สุขภาพทางเพศ

สุขภาพทางเพศ คืออีกหนึ่งส่วนสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข Hello คุณหมอ จึงอยากนำเสนอเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสุขภาพทางเพศ ทั้งการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ไปจนถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ให้ผู้อ่านได้มีสุขภาพทางเพศที่ดีมากยิ่งขึ้น

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพทางเพศ

ปวดท้องเมนส์รุนแรง เกิดจากอะไร และควรทำอย่างไร

ปวดท้องเมนส์รุนแรง เป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งก่อนเป็นประจำเดือนและระหว่างที่เป็นประจำเดือน ซึ่งอาจส่งผลให้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่สะดวกและเคลื่อนไหวลำบาก ดังนั้น จึงควรศึกษาวิธีบรรเทาอาการปวดท้องเมนส์หรือเข้าพบคุณหมอเพื่อรับคำแนะนำในการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมเมื่อปวดท้องเมนส์ [embed-health-tool-ovulation] ปวดท้องเมนส์รุนแรง มีสาเหตุมาจากอะไร อาการปวดท้องเมนส์รุนแรง อาจมีสาเหตุมาจากสารพรอสตาแกลนดินส์ (Prostaglandins) ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายผลิตขึ้นเมื่อเริ่มเข้าสู่รอบการมีประจำเดือน โดยสารนี้จะออกฤทธิ์กระตุ้นให้กล้ามเนื้อมดลูกเกิดการบีบตัวเพื่อช่วยขับเยื่อบุโพรงมดลูกให้หลุดลอกออก จึงส่งผลให้รู้สึกปวดท้องเกร็งบริเวณท้องน้อยหรือปวดท้องเมนส์รุนแรง นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจทำให้ปวดท้องเมนส์รุนแรง ดังนี้ ครอบครัวมีประวัติปวดท้องเมนส์รุนแรง ผู้ที่เริ่มมีประจำเดือนตั้งแต่อายุน้อย ผู้ที่สูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ที่มีประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือประจำเดือนมามาก ผู้ที่มีภาวะต่าง ๆ ที่อาจกระทบต่อกระดูกบริเวณอุ้งเชิงกราน เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เนื้องอกในมดลูก และส่งผลให้มีอาการปวดท้องเมนส์รุนแรง โรคอุ้งเชิงกรานอักเสบ ที่อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในอวัยวะสืบพันธุ์ ส่งผลให้มีอาการปวดท้องบริเวณท้องน้อยรุนแรง คล้ายกับอาการปวดท้องเมนส์ ภาวะปากมดลูกตีบ (Cervical stenosis) ที่อาจขัดขวางการไหลเวียนของเลือดประจำเดือน ทำให้ความดันภายในมดลูกเพิ่มขึ้น และส่งผลให้ปวดท้องเมนส์รุนแรง ปวดท้องเมนส์รุนแรง ควรทำอย่างไร สิ่งที่ควรทำเมื่อปวดท้องเมนส์รุนแรง มีดังนี้ รับประทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) นาพรอกเซน โซเดียม (Naproxen Sodium) เพื่อลดระดับของสารพรอสตาแกลนดินส์ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้มดลูกบีบตัวจนเกิดการปวดท้อง และช่วยบรรเทาอาการปวดท้องเมนส์รุนแรง สำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 […]

