สุขภาพชาย

สมรรถภาพทางกาย สุขภาพทางเพศ สุขภาพจิต ฮอร์โมน และการนับถือตัวเอง ล้วนเป็นสิ่งที่ส่งผลคือ สุขภาพชาย ดังนั้น ทาง Hello คุณหมอ จึงได้รวบรวมเรื่องเหล่านี้เอาไว้ให้คุณผู้ชายได้ศึกษาและลองนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพชาย

ปวดลูกอัณฑะ เป็นอาการที่พบได้ในผู้ชายซึ่งป่วยเป็นโรคหรือมีภาวะผิดปกติเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์หรือระบบย่อยอาหาร เบื้องต้น ผู้ป่วยสามารถดูแลตัวได้ด้วยการรับประทานยาแก้ปวดหรือประคบเย็นบริเวณลูกอัณฑะ อย่างไรก็ตาม หากปวดลูกอัณฑะร่วมกับมีอาการอื่น ๆ เช่น มีไข้ ปวดท้องน้อย ควรไปพบคุณหมอ เพื่อรับการวินิจฉัยสาเหตุของโรค และรับการรักษาที่เหมาะสม สาเหตุของการปวดลูกอัณฑะ ปวดลูกอัณฑะมักเป็นอาการสืบเนื่องจากความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์หรือระบบขับถ่าย อันมีสาเหตุจากโรคหรือภาวะสุขภาพดังต่อไปนี้ ปวดลูกอัณฑะ เนื่องจากอัณฑะอักเสบ อัณฑะอักเสบ เป็นโรคซึ่งเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณหลอดเก็บตัวอสุจิ และเป็นอาการของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อย่างหนองในหรือหนองในเทียม นอกจากนี้ อัณฑะอักเสบยังเกิดได้จากการติดเชื้อไวรัสโรคคางทูม ผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคคางทูม จะเสี่ยงเป็นอัณฑะอักเสบมากกว่าคนที่เคยฉีดวัคซีนแล้ว โดยทั่วไป อัณฑะอักเสบมักเกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน โดยผู้ป่วยจะปวดลูกอัณฑะข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้าง ร่วมกับมีอาการป่วยอื่น ๆ เช่น มีไข้ ปวดหัว อ่อนเพลีย หัวใจเต้นเร็ว วิธีรักษาอัณฑะอักเสบ อัณฑะอักเสบรักษาได้ด้วยวิธีต่อไปนี้ รับประทานยาปฏิชีวนะ เพื่อต้านเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส ซึ่งเป็นสาเหตุของโรค ควบคู่กับการรับประทานยาแก้อักเสบ เพื่อลดอาการปวดลูกอัณฑะหรือลูกอัณฑะบวม ประคบเย็น สามารถทำได้ด้วยตนเองโดยประคบเย็นบริเวณลูกอัณฑะเป็นเวลา 15-20 นาที/ครั้ง วันละประมาณ 3-4 ครั้ง เลือกชนิดชุดชั้นในให้เหมาะสม ควรสวมใส่กางเกงในสำหรับการออกกำลังกายซึ่งมักทำจากผ้าฝ้าย เพื่อป้องกันลูกอัณฑะอักเสบหรือระคายเคือง รวมทั้งช่วยกระชับลูกอัณฑะไม่ให้กระทบกระเทือนจนเกินไปขณะเคลื่อนไหวร่างกาย ปวดลูกอัณฑะ เนื่องจากอัณฑะบิดตัว อัณฑะบิดตัว หมายถึง การบิดหรือรั้งของลูกอัณฑะที่ผิดปกติ ส่งผลให้สายรั้งอัณฑะซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวส่งผ่านเลือดมาเลี้ยงลูกอัณฑะบิดจากองศาปกติตามธรรมชาติจนอาจทำให้เกิดการตีบตัน ส่งผลให้เลือดไม่ไหลลงมาเลี้ยงอัณฑะ […]

