home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

เส้นเอ็นฉีกขาด (Ruptured Tendon)

คำจำกัดความ|อาการ|สาเหตุ|ปัจจัยเสี่ยง|การวินิจฉัยและการรักษาโรค|การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง
เส้นเอ็นฉีกขาด (Ruptured Tendon)

เส้นเอ็นฉีกขาด (Ruptured Tendon) หมายถึงอาการที่เส้นเอ็นส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือเส้นเอ็นทั้งเส้นฉีกขาดออกจากกัน อาจเกิดขึ้นจากการออกแรงมากเกินไป หรือเกิดการบาดเจ็บ

คำจำกัดความ

เส้นเอ็นฉีกขาด คืออะไร

เส้นเอ็นฉีกขาด (Ruptured Tendon) หมายถึงอาการที่เส้นเอ็นส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือเส้นเอ็นทั้งเส้นฉีกขาดออกจากกัน เส้นเอ็นนั้นคือเนื้อเยื่อเส้นใย ที่ยึดให้กล้ามเนื้อติดเข้ากับกระดูก โดยปกติแล้วเส้นเอ็นนั้นจะมีความแข็งแรงมาก และสามารถรับแรงได้มากถึง 5 เท่าของน้ำหนักตัว แต่หากเราออกแรงมากเกินไป หรือเกิดการบาดเจ็บ เช่น จากการเล่นกีฬา หรือการหกล้ม ก็อาจทำให้เส้นเอ็นเกิดการฉีกขาดได้ นอกจากนี้ การใช้ยาบางอย่าง หรือโรคบางชนิดก็อาจทำให้เกิดอาการเส้นเอ็นฉีกขาดได้เช่นกัน

บริเวณที่อาจเกิดอาการเส้นเอ็นขาดได้มากที่สุดคือ

เส้นเอ็นฉีกขาด พบบ่อยแค่ไหน

อาการเส้นเอ็นฉีกขาดนั้นพบได้ไม่ค่อยบ่อยเท่าไหร่นัก โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะพบอาการเส้นเอ็นฉีกขาดได้ในผู้สูงอายุ กับผู้ที่มีปัญหาเส้นเอ็นอ่อนแอจากปัจจัยต่างๆ อาการนี้หากปล่อยทิ้งไว้ไม่ทำการรักษา อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ในภายหลัง

อาการ

อาการของเส้นเอ็นฉีกขาด

อาการที่อาจเป็นสัญญาณของเส้นเอ็นฉีกขาดมีดังต่อไปนี้

  • รู้สึก หรือได้ยินเสียงฉีกขาดดังเปรี๊ยะ
  • รู้สึกปวดอย่างรุนแรง
  • มีรอยช้ำอย่างรวดเร็ว
  • อ่อนแรง
  • ไม่สามารถเคลื่อนไหวแขนหรือขาข้างที่มีอาการเส้นเอ้นฉีกได้
  • ไม่สามารถขยับบริเวณที่มีอาการเส้นเอ็นฉีกได้
  • บริเวณที่มีอาการเส้นเอ็นฉีกขาดผิดรูป
  • หากเกิดอาการเส้นเอ็นร้อยหวายฉีกขาด อาจทำให้คุณไม่สามารถยืนเขย่งบนปลายนิ้วเท้าได้

ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด

อาการเส้นเอ็นฉีกขาดนี้หากปล่อยทิ้งไว้ไม่ทำการรักษา อาจกลายไปเป็นปัญหาสำคัญ ดังนั้นจึงควรรีบติดต่อแพทย์ในทันที หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้

  • หากคุณมีอาการปวดอย่างรุนแรงในบริเวณที่บาดเจ็บ และไม่ดีขึ้นแม้ว่าจะรับประทานยาแก้ปวดแล้ว
  • หากแขนหรือขารู้สึกบวม ช้ำ และปวดอย่างรุนแรง
  • หากคุณหายใจไม่ออก หน้ามืด
  • หากคุณรู้สึกหรือได้ยินเสียงดังเปรี๊ยะ เหมือนกล้ามเนื้อฉีก
  • หากแขนขามีลักษณะผิดรูป

สาเหตุ

สาเหตุของเส้นเอ็นฉีกขาด

สาเหตุโดยทั่วไปของอาการเส้นเอ็นฉีกขาดคือ

  • อาการบาดเจ็บโดยตรง เช่น ที่เข่า ที่ข้อเท้า หรือที่ไหล่
  • อายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้การไหลเวียนของเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงเส้นเอ็นลดลง ทำให้เส้นเอ็นอ่อนแอลง
  • การยกของหนัก
  • การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าในเส้นเอ็น
  • การใช้ยาปฏิชีวนะบางชนิด

โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของเส้นเอ็นฉีกขาด

ปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยงให้เส้นเอ็นฉีกขาดมีดังต่อไปนี้

  • อายุ ผู้สูงอายุมักจะมีความเสี่ยงมากกว่าที่จะเกิดอาการนี้
  • เพศ อาการเส้นเอ็นฉีกขาด อย่างเอ็นร้อยหวายฉีกขาด จะพบได้มากในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
  • กีฬา การเล่นกีฬาบางชนิด อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดเส้นเอ็นฉีกขาดมากขึ้น โดยเฉพาะกีฬาที่ต้องวิ่ง กระโดด และหยุดในเวลากะทันหัน เช่น เทนนิส บาสเก็ตบอล หรือฟุตบอล
  • ยา การใช้ยาบางอย่าง เช่น ยาเสตียรดอยด์ หรือยาปฏิชีวนะ
  • โรคอ้วน ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเยอะจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเส้นเอ็นมากยิ่งขึ้น

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยเอ็นฉีกขาด

แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติ และตรวจร่างกายคร่าวๆ เพื่อดูว่าอาการบาดเจ็บของคุณเป็นอย่างไร คุณสามารถขยับตัวได้มากแค่ไหน นอกจากนี้ก็อาจจะตามด้วยการตรวจดังต่อไปนี้

  • การเอกซเรย์ เพื่อดูว่าเส้นเอ็นนั้นฉีกขาดออกจากกระดูกเลยหรือไม่
  • การแสกนเอ็มอาร์ไอ เพื่อแสดงให้เห็นภาพว่าเส้นเอ็นนั้นบาดเจ็บมากแค่ไหน
  • การอัลตราซาวน์ โดยใช้คลื่นเสียงแสกนเพื่อฉายภาพภายในกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น เพื่อดูว่าเส้นเอ็นฉีกขาดมากแค่ไหน

การรักษาเส้นเอ็นฉีกขาด

การรักษาอาการเส้นเอ็นฉีกขาดนั้นจะขึ้นอยู่กับ บริเวณที่เส้นเอ็นฉีก และความรุนแรงของอาการ โดอาจรักษาด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) หรือยาแก้ปวดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ยาในกลุ่มนี้จะช่วยบรรเทาอาการบวม อาการปวด และช่วยลดไข้
  • ยาพาราเซตามอล หรือยาอะเซตามีโนเฟน (Acetaminophen) เพื่อช่วยลดอาการปวด โดยไม่จำเป็นต้องรอแพทย์สั่งยา
  • ยาสเตียรอยด์ เพื่อช่วยลดอาการอักเสบ และช่วยฟื้นฟูอาการเส้นเอ็นฉีกขาดบางส่วน
  • อุปกรณ์ช่วยค้ำ เช่น ใส่เฝือก ใส่ไม้ค้ำ เพื่อช่วยพยุงอวัยวะ จำกัดการเคลื่อนไหว และช่วยปกป้องเส้นเอ็นไม่ให้เจอกับแรงกระแทกที่รุนแรง
  • กายภาพบำบัด แพทย์อาจจะแนะนำให้ทำกายภาพบำบัด เมื่ออาการปวดและอาการบวมลดลงแล้ว
  • การผ่าตัด ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องใช้การผ่าตัดเพื่อช่วยต่อเส้นเอ็นที่ขาดแล้วให้กลับมาติดกับกระดูกดังเดิม

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองที่ช่วยจัดการกับอาการเส้นเอ็นฉีกขาด

  • พักผ่อน พยายามอย่าเคลื่อนไหวมาก เพื่อรอเวลาให้อาการบาดเจ็บค่อยๆ ฟื้นฟูด้วยตัวเอง การฝืนขยับร่างกายมากเกินไป นอกจากจะทำให้เกิดอาการปวดแล้ว ยังอาจมีความเสี่ยงทำให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นเกิดการอักเสบและฉีกขาดเพิ่มขึ้นอีกด้วย
  • ประคบเย็น ประคบเย็นในบริเวณที่บาดเจ็บ ครั้งละ 15-20 นาที ทุกๆ 48 ชั่วโมง เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บ เสียหาย และช่วยลดอาการบวมกับอาการปวด
  • ยกสูง หากเกิดอาการเส้นเอ็นฉีกขาด ในบริเวณที่ต่ำกว่าหัวใจ เช่น เส้นเอ็นร้อยหวายที่ข้อเท้า พยายามยกให้สูงขึ้นกว่าระดับหัวใจ เพื่อช่วยลดอาการปวดและอาการบวมได้

หากมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

health-tool-icon

เครื่องคำนวณอัตราการเผาผลาญพลังงาน (BMR)

ใช้เครื่องมือคำนวณปริมาณแคลอรี่ของเราเพื่อช่วยคำนวณปริมาณแคลอรี่ที่ที่ร่างกายของคุณต้องการในแต่ละวัน โดยพิจารณาจากส่วนสูง น้ำหนัก อายุ และระดับการทำกิจกรรม

เพศชาย

เพศหญิง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย พลอย วงษ์วิไล แก้ไขล่าสุด 27/08/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x