หัวข้อ สุขภาพทางเพศ เพิ่มเติม

สุขภาพทางเพศ

หัวนมใหญ่ เกิดจากอะไร ผิดปกติหรือไม่

หัวนมเป็นส่วนหนึ่งของเต้านม โดยเป็นช่องทางระบายน้ำนมออกจากร่างกายเพศหญิงเพื่อเป็นอาหารให้แก่ทารก ทั้งนี้ หัวนมของผู้หญิงรวมถึงผู้ชายแต่ละคนจะมีขนาดที่แตกต่างกัน ผู้หญิงบางรายอาจมี หัวนมใหญ่ เนื่องจาก กำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรืออยู่ในวัยทอง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติแต่มักก่อให้เกิดความกังวล ไม่มั่นใจ อย่างไรก็ตาม ควรสำรวจตนเองเป็นประจำ หากมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วยควรพบคุณหมอ เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนปัญหาสุขภาพ เช่น โรคมะเร็ง [embed-health-tool-ovulation] หัวนมคืออะไร หัวนมเป็นส่วนหนึ่งของเต้านม ลักษณะเป็นจุกเล็ก ๆ ซึ่งยื่นออกจากเต้านมแต่ละข้าง โดยอยู่ตรงกึ่งกลางของปานนมหรือวงหัวนม มักมีสีเดียวกับปานนมหรือสีเข้มกว่า หัวนมทำหน้าที่เป็นช่องทางให้น้ำนมในร่างกายเพศหญิงที่ผลิตจากเต้านมไหลออกมานอกร่างกายเพื่อเป็นอาหารให้แก่ทารก นอกจากนี้ หัวนมยังเป็นอวัยวะที่ไวต่อการสัมผัส เนื่องจากเป็นศูนย์รวมเส้นประสาท การสัมผัสกับหัวนมตอนก่อนหรือระหว่างมีเพศสัมพันธ์จึงอาจช่วยเร้าความรู้สึกหรือกระตุ้นความต้องการทางเพศได้ นอกจากนั้น การสัมผัสหัวนมเป็นการกระตุ้นให้ต่อมใต้สมองหลั่งฮอร์โมนอ็อกซิโตซิน (Oxytocin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้ผู้หญิงรู้สึกผูกพันกับคู่นอนหรือบุตรของตัวเองมากขึ้น ขนาดปกติของ หัวนม คือเท่าไร หัวนมมีลักษณะเป็นจุกเล็ก ๆ อยู่กลางปานนม ซึ่งโดยทั่วไป หัวนมของแต่ละคนจะมีลักษณะแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสี ขนาด หรือรูปร่างหัวนม ขึ้นอยู่กับเชื้อชาติ พันธุกรรม วัย และระดับฮอร์โมนในร่างกาย งานวิจัยชิ้นหนึ่ง ศึกษาเกี่ยวกับลักษณะของหัวนมและปานนม ตีพิมพ์ในวารสาร Aesthetic Plastic Surgery ปี พ.ศ. 2552 นักวิจัยได้ศึกษาเต้านมของผู้หญิง 300 ราย […]

สุขภาพทางเพศ

ฟีโรโมน คืออะไร ส่งผลต่ออารมณ์ทางเพศจริงไหม

ฟีโรโมน (Pheromone) เป็นสารเคมีที่ร่างกายสัตว์หลั่งออกมาเพื่อส่งสัญญาณบางอย่าง หรือกระตุ้นให้เพื่อนร่วมฝูงหรือสัตว์ตัวอื่น ๆ ตื่นตัว หรือมีพฤติกรรมบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป ในขณะที่ฟีโรโมนในมนุษย์สันนิษฐานว่าเป็นสารที่หลั่งออกมาโดยมีฮอร์โมนเป็นส่วนประกอบหลักและส่งผลกระทบต่อความรู้สึก อารมณ์หรือพฤติกรรมคนรอบข้าง เช่น เหงื่อ กลิ่นตัว [embed-health-tool-ovulation] ฟีโรโมนคืออะไร ฟีโรโมนเป็นสารเคมีที่สัตว์หรือแมลงผลิตและหลั่งออกจากร่างกาย เพื่อทำหน้าที่เป็นสัญญาณสื่อสารกับสัตว์หรือแมลงตัวอื่น ๆ ในด้านต่าง ๆ เช่น กระตุ้นให้สัตว์ตัวอื่นเกิดอารมณ์ทางเพศ เตือนภัย หรือส่งสัญญาณให้สัตว์ตัวอื่นรับรู้ถึงภยันตราย ส่งสัญญาณให้สัตว์ตัวอื่นรู้ถึงเส้นทางไปแหล่งอาหาร หรือเขตแดน ส่งสัญญาณข่มขู่ ส่งสัญญาณว่าพร้อมสืบพันธุ์ ฟีโรโมน มีกี่ประเภท อะไรบ้าง ฮอร์โมนที่ร่างกายสัตว์และแมลงหลั่งออกมา แบ่งเป็น 4 ประเภท ดังนี้ ฟีโรโมนที่ทำให้เกิดพฤติกรรมทันที (Releaser Pheromone) เป็นฟีโรโมนที่กระตุ้นให้เกิดการดึงดูดทางเพศและการระวังภัยในทันที ฟีโรโมนที่กระตุ้นแต่ไม่เกิดพฤติกรรมทันที (Primer Pheromone) เป็นฟีโรโมนที่ใช้เวลานานกว่าจะออกฤทธิ์ หรือไม่ก่อให้เกิดผลทันที โดยมักเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์อย่างรอบเดือน การเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ และความสำเร็จของการตั้งครรภ์ ทั้งนี้ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบางชนิดอาจแท้งลูกทันทีเมื่อสัมผัสกับฟีโรโมนชนิดนี้ ฟีโรโมนส่งสัญญาณ (Signaler Pheromone) เป็นฟีโรโมนที่หลั่งออกมาเพื่อให้สัตว์เพศเมียจดจำลูกของตนได้จากกลิ่น ฟีโรโมนปรับการทำงาน (Modulator Pheromone) เป็นฟีโรโมนที่มีคุณสมบัติปรับการทำงานของร่างกาย มักพบในเหงื่อของสัตว์ และอาจสัมพันธ์กับการมีรอบเดือนในสัตว์เพศเมีย มนุษย์มีฟีโรโมนหรือไม่ แม้จะยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าในร่างกายมนุษย์นั้นสามารถผลิต ฟีโรโมน […]

เคล็ดลับเรื่องบนเตียง

วิธีทําให้ผู้หญิงอยากมีอะไรด้วย ควรทำอย่างไรดี

วิธีทําให้ผู้หญิงอยากมีอะไรด้วย อาจสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การเล้าโลมเพื่อกระตุ้นอารณ์ทางเพศด้วยความอ่อนโยน การสอบถามรสนิยมการมีเพศสัมพันธ์เพื่อสร้างความพึงพอใจ อย่างไรก็ตาม ควรพูดคุยตกลงและได้รับการยินยอมจากทั้งสองฝ่าย และควรคำนึงถึงการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยอยู่เสมอ [embed-health-tool-bmi] วิธีทำให้ผู้หญิงอยากมีอะไรด้วย วิธีทำให้ผู้หญิงอยากมีอะไรด้วย อาจทำได้ดังนี้ 1. สร้างบรรยากาศและเล้าโลม ควรสร้างบรรยากาศภายในห้องด้วยการปรับไฟให้สลัว จุดเทียนหรือใช้โคมไฟเทียน โรยดอกไม้สด และฉีดน้ำหอมปรับอากาศเพื่อสร้างความโรแมนติกและทำให้อีกฝ่ายรู้สึกผ่อนคลาย ดูแลตัวเองให้ดี ชำระร่างกายให้สะอาด หรืออาจฉีดน้ำหอมเล็กน้อย เมื่อสร้างบรรยากาศให้เป็นใจแล้ว ควรลองสอบถามความสมัครใจของอีกฝ่าย โดยอาจค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้ผู้หญิง มองหน้า จับมือ หรือกอดเบา ๆ และคอยสังเกตปฏิกิริยาของอีกฝ่าย หรือสอบถามเพื่อให้มั่นใจว่ามีความต้องการเหมือนกัน 2. กระตุ้นอารมณ์ทางเพศ เมื่อผู้หญิงแสดงให้เห็นว่าอยากมีเพศสัมพันธ์ อาจค่อย ๆ ปลดเสื้อผ้าอย่างเบามือพร้อมกับเริ่มกระตุ้นอารมณ์ทางเพศด้วยการสัมผัสจุดเสียวของผู้หญิง ดังนี้ หน้าอก ควรสัมผัสและลูบไล้บริเวณหน้าอกและหัวนมของผู้หญิงอย่างนุ่มนวลด้วยมือ ลิ้นหรือเซ็กส์ทอย ตามจังหวะอารมณ์ หน้าท้องและสะดือ หน้าท้องและสะดือเป็นจุดที่อยู่ใกล้กับอวัยวะเพศ การเล้าโลมจุดนี้จึงอาจทำให้ผู้หญิงรู้สึกมีอารมณ์ทางเพศและตื่นเต้นมากขึ้น โดยอาจใช้เทคนิคการจูบ การเลีย หรือการลูบไล้บริเวณหน้าท้องและสะดือ หรืออาจนำน้ำแข็งมาลูบ ช่องคลอด การสัมผัสกับปากช่องคลอดหรือบริเวณจุดจีสปอต (G-spot) ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในช่องคลอดด้วยนิ้วมือหรือเซ็กส์ทอย อย่างอ่อนโยนและค่อย ๆ เพิ่มความเร็วขึ้นตามอารมณ์ อาจช่วยกระตุ้นอารมณ์ทางเพศผู้หญิงได้อย่างมาก คลิตอริส (Clitoris) […]

สุขภาพทางเพศ

ประจําเดือนไม่มากี่วันท้อง และควรทำอย่างไรหากประจำเดือนไม่มา

ประจําเดือนไม่มากี่วันท้อง ? เป็นคำถามที่หลายคนอาจสงสัย เพราะโดยปกติประจำเดือนจะมาทุก ๆ 28 วัน เมื่อไม่มีการตั้งครรภ์ การที่ประจำเดือนไม่มาจึงอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกการตั้งครรภ์ได้ ดังนั้น หากสังเกตว่าประจำเดือนขาด ควรตรวจครรภ์โดยใช้ชุดทดสอบการตั้งครรภ์ด้วยตัวเองหรือเข้าพบคุณหมอเพื่อรับการตรวจครรภ์หรือหาสาเหตุที่แน่ชัดที่ทำให้ประจำเดือนไม่มา [embed-health-tool-ovulation] ประจําเดือนไม่มากี่วันท้อง โดยปกติในแต่ละเดือนผู้หญิงจะมีการตกไข่ ซึ่งเป็นกระบวนการปล่อยไข่เพื่อรอการปฏิสนธิกับอสุจิ อีกทั้งเยื่อบุมดลูกจะหนาตัวขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมรับการฝังตัวของตัวอ่อน หากไม่เกิดการตั้งครรภ์ขึ้น เยื่อบุมดลูกก็จะหลุดลอกออกและกลายเป็นประจำเดือน ซึ่งมักจะเกิดขึ้นทุก ๆ 28 วัน แต่บางคนอาจมีประจำเดือนเร็วหรือช้ากว่านั้น  อย่างไรก็ตาม หากประจำเดือนที่ไม่มานานเกิน 30 วัน หรือ 1 เดือน โดยเฉพาะหลังจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน หรือมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น มีเลือดออกจากทางช่องคลอดเล็กน้อย ประจำเดือนขาด ปวดท้องเกร็ง เหนื่อยล้าง่าย เต้านมคัดและขยายใหญ่ ก็อาจเป็นสัญญาณว่ากำลังตั้งครรภ์อยู่ และควรทำการตรวจครรภ์หรือเข้าพบคุณหมอในทันที สาเหตุที่อาจทำให้ประจำเดือนไม่มา สาเหตุอื่น ๆ ที่อาจทำให้ประจำเดือนไม่มานอกเหนือจากการตั้งครรภ์ อาจมีดังนี้ ยาคุมกำเนิด การใช้ยาคุมกำเนิด เช่น ยาคุมแบบฉีด แบบฝัง แผ่นแปะบนผิว หรือแบบเม็ดที่ประกอบด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนทั้ง 2 ชนิดหรือฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพียงชนิดเดียว อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการตกไข่ ทำให้ไข่ไม่ตก และส่งผลให้ประจำเดือนไม่มาได้ ความเครียด อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของต่อมไฮโปทาลามัส […]

หนองในเทียม

หนองในเทียม อาการ และการรักษา

หนองในเทียม อาการ คือ มีสารคัดหลั่งออกทางช่องคลอดและองคชาต เจ็บแสบอวัยวะเพศขณะปัสสาวะหรือระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันและสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง หากสังเกตว่ามีอาการดังกล่าวควรเข้ารับการวินิจฉัยและทำการรักษาอย่างรวดเร็ว เพราะหากปล่อยไว้เป็นเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่ต่อมลูกหมาก กระดูกเชิงกรานอักเสบ การตั้งครรภ์นอกมดลูกและภาวะมีบุตรยาก [embed-health-tool-heart-rate] หนองในเทียม อาการ เกิดจากอะไร หนองในเทียม เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียคลาไมเดีย (Chlamydia trachomatis) ผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันทางช่องคลอด ทวารหนัก และปาก โดยเฉพาะผู้ที่มีคู่นอนหลายคน หรืออาจแพร่กระจายผ่านการใช้เซ็กส์ทอยร่วมกัน นอกจากนี้ เชื้อแบคทีเรียคลาไมเดียยังสามารถแพร่กระจายจากสตรีตั้งครรภ์ไปสู่ทารกได้ในระหว่างการคลอดธรรมชาติ ที่อาจส่งผลให้ทารกแรกเกิดเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่ดวงตาและเป็นโรคปอดบวมอย่างรุนแรง หนองในเทียม อาการ มีอะไรบ้าง หนองในเทียม อาการอาจแสดงออกหลังจากร่างกายได้รับเชื้อประมาณ 1-3 สัปดาห์ ดังนี้ หนองในเทียม อาการในผู้หญิง ตกขาวมาก สีตกขาวผิดปกติ และมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ เจ็บแสบอวัยวะเพศระหว่างปัสสาวะและมีเพศสัมพันธ์ รู้สึกแสบร้อนและคันในช่องคลอดหรือรอบนอกช่องคลอด เลือดออกทางช่องคลอด หากเชื้อแบคทีเรียมีการแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกายอาจทำให้มีไข้ รู้สึกคลื่นไส้ และปวดท้องน้อยร่วมด้วย หนองในเทียม อาการในผู้ชาย เจ็บแสบอวัยวะเพศระหว่างปัสสาวะ รู้สึกแสบร้อนและคันบริเวณองคชาต มีของเหลวใสหรือขุ่น คล้ายหนอง ไหลออกจากปลายองคชาต ปวดอัณฑะ อัณฑะบวม หากมีการติดเชื้อในบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายหรือไส้ตรง ก็อาจส่งผลให้เกิดอาการปวดทวารหนัก เลือดออกทางทวารหนัก และอุจจาระปนเลือด อีกทั้งหากนำมือที่สัมผัสกับของเหลวจากผู้ติดเชื้อมาสัมผัสกับดวงตาโดยที่ไม่ได้ล้างมือให้สะอาด ก็อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อที่ดวงตา และทำให้เยื่อบุตาอักเสบได้ การรักษาอาการหนองในเทียม การรักษาอาการหนองในเทียม อาจทำได้ดังนี้ […]

สุขภาพทางเพศ

ประจำเดือนคืออะไร สำคัญอย่างไร และการดูแลตัวเองเพื่อให้ประจำเดือนมาปกติ

หลายคนอาจมีข้อสงสัยที่ว่า ประจำเดือนคืออะไร ประจำเดือนคือเลือดที่ไหลจากช่องคลอดเป็นประจำทุกเดือนเมื่อไม่มีการตั้งครรภ์ โดยปกติมักจะมาทุก ๆ 28 วัน และมานานไม่เกิน 7 วัน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของผู้หญิงทุกคน อย่างไรก็ตาม หากสังเกตพบอาการผิดปกติ เช่น ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ประจำเดือนขาด ควรเข้าพบคุณหมอเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดและทำการรักษาในทันที [embed-health-tool-ovulation] ประจำเดือนคืออะไร ประจำเดือนคือ เลือดและเยื่อบุโพรงมดลูกที่ไหลออกทางช่องคลอดเป็นประจำทุกเดือนเมื่อไม่มีการตั้งครรภ์ โดยปกติแล้วร่างกายจะผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) เพิ่มขึ้นเพื่อกระตุ้นให้รังไข่ปล่อยไข่ออกมา รวมถึงทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาขึ้นเพื่อรองรับการฝังตัวของตัวอ่อนและเกิดเป็นการตั้งครรภ์ แต่หากไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น ระดับฮอร์โมนเพศจะลดลง และส่งผลให้เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกออกและไหลออกมาเป็นประจำเดือน ซึ่งมักจะมาทุก ๆ 28 วัน แต่บางคนอาจมาช้าหรือเร็วกว่านั้นได้เช่นกัน สัญญาณเตือนก่อนมีประจำเดือนคืออะไร สัญญาณเตือนก่อนมีประจำเดือน สามารถสังเกตได้ดังนี้ อาการปวดท้องเกร็ง อาการปวดหัว ท้องเสียหรือท้องผูก อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย คัดเต้านมและเจ็บเต้านม รู้สึกเบื่ออาหารหรือมีความอยากอาหารเพิ่มขึ้น นอนหลับยาก ปวดเมื่อยตัว เหนื่อยล้าง่ายและอ่อนเพลีย หากมีอาการเหล่านี้ ควรดูแลตัวเองด้วยการใช้ถุงน้ำร้อนประคบบริเวณที่ปวดท้องเกร็ง รับประทานยาแก้ปวด พักผ่อนให้เพียงพอ ทำกิจกรรมที่ช่วยลดความเครียด และดื่มน้ำให้มาก ๆ เพื่อช่วยบรรเทาอาการก่อนประจำเดือนมาหรือในระหว่างที่เป็นประจำเดือน ประจำเดือนผิดปกติที่ควรเข้าพบคุณหมอ ปกติแล้วประจำเดือนมักมาสม่ำเสมอทุกเดือน โดยมีลักษณะเป็นสีชมพูหรือสีน้ำตาลในช่วงวันแรกและอาจมีสีแดงในช่วงวันถัดไป และเมื่อเข้าช่วงใกล้วันหมดประจำเดือนอาจมีสีน้ำตาลหรือดำ แต่หากสังเกตว่าประจำเดือนมีสีอื่นนอกเหนือจากสีชมพูหรือสีแดง เช่น สีเทา สีส้ม […]

สุขภาพทางเพศ

ตกขาวปนเลือด ท้องไหม ? ตกขาวแบบไหนที่ควรพบคุณหมอ

ตกขาวปนเลือด ท้องไหม ? เป็นคำถามที่สาว ๆ หลายคนอาจสงสัย โดยเฉพาะผู้ที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน เนื่องจากอาการดังกล่าว อาจเป็นหนึ่งในอาการที่เกิดขึ้นเมื่อตัวอ่อนฝังตัวในผนังมดลูกและเกิดเป็นการตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม เลือดปนออกมากับตกขาวอาจเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ ได้ เช่น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การมีเพศสัมพันธ์อย่างรุนแรง ดังนั้น หากสังเกตว่ามีตกขาวปนเลือดควรเข้าพบคุณหมอ เพื่อรับการวินิจฉัยหาสาเหตุที่แน่ชัดและรับการรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ [embed-health-tool-ovulation] ตกขาว คืออะไร ตกขาว คือ สารคัดหลั่งที่ไหลออกจากช่องคลอด ตกขาวปกติจะมีลักษณะเป็นเมือกหรือของเหลวใส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำความสะอาดช่องคลอดที่ช่วยดักจับสิ่งสกปรก แบคทีเรีย และเซลล์ที่ตายแล้ว ก่อนจะถูกขับออกมาในรูปแบบของตกขาว นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ช่องคลอด ป้องกันช่องคลอดแห้ง และลดอาการเจ็บแสบขณะมีเพศสัมพันธ์ โดยลักษณะตกขาวหรือมูกปากช่องคลอดจะเปลี่ยนแปลงลักษณะไปตามระดับฮอร์โมนเพศในร่างกายด้วย ตกขาวปนเลือด ท้องไหม ? ตกขาวปนเลือด ท้องไหม ? หากตกขาวปนเลือดอาจมีความเป็นไปได้ว่าตั้งครรภ์ เนื่องจากเป็นสัญญาณเตือนแรกที่เกิดจากตัวอ่อนฝังตัวในผนังมดลูก จะเกิดขึ้นได้ในช่วงอายุครรภ์ประมาณ 4-5 สัปดาห์ ทำให้มีเลือดออกผสมกับตกขาวหรือมูกเลือดและอาจมีอาการปวดท้องเกร็ง และปวดท้องน้อยคล้ายกับปวดประจำเดือน หากสังเกตว่าประจำเดือนไม่มานานกว่า 1 เดือน ควรตรวจสอบการตั้งครรภ์โดยใช้ชุดตรวจครรภ์ด้วยตัวเองหรือเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม ตกขาวปนเลือดยังอาจเกิดได้จากสาเหตุอื่น ๆ ดังนี้ วัยหมดประจำเดือน อาจทำให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนลดลง ส่งผลให้การผลิตสารหล่อลื่นในช่องคลอดลดลง นำไปสู่อาการช่องคลอดแห้ง […]

สุขภาพทางเพศ

เนื้องอกมดลูก อาการ และการรักษา

ผู้ที่มีเนื้องอกมดลูกมักจะไม่มีอาการที่สังเกตได้ ส่วนใหญ่จะตรวจพบจากการเข้ารับการตรวจภายในหรืออัลตราซาวด์ประจำปี อย่างไรก็ตาม เนื้องอกมดลูก อาการ มักขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของเนื้องอก โดยอาการที่พบบ่อย คือ ประจำเดือนมาไม่ปกติ ปวดท้องน้อยรุนแรง ภาวะนี้พบได้บ่อยในหญิงวัยเจริญพันธุ์ แม้ว่าเนื้องอกในมดลูกมักไม่พัฒนากลายเป็นมะเร็ง แต่อาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่กระทบต่อสุขภาพได้ ดังนั้น จึงควรเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพื่อช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติและทำการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ [embed-health-tool-ovulation] เนื้องอกมดลูก เกิดจากอะไร เนื้องอกมดลูก เกิดจากเซลล์กล้ามเนื้อมดลูกเจริญเติบโตผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่คาดว่าอาจเกิดจากปัจจัยบางอย่าง ดังต่อไปนี้ พันธุกรรม ครอบครัวที่มีประวัติเป็นเนื้องอกในมดลูกอาจมีความเสี่ยงที่บุตรหลานเป็นเนื้องอกมดลูกเพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนที่เพิ่มขึ้นอาจมีส่วนในการกระตุ้นให้เซลล์กล้ามเนื้อมดลูกเจริญเติบโตมากผิดปกติ นำไปสู่การเกิดเนื้องอกมดลูก โดยเฉพาะผู้ที่รับประทานยาคุมกำเนิดและสตรีตั้งครรภ์ นอกจากนี้ ผู้ที่มีภาวะสุขภาพ เช่น โรคอ้วน ภาวะร่างกายขาดวิตามินดี และมีพฤติกรรมการดูแลตัวเองไม่ดี เช่น การรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ การไม่รับประทานผักและผลไม้ การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการเป็นประจำเดือนตั้งแต่อายุยังน้อย ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเนื้องอกมดลูกได้เช่นกัน เนื้องอกมดลูก อาการ มีอะไรบ้าง เนื้องอกมดลูก อาการ จะขึ้นกับขนาดและตำแหน่งของก้อนเนื้องอก โดยอาจสังเกตได้ดังนี้ ประจำเดือนมามาก หรือประจำเดือนมาติดต่อกันนานกว่า 1 สัปดาห์ รู้สึกเจ็บปวดระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ปัสสาวะบ่อย หรือท้องผูก เนื่องจากเนื้องอกไปกดเบียดอวัยวะข้างเคียง ท้องมีขนาดใหญ่ขึ้น รู้สึกไม่สบายท้องเนื่องจากเนื้องอกมีขนาดใหญ่ขึ้น […]

สุขภาพทางเพศ

ปล่อยในกี่วันถึงท้อง ? หากท้องไม่พร้อมควรคุมกำเนิดอย่างไร ?

ปล่อยในกี่วันถึงท้อง ? อาจเป็นคำถามที่หลายคนที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันสงสัย โดยเฉพาะผู้ที่ไม่พร้อมมีบุตร เพราะการปล่อยในอาจมีความเสี่ยงที่ตัวอสุจิจะไปผสมกับไข่ภายในช่องคลอด และก่อให้เกิดการปฏิสนธิและฝังตัวในโพรงมดลูกจนเกิดการตั้งครรภ์ ดังนั้น ผู้ที่ไม่ได้วางแผนที่จะมีบุตรจึงควรศึกษาวิธีการคุมกำเนิดและเลือกการคุมกำเนิดอย่างเหมาะสม เช่น การใช้ถุงยางอนามัย การรับประทานยาคุมกำเนิด การฝังยาคุม การใช้แผ่นแปะยาคุม [embed-health-tool-ovulation] ปล่อยในกี่วันถึงท้อง ? ในแต่ละเดือนผู้หญิงจะมีการตกไข่ ที่ปล่อยไข่ไปยังท่อนำไข่เพื่อรอการปฏิสนธิกับอสุจิ โดยไข่นั้นอาจมีชีวิตอยู่ได้นานถึง 12-24 ชั่วโมง ซึ่งหากในระหว่างนั้นมีการปล่อยในเกิดขึ้น ก็จะเกิดการปฏิสนธิและท้องได้ นอกจากนี้ ตัวอสุจิมักจะมีชีวิตอยู่ได้นานประมาณ 5 วัน ดังนั้น หากอยากมีบุตรจึงควรนับวันตกไข่และควรมีเพศสัมพันธ์ในช่วง 5 วันก่อนตกไข่ แต่หากไม่พร้อมที่จะมีบุตร ก็ควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงนี้ หรือควรใช้วิธีการคุมกำเนิดชนิดอื่น หากเกิดการปฏิสนธิขึ้นตัวอ่อนจะฝังตัวในโพรงมดลูกภายใน 6-10 วันหลังจากปฏิสนธิ และพัฒนาเป็นทารกตามลำดับซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้อาจทำให้ผู้หญิงท้องหลังจากผู้ชายปล่อยในภายใน 7-10 วัน และอาจรู้ผลชัดเจนประมาณ 14 วัน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากระยะเวลาการปฏิสนธิของแต่ละบุคคลอาจไม่เท่ากัน หากมีความกังวลใจควรตรวจครรภ์ด้วยตัวเองหรือเข้าพบคุณหมอเพื่อรับการตรวจครรภ์เพื่อให้ทราบผลแน่ชัด การตรวจครรภ์ด้วยตัวเอง หากมีความกังวลใจว่า ปล่อยในกี่วันถึงท้อง หรือหากสังเกตว่าประจำเดือนไม่มาเกินกว่า 1 เดือน ควรรออย่างน้อย 14 วันหลังจากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันจึงค่อยตรวจครรภ์ การตรวจครรภ์ด้วยตัวเอง มีวิธีที่แตกต่างกันตามประเภทของชุดตรวจดังนี้ 1. การใช้ชุดทดสอบการตั้งครรภ์แบบหยด ภายในกล่องจะประกอบด้วย ถ้วยเก็บตัวอย่างปัสสาวะ หลอดหยดสำหรับดูดน้ำปัสสาวะและตลับทดสอบการตั้งครรภ์ วิธีใช้ที่ตรวจครรภ์แบบหยด ปัสสาวะลงในถ้วยเก็บตัวอย่างปัสสาวะ […]

สุขภาพทางเพศ

ขนาดอวัยวะเพศชาย มีผลต่อการมีเพศสัมพันธ์หรือไม่

ขนาดอวัยวะเพศชาย หมายถึง ความยาวของอวัยวะเพศชายเมื่อแข็งตัวหรือเมื่อเกิดอารมณ์ทางเพศ ทั้งนี้ ขนาดอวัยวะเพศชายของผู้ชายไทยจะมีความยาวประมาณ 4 นิ้วหรือ 10.16 เซนติเมตร และผู้ชายส่วนใหญ่มักกังวลว่าขนาดอวัยวะเพศจะส่งผลต่อการสร้างความพึงพอใจเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ทั้งที่จริงแล้ว การสร้างความสุขทางเพศนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น วิธีเล้าโลม ท่าที่ใช้ในการมีเพศสัมพันธ์ ช่วงเวลาและสถานที่ นอกจากนี้ การรู้จักดูแลรักษาความสะอาดเพื่อสุขอนามัยที่ดีของอวัยวะเพศ และรู้วิธีป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่ต้องคำนึงถึง [embed-health-tool-bmi] ขนาดอวัยวะเพศชาย โดยเฉลี่ย คือเท่าไร ปกติแล้ว ขนาดอวัยวะเพศของผู้ชายแต่ละคนจะแตกต่างกัน โดยขึ้นกับพันธุกรรมหรือเชื้อชาติ โดยชาวแอฟริกันกับชาวยุโรป จะมีขนาดอวัยวะเพศที่ยาวและใหญ่กว่าคนเอเชีย ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ความยาวเฉลี่ยของอวัยวะเพศชายไทยอยู่ที่ประมาณ 4 นิ้ว หรือ 10.16 เซนติเมตร ซึ่งใกล้เคียงกับผลสำรวจของเว็บไซต์ From Mars ที่สำรวจขนาดอวัยวะเพศของผู้ชายในหลายประเทศ และสรุปว่าชายไทยมีขนาดอวัยวะเพศเฉลี่ยราว ๆ 11.45 เซนติเมตร ส่วนผู้ชายในประเทศเอเชียอื่น ๆ อย่างศรีลังกา เวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์ มีขนาดอวัยวะเพศเฉลี่ยประมาณ 10.89 เซนติเมตร 11.47 เซนติเมตร 11.49 เซนติเมตร และ 11.53 […]