โรคหลอดเลือดสมองหรือสโตรก

โรคหลอดเลือดสมองหรือสโตรก เกิดขึ้นเนื่องจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ สมองเลยไม่ได้รับออกซิเจนและสารอาหารตามปกติ เซลล์สมองจึงตายภายในเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น โรคนี้ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที ไม่เช่นนั้น อาจเป็นอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้

เรื่องเด่นประจำหมวด

โรคหลอดเลือดสมองหรือสโตรก

Stroke คือ อะไร อาการ สาเหตุและการรักษา

Stroke คือ โรคหลอดเลือดสมองที่เกิดขึ้นเมื่อเลือดไม่สามารถไหลเวียนเพื่อส่งออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงสมองได้อย่างเป็นปกติ ส่งผลให้เซลล์สมองตายและอาจทำให้เสียชีวิตได้ ดังนั้น โรคหลอดเลือดสมองจึงเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจส่งผลต่อชีวิตและความพิการในระยะยาว [embed-health-tool-bmi] คำจำกัดความ Stroke คือ อะไร Stroke คือ คือโรคที่เกิดขึ้นเมื่อเลือดไม่สามารถไหลไปเลี้ยงสมองได้อย่างเหมาะสม เนื่องจากหลอดเลือดมีความผิดปกติที่ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวกเท่าที่ควร ทำให้เนื้อเยื่อสมองไม่ได้รับออกซิเจนและสารอาหาร จนเซลล์สมองเริ่มตายลงภายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีและอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ อาการ อาการของ Stroke คือ ควรสังเกตอาการต่อไปนี้ เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดสมอง มีปัญหาในการพูด อาจรู้สึกสับสน พูดไม่ชัด หรือมีปัญหาในการทำความเข้าใจคำพูด เป็นอัมพาตหรือชาที่ใบหน้า แขนหรือขา ซึ่งเป็นอาการที่อาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน มักส่งผลต่อร่างกายเพียงด้านเดียว ปัญหาในการมองเห็นในตาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้ง 2 ข้าง โดยอาจมีการมองเห็นที่พร่ามัวอย่างฉับพลัน ปวดศีรษะ โดยอาการปวดศีรษะรุนแรงจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน และอาจมีอาการอาเจียน วิงเวียนศีรษะ สับสน มึนงงร่วมด้วย ปัญหาในการเดิน อาจรู้สึกสูญเสียการทรงตัว และอาจมีอาการวิงเวียนศีรษะกะทันหันหรือสูญเสียการประสานงานของร่างกาย นอกจากนี้ หากพบอาการต่อไปนี้ควรเข้าพบคุณหมอทันที ใบหน้าไม่เท่ากัน โดยหากกำลังยิ้มแล้วใบหน้าข้างใดข้างหนึ่งหย่อนลง หรือตาปิดลงเองไม่สามารถควบคุมได้ หากยกแขนขึ้นทั้ง 2 ข้างแล้วแขนข้างใดข้างหนึ่งไม่สามารถยกขึ้นได้ ในขณะพูดไม่สามารถพูดเป็นประโยคได้ แต่พูดได้เพียงเป็นคำ ๆ หรือไม่สามารถสื่อสารให้เข้าใจได้ สาเหตุ สาเหตุของ Stroke คือ สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองอาจมีด้วยกัน 2 สาเหตุ คือ ภาวะหลอดเลือดสมองแตก […]