หัวข้อ สุขภาพชาย เพิ่มเติม

สุขภาพชาย

หนึ่งในปัจจัยที่อาจทำให้คู่ของคุณมีอารมณ์ทางเพศร่วมได้ยากทุกครั้งเวลามีกิจกรรมบนเตียง ไม่เพียงแต่ปัญหาในด้านเทคนิคของการร่วมรักแล้ว ยังมีบางสิ่งบางอย่างที่อาจทำให้พวกเขานั้นไปไม่ถึงจุดสุดยอด นั่นก็คือเรื่องของอวัยวะเพศที่หลาย ๆ คนต่างกังวล โดยเฉพาะ อวัยวะเพศของผู้ชาย ที่ดูเหมือนจะไม่พอดีเวลามีเพศสัมพันธ์นี่เอง ซึ่งบทความของ Hello คุณหมอ วันนี้ ก็ได้นำเคล็ดลับดี ๆ ใน การเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ สำหรับคุณผู้ชายมาฝากไว้เพื่อเป็นแนวทางค่ะ อวัยวะเพศของผู้ชาย หยุดเติบโตเมื่อใด การเจริญเติบโตของอวัยวะเพศชาย ส่วนใหญ่มักจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงขึ้นเมื่อคุณเข้าสู่ช่วงวัยแรกรุ่นตั้งแต่อายุ 9-14 ปี และจะพัฒนา หรือขยายขนาดขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งคุณอายุได้ 20 ปี แต่โดยเฉลี่ยแล้ว เมื่อคุณมีอายุประมาณ 18-19 ปี อวัยวะเพศของคุณนั้นอาจมีการเจริญเติบโตได้ช้าลง จนหยุดขยายขนาดลงไปเองในที่สุด นอกจากนี้ขนาดของ อวัยวะเพศชาย อาจมีขนาดที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ภาวะทางสุขภาพ และฮอร์โมนด้านการเจริญเติบโต ซึ่งขนาดเฉลี่ยปกติของ อวัยวะเพศชาย ที่อ่อนตัวนั้นความยาวจะอยู่ระหว่าง 3.4-3.7 นิ้ว แต่หากเกิดการแข็งตัวขึ้น อวัยวะเพศชาย จะขยายขนาดอยู่ระหว่าง 5.1-5.7 นิ้ว โดยมีเส้นรอบวงถึง 3.5-3.9 นิ้ว เลยทีเดียว วิธี การเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ สำหรับผู้ชาย หากเป็นวิธีที่ธรรมชาติ และขั้นตอนไม่ยุ่งยาก คงอาจเป็นการออกกำลังกายเบื้องต้นเพื่อลดชั้นไขมันต่าง […]

ปัญหาสุขภาพชายแบบอื่น

อยากมีลูกน้อยเป็นห่วงโซ่ทองคล้องใจ แต่ทำอย่างไรก็ไม่มีลูกสักที ถึงแม้ว่าแฟนจะสะกิดทั้งคืน จนใคร ๆ ก็แซวว่าคุณ “ไม่มีน้ำยา” ประโยคสั้น ๆ ที่ใครได้ยินเป็นต้องเจ็บถึงหัวใจ แต่หารู้ไม่ว่าบางทีมีสาเหตุจากปัญหาสุขภาพอย่าง หลอดเลือดดำอัณฑะขอด ซึ่งเป็นภาวะทางสุขภาพที่เกิดขึ้นในผู้ชาย ส่งผลให้อัณฑะผลิตอสุจิได้ไม่มีคุณภาพ จนทำให้เกิดภาวะมีบุตรยาก ดังนั้นวันนี้ Hello คุณหมอ จึงมีข้อมูลเกี่ยวกับภาวะดังกล่าวมาฝากกันในบทความนี้ค่ะ หลอดเลือดดำอัณฑะขอด ปัญหาสุขภาพในคุณผู้ชาย หลอดเลือดดำอัณฑะขอด (Varicocele) เป็นภาวะที่เกิดจากการขยายตัวที่หลอดเลือดดำภายในถุงอัณฑะ (คล้ายกับเส้นเลือดขอดบริเวณขา) ทำให้การผลิตอสุจิมีปริมาณน้อยและมีคุณภาพต่ำลง ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะมีบุตรยาก อย่างไรก็ตามหลอดเลือดดำอัณฑะขอด พบมากในเพศชายที่มีอายุระหว่าง 15-25 ปี โดยทั่วไปมักจะเกิดขึ้นกับวัยรุ่นและมักพบทางด้านซ้ายของถุงอัณฑะ สาเหตุของหลอดเลือดดำอัณฑะขอด ในปัจจุบันยังไม่มีข้อระบุสาเหตุที่แน่ชัดของหลอดเลือดดำอัณฑะขอด โดยมีข้อสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากความผิดปกติในการลำเลียงเลือด ที่ไม่สามารถลำเลียงเลือดไปยังหลอดเลือดดำบริเวณอัณฑะ สัญญาณเตือน หลอดเลือดดำอัณฑะขอด ในคุณผู้ชาย อาการของหลอดเลือดดำอัณฑะขอดมักไม่มีอาการใด ๆ แสดง อาจทำให้ผู้ป่วยไม่ทราบว่าตนเองเข้าข่ายต่อการเกิดภาวะดังกล่าวนี้หรือไม่ โดยผู้ป่วยสามารถสังเกตอาการผิดปกติอื่น ๆ ได้ดังนี้ ปัญหาเกี่ยวกับภาวะเจริญพันธุ์ รู้สึกปวดทึบ หรือรู้สึกปวดหนักในอัณฑะ ถุงอัณฑะบวม เส้นเลือดบริเวณถุงอัณฑะขยายใหญ่ขึ้น หรือบิดเบี้ยวอย่างเห็นได้ชัด มีลักษณะคล้ายตัวหนอน ภาวะแทรกซ้อน ภาวะมีบุตรยาก หลอดเลือดดำอัณฑะขอดอาจทำให้บริเวณรอบ ๆ อัณฑะมีอุณหภูมิสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการสร้างอสุจิ อัณฑะฝ่อ ถึงแม้ว่าสาเหตุการฝ่อจะยังไม่มีข้อระบุที่แน่ชัดของหลอดเลือดดำอัณฑะขอด แต่ได้มีข้อสันนิษฐานว่าภาวะดังกล่าวนี้จะส่งผลให้ลูกอัณฑะหดตัวและนิ่ม ทำให้ระบบหมุนเวียนเลือดในหลอดเลือดดำทำงานผิดปกติ และสร้างความเสียหายต่ออัณฑะ วิธีการรักษา ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะหลอดเลือดดำอัณฑะ อาจไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาเสมอไป หากไม่มีอาการปวด หรือทำให้เกิดภาวะมีบุตรยาก  ในกรณีผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาเมื่อมีอาการปวดหรืออยู่ในภาวะมีบุตรยาก ในเบื้องต้นแพทย์อาจสอบถามประวัติและอาการ […]

