สุขภาพ

สุขภาพ เป็นเรื่องสำคัญ เราจึงได้รวบรวมข้อมูลที่จะช่วยให้คุณดูแลสุขภาพได้ดียิ่งขึ้นไว้ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารสุขภาพ ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป และอื่น ๆ อีกมากมาย หากคุณมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยคุณได้แน่นอน

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพ

5 โรคที่มากับหน้าร้อน ที่ควรระวัง

เมื่อเข้าสู่ หน้าร้อน หลายคนอาจนึกถึงอากาศร้อน เหงื่อออกง่าย กระหายน้ำ หรือผิวไหม้แดด แต่จริง ๆ แล้ว โรคที่มากับหน้าร้อน ไม่ได้มีแค่ปัญหาจากความร้อนเท่านั้น เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้นยังทำให้อาหารบูดเสียได้ง่าย น้ำและอาหารมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคมากขึ้น และร่างกายอาจเสี่ยงต่อภาวะเจ็บป่วยจากอากาศร้อนจัดได้เช่นกัน บทความนี้จะพาไปรู้จัก 5 โรคหน้าร้อน ที่ควรระวัง อาการเบื้องต้นที่ควรสังเกต และวิธีป้องกันง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน 1. โรคอุจจาระร่วง โรคอุจจาระร่วงเป็นหนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าร้อน สาเหตุหลักมักมาจากการกินอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค เมื่ออากาศร้อน อาหารที่เก็บไม่เหมาะสมหรือวางทิ้งไว้นานอาจบูดเสียได้ง่ายขึ้น จึงเพิ่มโอกาสให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผ่านการกินและดื่ม อาการที่ควรสังเกต ถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำหลายครั้งใน 1 วัน ปวดท้องหรือปวดบิดเป็นช่วง ๆ อาจมีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วย รู้สึกอ่อนเพลีย ปากแห้ง กระหายน้ำมาก ปัสสาวะน้อยหรือสีเข้ม ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำ เด็กเล็กและผู้สูงอายุอาจมีอาการลุกลามได้เร็วกว่าคนทั่วไป สิ่งที่ควรทำเมื่อมีอาการ จิบน้ำบ่อย ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ ดื่มสารละลายเกลือแร่ หรือ ORS เพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป เลือกกินอาหารอ่อน ย่อยง่าย และสะอาด หลีกเลี่ยงอาหารมัน อาหารรสจัด หรือเครื่องดื่มที่อาจกระตุ้นอาการถ่าย หากถ่ายบ่อยมาก อ่อนเพลีย ซึม ปากแห้งมาก หรือดื่มน้ำไม่ได้ ควรรีบไปพบคุณหมอ 2. ไข้ไทฟอยด์ หรือไข้รากสาดน้อย ไข้ไทฟอยด์เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับอาหาร น้ำ หรือสุขอนามัยที่ไม่ดี จุดที่ทำให้โรคนี้น่ากังวลคือ อาการเริ่มต้นอาจคล้ายไข้ทั่วไป ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงอาการอ่อนเพลียจากอากาศร้อน หรือคิดว่าเป็นแค่การกินอาหารผิดสำแดง อาการที่ควรสังเกต มีไข้สูงต่อเนื่องหลายวัน ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย […]

หมวดหมู่ สุขภาพ เพิ่มเติม

สำรวจ สุขภาพ

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

วิธี ลดขยะอาหาร ในครัวเรือนง่ายๆ เพื่อช่วยคุณและช่วยโลก

เวลาที่เราซื้อวัตถุดิบในการประกอบอาหาร หรืออาหารปรุงสำเร็จมาแล้วกินไม่หมด อาหารเหล่านั้นก็จะกลายเป็นขยะอาหารที่ถูกทิ้งไปอย่างไร้ประโยชน์ ซึ่งนอกจากจะทำให้คุณสูญเงินโดยใช่เหตุแล้ว ขยะอาหารที่เราทิ้งยังทำให้เกิดแก๊สมีเทน (Methane) ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดก๊าซเรือนกระจกที่พบได้มากเป็นอันดับสองเลยทีเดียว นั่นแปลว่า ยิ่งมีขยะอาหารมากเท่าไหร่ อาจจะทำให้อุณหภูมิของโลกก็จะยิ่งเปลี่ยนแปลงจากภาวะโลกร้อนรุนแรงขึ้นมากเท่านั้น วันนี้ เราเลยมีวิธี ลดขยะอาหาร ในครัวเรือน มาฝาก หากคุณทำได้ รับรองว่าจะเซฟเงินในการซื้ออาหารมาบริโภคได้อีกเยอะ แถมคุณและครอบครัวยังได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดภาวะโลกร้อนด้วย วิธี ลดขยะอาหาร ในครัวเรือน เลือกซื้ออาหารอย่างชาญฉลาด คนเรามักซื้อวัตถุดิบในการประกอบอาหาร หรืออาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทานมากเกินจำเป็น โดยเฉพาะเวลาที่เราหิว หรือเวลาที่มีโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมมาล่อตาล่อใจ และบางห้างร้านก็มักมีโปรโมชั่นยิ่งซื้อเยอะยิ่งจ่ายถูก ทำให้คุณซื้ออาหารมาตุนไว้ และมักจะบริโภคไม่ทัน จนสุดท้ายก็กลายเป็นขยะอาหารที่ต้องทิ้งไป ฉะนั้น หากคุณอยากลดขยะอาหาร เราแนะนำให้ไปซื้อวัตถุดิบประเภทของสด เช่น เนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ เข้าบ้านอาทิตย์ละ 2 ครั้ง หากเป็นของที่เก็บได้นาน ก็อาจซื้ออาทิตย์ละ 1 ครั้ง และต้องบริโภคของที่ซื้อมาให้หมดก่อนจึงค่อยไปซื้อของใหม่ และต้องเลือกซื้อของตามลิสต์รายการของที่ต้องการด้วย จะได้ตัดปัญหาซื้ออาหารมาเกินจำเป็น เก็บอาหารให้ถูกวิธี การเก็บรักษาวัตถุดิบในการประกอบอาหาร รวมถึงอาหารสำเร็จรูปอย่างถูกวิธี จะช่วยลดปัญหาอาหารเน่าเสียจนต้องทิ้งเป็นขยะอาหาร ยกตัวอย่างเช่น มะเขือเทศ มันฝรั่ง กระเทียม แตงกวา คุณควรเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง ไม่ต้องแช่ตู้เย็น และหากเป็นอาหารที่สามารถปล่อยก๊าซเอทิลีน (ethylene gas) ได้มาก […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

น้ำมันปลา กับ น้ำมันตับปลา ชื่อเกือบคล้ายกัน แต่ความจริงต่างกันมากนะ

เรามักจะต้องเคยได้ยินทั้ง น้ำมันปลา กับ น้ำมันตับปลา กันบ่อย ๆ อยู่แล้ว แต่เคยสงสัยกันหรือไม่ว่า น้ำมันปลากับน้ำมันตับปลานั้น มีความแตกต่างกันอย่างไร ให้สรรพคุณที่เหมือนกันหรือไม่ แล้วอาหารเสริมทั้งสองอย่างนี้ อย่างไหนดีกว่ากัน ถ้าอยากรู้ล่ะก็ ไปติดตามที่บทความนี้กันได้เลย เพราะ Hello คุณหมอ มีข้อมูลความแตกต่างของน้ำมันปลาและน้ำมันตับปลามาฝากแล้วค่ะ [embed-health-tool-bmr] น้ำมันปลา คืออะไร น้ำมันปลา (Fish Oil) คือ อาหารเสริมที่ได้รับการสกัดมาจากอวัยวะของปลา โดยสกัดจากบริเวณหนังปลา หัวปลา เนื้อปลา และหางปลา ซึ่งมักจะสกัดจากปลาจำพวก ปลาแมคเคอรอล ปลาแฮร์ริ่ง ปลาแอนโชวี่ ปลาทูน่า เป็นต้น สารอาหารสำคัญของน้ำมันปลานั่นก็คือ สารโอเมก้า 3 ที่มีส่วนช่วยในการป้องกันความเสี่ยงของโรคเรื้อรังต่างๆ และโอเมก้า 3 ที่ได้จากปลาและน้ำมันปลา ยังถือว่าเป็นโอเมก้า 3 ที่ดีกว่าการกินผักและผลไม้อีกด้วย ประเภทของโอเมก้า 3 ในน้ำมันปลา ประกอบไปด้วย กรดอีโคซะเพนตะอีโนอิก (Eicosapentaenoic acid) หรือ EPA กรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิก […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