หัวข้อ โรคหลอดเลือดสมองหรือสโตรก เพิ่มเติม

โรคหลอดเลือดสมองหรือสโตรก

5 วิธีรับมือกับ กล้ามเนื้อหดเกร็ง จากโรคหลอดเลือดสมอง

ผู้ที่เกิดภาวะสมองขาดเลือดแล้วสามารถรอดชีวิตมาได้นั้น มักเกิดภาวะที่เรียกว่า กล้ามเนื้อหดเกร็ง (muscle spasticity) ซึ่งทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวไม่ได้ตามปกติ หรือเคลื่อนไหวไม่สะดวกเหมือนเดิม แต่อย่าเพิ่งกังวลใจไป เพราะมีวิธีการรักษาและฟื้นฟูสภาพร่างกายให้กลับมาเป็นปกติได้ ด้วยแนวทางต่างๆ ดังต่อไปนี้ แนวทางการรับมือกับอาการ กล้ามเนื้อหดเกร็ง มีอะไรบ้าง การออกกำลังกาย การออกกำลังกายเป็นส่วนสำคัญในการรักษากล้ามเนื้อหดเกร็ง หลังจากเกิดภาวะสมองขาดเลือด แพทย์อาจจะแนะนำให้คุณเข้าพบนักกายภาพบำบัด เพื่อเริ่มการฟื้นฟูร่างกาย นักกายภาพบำบัดจะช่วยให้คุณเริ่มต้นเรียนรู้ทักษะการเคลื่อนไหวร่างกายอีกครั้ง พร้อมทั้งฟื้นฟูการทำงานของร่างกายเพื่อพัฒนาการเคลื่อนไหวและป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อหดแบบถาวร โดยคุณสามารถออกกำลังกายได้ด้วยตัวเอง ด้วยความช่วยเหลือจากนักกายภาพบำบัดหรือการใช้อุปกรณ์พิเศษ ในบางกรณี นักกายภาพบำบัดของคุณอาจแนะนำให้ประคบเย็นหรือใช้การกระตุ้นด้วยไฟฟ้า เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อหายดียิ่งขึ้น ใช้อุปกรณ์ช่วยต่างๆ คณสามารถใช้อุปกรณ์เสริม เช่น เครื่องพยุงหลัง เครื่องพยุงขา ช่วยพยุงให้กล้ามเนื้ออยู่ในตำแหน่งปกติ ในขณะที่ เฝือกหล่อและเครื่องดามต่างๆ สามารถช่วยเหยียดกล้ามเนื้อและป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อหดตัวได้ ยารักษา ยาอาจเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาภาวะกลามเนื้อหดเกร็ง โดยแพทย์อาจให้คุณใช้ยาเพื่อคลายกล้ามเนื้อประเภทต่างๆ เช่น Baclofen (Lioresal) จะออกฤทธิ์ที่ระบบประสาทส่วนกลาง ยาประเภทนี้สามารถช่วยลดภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็งและความตึง รวมทั้งบรรเทาความเจ็บปวดและเพิ่มความสามารถในการเคลื่อนไหว อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงของยาชนิดนี้ก็มีหลายประการ ได้แก่ การเสียความสามารถในการประสานงานของกล้ามเนื้อ การเกิดภาพหลอน กล้ามเนื้ออ่อนแรง โดย Baclofen เป็นยาที่แพทย์สั่งเพื่อรักษาภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็งบ่อยที่สุด Tizanidine hydrochloride (Zanaflex) ออกฤทธิ์ต่อทำงานของคลื่นประสาท (nerve impulses) ยาประเภทนี้สามารถลดความหดเกร็งได้ อย่างไรก็ตาม ฤทธิ์ของ tizanidine อยู่ได้ไม่นาน […]

โรคหลอดเลือดสมองหรือสโตรก

เทคนิคการ ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง อย่างเหมาะสม

โรคหลอดเลือดสมอง ถือเป็นโรคที่พบบ่อยในคนไทย และเป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อทั้งทางร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการทำให้เกิดภาวะพิการบางส่วน หรือทั้งหมดของร่างกาย ทำให้ผู้ป่วยสูญเสียความสามารถในดำเนินการชีวิตตามปกติ จำเป็นต้องมีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด แต่การดูแลผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากโรคหลอดเลือดสมองอาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะผู้ดูแลจำเป็นต้องมีความเข้าใจในภาวะดังกล่าว รวมถึงต้องเข้าใจสภาพจิตใจ และความรู้สึกของผู้ป่วยด้วย บทความนี้จึงขอนำเสนอเทคนิคดีๆ ขั้นพื้นฐาน ของการ ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง อย่างเหมาะสม เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองทั้งทางร่างกายและสภาพจิตใจ โรคหลอดเลือดสมองส่งผลต่อร่างกายอย่างไร หนึ่งในประเภทของโรคหลอดเลือดในสมอง คือ ภาวะสมองขาดเลือด ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการส่งเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของสมอง เกิดการติดขัด หรือลดลงอย่างรุนแรง โดยส่งผลให้เซลล์สมองในบริเวณนั้นตายลง หลัง 2-3 นาทีผ่านไป เพราะขาดออกซิเจนและสารอาหาร ดังนั้น การที่ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองสามารถได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที จึงมีความสำคัญมากในการลดความเสียหายที่เกิดกับสมอง และอาการแทรกซ้อนต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ หนึ่งในอาการแทรกซ้อนที่สำคัญของภาวะสมองขาดเลือด คือ การสูญเสียการควบคุมร่างกายบางส่วนหรือทั้งหมด เช่น คนที่มีอาการสมองซีกซ้ายเป็นอัมพาตอาจมองไปทางด้านขวาได้ลำบาก ในคนที่มีอาการอัมพาตบางส่วน โดยไม่ใช้งานเป็นประจำ ร่างกายส่วนนั้นอาจมี ภาวะละเลย (neglect) ต่อไปนี้ คือ สัญญาณที่แสดงว่าผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองจากภาวะสมองขาดเลือดนั้นกำลังเผชิญกับ ภาวะละเลย (neglect) ซึ่งจะสามารถช่วยให้ผู้รักษาหรือผู้ดูแลเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยและหาวิธีรักษาหรือป้องกันได้ทันเวลา โดยสัญญาณของ ภาวะละเลย มักพบในกรณีดังต่อไปนี้ ผู้ป่วยใช้เพียงมือหรือเท้าของซีกที่มีอาการเท่านั้น ผู้ป่วยใช้สายตาด้านที่ไม่เกิดอาการเท่านั้น ผู้ป่วยไม่สามารถจดจำบุคคลที่เข้าหาทางด้านที่เกิดอาการ ผู้ป่วยตอบสนองกับวัตถุที่เห็นได้ตามปกติเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เช่นรับประทานอาหารในจานจากเพียงซีกเดียวเท่านั้น ผู้ป่วยสับสนระหว่างมือและเท้าของตัวเองและผู้อื่น ผู้ป่วยไม่สามารถกะระยะของวัตถุสิ่งของที่อยู่บริเวณด้านที่เกิดอาการได้อย่างถูกต้อง อาจเห็นว่าวัตถุนั้นๆ อยู่ใกล้หรือไกลกว่าความเป็นจริง โดยอาจไปสัมผัสกับวัตถุโดยบังเอิญ และเกิดการบาดเจ็บได้ วิธีการ […]