ปัญหาสุขภาพชายแบบอื่น

มีผู้ชายหลายๆ คนที่มักจะชอบไว้เครา จัดแต่งให้สวยงาม และดูแลความสะอาดอยู่เสมอ เนื่องจากการไว้เคราถือเป็นการเสริมสร้างบุคลิกภาพในอีกรูปแบบหนึ่ง แต่แม้จะรักษาความสะอาดมากขนาดไหน อาการคันเครา ก็มักจะเกิดขึ้นได้เสมอ แล้วถ้าหากเหล่าคุณผู้ชายเกิดอาการคันเครา จะต้องจัดการอย่างไรดี ทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน อาการคันเครา เกิดจากอะไร ไม่ว่าคุณจะมีหนวดเคราขึ้นเป็นครั้งแรก หรือมีหนวดเครามานานแล้วหลายปีก็เป็นเรื่องปกติที่เมื่อมีขนขึ้นบนใบหน้าแล้วจะเกิดอาการคัน อาการคันที่เกิดขึ้นบางครั้งอาจจะไม่รุนแรงและบางครั้งคุณแทบจะไม่สังเกตเห็นเลยด้วยซ้ำ แต่อาการคันเคราสามารถทำให้คุณต้องตื่นมากลางดึก หรือทำให้เสียสมาธิได้ เคราที่ขึ้นบนใบหน้านั้นไม่เหมือนกับผมบนศีรษะ เครามีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “ผมแอนโดรเจน (Androgenic Hair)” เนื่องจากมันมีการเจริญเติบโตมาจากฮอร์โมนเพศชาย เมื่อฮอร์โมนเพศชายมากขึ้นก็จะทำให้เส้นขนเหล่านี้เจริญเติบโตและหนาขึ้นด้วย ด้วยเหตุนี้คุณจึงต้องดูแลเคราให้ดี แต่การดูแลเครานั้นจะมีวิธีการดูแลแตกต่างจากขนอื่นๆ บนร่างกาย นอกจากนั้นยังมีสาเหตุบางอย่างที่อาจทำให้เกิดอาการคันเครา ซึ่งอาจร้ายแรงและอาจต้องได้รับการรักษา ซึ่งสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการคันเครา ได้แก่ ปลูกหนวดบนใบหน้า กระบวนการปลูกหนวดเคราอาจทำให้เกิดอาการคันได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะการเจริญเติบโตของเส้นผมและรูขุมขนด้วย เมื่อคุณโกนขน ขอบที่แหลมคนก็จะยังคงอยู่ภายในรูขุมขน เมื่อขนยาวขึ้นขอบที่แหลมคม สามารถขูดรูขุมขนและทำให้เกิดอาการคันได้ หากผู้ที่เคยโกนหนวดเคราเป็นประจำ อาจทำให้เกิดการระคายเคืองอย่างกว้างขวางของรูขุมขน ซึ่งส่งผลทำให้รู้สึกไม่สบายตัวและคันมาก ผิวแห้ง ผิวแห้งหรือที่รียกอีกอย่างว่า “ซีโรซัส (Xerosis)” อาจเกิดจากสภาพอากาศที่แห้ง เย็น หรือการแช่ผิวของคุณในน้ำร้อน โดยพาะอย่างยิ่งในระหว่างการอาบน้ำ สระผม ถูสบู่ ซึ่งความมันนั้นจะถูกชะล้างออกไปตามธรรมชาติ ส่งผลให้ผิวแห้ง และทำให้คันหนวดเคราได้ ผิวแห้งหรือผิวที่หนานั้น อาจเนื่องมาจากโรคผิวหนังอิคไทโอซิส (Ichthyosis) ซึ่งได้แก่ โรคเกล็ดปลา โรคเกล็ดงู ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม […]

ปัญหาสุขภาพชายแบบอื่น

ความเครียด เป็นภาวะทางอารมณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อเจอกับปัญหาที่ยากจะแก้ไข ทำให้เกิดความวิตกกังวล ความกดดัน และรู้สึกไม่สบายใจ ความเครียดนั้นนอกจากจะส่งผลกับอารมณ์แล้ว ยังส่งผลต่อร่างกายอีกด้วย เช่น ปัญหาการนอนไม่หลับ นอกจากนี้ ความเครียด ส่งผลต่อโรคต่อมลูกหมากโต ความเครียดทำให้อาการของโรคต่อมลูกหมากแย่ลง วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจว่า ความเครียดนั้น ส่งผลต่ออาการต่อมลูกหมากโตได้อย่างไร ต่อมลูกหมากโต (Benign Prostatic Hyperplasia หรือ BPH) ต่อมลูกหมากโต (Benign prostatic hyperplasia หรือ BPH) เป็นการขยายตัวของต่อมลูกหมาก ทำให้ต่อมลูกหมากมีขนาดใหญ่กว่าปกติ ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้ชายที่อายุมาก มีหลักฐานแสดงให้เห็นว่าร้อยละ 50 ของผู้ชายเป็นโรคต่อมลูกหมากโตนั้นอายุประมาณ 60 ปี อาการต่อมลูกหมากโตนั้นอาจทำให้เกิดปัญหาการปัสสาวะไม่สะดวก เช่น ปัสสาวะสะดุด เพราะปัญหาการไหลของปัสสาวะจากกระเพราะปัสสาวะ นอกจากนี้ยังนำไปสู่ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะ ทางเดินปัสสาวะ และไตอีกด้วย ความเครียด ส่งผลต่อโรคต่อมลูกหมากโต อย่างไร เมื่อมีปัญหาต่อมลูกหมากโต อาจทำให้คุณต้องตื่นกลางดึกเพื่อมาปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการนอนหลับไม่สนิท หรือมีความจำเป็นที่จะต้องหาห้องน้ำอย่างเร่งด่วน เพราะไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้ ปัญหาเหล่านี้อาจทำให้คุณมีความเครียดเพิ่มขึ้น ความเครียดทำให้ร่างกายของคุณหลั่งสารอะดรีนาลีน ซึ่งสารอะดรีนาลีน (Adrenaline) เป็นสารที่ปิดกั้นการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ผู้ที่มีปัญหาโรคต่อมลูกหมากโตมีปัญหาในการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ […]

