โรคนิ่วในไต (Kidney stones)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 3 mins read
Share now

โรคนิ่วในไต เป็นของแข็งสะสมตัวที่ก่อตัวขึ้นในไตจากสารต่างๆ ในปัสสาวะ นิ่วในไตสามารถมีขนาดเล็กมาก หรือมีขนาดได้ถึงหลายนิ้วโดยรอบ

คำจำกัดความ

โรคนิ่วในไต คืออะไร

นิ่วในไต (Kidney stones) เป็นของแข็งสะสมตัวที่ก่อตัวขึ้นในไตจากสารต่างๆ ในปัสสาวะ กระบวนการนี้เรียกว่าการเกิดนิ่ว โดยนิ่วในไตสามารถมีขนาดเล็กมาก หรือมีขนาดได้ถึงหลายนิ้วโดยรอบ นิ่วขนาดใหญ่มากที่เต็มท่อปัสสาวะ ที่ลำเลียงปัสสาวะจากไตไปยังกระเพาะปัสสาวะ เรียกว่านิ่วเขากวาง ( Staghorn Stone)

พบได้บ่อยเพียงใด

นิ่วในไตพบได้ทั่วไป สามารถส่งผลต่อผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 40 ปี นิ่วในไตสามารถจัดการได้โดยลดความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการนิ่วในไต

คนทั่วไปประมาณหนึ่งในสามมีนิ่วในไต แต่เพียงครึ่งหนึ่งจะมีอาการ ถึงแม้ไม่มีอาการ นิ่วอาจทำให้เกิดความผิดปกติได้ เช่น การติดเชื้อและปัสสาวะขัด นิ่วที่ติดอยู่ในกระเพาะปัสสาวะทำให้เกิดอาการ

อาการที่พบได้มากที่สุดคืออาการปวดรุนแรง ที่เกิดขึ้นและหายไป และมักเปลี่ยนจากด้านหลัง ไปยังช่องท้องด้านล่าง อาการอื่นๆ ที่พบได้ทั่วไป ได้แก่

  • ปวดหลัง ต้นขา ขาหนีบ และอวัยวะเพศ
  • มีเลือดในปัสสาวะ
  • คลื่นไส้และอาเจียน

หากนิ่วทำให้ติดเชื้อ อาจมีอาการเพิ่มเติมอื่นๆ ได้แก่ หนาวสั่น มีไข้ ปัสสาวะมีอาการปวด บ่อยครั้ง และกะทันหัน และมีอาการเหงื่อออก

อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการต่างๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

คุณควรไปพบหมอหากมีอาการดังต่อไปนี้

  • อาเจียนรุนแรง มีอาการปวดรุนแรงจนไม่สามารถนั่งนิ่งๆ ได้
  • มีอาการปวดร่วมกับคลื่นไส้และอาเจียน
  • มีอาการปวดร่วมกับมีไข้และหนาวสั่น
  • มีเลือดในปัสสาวะ
  • ปัสสาวะขัด

สาเหตุ

สาเหตุของนิ่วในไต

นิ่วอาจเกิดขึ้นได้ หากปัสสาวะมีสารเคมีบางชนิดปนอยู่มากเกินไป เช่น แคลเซียม กรดยูริค ซิสทีน หรือสตรูไวท์ (เป็นการรวมกันระหว่างฟอสเฟต แมกนีเซียม และแอมโมเนียม) การรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง และการดื่มน้ำน้อยเกินไป เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดนิ่วได้ นิ่วในไตประมาณร้อยละ 85 เกิดจากแคลเซียม นิ่วที่เกิดจากกรดยูริคเกิดขึ้นได้มากขึ้น หากเป็นโรคเกาต์ นิ่วสตรูไวท์เกิดขึ้นได้มากขึ้น ในปัสสาวะที่มีเชื้อปนเปื้อน (นิ่วติดเชื้อ)

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงนิ่วในไต

ปัจจัยเสี่ยงสำหรับนิ่วในไตมีหลายประการ ได้แก่

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอมิได้ใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคนิ่วในไต

การรักษาขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ขนาดและจำนวนของนิ่ว บริเวณที่เกิดนิ่ว และมีอาการติดเชื้อหรือไม่ นิ่วส่วนใหญ่ถูกกำจัดออกจากร่างกาย โดยไม่ต้องให้แพทย์รักษา วิธีที่ง่ายที่สุดในการจัดการก้อนนิ่วขนาดเล็ก คือกำจัดออกโดยการดื่มน้ำในปริมาณมาก การใช้ยาอาจช่วยลดอาการปวดได้ ยาปฏิชีวนะใช้สำหรับรักษาอาการติดเชื้อ นิ่วที่ไม่สามารถกำจัดออกได้ด้วยตัวเอง อาจจำเป็นต้องกำจัดออกโดยศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะ ศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะคือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคระบบทางเดินปัสสาวะ ศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะอาจใช้กล้องส่องท่อไต (Ureteroscope) ในการรักษา

ในบางครั้ง คลื่นกระแทก (Shock Wave) ใช้สลายนิ่วให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ที่สามารถกำจัดออกได้ การรักษาแบบนี้เรียกว่า Extracorporeal Shock Wave Lithotripsy (ESWL)

ในบางครั้ง อาจจำเป็นต้องมีการผ่าตัดเพื่อนำก้อนนิ่วออกไป

การรักษาโรคนิ่วในไต

แพทย์จะตรวจสอบประวัติสุขภาพ ทำการตรวจร่างกาย และทดสอบปัสสาวะ อาจจำเป็นต้องมีการเอกซเรย์หรืออัลตร้าซาวนด์ช่องท้อง การศึกษาดังกล่าวจะทำให้เห็นนิ่วส่วนใหญ่ (แคลเซียม ซิสทีน และนิ่วสตรูไวท์) เอกซเรย์ไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงก้อนนิ่วจากกรดยูริค และอาจมองเห็นก้อนนิ่วขนาดเล็ก การตรวจด้วยคอมพิวเตอร์ (CT) ในบริเวณท่อปัสสาวะ เป็นการทดสอบที่ได้ผลดีมากเพื่อวินิจฉัยนิ่วในไต และตรวจหาอาการผิดปกติอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการที่คล้ายกับอาการนิ่วในไตได้

ที่พบได้ยากก็คือ หากการวินิจฉัยยังไม่ชัดเจน อาจต้องมีการเอกซเรย์แบบพิเศษ (intravenous pyelogram หรือ IVP) ในการทดสอบแบบนี้มีการใช้สี เพื่อให้มองเห็นทางเดินปัสสาวะ และตรวจหานิ่วในไต

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยจัดการนิ่วในไต

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองดังต่อไปนี้ อาจช่วยให้คุณรับมือนิ่วในไตได้

  • ใช้ยาตามที่แพทย์สั่งให้หมด
  • ปฏิบัติคำแนะนำของแพทย์เกี่ยวกับอาหาร
  • ดื่มน้ำให้มาก อย่างน้อย 2-3 ลิตรต่อวัน
  • โทรแจ้งโรงพยาบาล หากมีอาการแย่ลง

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ดื่มน้ำเลมอน เป็นประจำ ดีต่อสุขภาพอย่างไร

การ ดื่มน้ำเลมอน นอกจากจะทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นขึ้นแล้ว หลายคนยังเชื่อว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพ ทั้งยังช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

ไตติดเชื้อ (Kidney infection)

ไตติดเชื้อ หรือกรวยไตอักเสบ เริ่มต้นขึ้นที่ระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง (ท่อปัสสาวะหรือกระเพาะปัสสาวะ) แล้วเคลื่อนที่ขึ้นด้านบนไปยังไตและท่อไต

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by ธีรวิทย์ บุญราศรี

ไทโอโปรนิน (Tiopronin)

ไทโอโปรนิน (Tiopronin) ใช้รักษาโรคนิ่วในไตสำหรับผู้ป่วยที่มีความผิดปกติแต่กำเนิด ทำงานโดยทำให้สารซิสตีนละลายในปัสสาวะได้มากขึ้น

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

นิ่วในไต กับอาหารเพิ่มความเสี่ยงที่คุณควรหลีกเลี่ยง!

อาการปวดจาก นิ่วในไต นั้น จะมีอาการปวดจนแทบทนไม่ไหว และอาหารที่คุณรับประทานในแต่ละวัน ก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคนิ่วในไตได้โดยที่คุณไม่รู้ตัว

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล