อาการท้องเสีย กับสัญญาณที่บ่งบอกว่า..เริ่มเป็นอันตรายแล้ว!

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ท้องเสีย เป็นอาการที่เกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วน และเกิดขึ้นชั่วคราวจากภาวะบางอย่าง เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้โดยทั่วไป และอาจไม่เป็นอันตรายใดๆ แต่ อาการท้องเสีย ก็อาจเป็นอันตรายได้ เมื่อมีอาการแทรกซ้อนบางอย่าง หรืออาจเป็นอาการที่บ่งชี้ถึงโรคบางอย่างก็เป็นได้ นอกจากนี้อาการท้องเสียอย่างหนัก อาจทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำได้ เรามีข้อมูลเรื่องสัญญาณและอาการต่างๆ ที่เป็น “สัญญาณอันตราย” ของอาการท้องเสียที่คุณควรใส่ใจมาให้แล้ว

อาการท้องเสีย เป็นอย่างไร

คุณจะรับรู้ว่ามีอาการท้องเสีย เมื่อคุณอุจจาระเป็นน้ำ หรืออุจจาระเหลวมากกว่า 2 ครั้งต่อวัน นอกจากนี้คุณอาจมีอาการอื่นๆ เช่น ปวดท้อง ท้องอืด คลื่นไส้ มีไข้ หรืออาเจียน

อาการท้องเสียส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล เนื่องจากอาการจะหายไปภายใน 48 ชั่วโมง สิ่งที่สำคัญที่สุดที่คุณควรทำเมื่อคุณมีอาการท้องเสีย คือ

  • ดื่มน้ำให้มาก
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้อาการแย่ลง เช่น อาหารมัน หรืออาหารที่มีไฟเบอร์สูง

เมื่อไหร่ที่ท้องเสียเป็นอันตราย

ส่วนใหญ่อาการท้องเสียจะไม่เป็นอันตรายมาก เพียงแค่อาจทำให้คุณรู้สึกไม่สบายตัว แต่บางครั้ง อาการท้องเสียอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคบางโรค ซึ่งสัญญาณและอาการต่างๆ ที่บ่งบอกว่าอาการท้องเสียเริ่มเป็นอันตรายมีดังนี้

เมื่อท้องเสียนานเกิน 3 วัน

หากคุณมีอาการท้องเสียนานกว่า 3 วัน และมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรไปพบคุณหมอ

  • ปวดท้องหรือทวารหนักอย่างรุนแรง
  • มีเลือดปนในอุจจาระ
  • อุจจาระเป็นสีดำ
  • มีไข้สูงกว่า 101.3 องศาฟาเรนไฮต์ (38.5 องศาเซลเซียส)
  • มีสัญญาณของอาการขาดน้ำ

เนื่องจากอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคบางอย่าง เช่น

  • การติดเชื้อ
  • โรคลำไส้อักเสบ
  • โรคตับอ่อนอักเสบ
  • โรคมะเร็งลำไส้

เมื่อมีสัญญาณของอาการขาดน้ำ

ท้องเสียสามารถทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ เนื่องจากร่างกายเสียน้ำมาก ในกรณีที่เกิดภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรงอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตหากไม่ได้รับการรักษา

สัญญาณของอาการขาดน้ำ ได้แก่

  • รู้สึกหิวน้ำมาก
  • ผิวแห้ง และปากแห้ง
  • ปัสสาวะไม่บ่อย
  • มีหนองสีเหลืองเข้มในปัสสาวะ
  • รู้สึกป่วย
  • วิงเวียนศีรษะ
  • เหนื่อย

หากคุณมีอาหารเหล่านี้ร่วมกับอาการท้องเสีย ควรไปพบคุณหมอ เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำ

ปวดท้องอย่างรุนแรง

นายแพทย์คริสเตียน ลี แพทย์โรคทางเดินอาหารแห่งคลีฟแลนด์  คลินิก ประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า หากคุณมีอาการท้องเสียร่วมกับอาการปวดท้องอย่างรุนแรง สามารถเป็นสัญญาณของภาวะต่างๆ ตั้งแต่การมีแก๊สในกระเพาะ จนถึงการเป็นโรคร้ายแรง เช่น โรคไส้ติ่งอักเสบ นอกจากนี้ยังสามารถเป็นสัญญาณของโรคลำไส้แปรปรวน (Irritable Bowel Syndrome: IBS) ซึ่งโรคต่างๆ ที่เป็นต้นเหตุให้เกิดอาการท้องเสีย สามารถทำให้เกิดอาการปวดท้องได้ ดังนั้นถ้ามีอาการปวดท้อง คุณจึงควรไปพบคุณหมอ เพื่อให้คุณหมอวินิจฉัยและรักษาอาการต่อไป