โรคหลอดเลือดสมองหรือสโตรก

ถอดรหัส อาการเตือน สมองขาดเลือด

ผู้ป่วยที่เกิดภาวะ สมองขาดเลือด หลายรายเปิดเผยว่า พวกเขามีความรู้สึกแปลกๆ ก่อนที่จะเกิดอาการ ความรู้สึกในทำนองนี้มักจะถูกเรียกว่า อาการเตือนล่วงหน้า ซึ่งบางครั้งสัญญาณเตือนล่วงหน้าเหล่านี้ อาจเกิดขึ้นได้ 2-3 วัน ก่อนเกิดภาวะสมองขาดเลือด มาถึงตรงนี้ คุณอาจมีคำถามว่าอาการเตือนล่วงหน้าสมองขาดเลือด นั้นน่าเชื่อถือจริงหรือ? จริงๆ แล้ว มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์หลายประการที่ระบุว่า อาการเตือนล่วงหน้าบางอย่าง อาจนำไปสู่เกิดภาวะสมองขาดเลือดได้ ซึ่งหากเรารู้ทันสัญญาณต่างๆ เหล่านี้ ก็จะสามารถป้องกันหรือรับมือกับภาวะสมองขาดเลือดได้อย่างทันทท่วงที และลดอันตรายที่จะเกิดขึ้นให้ได้น้อยที่สุด อาการเตือน สมองขาดเลือด เชื่อได้จริงหรือ? อาการเตือนล่วงหน้า สามารถรับรู้ได้ด้วยความรู้สึกที่ชัดเจน ว่าบางสิ่งกำลังจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะกับอาการไม่สบายต่างๆ ในบางกรณี มีสัญญาณที่แสดงอาการเริ่มแรกของโรคที่คุณสามารถสังเกตได้ ตัวอย่างเช่น ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองบางรายเล่าว่าพวกเขาเกิดอาการขาดเลือดไปเลี้ยงสมองในระยะสั้นๆ ในระหว่างการพักฟื้นจากภาวะสมองขาดเลือด ผู้ป่วยมักจำจดความรู้สึกหรืออาการเตือนก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ได้ โดยสามารถบอกได้ว่า ‘ฉันรู้ว่าสิ่งผิดปกติกำลังจะเกิดขึ้น’ หรือ ‘ฉันมีความรู้สึกแปลกๆ’ สัญญาณที่แสดงออกมา มักจะเป็นความรู้สึกเหน็บชา ไม่ได้ยินเสียง มองเห็นภาพผิดปกติเป็นพักๆ วิงเวียน คลื่นไส้ ปวดศีรษะ สับสน งุ่มง่าม หรือพูดไม่ชัด อาการเตือนภาวะสมองขาดเลือดค่อนข้างพบได้บ่อย เห็นได้จากการศึกษาเกี่ยวกับอาการเตือนล่วงหน้าในผู้ป่วย 16 ราย ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Neurology, […]

