เปิดตำรา ให้คำแนะนำผู้ป่วยสำหรับ หัตถกรรมไส้ติ่งอักเสบ

เขียนบทความโดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020
Share now

หากใครทราบว่าตนเองมีอาการป่วยเป็นโรคไส้ติ่งอักเสบ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างเร็วที่สุด เพราะถ้าหากปล่อยไว้ไม่ทำการรักษาอาจร้ายแรงจนทำให้ไส้ติ่งแตกและนำมาซึ่งการเสียชีวิตได้ วันนี้ Hello คุณหมอ จะมาเปิดตำราให้คำแนะนำผู้ป่วยสำหรับ หัตถกรรมไส้ติ่งอักเสบ กันค่ะ เพื่อให้ผู้ป่วยมีความรู้เบื้องต้นในตัวโรคและการรักษา

การวินิจฉัยผู้ป่วยโรคไส้ติ่งอักเสบ

ไส้ติ่งในคนทั่วไปมีขนาดประมาณ 0.5 ซม. x 5 ซม. หรือขนาดอาจแตกต่างกันไป  เมื่อมีอะไรก็ตามมาอุดด้านในไส้ติ่ง จะทําให้เกิดการอักเสบขึ้นได้ ส่วนใหญ่ ก็จะเป็นก้อนอุจจาระที่แข็งก้อนเล็กๆ โรคไส้ติ่งอักเสบ เป็นโรคที่ต้องรักษาอย่างเร่งด่วน พบได้บ่อยทั้งในผู้ใหญ่ และเด็กโดยมีอาการดังนี้

  • ปวดท้อง : โดยเริ่มแรกอาจจะปวดรอบๆ สะดือ ลักษณะปวดตื้อๆ  ต่อมาย้ายมาปวดมากขึ้นที่ท้องน้อยด้านขวา
  • อาการอื่นๆ ที่อาจตรวจพบร่วมด้วย  :  คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร หรือบางรายอาจมีอาการท้องเสียร่วมด้วย
  • ไข้ : ในระยะเริ่มแรกอาจจะไม่มีไข้ ต่อมาเมื่อมีการอักเสบนานขึ้นก็อาจมีไข้ได้

 วิธีการวินิจฉัยโดยแพทย์

การตรวจร่างกาย

  • โดยกดที่ท้องน้อยด้านขวาแล้วมีอาการเจ็บมากขึ้น เมื่อแพทย์ปล่อยมือขึ้นจากหน้าท้อง

การตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ 

  • ตรวจเลือด เพื่อดูจํานวนเม็ดเลือดขาว ซึ่งจะสูงขึ้นในรายที่มีการอักเสบ หรือ ติดเชื้อ
  • ตรวจปัสสาวะ เพื่อ ตรวจหาสภาวะผิดปกติของทางเดินปัสสาวะ ซึ่งมีอาการคล้ายไส้ติ่งอักเสบ เช่น นิ่วในท่อไตกรวยไตอักเสบ

 การเอ็กซเรย์

  • การทําอัลตราซาวน์ (Ultrasound) เพื่อตรวจหาความผิดปกติในช่องท้อง สามารถพบขนาดไส้ติ่งที่ผิดปกติ หรือมีภาวะการอักเสบได้
  • การทําเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ในกรณีที่การทําอัลตราซาวน์ไม่ชัดเจน ซึ่งสามารถตรวจพบความผิดปกติอื่นๆ

อีกได้

วัตถุประสงค์ของการทำหัตถการ

ป้องกันการเกิดฝีในท้อง (Abscess)  ช่องท้องอักเสบ (Peritonitis) หรือเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis)

วิธีรักษาผู้ป่วยสำหรับ หัตถกรรมไส้ติ่งอักเสบ 

การรักษาไส้ติ่งอักเสบ

  • ในรายที่อาการชัดเจน แนะนำให้รักษาด้วยการผ่าตัดโดยด่วนหลังจากเตรียมผู้ป่วยให้พร้อม และเหมาะสมต่อการให้ยาสลบ
  • ในรายที่อาการไม่ชัดเจน แต่สงสัยว่าอาจเป็นโรคนี้ ให้รับตัวไว้สังเกตอาการในโรงพยาบาล เพื่อติดตาม และประเมินอาการ อย่างใกล้ชิด โดยงดน้ำและอาหาร และอาจใช้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วย
  • ในรายที่มีอาการมาหลายวัน หรือ พบก้อนบริเวณท้องน้อยขวา และมีข้อบ่งชี้ว่าน่าจะเป็นหนองไส้ติ่ง (Appendiceal phlegmon หรือ  Abcess) ควรรักษาโดยวิธีประคับประคอง โดยการให้ยาปฏิชีวนะ ถ้าอาการปวดท้องดีขึ้น หรือก้อนมี ขนาดเล็กลง ก็สามารถให้การผ่าตัดได้หลังจากนั้น  6 สัปดาห์- 3 เดือน หรืออาจพิจารณาผ่าตัดไส้ติ่งออกเลย ขึ้นอยู่กับ ดุลยพินิจของศัลยแพทย์

การรักษาโดยการผ่าตัด

  • วิธีการผ่าตัดแบบมาตราฐาน โดยจะผ่าตัดเป็นแผลเล็กๆ ขนาดยาว 2- 3 ซม. บริเวณท้องน้อยด้านขวา ถ้าไส้ติ่งอยู่ใน ตําแหน่งผิดปกติหรือผู้ป่วยอ้วน แผลผ่าตัดอาจจะยาวขึ้นได้
  • วิธีการส่องกล้องผ่าตัด โดยการผ่าตัดผ่านกล้อง ที่สอดทางหน้าท้องด้านขวา หลังการผ่าตัดจะมีรอยที่เกิดจากการสอดเครื่องมือประมาณ 3 จุด

โอกาสความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยสำหรับ หัตถกรรมไส้ติ่งอักเสบ

  • โดยทั่วไปการผ่าตัดจะได้ผลเกือบ 100%

ทางเลือกอื่นๆ

  • ไม่มี

การพักฟื้น/ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้

  • โดยทั่วไปหลังการผ่าตัดผู้ป่วย ไส้ติ่งอักเสบ จะนอนพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลประมาณ 2-3 วัน ขึ้นอยู่กับอาการ

 ผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นหากไม่ได้รับการผ่าตัด/การรักษา

  • ถ้าหากผู้ป่วยเป็นไส้ติ่งแล้วไม่ได้รับการผ่าตัดก็อาจมีภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น เกิดฝีในท้อง (Abscess) ช่องท้องอักเสบ (Peritonitis)  หรือเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด  (Sepsis)  ซึ่งอัตราการตายจะสูงมากขึ้น  โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน

คำแนะนำการปฏิบัติตัวก่อนและหลังเข้าการรักษา 

  • งดน้ำและ อาหาร ตามแผนการรักษาของแพทย์
  • หากมีอาการปวดแผลสามารถแจ้งเพื่อรับยาแก้ปวด และใช้มือหรือหมอนประคองแผลเวลาไอ จาม หรือเมื่อมีการ เคลื่อนไหวร่างกาย เพื่อลดการกระเทือนของแผล ที่นำมาสู่อาการปวดแผล
  • ผู้ป่วยจะได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดในขณะที่ไม่ได้รับประทานอาหาร
  • การรับประทานอาหารจะเริ่มจากการจิบน้ำ รับประทานอาหารเหลว รับประทานโจ๊ก หรืออาหารอ่อน  รับประทานอาหารได้ ตามปกติภายในเวลา 7  วัน
  • ระยะพักรักษาในโรงพยาบาล ขึ้นกับอาการของผู้ป่วยแต่ละราย โดยปกติประมาณ 2 – 3 วัน
  • สามารถปฏิบัติภารกิจตามปกติได้หลังผ่าตัด ประมาณ 7  วัน

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ

แพทย์หญิงเบ็ญจาพร นิมิตรวานิช สำเร็จการศึกษา แพทยศาสตร์บัณฑิต ...

จากผู้เชี่ยวชาญ แพทย์หญิงเบ็ญจาพร นิมิตรวานิช

เปิดตำรา ให้คำแนะนำผู้ป่วยสำหรับ หัตถกรรมไส้ติ่งอักเสบ

วันนี้ Hello คุณหมอ จะมาเปิดตำราให้คำแนะนำผู้ป่วยสำหรับ หัตถกรรมไส้ติ่งอักเสบ กันค่ะ เพื่อเตรียมความพร้อมและมีความรู้เบื้องต้นในการรักษา

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เปิดตำรา ให้คำแนะนำผู้ป่วยสำหรับ หัตถกรรมไส้ติ่งอักเสบ

ข้อควรรู้…ก่อนเข้ารับหัตถการของ ผู้ป่วยไส้เลื่อน

ไส้เลื่อนสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ซึ่งวิธีการรักษาที่ดีที่สุดคือ การผ่าตัด แต่ก่อนจะเข้ารับการผ่าตัด ผู้ป่วยไส้เลื่อน ควรจะต้องรู้ข้อมูลเหล่านี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
ข้อควรรู้…ก่อนเข้ารับหัตถการของ ผู้ป่วยไส้เลื่อน

คำแนะนำสำหรับการทำหัตถการ ที่ผู้ป่วยโรค นิ่วในถุงน้ำดี ควรรู้

โรคนิ่วในถุงน้ำดี อาจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ หากไม่รับทำการรักษา บทความนี้จะมาให้คำแนะนำเรื่องการทำหัตถการสำหรับ ผู้ป่วยโรคนิ่วในถุงน้ำดี

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
คำแนะนำสำหรับการทำหัตถการ ที่ผู้ป่วยโรค นิ่วในถุงน้ำดี ควรรู้
READ MORE FROM แพทย์หญิงเบ็ญจาพร นิมิตรวานิช
แพทย์หญิงเบ็ญจาพร นิมิตรวานิช สำเร็จการศึกษา แพทยศาสตร์บัณฑิต ...

บทความแนะนำ

ปวดท้องข้างขวา อย่ามัวชะล่าใจ เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรง

ปวดท้องข้างขวา อย่ามัวชะล่าใจ เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ กุมภาพันธ์ 7, 2020
อาการป่วยของเด็ก ที่พ่อแม่ไม่ควรเพิกเฉย

อาการป่วยของเด็ก ที่พ่อแม่ไม่ควรเพิกเฉย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ มกราคม 29, 2020
ไส้ติ่งอักเสบ (Appendicitis)

ไส้ติ่งอักเสบ (Appendicitis)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
เผยแพร่วันที่ มกราคม 1, 2019
ปวดท้องน้อย ในผู้หญิงบ่งบอกโรคอะไรได้บ้าง?

ปวดท้องน้อย ในผู้หญิงบ่งบอกโรคอะไรได้บ้าง?

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Sopista Kongchon
เผยแพร่วันที่ กรกฎาคม 4, 2018