เบต้า ธาลัสซีเมีย (Beta Thalassemia)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020
Share now

เบต้า ธาลัสซีเมีย เป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ส่งผลต่อเซลล์เม็ดเลือดแดง เกิดจากยีนผิดปกติชนิดหนึ่ง ผู้ป่วยโรคเบต้าธาลัสซีเมียขั้นรุนแรงจะแสดงอาการชัดเจนในเวลาอันรวดเร็ว คือภายในขวบปีแรกของชีวิต

คำจำกัดความ

เบต้า ธาลัสซีเมีย คืออะไร

เบต้าธาลัสซีเมีย (Beta Thalassemia) เป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมประเภทหนึ่งที่ส่งผลต่อเซลล์เม็ดเลือดแดง โดยปกติแล้ว เซลล์เม็ดเลือดแดงลำเลียงออกซิเจนไปยังอวัยวะทั้งหมดในร่างกาย เมื่อคุณเป็นธาลัสซีเมีย คุณจะมีเซลล์เม็ดเลือดแดงในร่างกายน้อยกว่าปกติ การลดลงของเซลล์เม็ดเลือดสามารถทำให้เกิดภาวะเลือดจาง ซึ่งทำให้คุณมีอาการอ่อนเพลีย

ธาลัสซีเมียเกิดจากยีนผิดปกติชนิดหนึ่ง หากได้รับยีนผิดปกติจากทั้งพ่อและแม่ เรียกว่า “ธาลัสซีเมียใหญ่” (thalassemia major) หรือธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง หากได้รับยีนผิดปกติจากทั้งพ่อหรือแม่เพียงฝ่ายเดียว เรียกว่า “ธาลัสซีเมียเทรต” (thalassemia trait) ธาลัสซีเมียเทรตมักไม่แสดงอาการใดๆ ของธาลัสซีเมียใหญ่ ส่วนใหญ่อาการมักเริ่มต้นหลังจากทารกมีอายุได้สองถึงสามเดือน

เบต้าธาลัสซีเมีย พบได้บ่อยเพียงใด

โรคนี้พบได้มากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นโรคติดตัวมาแต่กำเนิดและเป็นตลอดชีวิต โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของเบต้า ธาลัสซีเมีย

สิ่งบ่งชี้และอาการที่ชัดเจนของโรคเบต้าธาลัสซีเมีย ได้แก่

  • เซลล์เม็ดเลือดแดงที่กำลังเติบโตมีการตายในไขกระดูก
  • เซลล์เม็ดเลือดแดงที่ไหลเวียนมีการถูกทำลายเพิ่มมากขึ้น

จากอาการผิดปกติหนึ่งหรือสองประการข้างต้น จะส่งผลให้เกิดอาการทางร่างกายต่างๆ ได้แก่

  • ผิวซีด
  • หงุดหงิดหรือโกรธง่าย
  • การเจริญเติบโตของร่างกายไม่เป็นไปตามเกณฑ์
  • ท้องบวม
  • ผิวหนังหรือตาขาวกลายเป็นสีเหลือง
  • กระดูกใบหน้าหรือกะโหลกกว้างกว่าปกติ

ผู้ป่วยโรคเบต้าธาลัสซีเมียขั้นรุนแรงจะเริ่มแสดงอาการชัดเจนในเวลาอันรวดเร็ว คือภายในขวบปีแรกของชีวิต  อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการต่างๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

หากผู้ป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมีย มีความเป็นไปได้ว่าลูกของผู้ป่วยจะเป็นโรคธาลัสซีเมียด้วยเช่นกัน โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับโอกาสที่ลูกของคุณจะเป็นธาลัสซีเมีย ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน หากคุณตั้งครรภ์ คุณสามารถเลือกวิธีการทดสอบทารกในครรภ์เพื่อตรวจหาโรคได้

สาเหตุ

สาเหตุของ เบต้า ธาลัสซีเมีย

โรคเบต้าธาลัสซีเมียเกิดจากการผ่าเหล่า หรือการสูญเสียการทำงานโดยสมบูรณ์ของยีนเบต้าโกลบิน โรคนี้เกิดจากการผ่าเหล่าในดีเอ็นเอของเซลล์ที่มีหน้าที่สร้างฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นสารในเซลล์เม็ดเลือดแดงที่ลำเลียงออกซิเจนไปทั่วร่างกาย การผ่าเหล่าที่สัมพันธ์กับโรคธาลัสซีเมียสามารถถ่ายทอดจากพ่อแม่ไปสู่ลูกได้

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของเบต้าธาลัสซีเมีย

ปัจจัยความเสี่ยงสำหรับโรคเบต้าธาลัสซีเมียมีหลายประการ เช่น

  • การผ่าเหล่า
  • ครอบครัวของพ่อแม่
  • เบต้าธาลัสซีเมียถูกพบ/วินิจฉัยในการตั้งครรภ์ครั้งก่อนของมารดา

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอในที่นี้ไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคเบต้าธาลัสซีเมีย