โรคหลอดเลือดสมองหรือสโตรก

รวมเทคนิค และ วิธีรักษาภาวะสมองขาดเลือด ในนาทีฉุกเฉิน

ภาวะสมองขาดเลือด (Stroke) เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ เมื่อคุณมาถึงโรงพยาบาล แพทย์จะตรวจวินิจฉัยอาการของคุณเพื่อดูว่าพวกเขาจะทำอะไรได้บ้าง เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการแทรกซ้อนและความพิการให้เหลือน้อยที่สุด โดยปัจจุบัน มีการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์หลายประเภทที่จะสามารถช่วยผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในภาวะฉุกเฉิน แพทย์จะมี วิธีวินิจฉัย และ วิธีรักษาภาวะสมองขาดเลือด อย่างไรบ้าง เราจะมาดูรายละเอียดกัน วิธีวินิจฉัย และ วิธีรักษาภาวะสมองขาดเลือด มีอะไรบ้าง การซักประวัติทางการแพทย์และการตรวจร่างกาย แพทย์จะสอบถามคุณ (ถ้าคุณยังรู้สึกตัวดีและตื่นอยู่) หรือสมาชิกในครอบครัวเกี่ยวกับอาการของคุณ อาการเริ่มเกิดเมื่อไร และสมาชิกในครอบครัวทำอย่างไรกับอาการเหล่านั้น แพทย์จะสอบถามว่ามีปัจจัยเสี่ยงของภาวะสมองขาดเลือดหรือไม่ เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ การสูบบุหรี่ ประวัติทางการแพทย์และประวัติการเป็นโรคหัวใจ หรือภาวะสมองขาดเลือดของคนในครอบครัว รวมทั้งยาที่คุณกำลังรับประทานอยู่ด้วย ในระหว่างการตรวจร่างกาย แพทย์จะตรวจความดันโลหิตของคุณ ความตื่นตัว การทรงตัว และการทำงานประสานกันของอวัยวะต่างๆ แพทย์จะตรวจว่าคุณมีอาการอ่อนแรงที่บริเวณใบหน้า แขน ขา มีปัญหาเกี่ยวกับการเดิน การพูดหรือการมองเห็นเปลี่ยนแปลงหรือไม่ นอกจากนี้ แพทย์จะตรวจฟังชีพจรที่หลอดเลือดใหญ่บริเวณคอที่เลี้ยงสมองส่วนหน้า (carotid artery) เพื่อตรวจหาความผิดปกติที่หลอดเลือดใหญ่นี้ด้วย การตรวจเลือด สามารถใช้การตรวจเลือดเพื่อดูว่าลิ่มเลือดของคุณแข็งตัวเร็วเพียงใด ตรวจวัดจำนวนเกล็ดเลือด ระดับน้ำตาลในเลือดที่ผิดปกติ (สูงเกินไปหรือต่ำเกินไป) ความไม่สมดุลของสารเคมีในเลือดระดับวิกฤติ หรือการติดเชื้อ ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำอาจทำให้เกิดอาการคล้ายภาวะสมองขาดเลือดได้ จำนวนเกล็ดเลือดที่ผิดปกติก็อาจเป็นสัญญาณแสดงการเกิดเลือดออกในสมองหรือความผิดปกติจากหลอดเลือดมีลิ่มเลือด (thrombotic) การตรวจสมองด้วยเครื่องเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ การตรวจสมองด้วยเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ ซีทีสแกน จะแสดงภาพสมองของคุณอย่างละเอียด เป็นขั้นตอนการปฏิบัติที่ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดด้วยการใช้การเอ็กซเรย์หลายครั้ง นอกจากนี้ […]

โรคหลอดเลือดสมองหรือสโตรก

เลือดคั่งในสมอง (Intracerebral Hemorrhage: ICH)

เลือดคั่งในสมอง (Intracerebral Hemorrhage: ICH) คือ โรคหลอดเลือดสมองชนิดหนึ่ง เป็นภาวะที่มีเลือดออกในเนื้อสมองอย่างกะทันหัน ทำให้มีเลือดคั่งอยู่ภายในสมอง และสร้างความเสียหายให้แก่สมองโดยรวม คำจำกัดความเลือดคั่งในสมอง คืออะไร เลือดคั่งในสมอง (Intracerebral Hemorrhage: ICH) คือ โรคหลอดเลือดสมองชนิดหนึ่ง เป็นภาวะที่มีเลือดออกอย่างกะทันหันในเนื้อสมอง ทำให้มีเลือดคั่งอยู่ภายในสมอง และสร้างความเสียหายให้แก่สมองโดยรวม เลือดที่ไหลออกมาจะสร้างความระคายเคืองต่อเนื้อสมอง ส่งผลให้เกิดการบวม ซึ่งเรียกอาการดังกล่าวว่า สมองบวม (Cerebral Edema) โดยเลือดที่ไหลออกมาจะรวมตัวจับเป็นก้อน สภาวะเหล่านี้จะเพิ่มแรงกดบนเนื้อเยื่อสมองโดยรอบ และฆ่าเซลล์สมองในที่สุด การเกิดเลือดออกในสมองสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายบริเวณ เช่น เลือดออกระหว่างตัวเนื้อสมองกับเยื่อหุ้มสมอง ระหว่างชั้นของเยื่อหุ้มสมอง หรือระหว่างกะโหลกศีรษะกับเยื่อหุ้มสมอง เลือดออกในสมองเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาทันที คนส่วนใหญ่ต้องพิการตลอดชีวิต เพราะรักษาไม่ทัน แต่คนไข้บางรายก็สามารถฟื้นตัวได้อย่างสมบูรณ์ โรคแทรกซ้อนที่สามารถเกิดขึ้นได้ ประกอบไปด้วย โรคหลอดเลือดสมอง สมองทำงานบกพร่อง รวมถึงผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการรับยาหรือการรักษา ผู้มีอาการอาจถึงขั้นเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว แม้จะได้รับการรักษาทางการแพทย์แล้วก็ตาม เลือดคั่งในสมอง พบได้บ่อยเพียงใด ภาวะเลือดคั่งในสมอง พบได้ทั่วไป เกิดขึ้นได้ในคนทุกวัย ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง สามารถจัดการได้โดยการลดปัจจัยเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม อาการอาการของภาวะ เลือดคั่งในสมอง อาการโดยทั่วไปของ ภาวะเลือดคั่งในสมอง ได้แก่ ปวดหัวหนักอย่างกะทันหัน แขนขารู้สึกอ่อนแรง คลื่นไส้ อาเจียน ความตื่นตัวลดน้อยลง พูดลำบากหรือพูดเข้าใจยาก มีปัญหาในการพูด กลืนน้ำลายลําบาก มีปัญหาการมองเห็นในดวงตาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง สูญเสียการทรงตัว การประสานงานของร่างกาย วิงเวียนศีรษะ เหม่อลอย เซื่องซึม […]

โรคหลอดเลือดสมองหรือสโตรก

สัญญาณเตือนเริ่มแรกของโรคหลอดเลือดสมอง ที่คุณไม่ควรเพิกเฉย

มีหลายคนที่ไม่รู้จัก สัญญาณเตือนเริ่มแรกโรคหลอดเลือดสมอง สิ่งสำคัญเมื่อเกิดโรคหลอดเลือดสมองก็คือ ผู้เกิดอาการควรได้รับการรักษาภายใน 6 ชั่วโมงแรก การรักษาที่ชักช้าในหลายกรณี ทำให้ฟื้นตัวได้ยากมากขึ้น หรือกระทั่งไม่อาจที่จะรักษาเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นเราจึงควรรู้จักอาการของโรคหลอดเลือดสมอง เพื่อที่จะได้หาหนทางแก้ไขให้ทันท่วงที โรคหลอดเลือดสมองเกิดจากอะไร เช่นเดียวกับหลายส่วนในร่างกายของคนเรา เซลล์สมองจำเป็นต้องได้รับการหล่อเลี้ยงจากเลือดเพื่อความอยู่รอด โรคหลอดเลือดสมองเกิดขึ้นได้ เมื่อบางส่วนของสมองมีเลือดไปหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอ โรคหลอดเลือดสมองมีอยู่ 2 ชนิด ชนิดแรกคือภาวะสมองขาดเลือด (Ischemic Stroke) เกิดจากการขาดเลือดเมื่อหลอดเลือดอุดตัน ส่วนอีกชนิดคือภาวะเลือดออกในสมอง (Hemorrhagic Stroke) ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดการตกเลือดในสมอง ภาวะสมองขาดเลือดเกิดขึ้นในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมากกว่าร้อยละ 80 หากเลือดไม่สามารถไปเลี้ยงสมองได้อย่างกะทันหัน จะเรียกว่าเกิดภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว (Transient Ischemic Attack: TIA) ภาวะนี้บ่งชี้ได้ว่า ผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคหลอดเลือดสมองอย่างถาวร ด้วยเหตุนี้ ผู้ป่วยจึงควรรักษาโรคหลอดเลือดสมองอย่างจริงจัง สาเหตุหลักของโรคหลอดเลือดสมองและภาวะ TIA เกิดจากโรคหลอดเลือดแดงคาโรติด (Carotid Artery Disease) ซึ่งหมายถึงการที่คราบไขมันเกาะอยู่ในหลอดเลือดแดงคาโรติด ปิดกั้นเส้นทางของเลือดที่จะขึ้นไปเลี้ยงสมอง ส่วนภาวะเลือดออกในสมองนั้นเกิดขึ้นได้น้อยกว่า โดยสาเหตุของภาวะเลือดออกในสมองนั้น เกิดขึ้นจากการแตกตัวของหลอดเลือดหรือการโป่งพองของหลอดเลือด (ซึ่งหมายถึงหลอดเลือดมีการขยายตัวเพราะผนังหลอดเลือดอ่อนแอ) ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง การมีอาการดังต่อไปนี้ เพิ่มความเสี่ยงของคุณที่จะป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมองมากขึ้น มีภาวะหัวใจห้องบนเต้นสั่นพลิ้ว (atrial fibrillation) หมายถึงอัตราการเต้นของหัวใจเต้นเร็วและไม่สม่ำเสมอ หลอดเลือดอุดตันหรือแข็งตัว เคยมีประวัติเกิดภาวะ TIA เคยมีประวัติเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง เคยมีประวัติหัวใจวาย อาการของโรคหลอดเลือดสมอง อาการของโรคหลอดเลือดสมองมักจะเกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน อาการโดยทั่วไปมีดังต่อไปนี้ เกิดความรู้สึกชาหรืออ่อนแรงอย่างปัจจุบันทันด่วน บริเวณใบหน้า แขน […]