ปัญหาสุขภาพชายแบบอื่น

คุณผู้ชายทั้งหลายเคยมีการสังเกตตัวเองบ้างหรือไม่ ว่าทำไมบางครั้งหลังการสำเร็จความใคร่ หรือหลังการมีเพศสัมพันธ์แล้วพบว่าน้ำอสุจิของตนเองมีเลือดปนออกมาด้วย อาการที่ น้ำอสุจิมีเลือดปน นี้ ถือว่าเป็นสัญญาณอันตรายต่อสุขภาพหรือเปล่า และถ้าหาก น้ำอสุจิมีเลือดปนออกมา เป็นอันตรายจะสามารถทำการรักษาได้หรือไม่ ไปหาคำตอบพร้อมกันกับ Hello คุณหมอ ได้เลยค่ะ ทำไมน้ำอสุจิถึงมีเลือดปนออกมา การที่ น้ำอสุจิมีเลือดปนออกมา นั้น เกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุที่แตกต่างกันไป ดังนี้ การติดเชื้อและการอักเสบ นี่เป็นสาเหตุที่พบได้มากที่สุดสำหรับอาการที่ น้ำอสุจิมีเลือดปนออกมา โดยอวัยวะใดอวัยะหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์อาจเกิดการติดเชื้อหรือเกิดการอักเสบขึ้น เช่น อาจมีการอักเสบและติดเชื้อที่ต่อมลูกหมาก หลอดปัสสาวะ หลอดเก็บอสุจิ หลอดนำอสุจิ หรือต่อมสร้างอสุจิ เป็นต้น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้มีเลือดออกปนมากับน้ำอสุจิ ไม่ว่าจะเป็น โรคหนองในหรือโรคหนองในเทียม ซึ่งโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นี้ก็จะมีผลให้เกิดการติดเชื้อและการอักเสบที่อวัยวะของระบบสืบพันธุ์ การบาดเจ็บที่บริเวณอวัยอวะเพศ การบาดเจ็บในที่นี้เกิดขึ้นได้จากหลายทาง อย่างแรกอาจเป็นการบาดเจ็บจากการผ่าตัดเพื่อทำการรักษาที่เกี่ยวข้องกับระบบปัสสาวะ หรืออวัยวะเพศ การทำหมัน การรักษาอาการริดสีดวงทวาร เป็นต้น ซึ่งหลังการผ่าตัดหรือการรักษาอาจทำให้มีเลือดปนออกมากับน้ำอสุจิ แต่ก็เพียงชั่วคราวเท่านั้น เพียงไม่กี่สัปดาห์ก็จะหายไป หรืออาจเกิดจากความบาดเจ็บเนื่องมาจากการสำเร็จความใคร่ที่รุนแรงและบ่อยจนเกินไป หรืออาจเกิดจากอุบัติเหตุที่ทำให้อวัยวะสิบพันธุ์ได้รับความกระทบกระเทือน ท่อฉีดอสุจิอุดตัน ท่อฉีดอสุจิ (Ejaculatory duct) เป็นท่อที่ทำหน้าที่สูบฉีดอสุจิหรือขับน้ำอสุจิ แต่เมื่อใดก็ตามที่ท่อฉีดอสุจิเกิดอุดตันก็จะทำให้เส้นเลือดที่อยู่รอบๆ ท่อฉีดอสุจิขยายตัวและแตกออกจึงทำให้เลือดไหลออกมาปนกับอสุจิ โดยอาการทางสุขภาพที่มีส่วนทำให้ท่อฉีดอสุจิเกิดการอุดตันคือโรคต่อมลูกหมากโต (Benign Prostatic Hyperplasia หรือ BPH) เมื่อต่อมลูกหมากโตก็จะไปกระทบกับท่อปัสสาวะและมีผลทำให้อสุจิมีเลือดไหลปนออกมา เนื้องอกหรือติ่งเนื้องอก เนื้องอกเช่นนี้มักจะพบได้ที่ต่อมลูกหมาก หรืออาการทางสุขภาพเช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก หรือปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะ […]

สุขภาพชาย

“ถ้าอยากให้น้ำอสุจิหวาน ก็ลองกินสับปะรดสิ” คุณผู้ชายหลายท่านคงจะเคยได้ยินคำกล่าวนี้ผ่านหูกันมาบ้าง และหลายคนอาจจะเคยทดลองทำตาม แต่บางคนก็คงจะไม่ได้สนใจและคิดว่าไม่น่าเป็นไปได้ แต่ความจริงของความเชื่อนี้คืออะไร กินสับปะรดทำให้น้ำอสุจิหวาน จริงหรือเปล่า? บทความนี้ของ Hello คุณหมอ มีคำตอบมาไขข้อข้องใจของทุกท่านแล้วค่ะ อสุจิมีรสชาติอย่างไร หากจะจำเพาะเจาะจงว่า น้ำอสุจิ มีรสชาติอย่างไร หวานหรือเค็ม ขมหรือเปรี้ยว ก็คงจะไม่สามารถบอกได้แน่ชัด เพราะในความเป็นจริงแล้ว อสุจิของผู้ชายนั้นมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล น้ำอสุจิของผู้ชายบางคนอาจมีรสชาติหวาน ขณะที่น้ำอสุจิของอีกคนอาจจะมีรสขม นั่นเพราะสารประกอบและสารประกอบทางเคมีในร่างกายมีผลกระทบต่อน้ำอสุจิที่ต่างกันตามปัจจัยการใช้ชีวิตที่ต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ รวมถึงปัจจัยทางสุขภาพที่แตกต่างกันด้วย  อาหารมีผลต่อรสชาติของอสุจิจริงหรือ การรับประทานอาหารถือว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อร่างกายของคนเรา ทั้งกลิ่นตัว กลิ่นเหงื่อ กลิ่นปาก รสชาติของน้ำนม หรือแม้กระทั่งรสชาติของ น้ำอสุจิ ก็ล้วนแล้วแต่มาจากปัจจัยในเรื่องการรับประทานอาหารทั้งสิ้น บางคนกลิ่นตัวแรงเพราะรับประทานอาหารที่มีกลิ่นฉุน เช่น กระเทียม หัวหอม เครื่องเทศ เป็นต้น ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าการรับประทานอาหารก็มีส่วนสำคัญต่อกลิ่นและรสชาติของ น้ำอสุจิ ด้วย ถ้าหากรับประทานอาหารที่มีรสชาติและมีกลิ่นแรง น้ำอสุจิก็จะมีกลิ่นและมีรสชาติที่ขมหรือฉุนตามไปด้วย เช่น กระเทียม หัวหอม บร็อคโคลี่ หน่อไม้ฝรั่ง ผักใบเขียวต่างๆ เนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากนม แต่ น้ำอสุจิ ที่มีกลิ่นกำลังดี ไม่ฉุนหรือมีรสขม อาจมาจากการรับประทานอาหารจำพวกผักและผลไม้บางจำพวก เช่น ผักชีฝรั่ง พาสลีย์ ข้าวสาลี สับปะรด มะละกอ ส้ม อาหารเหล่านี้อาจมีผลต่อน้ำอสุจิ จริง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าการรับประทานผักและผลไม้เหล่านี้จะทำให้รสชาติของน้ำอสุจิมีรสหวานมากขึ้น กลับกันคืออาจช่วยลดความขมหรือกลิ่นฉุนของน้ำอสุจิ และช่วยลดความระดับความเป็นด่างของน้ำอสุจิได้ กินสับปะรดทำให้น้ำอสุจิหวาน จริงหรือ? เป็นคำกล่าวที่ถูกส่งต่อกันมาอย่างยาวนานสำหรับความเชื่อที่ว่าการรับประทานสับปะรดหรือดื่มน้ำสับปะรดจะช่วยให้ […]

ปัญหาสุขภาพชายแบบอื่น

ภาวะเต้านมโตในผู้ชาย (Gynecomastia) เป็นภาวะที่ทำให้เนื้อเยื่อเต้านมของผู้ชายบวมขึ้น มันเกิดขึ้นจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งมันสามารถเกิดขึ้นได้กับเต้านมทั้ง 2 ข้าง หรือจะเกิดขึ้นเพียงข้างใดข้างหนึ่งของเต้านมก็ได้เช่นกัน คำจำกัดความ ภาวะเต้านมโตในผู้ชาย (Gynecomastia) คืออะไร ภาวะเต้านมโตในผู้ชาย (Gynecomastia) เป็นภาวะที่ทำให้เนื้อเยื่อเต้านมของผู้ชายบวมขึ้น มันเกิดขึ้นจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และฮอร์โมนเพศชายหรือฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน (Testostrone) ซึ่งมันสามารถเกิดขึ้นได้กับเต้านมทั้ง 2 ข้าง หรือจะเกิดขึ้นเพียงข้างใดข้างหนึ่งของเต้านมก็ได้เช่นกัน โดยทั่วไปแล้วภาวะเต้านมโตในผู้ชายไม่ใช่ปัญหาร้ายแรง แต่มันยากที่จะรับกับสภาพที่เกิดขึ้นได้ เพราะเด็กผู้ชายและผู้ชายที่มีภาวะเต้านมโตบางครั้งจะมีอาการเจ็บหน้าอกและอาจทำให้รู้สึกอายได้ สำหรับภาวะเต้านมโนใตผู้ชายที่เกิดขึ้นนั้นอาจจะหายไปเองก็ได้ แต่ถ้าใช้ยาแล้วยังไม่หาย การผ่าตัดอาจจะช่วยได้เช่นกัน ภาวะเต้านมโตในผู้ชายพบบ่อยเพียงใด โดยปกติแล้วภาวะเต้านมโตในผู้ชายสามารถเกิดขึ้นได้กับทารกเพศชาย เด็กวัยรุ่นประมาณครึ่งหนึ่ง และเกิดขึ้นได้ 2 ใน 3 ของผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 50 ปี สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดปรึกษาแพทย์ อาการอาการของภาวะเต้านมโตในผู้ชาย สัญญาณแรกของภาวะเต้านมโตในผู้ชายนั้น อาจจะเป็นก้อนของเนื้อเยื่อไขมันใต้หัวนม ทั้งยังทำให้เกิดการขยายตัวของหน้าอกของเพศชาย ซึ่งการขยายตัวของหน้าอกมักจะเกิดขึ้นทั้ง 2 ด้านของเต้านม แต่ในบางกรณีก็อาจจะเกิดขึ้นเพียงข้างเดียว ก้อนเนื้อที่เกิดขึ้นนี้อาจจะทำให้เกิดความรู้สึกอ่อนไหวง่ายบริเวณเต้านม มีอาการเจ็บ อาการปวด แต่จะไม่ปวดรุนแรง ภาวะเต้านมโตในผู้ชายจะมีความแตกต่างจากมะเร็งเต้านมในเพศชาย ซึ่งคิดเป็นประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมโดยรวม โดยปกติแล้วมะเร็งเต้านมนั้นจะมีก้อนเนื้อแข็ง ๆ อยู่ที่บริเวณใดบริเวณหนึ่งของเต้านม ไม่จำเป็นต้องอยู่กึ่งกลางของรอบหัวนมเสมอไป ควรไปพบหมอเมื่อใด หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใด ๆ ตามที่ระบุข้างต้น […]