ตามที่ได้กล่าวถึงข้างต้น เบต้าธาลัสซีเมียสามารถวินิจฉัยได้ด้วยการทดสอบเลือดของลูกของคุณ หรือแม้กระทั่งในระหว่างตั้งครรภ์

การรักษาโรคเบต้าธาลัสซีเมีบ

ผู้ป่วยธาลัสซีเมียและโลหิตจางขั้นรุนแรงจะได้รับการรักษาด้วยการถ่ายเลือด ซึ่งเป็นการรับเลือดที่ได้รับบริจาคจากผู้อื่น ถึงแม้ว่าการถ่ายเลือดสามารถช่วยรักษาธาลัสซีเมียได้ แต่ก็ทำให้เกิดปัญหาได้เช่นกัน เนื่องจากเลือดที่ได้รับบริจาคประกอบด้วยธาตุเหล็ก เมื่อผู้ป่วยได้รับการถ่ายเลือดบ่อยครั้ง ร่างกายจะได้รับธาตุเหล็กมากเกินไปจนทำให้หัวใจและตับเสียหาย

ผู้ป่วยที่ได้รับการถ่ายเลือดจำเป็นต้องได้รับการรักษาเพื่อกำจัดธาตุเหล็กส่วนเกินที่สะสมในร่างกาย การรักษานี้เรียกว่า “การขับธาตุเหล็ก” (iron chelation) ซึ่งแพทย์จะะใช้ยาหลายชนิดสำหรับการขับธาตุเหล็กส่วนเกิน

ในบางครั้ง โรคธาลัสซีเมียสามารถรักษาได้ด้วยวิธีการที่เรียกว่า “การปลูกถ่ายไขกระดูก” (bone marrow transplant) วิธีการนี้เป็นการแทนที่เซลล์ในไขกระดูกด้วยเซลล์ที่แข็งแรงซึ่งได้รับบริจาคมาจากผู้อื่น แต่ไม่ใช่ผู้ป่วยธาลัสซีเมียทุกรายที่สามารถเข้ารับการรักษาแบบนี้ได้ เนื่องจากมีไขกระดูกที่ได้รับบริจาคเพียงบางส่วนเท่านั้นที่สามารถเข้ากันได้กับร่างกายของผู้ป่วย

ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียบางรายจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อรักษาม้าม เนื่องจากม้ามกำจัดเซลล์เม็ดเลือดแดงจากเลือด ซึ่งทำให้มีภาวะโลหิตจางมากขึ้น

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อรับมือกับโรคเบต้าธาลัสซีเมีย

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองดังต่อไปนี้ vk0ช่วยให้คุณรับมือกับโรคเบต้าธาลัสซีเมียได้

  • ปรึกษาแพทย์เพื่อติดตามอาการ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เกี่ยวกับการทดสอบหรือการรักษา
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานวิตามินที่มีส่วนประกอบของธาตุเหล็ก
  • รับประทานวิตามินที่เรียกว่า “กรดโฟลิค/โฟเลต” หากแพทย์หรือพยาบาลแนะนำ

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

วิธีรักษาโรคธาลัสซีเมีย มีอะไรบ้าง และช่วยให้หายขาดได้ไหม

โรคธาลัสซีเมีย หนึ่งในความผิดปกติเกี่ยวกับเลือดที่ถ่ายทอดกันทางพันธุกรรม ในปัจจุบันมี วิธีรักษาโรคธาลัสซีเมีย หลากหลาย ซึ่งอาจช่วยให้หายขาดจากโรคนี้ได้ด้วย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี

ธาลัสซีเมีย (Thalassemia)

โรคธาลัสซีเมียภาวะความผิดปกติของเลือด มีสองประเภท คือ อัลฟ่าธาลัสซีเมีย (alpha-thalassemia) และเบต้าธาลัสซีเมีย อ่านข้อมูลเพิ่มเติม @ HelloKhunmor.com

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ ตุลาคม 10, 2018

การกินอาหาร สำหรับผู้ป่วยธาลัสซีเมีย อย่างไรถึงจะเหมาะสม

ธาลัสซีเมียแม้จะเป็นโรคร้ายที่อาการค่อนข้างรุนแรง แต่เชื่อหรือไม่ว่าแค่ การกินอาหาร ให้เหมาะสมกับโรค ก็สามารถช่วยลดอาการได้ครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชมพูนุช ทรงถาวรทวี

บทความแนะนำ

ดีเฟอริโพรน (Deferiprone)

ดีเฟอริโพรน (Deferiprone)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 30, 2019
มะเร็งเม็ดเลือดขาว

มะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 31, 2018
ประเภทของธาลัสซีเมีย

ประเภทของธาลัสซีเมีย เรื่องที่คุณควรรู้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 21, 2018
ภาวะแทรกซ้อนของโรคธาลัสซีเมีย-รักษา

ภาวะแทรกซ้อนของโรคธาลัสซีเมีย และวิธีการรักษา

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 12, 2018