มีหนองปะปนในอุจจาระ

ร่างกายจะผลิตหนองสีเหลือง หรือสีค่อนข้างเหลือง รวมถึงมีเสมหะและน้ำมูก เมื่อต้องการต่อสู้กับการติดเชื้อ ดังนั้นการมีหนองหรือเสมหะและน้ำมูกถือเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าร่างกายมีแผลอักเสบ หากคุณมีอาการท้องเสียและมีหนอง อาจเป็นสัญญาณของโรคลำไส้ใหญ่อักเสบ (ucerative colitis) ซึ่งจะมีแผลในระบบทางเดินอาหารที่สามารถทำให้มีหนอง หรือเสมหะและน้ำมูกปะปนมาในอุจจาระ

น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ

ถ้าคุณมีอาการท้องเสียนานติดต่อกันหลายสัปดาห์ อาจส่งผลให้น้ำหนักตัวลดลง เนื่องจากปริมาณน้ำในร่างกายลดลง อย่างไรก็ตามกรณีที่น้ำหนักลดลงเพราะอาการท้องเสีย อาจหมายถึงการติดเชื้ออย่างรุนแรง และโรคลำไส้อักเสบ รวมถึงโรคซิลิแอค (celiac disease) ดังนั้นคุณควรปรึกษาคุณหมอ ในกรณีที่น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของภาวะร้ายแรงต่างๆ ได้

วิธีบรรเทาอาการชั่วคราวก่อนไปพบคุณหมอ

หากคุณมีอาการท้องเสียร่วมกับอาการต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น คุณควรไปหาคุณหมอ และช่วงเวลาก่อนไปพบคุณหมอ คุณอาจบรรเทาอาการท้องเสียได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • ดื่มน้ำให้มาก คุณควรดื่มน้ำให้มาก อย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะขาดน้ำ นอกจากนี้คุณควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้อาการท้องเสียแย่ลง อาหารที่อาจทำให้อาการท้องเสียแย่ลงได้แก่ อาหารมัน อาหารไฟเบอร์สูง หรืออาหารรสจัด รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนมวัว เช่น นม โยเกิร์ต
  • กินยาแก้ท้องเสีย ยาแก้ท้องเสียที่ซื้อได้ตามร้านขายยา ได้แก่ ยาโลเพอราไมด์ (Loperamide) ยี่ห้อ Imodium และยาบิสมัท ซับซาลิไซเลต (Bismuth Subsalicylate) ยี่ห้อ Pepto-Bismol โดยยาแก้ท้องเสียเหล่านี้สามารถช่วยบรรเทาอาการท้องเสีย และควบคุมไม่ให้อาการรุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตาม หากอาการท้องเสียมีสาเหตุจากโรคหรือการติดเชื้อ เช่น เชื้อแบคทีเรีย การกินยาแก้ท้องเสียอาจทำให้อาการแย่ลง และยาแก้ท้องเสียโดยปกติไม่ปลอดภัยในเด็ก ดังนั้นจึงควรปรึกษาคุณหมอก่อนให้เด็กกินยาแก้ท้องเสีย
  • กินโพรไบโอติก โพรไบโอติก คือจุลลินทรีย์ที่จะช่วยคืนความสมดุลให้กับลำไส้โดยการเพิ่มจำนวนแบคทีเรียที่ดี มากไปกว่านั้นยังมีงานวิจัยที่ยืนยันว่าโพรไบโอติกอาจมีประโยชน์ในการรักษาโรคท้องเสีย แต่อย่างไรก็ตามยังคงต้องการการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายพันธุ์ของแบคทีเรีย ที่เป็นประโยชน์มากที่สุด หรือปริมาณโพรไบโอติกที่ต้องการเพื่อการรักษาโรคท้องเสีย

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา
สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย