home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ข้อควรรู้...ก่อนเข้ารับหัตถการของ ผู้ป่วยไส้เลื่อน

ข้อควรรู้...ก่อนเข้ารับหัตถการของ ผู้ป่วยไส้เลื่อน

หากพูดถึงโรคไส้เลื่อน หลายคนคงคิดว่ามักจะเกิดขึ้นในผู้ชายเพียงเท่านั้น แต่ความจริงแล้วมันสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ถ้าเกิดเป็นโรคไส้เลื่อนแล้ว วิธีการรักษาที่ดีที่สุดก็คือ การผ่าตัด แต่ก่อนจะเข้ารับการผ่าตัดนั้น ผู้ป่วยไส้เลื่อน ควรจะต้องรู้ข้อมูลต่างๆ เพื่อจะได้เข้าใจถึงวิธีการรักษาและการดูแลตนเอง ซึ่งทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน

1) ข้อมูลที่ควรรู้ของ ผู้ป่วยไส้เลื่อน

ไส้เลื่อน หมายถึง ภาวะที่มีลำไส้บางส่วนหรืออวัยวะในช่องท้องหรือไขมันในช่องท้องไหลเลื่อนมาที่ผนังหน้าท้องเห็นเป็นก้อนบวม หรือคลำพบก้อนตรงบริเวณใดบริเวณหนึ่งของช่องท้อง ขาหนีบ ถุงอัณฑะ ซึ่งมีอยู่หลายชนิด อาจเป็นความผิดปกติมาแต่กำเนิด หรืออาจเกิดขึ้นภายหลังได้ เป็นภาวะที่สามารถพบได้ในคนทุกวัย

สาเหตุ

เกิดจากผนังหน้าท้องบางแห่งมีความอ่อนแอผิดปกติและเกิดการหย่อนหรือฉีกขาด ซึ่งอาจจะเป็นมาแต่กำเนิด ทำให้อวัยวะหรือไขมันที่อยู่ข้างใต้ผนังหน้าท้องนั้น ไหลเลื่อนทะลักเข้าไปในบริเวณที่อ่อนแอนั้น ทำให้เป็นก้อนตุงมักมีอาการแสดง เฉพาะเวลามีแรงดันในช่องท้องสูง เช่น เวลาไอ จาม ร้องไห้ เบ่งถ่าย ยกของหนัก ซึ่งไส้เลื่อนมีหลายชนิด จะมีอาการภาวะแทรกซ้อน และการรักษาแตกต่างกันไป ขึ้นกับตำแหน่งที่เป็นไส้เลื่อนที่พบบ่อยได้แก่

  • บริเวณสะดือ อาจจะมีอาการตั้งแต่แรกเกิด หรืออาจจะเกิดภายหลังเมื่อโตแล้วทำให้เป็นสะดือจุ่นหรือไส้เลื่อนที่สะดือ เกิดเมื่อเด็กร้องไห้จะเห็นสะดือโป่งพอง โดยมักจะไม่มีเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง และจะหายได้เอง ก่อนอายุได้ 2 ปี
  • บริเวณขาหนีบ เป็นไส้เลื่อนที่พบได้บ่อยในเด็กโตและผู้ใหญ่ โดยมากพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงหลายเท่า ถึงแม้ว่ากล้ามเนื้อหน้าท้องบริเวณขาหนีบจะอ่อนแอมาตั้งแต่เกิด แต่อาการของไส้เลื่อนมักจะปรากฏเมื่อย่างเข้าวัยหนุ่มสาวหรือวัยกลางคน หรือเมื่อเป็นโรคที่ทำให้เกิดแรงดันในช่องท้อง เช่น ไอเรื้อรัง หลอดลมอักเสบ ถุงลมโป่งพอง ท้องผูก ต่อมลูกหมากโต
  • บริเวณแผลหลังผ่าตัด พบในผู้ป่วยบางรายหลังได้รับการผ่าตัดช่องท้อง เมื่อแผลหายแล้ว ผนังหน้าท้อง ในบริเวณผ่าตัดเกิดหย่อนกว่าปกติ ทำให้อวัยวะหรือไขมันในช่องท้องไหลเป็นก้อนโป่งที่บริเวณนั้นๆ มักไม่มีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง แต่อย่างไรก็ตาม อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัดซ่อมผนังหน้าท้องให้แข็งแรงเป็นปกติ
  • บริเวณอื่นๆ ที่หน้าท้อง เกิดจากผนังกล้ามเนื้อหน้าท้องหย่อนตัว ซึ่งพบได้ไม่บ่อยนัก

อาการ

จะพบเป็นก้อนตุงบริเวณตามแต่ชนิดของไส้เลื่อน ได้แก่ ขาหนีบทั้ง 2 ข้าง ถุงอัณฑะ หรือบริเวณรอยผ่าตัด ซึ่งจะเห็นขณะลุกขึ้นยืน ยกของหนัก ไอ จาม หรือเบ่งถ่าย เวลานอนหงายก้อนจะเล็กลงหรือยุบหายไป ก้อนมีลักษณะนุ่มๆ หยุ่นๆ อาจมีอาการ จุก ปวด เนื่องจากลำไส้ถูกกดรัดที่ปากไส้เลื่อน ในเด็กทารกจะมีอาการสะดือจุ่น หรือสะดือโป่งเวลาร้องไห้ซึ่งจะเป็นมาตั้งแต่แรกเกิด โดยไม่มีความผิดปกติปกติอื่นๆ

การรักษาโดยการผ่าตัด : แพทย์จะใช้วิธีวางยาสลบหรือฉีดยาชาเข้าไขสันหลังหรือฉีดยาชาเฉพาะที่ในขณะผ่าตัด และหลังผ่าตัดอาจมีอาการเจ็บปวดบ้าง แต่สามารถระงับได้โดยใช้ยาแก้ปวดอยู่โรงพยาบาลประมาณ 2-4 วัน

2) เหตุผลที่ควรรักษาไส้เลื่อน

เพื่อให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรงมากขึ้น ป้องกันการไหลย้อยของอวัยวะภายในช่องท้อง

3) ความเสี่ยงอาจจะพบเมื่อผ่าตัดไส้เลื่อน

ผลข้างเคียงของการผ่าตัด

  1. ปัสสาวะลำบาก อาจต้องสวนปัสสาวะ หรือคาสายสวนปัสสาวะไว้ 2-3 วัน หลังการผ่าตัด
  2. ปวดศีรษะหลังการผ่าตัด (จากการฉีดยาชาเข้าที่ไขสันหลัง)
  3. แผลอักเสบ บวม ปวด หรือเลือดคั่งใต้แผล (แผลผ่าตัดธรรมดา) ซึ่งส่วนใหญ่ทุเลาด้วยการให้ยา
  4. ปวดบริเวณแผลผ่าตัด 2-4 เดือน เนื่องจากการกระทบกระเทือนขณะผ่าตัด (แผลผ่าตัดธรรมดา)

4) ข้อควรรู้เพื่อไม่ต้องเป็นผู้ป่วยไส้เลื่อนซ้ำ

การปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำหลังการผ่าตัดไส้เลื่อน ควรปฏิบัติ ดังนี้

  1. หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่หักโหม เช่น เล่นกล้ามเนื้อหน้าท้อง (Sit Up) อย่างน้อย 3 เดือน
  2. หลีกเลี่ยงการทำงานหนัก ยกของหนัก อย่างน้อย 3 เดือน
  3. ควรรักษาสุขภาพ ป้องกันอาการไอเรื้อรัง ปัสสาวะติดขัด ท้องผูก

5) ทางเลือกในการเข้ารับการผ่าตัด

ไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบ หรือบริเวณหลังผ่าตัด

การผ่าตัดเพื่อรักษาไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบ : เป็นการผ่าตัดเพื่อซ่อมแซมผนังช่องท้องบริเวณขาหนีบข้างที่มีอาการ เพื่อให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรงมากขึ้น ป้องกันการไหลย้อยของอวัยวะภายในช่องท้อง ส่วนมากแพทย์มักใช้ตาข่ายชนิดพิเศษ (Mesh Graft) วางในตำแหน่งที่เย็บ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้มากขึ้นในปัจจุบันสามารถทำการผ่าตัดได้ 2 วิธี ดังนี้

  1. การผ่าตัดไส้เลื่อนแบบธรรมดา
  2. การผ่าตัดไส้เลื่อนแบบส่องกล้อง

6) ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

วิธีปฏิบัติตัวหลังผ่าตัด

  1. หลังผ่าตัดให้ลุกนั่ง ถ้าไม่เวียนศีรษะให้เดินรอบเตียงและหัดเดิน เพื่อให้ปฏิบัติกิจวัตรประจำวันโดยเร็วที่สุดให้ระบบไหลเวียนของโลหิต ไหลเวียนได้ดี
  2. ใช้มือหรือผ้าประคองบริเวณแผลผ่าตัด เพื่อลดอาการปวดแผล
  3. สังเกตอาการแทรกซ้อนที่แผลผ่าตัด หากมีอาการปวด บวม แดง ร้อน ให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ

x