โรคหลอดเลือดสมองหรือสโตรก

หักกระดูกข้อต่อคอ หรือ หักคอ บ่อยๆ ระวัง! เพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง

หากคุณปวดเมื่อยต้นคอ ควรคิดให้ดีก่อนที่จะใช้วิธี หักกระดูกข้อต่อคอ หรือ หักคอ แก้เมื่อย เพราะผู้ที่ชอบ หักกระดูกข้อต่อคอ ด้วยตัวเอง  หรือแม้แต่การบำบัดอาการเจ็บป่วยด้วยการจัดกระดูกสันหลัง และการจัดกระดูกคอ ก็อาจทำให้เสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมองได้ อีกทั้งยังมีบทความในวารสารการแพทย์ของอังกฤษ (BMJ) ที่ระบุว่าการหักกระดูกข้อต่อคอ อาจเป็นสาเหตุให้คอเสียหายถาวรได้อีกด้วย ดังนั้น Hello คุณหมอ จะพาคุณไปรู้จักเรื่องนี้ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อสุขภาพที่ดีของคถณ ทำไมต้อง “หักคอ” สิ่งที่เราเรียกว่าการ “หักคอ” อาจฟังดูน่ากลัว แต่แน่นอนว่ามันไม่ใช่สิ่งเดียวกับการทำให้ “คอหัก”แต่การ หักคอ เป็นสิ่งที่หลายคนนิยมทำ เพื่อใช้ในการผ่อนคลายอาการตึงเครียดที่ลำคอ ซึ่งมักเกิดขึ้นเวลาที่เราอยู่ในท่าหนึ่งท่าใดเป็นเวลานานๆ การหักหรือบิดกระดูกข้อต่อคอ จะช่วยในการยืดกล้ามเนื้อที่แข็งตึงบริเวณลำคอและข้อต่อ และคลายความตึงเครียดที่สะสมอยู่ในบริเวณนี้ ในการทำท่าหักคอเพื่อคลายเมื่อย จะทำให้เกิดสุญญากาศระหว่างข้อต่อและกล้ามเนื้อ และก๊าซไนโตรเจนก็จะไหลเข้ามาสู่น้ำในข้อต่อ และเมื่อกระดูกกลับสู่ท่าปกติ ก็จะผลักก๊าซพวกนั้นออกไป ซึ่งทำให้เกิดเสียงแกร็กอย่างที่เราได้ยิน และทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายจากอาการตึงลำคอ โรคหลอดเลือดสมองคืออะไร โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เป็นภาวะที่สมองขาดเลือด เนื่องจากหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองเกิดการอุดตัน ตีบ หรือฉีกขาด ทำให้เนื้อเยื่อสมองไม่ได้รับออกซิเจน จนเซลล์สมองถูกทำลาย ส่งผลให้การทำงานของร่างกายที่ควบคุมโดยสมองส่วนนั้นๆ เช่น ระบบความจำ การควบคุมกล้ามเนื้อ หยุดชะงัก โรคหลอดเลือดสมอง สามารถเกิดขึ้นกับได้กับคนทุกเพศทุกวัยและทุกเมื่อ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองบางคนมีอาการไม่รุนแรง เช่น […]

โรคหลอดเลือดสมองหรือสโตรก

ผลกระทบของโรคหลอดเลือดสมอง ต่ออวัยวะต่างๆ ของร่างกาย

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) จัดเป็นโรคร้ายแรงที่ควรได้รับการรักษาทันที เพราะโรคนี้สามารถทำให้เซลล์สมองถูกทำลายจนเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ และหลังจากที่คุณรอดชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมอง ร่างกายจะฟื้นตัวได้เร็ว หรือช้า ก็ขึ้นอยู่กับบริเวณสมองที่กระทบกระเทือน รวมถึง ผลกระทบของโรคหลอดเลือดสมอง ต่ออวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ของแต่ละบุคคล ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น ติดตามได้ในบทความนี้ของ Hello คุณหมอ ที่นำมาฝากทุกคนกันค่ะ ผลกระทบของโรคหลอดเลือดสมอง ต่ออวัยวะต่างๆ ในร่างกาย 1. ระบบทางเดินหายใจ กล้ามเนื้อบริเวณคอ ลิ้น และปาก ถ้ากล้ามเนื้อบริเวณคอ ลิ้น หรือปากไม่สามารถนำอาหารเข้าสู่หลอดอาหารได้ อาจทำให้อาหารและของเหลวหลุดเข้าไปทางเดินหายใจและปอดได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น การติดเชื้อ และปอดบวม (Pneumonia) ปัญหาการกลืน ความเสียหายของสมองในบริเวณที่ควบคุมการกินและการกลืน สามารถทำให้คุณเกิดภาวะกลืนลำบาก (Dysphagia) ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้กลืนอาหารได้ยาก โดยถือเป็นอาการที่พบบ่อยที่จะเกิดขึ้นหลังการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง แต่อาการจะดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ปัญหาการหายใจ ถ้าโรคหลอดเลือดสมองเกิดขึ้นบริเวณก้านสมอง ซึ่งควบคุมการหายใจ การเต้นของหัวใจ และอุณหภูมิร่างกาย สามารถทำให้มีปัญหาในการหายใจ ซึ่งการเกิดโรคหลอดเลือดสมองลักษณะนี้อาจนำไปสู่อาการโคม่าหรือเสียชีวิตได้ 2. ระบบประสาท ระบบประสาททำงานไม่แม่นยำ ระบบประสาทสร้างขึ้นมาจากสมอง เส้นประสาทไขสันหลัง และเครือข่ายเส้นประสาททั่วร่างกาย โดยระบบประสาทจะส่งสัญญาณไปมาระหว่างร่างกายกับสมอง แต่เมื่อสมองถูกทำลายจะทำให้รับสัญญาณได้ไม่แม่นยำ การรับรู้เปลี่ยนแปลงไป การรับรู้ที่เปลี่ยนแปลงไป อาจทำให้สมองไม่เข้าใจความรู้สึกบางอย่าง เช่น ความรู้สึกอบอุ่น ความรู้สึกหนาว […]

โรคหลอดเลือดสมองหรือสโตรก

ภาวะสมองเสื่อม กับ โรคหลอดเลือดสมอง เกี่ยวข้องกันอย่างไร

จากสถิติชี้ให้เห็นว่า ผู้ที่เข้ารับการรักษาด้วยโรคหลอดเลือดสมองร้อยละ 34 อายุน้อยกว่า 65 ปี โรคหลอดเลือดสมองจึงอาจเกิดขึ้นได้ในทุกวัย นอกจากนี้สำหรับผู้ที่รอดชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมอง มีงานวิจัยที่พบความเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างภาวะสมองเสื่อม กับ โรคหลอดเลือดสมอง ลองมาดูกันว่า ภาวะสมองเสื่อม กับ โรคหลอดเลือดสมอง เกี่ยวข้องกันอย่างไร สามารถป้องกันได้หรือไม่ Hello คุณหมอ มีบทความดีๆ มาให้อ่านกันค่ะ โรคหลอดเลือดสมอง กับ ภาวะสมองเสื่อม เกี่ยวข้องกันอย่างไร งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเอ็กซิเตอร์ ประเทศอังกฤษ ได้วิเคราะห์ข้อมูลความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) กับภาวะสมองเสื่อม (Dementia) จากคนทั่วโลกประมาณ 3.2 ล้านคน ผลการวิจัยพบว่า ยังคงมีความเชื่อมโยงระหว่างโรคหลอดเลือดสมองและภาวะสมองเสื่อม แม้ว่าจะคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆแล้ว เช่น ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคหัวใจและหลอดเลือด จึงอาจใช้ผลการวิจัยเป็นหลักฐานสำคัญที่สนับสนุนข้อมูลว่า การเกิดโรคหลอดเลือดสมอง สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะสมองเสื่อมได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยังตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่รอดชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองส่วนใหญ่ ไม่ได้มีการพัฒนาภาวะสมองเสื่อม ดังนั้นการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อตรวจสอบว่าการดูแลสุขภาพหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมอง และการปรับเปลี่ยนใช้ชีวิตประจำวันอย่างระมัดระวัง ทั้งการรับประทานอาหาร การใส่ใจดูแลตนเองโดยออกกำลังกาย และรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ สามารถลดความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อมได้หรือไม่ คุณสามารถป้องกัน โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะสมองเสื่อม ได้หรือไม่ การป้องกันโรคหลอดเลือดสมองและการดูแลสุขภาพหลังจากเป็นโรคหลอดเลือดสมอง […]

โรคหลอดเลือดสมองหรือสโตรก

ประโยชน์ของโบท็อกซ์ กับการรักษาโรคหลอดเลือดสมอง

คุณอาจเคยได้ยินเกี่ยวกับโบท็อกซ์ (Botox) สิ่งแรกที่คุณคิดเมื่อเห็นคำนี้คืออะไร? อาจเป็นศัลยกรรมเพื่อความงาม ดูแลผิวพรรณ หรือรอยเหี่ยวย่น อย่างไรก็ดี บทความนี้จะไม่พูดถึงโบท็อกซ์ในด้านที่เราทราบกันดีอยู่แล้ว แต่จะพูดถึงประโยชน์ในด้านอื่นๆ ของโบท็อกซ์ ที่คนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่ทราบ นั่นก็คือ ประโยชน์ของโบท็อกซ์ กับการรักษาโรคหลอดเลือดสมอง นั่นเอง โบท็อกซ์คืออะไร โบทูลินัมทอกซิน ชนิดเอ (Botulinum toxin type A) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าโบท็อกซ์  ที่รู้จักกันว่า เป็นสารชีวภาพที่มีพิษชนิดหนึ่ง สร้างขึ้นโดยแบคทีเรีย Clostridium botulinum โบท็อกซ์เป็นสารพิษชนิดเดียวกันกับสารพิษที่เป็นสาเหตุของอาหารเป็นพิษ ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ในการใช้โบท็อกซ์จึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด โบท็อกซ์ มีคุณสมบัติที่สามารถนำมาใช้ ในการทำหัตถการเพื่อความงาม ลบเลือนริ้วรอยและรอยย่นที่ใบหน้า คาง คอ และหน้าอก ในทางการแพทย์ โบท็อกซ์จัดเป็นการรักษาชนิดหนึ่ง สำหรับอาการทางสุขภาพอื่นๆบางประการได้ ถึงแม้จะให้ผลการรักษาเพียงชั่วคราว แต่โบท็อกซ์ก็ได้รับความสนใจและเป็นที่นิยมมาก เนื่องจากใช้งานง่ายและได้ผลการรักษาที่รวดเร็ว การทำหัตถการหนึ่งครั้งใช้เวลาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ก่อนจะใช้ โบท็อกซ์ ทุกครั้ง ควรอยู่ในการควบคุมดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม โบท็อกซ์ไม่ควรใช้ในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร หรือผู้ที่มีประวัติเคยแพ้โบท็อกซ์ ซึ่งเป็นข้อควรระมัดระวังก่อนการฉีด   ประโยชน์ของโบท็อกซ์ ในการรักษาโรคหลอดเลือดสมอง โบท็อกซ์ จะถูกใช้ภายในกล้ามเนื้อ หมายความว่า แพทย์จะฉีดโบท็อกซ์เข้าไปในกล้ามเนื้อของคุณ เมื่อฉีดโบท็อกซ์แล้ว โบท็อกซ์จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อเฉพาะจุดเป็นอัมพาตหรือปิดกั้นเส้นประสาทบางชนิด ดังนั้น โบท็อกซ์จึงสามารถช่วยผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง […]

ผู้เชี่ยวชาญด้าน โรคหลอดเลือดสมองหรือสโตรก ของเรา

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม see-more-icon