตลอด

หุนหันพลันแล่น

  • อดทนรอไม่ได้ ไม่ชอบรออะไรที่ช้าๆ
  • คิดอะไรจะทำทันที
  • พูดสวน พูดเถียง
  • ตอบก่อนผู้ถามจะถามจบ
  • รอคอยไม่ได้

ไม่มีสมาธิ

  • ขี้ลืม
  • ทำงานไม่เสร็จ
  • อยู่กับอะไรนานๆ ไม่ได้
  • วอกแวกง่าย อะไรผ่านก็หันไปมอง
  • เปลี่ยนกิจกรรมบ่อยๆ
  • ทำงานตกหล่น สะเพร่า
  • เหม่อลอย
  • ทำของหายบ่อยๆ

รู้ได้อย่างไรว่าลูกเป็นโรคสมาธิสั้น

อาการสมาธิสั้นในเด็กแต่ละคนจะแตกต่างกันไป บางครั้งคุณพ่อคุณแม่สงสัยว่าลูกเป็นโรคสมาธิสั้นก็อาจจะไม่ใช่ก็ได้ แค่เป็นการซุกซนตามวัย เพราะเด็กส่วนใหญ่จะไม่สามารถมีสมาธิ จดจ่อกับอะไรนานๆ ได้เหมือนวัยผู้ใหญ่อยู่แล้ว นอกจากนี้อาการสมาธิสั้นยังเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ การที่จะรู้ได้ว่าลูกเป็นโรคสมาธิสั้นหรือเปล่าจึงต้องปรึกษาแพทย์ โดยแพทย์จะซักถามประวัติของลูก หรืออาจมีการตรวจร่างกายเพื่อการวินิจฉัยและรับการรักษาต่อไป

วิธีพูดกับลูกเรื่องโรคสมาธิสั้น

แพทริเซีย คอลลินส์ ผู้อำนวยการสถาบัน Psychoeducational Clinic มหาวิทยาลัยแห่งรัฐนอร์ธแคโรไลนา ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แนะนำเทคนิคการพูดคุยเพื่อให้ลูกเข้าใจโรคสมาธิสั้น ดังนี้

  1. ทำให้ลูกรู้สึกว่าเขาได้รับการยอมรับ

คุณพ่อคุณแม่ควรทำให้ลูกเข้าใจว่า โรคสมาธิสั้นไม่ได้ส่งผลต่อความฉลาดหรือความสามารถของเขา การรักษาโรคสมาธิสั้นนั้นเปรียบได้เหมือนกับการใส่แว่นตา ที่ถ้าลูกสายตาสั้นก็ใส่แว่นเพื่อให้เห็นชัดขึ้น โรคสมาธิสั้นก็เช่นกัน การไปพบคุณหมอก็จะทำให้สมองของลูกปรับโฟกัสได้ดีขึ้น ซึ่งทำให้สมาธิดีขึ้นนั่นเอง

  1. ทำให้ลูกรู้ว่าสมาธิสั้นก็ประสบความสำเร็จได้

ผู้ใหญ่หลายๆ คนที่มีอาการของโรคสมาธิสั้นสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้ คุณพ่อคุณแม่อาจลองยกตัวอย่างคนที่เป็น ADHD แต่ประสบความสำเร็จในชีวิต เช่น Adam Levine นักร้องนำวง Maroon 5

  1. อย่าคาดหวังว่าเขาจะเข้าใจในทันที

เด็กๆ ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ข้อมูลใหม่ๆ ในชีวิตของเขา การที่คุณพ่อคุณแม่จะทำให้เขาเข้าใจโรคสมาธิสั้นอาจต้องใช้เวลา ดังนั้น จึงไม่ควรคาดหวังว่าลูกจะสามารถเข้าใจในทันที คุณพ่อคุณแม่ควรให้เวลาเขาสักระยะหนึ่ง ถ้าเกิดลูกเริ่มถามคำถามเกี่ยวกับโรคสมาธิสั้นก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าเขาเริ่มสนใจที่จะอยากคุยเรื่องนี้แล้ว

  1. เรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคสมาธิสั้นในเด็กให้มาก

โรคสมาธิสั้นในเด็กเป็นโรคที่พบได้บ่อยมากในเด็กๆ ทั่วโลก อย่างในสหรัฐอเมริกาก็พบว่าเด็กในวัย 2-17 ปีเป็นโรคสมาธิสั้นถึง 6.1 ล้านคน ดังนั้น จึงมีข้อมูลเกี่ยวกับอาการโรคสมาธิสั้น (ADHD) มากมาย คุณพ่อคุณแม่ควรปรึกษาคุณหมอ หรือพูดคุยกับพ่อแม่ที่มีลูกเป็นโรคสมาธิสั้นเหมือนกัน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล

  1. อย่าโฟกัสแต่แง่ลบ

การมองแต่ปัญหา บางครั้งทำให้ลืมไปว่าลูกมีความสามารถ ลูกของเราอาจจะเก่งทางด้านกีฬา ศิลปะ หรือกิจกรรมอื่นๆ ลองมองหากิจกรรมที่เขาทำได้ดีและสนับสนุนเขาเต็มที่ ดีกว่าเอาแต่คิดว่าลูกไม่มีสมาธิ ลูกทำไม่ได้ ซึ่งไม่ได้เป็นผลดีต่อลูกเลย

  1. อย่าปล่อยให้ลูกใช้โรคสมาธิสั้นเป็นข้ออ้างในการทำสิ่งต่างๆ

คุณพ่อคุณแม่ต้องทำให้ลูกเข้าใจว่าการเป็นโรคสมาธิสั้น ไม่สามารถนำมาเป็นข้ออ้างในการไม่ทำสิ่งต่างๆ ได้ เช่น ลูกไม่ส่งการบ้าน แล้วอ้างว่าเพราะตัวเองสมาธิสั้น แบบนี้ไม่ดีต่อลูกแน่ คุณพ่อคุณแม่ต้องไม่ปล่อยให้เขาเอามาเป็นข้ออ้างในการเลิกทำสิ่งต่างๆ หรือยอมแพ้ที่จะทำอะไรบางอย่าง เพราะจะเป็นการปลูกฝังนิสัยไม่มีความรับผิดชอบให้ลูกได้

Hello health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

พ่อแม่ โกหกลูก อาจส่งผลต่อเด็กมากกว่าที่คิด

งานวิจัยพบว่าเด็กสามารถรู้ได้ว่าผู้ใหญ่กำลังโกหก  Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจว่าหากพ่อแม่ โกหกลูก จะส่งผลต่อเด็กๆ หรือไม่ ดังต่อไปนี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Sopista Kongchon

แอดเดอรอล® (Adderall®)

แอดเดอรอล® (Adderall®) ใช้เพื่อรักษาโรคลมหลับ (narcolepsy) และโรคสมาธิสั้น (attention deficit hyperactivity disorder) หรือเพื่อจุดประสงค์อื่นตามแพทย์สั่ง

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล

โคลนิดีน (Clonidine)

โคลนิดีน (Clonidine) ใช้เป็นยาชนิดเดียวหรือใช้ร่วมกับยาอื่น เพื่อรักษาภาวะความดันโลหิตสูง จัดอยู่ในกลุ่มของยาเซนทรัลอัลฟ่าอะโกนิสต์ (central alpha agonists)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
ยา ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ พฤศจิกายน 14, 2018

ธาตุเหล็ก (Iron)

ธาตุเหล็ก (Iron) ส่วนใหญ่ในร่างกายพบในฮีโมโกลบินของเซลล์เม็ดเลือดแดง และในไมโอโกลบินของเซลล์กล้ามเนื้อ จำเป็นในการลำเลียงออกซิเจนและคาร์บอน ไดออกไซด์

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
เขียนบทความโดย ปราโมทย์ วงศ์คำ

บทความแนะนำ

บำบัดสุขภาพจิต-ขี่ม้า-ออกกำลังกาย

บำบัดสุขภาพจิต ด้วยการ ขี่ม้า กีฬาอีกชนิดที่สำหรับคนรักสัตว์

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ เมษายน 23, 2020
รักษาความจำ-หยุดเลื่อนนาฬิกาปลุก

อยาก รักษาความจำ โปรดหยุดพฤติกรรม ! การเลื่อนนาฬิกาปลุก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 3, 2020
สมาธิสั้น-เลือกกินอาหาร

ป่วยเป็น โรคสมาธิสั้น ควรเลือกกินอาหารอย่างไร ถึงจะดีต่อร่างกาย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ มกราคม 23, 2020
อาการสมาธิสั้นในเด็ก

เฝ้าระวัง อาการสมาธิสั้นในเด็ก ลูกของคุณมีปัจจัยเสี่ยงหรือไม่?

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
เผยแพร่วันที่ มกราคม 7, 2020