สุขภาพอวัยวะเพศชาย

ผื่นนูนพีพีพี (Pearly Penile Papule)  มีลักษณะเป็นผื่นๆ เล็กๆ ขึ้นบริเวณรอบหัวอวัยวะเพศชาย คล้ายกับเม็ดสิว โดยส่วนใหญ่อาการผื่นนูนพีพีพีจะพบมากในเพศชายช่วงวัยรุ่นถึงวัยกลางคน โดยเฉพาะในเพศชายที่ไม่ผ่านการขลิบอวัยวะเพศ   คำจำกัดความ ผื่นนูนพีพีพี (Pearly Penile Papule)  คืออะไร ผื่นนูนพีพีพี (Pearly Penile Papule) มีลักษณะเป็นผื่นๆ เล็กๆ ขึ้นบริเวณรอบหัวอวัยวะเพศชาย คล้ายกับเม็ดสิว แต่ไม่มีหัวเป็นหนอง โดยส่วนใหญ่อาการผื่นนูนพีพีพีจะพบมากในเพศชายช่วงวัยรุ่นถึงวัยกลางคน โดยเฉพาะในเพศชายที่ไม่ผ่านการขลิบอวัยวะเพศ พบได้บ่อยเพียงใด โดยส่วนใหญ่อาการของผื่นนูนพีพีพีจะพบได้บ่อยในเพศชายช่วงวัยรุ่นถึงวัยผู้ใหญ่ช่วงอายุกลางคน โดยเฉพาะในเพศชายที่ไม่ผ่านการขลิบอวัยวะเพศ   อาการอาการของผื่นนูนพีพีพี ผื่นพีพีพีไม่ก่อให้เกิดอันตราย และไม่ก่อให้เกิดความผิดปกติต่อร่างกาย แต่หากผื่นพีพีพีมีการขยายตัว ผื่นนั้นก็จะไม่มีการลามไปบนผิวส่วนอื่น ๆ ไม่มีการเปลี่ยนรูปทรงและขนาด อีกทั้งผื่นนูนพีพีพีไม่ใช่กลุ่มอาการที่แพร่กระจายหรือติดต่อกันได้ รวมไปถึงไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดทางร่างกายอีกด้วย ลักษณะของผื่นพีพีพีโดยทั่วไป มีดังนี้  มีลักษณะเรียบ หรือเป็นตุ่มเล็กๆ เหมือนต่อมไขมัน วัดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางได้ประมาณ 1-4 มิลลิเมตร  มักจะขึ้นเป็น 1 แถว หรือ 2 แถว ที่รอบส่วนหัวของอวัยวะเพศชายหรือองคชาต อย่างไรก็ตาม หากคุณสังเกตเห็นความผิดปกติเกิดขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ ควรไปพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ควรไปพบหมอเมื่อใด หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ สาเหตุสาเหตุของอาการผื่นนูนพีพีพี ผื่นนูนพีพีพีเกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างภายในร่างกาย ไม่ได้เกิดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือการติดเชื้อจากโรคร้ายแรง  สมาคมศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะแห่งสหรัฐอเมริกา (American […]

สุขภาพชาย

บทความนี้ Hello คุณหมอ มาพร้อมสาระดีๆ สำหรับคุณผู้ชายที่อยากมีลูก แต่อาจมีจำนวนอสุจิไม่มากพอ เพราะ อสุจิที่แข็งแรง นั้นถือเป็นปัจจัยสำคัญในการมีบุตร ซึ่งคุณสามารถทำให้คุณภาพของอสุจิดีขึ้นได้ด้วยการกินอาหารบางประเภท ที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของเซลล์อสุจิ อสุจิแข็งแรง คืออะไร อสุจิที่แข็งแรง จะมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ จำนวนอสุจิ น้ำอสุจิโดยปกติจะมีเซลล์อสุจิ 40-300 ล้านตัวต่อมิลลิเมตร หากมีอสุจิ 10-20 ล้านตัวต่อมิลลิเมตรถือว่ามีจำนวนน้อย รูปร่างลักษณะของอสุจิ ขนาดและรูปร่างโดยเฉลี่ยของเซลล์อสุจิมีความสำคัญโดยเฉพาะส่วนหัวของอสุจิ เพราะมีผลต่อการสลายผิวด้านนอกของเซลล์ไข่ การเคลื่อนที่ของอสุจิ เซลล์อสุจิควรเคลื่อนที่ได้เร็วเพื่อปฏิสนธิกับเซลล์ไข่ โดยอสุจิควรเคลื่อนที่อย่างน้อย 25 ไมโครเมตรต่อวินาที ปริมาณน้ำอสุจิ ปริมาณน้ำอสุจิมีความสำคัญเนื่องจากจะพาเซลล์อสุจิให้เคลื่อนที่ไปตามทางเดินระบบสืบพันธุ์ของเพศหญิง ปัจจัยหนึ่งที่มีส่วนช่วยทำให้อสุจิแข็งแรงคือสารอาหาร โดยมีสารอาหารดังต่อไปนี้ สารอาหารที่ทำให้ อสุจิแข็งแรง วิตามินบี 12 (Vitamin B12) วิตามินบี 12 เป็นสารอาหารที่สำคัญต่อสุขภาพของอสุจิ เนื่องจากมีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่าวิตามินบี 12 ทำให้การเคลื่อนไหวของอสุจิดีขึ้น นอกจากนี้ยังเพิ่มจำนวนอสุจิ และลดความเสียหายของดีเอ็นเออสุจิอีกด้วย โดยคุณสามารถได้รับวิตามินบี 12 จากอาหารดังต่อไปนี้ ปลาและอาหารทะเล โดยเฉพาะหอย เนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ เครื่องในสัตว์โดยเฉพาะตับหมู และตับไก่ ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนมวัว ไข่ไก่ วิตามินซี (Vitamin C) วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีบทบาทสำคัญในภาวะเจริญพันธุ์ของเพศชาย การกินวิตามินซีจะช่วยทำให้การเคลื่อนไหวของอสุจิดีขึ้น และช่วยทำให้จำนวนอสุจิ รวมถึงรูปร่างลักษณะของอสุจิดีขึ้นด้วย ซึ่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ได้แก่ ผลไม้รสเปรี้ยว พริกหวาน ผลไม้ เช่น กีวี่ […]

ปัญหาสุขภาพชายแบบอื่น

เอ๊ะ!!! เพียงแค่หัวข้อก็ชวนให้สงสัย คิ้วขมวดแทบจะเป็นโบว์ ปัญหา สุขภาพช่องปาก ส่งผลต่อ อวัยวะเพศชาย ได้อย่างไรไกล เชื่อว่าหลายๆ คนแทบจะมองหาความเป็นไป ไม่ได้เลยว่าเรื่องทั้งสองนั้นมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร จากการศึกษานั้นพบว่า ผู้ชายที่มี ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction หรือ ED) ร้อยละ 79 มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับโรคปริทันต์เรื้อรัง วันนี้ Hello คุณหมอ มีขอมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาแชร์ให้ทุกคนได้อ่านกันค่ะ สุขภาพช่องปาก ส่งผลต่อ อวัยวะเพศชาย ได้อย่างไร จากการวิจัยของประเทศไต้หวันระบุว่า การที่ผู้ชายมีสุขภาพช่องปากที่สะอาด ไม่ได้แค่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการสื่อสารเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงความสามารถในการแข็งตัวของอวัยวะเพศอีกด้วย ผลจากการวิจัยกล่าวอย่างเฉพาะเจาะจงว่า ผู้ชายที่มีปัญหาในการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) มักจะเป็นโรคเหงือกอักเสบเรื้อรัง (CPD) มากกว่าผู้ชายที่ไม่เป็น โรคเหงือกอักเสบเรื้อรัง โรคปริทันต์ หรือที่เรามักเรียกกันว่า โรครำมะนาด เป็นโรคที่มีการอักเสบของอวัยวะที่อยู่รอบ ๆ ตัวฟัน อย่างเช่น เหงือก เอ็นยึดปริทันต์ เมื่ออวัยวะเหล่านี้ถูกทำลายไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้รับการรักษา จนเหงือกร่น เกิดเป็นโพรงลึกที่ฟัน จะทำให้เชื้อแบคทีเรียสามารถเข้าไปอาศัยและกระจายตัวไปรอบๆ พื้นที่ฟัน การอักเสบที่เกิดจากโรคเหงือกเหงือกอักเสบเรื้อรังนั้น อาจไปทำลายเซลล์บุผนังหลอดเลือด ซึ่งอาจก่อให้เกิดการเรียงตัวของหลอดเลือดผิดปกติ รวมไปถึงเซลล์ในอวัยวะเพศด้วย […]