การบำบัดด้วยการลอยตัวในน้ำเกลือ ทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ไม่ชอบการนวด

ในปัจจุบัน เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนเราเป็นอย่างมาก ก่อให้เกิดนวัตกรรมด้านต่าง ๆ มากมายที่ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อการเอื้ออำนวยความสะดวกให้แก่เรา แม้กระทั่งการทำสปาก็เช่นเดียวกัน ที่แต่เดิมเราจะคุ้นเคยเพียงแค่การนวดน้ำมัน ขัดตัว เท่านั้น แต่เมื่อลองศึกษาให้มากขึ้นจะพบว่ามีการทำสปา หรือการบำบัดร่างกาย ในรูปแบบใหม่ ๆ ให้เราได้ลองอยู่เสมอ บทความนี้ Hello คุณหมอ ขอพาทุกคนมารู้จักกับ การบำบัดด้วยการลอยตัวในน้ำเกลือ หรือ การทำสปาลอยตัวในน้ำเกลือ ที่คุณจะรู้สึกถึงความสบาย และสดชื่นตลอดเวลา จนคุณไม่อยากจะลืมตาตื่นขึ้นมาเลยทีเดียว ทำความรู้จักกับ การบำบัดด้วยการลอยตัวในน้ำเกลือ การทำสปาลอยตัวในน้ำเกลือ หรือ การบำบัดด้วยการลอยตัวในน้ำเกลือ เรียกอีกอย่างได้ว่า โฟลเทชัน เทอราพี (Floatation Therapy) เป็นการลอยตัวในเครื่องลอยตัว (Float Tank) ที่ดูเหมือนแคปซูลเต็มไปด้วยน้ำที่ประกอบด้วยดีเกลือฝรั่ง อยู่ภายในประมาณครึ่งฟุต ซึ่งเป็นเครื่องที่ถูกผลิตขึ้นมาสำรับการทำสปานี้โดยเฉพาะ โดยทั่วไปแล้วการแช่ร่างกายในน้ำอาจใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยไม่มีสิ่งรบกวนจากภายนอกแม้กระทั่งเสียงผู้คน ถือได้ว่าเป็นอ่างแช่ส่วนตัวที่ทำให้คุณได้พักผ่อนอย่างเต็มที่เลยทีเดียว ประโยชน์ของการใช้บริการ การบำบัดด้วยการลอยตัวในน้ำเกลือ ถึงแม้จะเป็นการทำบำบัดที่ค่อนข้างแปลกใหม่ และเชื่อว่าหลายคนคงจะสงสัยกันอยู่เป็นแน่ว่า แค่ลอยตัวในน้ำจะสามารถช่วยบำบัดร่างกายของเราได้อย่างไร หากเมื่ออ่านคุณประโยชน์ด้านล่างนี้ที่กำลังจะกล่าวถึงแล้วละก็ อาจทำให้คุณอยากลองเข้ารับการบำบัดด้วยวิธีนี้ก็เป็นได้ ลดอาการปวดเมื่อยตัว เพื่อปรับปรุงการนอนหลับ บางครั้งที่เราเหน็ดเหนื่อยจากการนั่งทำงานทั้งวัน ทำให้เกิดมีอาการปวดเมื่อยตัว จนนำไปสู่การนอนไม่ค่อยหลับ หรือหลับไม่สนิท บางรายอาจมีตะคริวร่วมจนไปรบกวนเวลาการพักผ่อน ซึ่งการทำบำบัดแบบลอยตัวในน้ำนี้ อาจทำให้คุณรู้สึกถึงความสบาย […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

การบำบัดด้วยความเย็น เทรนด์ใหม่มาแรง ที่อาจช่วยฟื้นฟูร่างกาย

การออกกำลังกายถือว่าเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งในชีวิตประจำวันที่มีความสำคัญเช่นกัน เพราะสามารถช่วยให้ระบบการทำงานภายในของเราแข็งแรงขึ้น แต่ถ้าหากคุณหักโหมจนเกินไป ก็อาจทำให้สุขภาพร่างกายของเรานั้นแย่ลงได้ ยกตัวอย่างเช่น อาการกล้ามเนื้ออักเสบ การเจ็บปวดเรื้อรังของกล้ามเนื้อ จนกระทั่งนำไปสู่การเคลื่อนไหวที่ยากลำบาก ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องใช้วิธีการนวดคลายเส้น หรือการรับประทานยาคลายกล้ามเนื้อเข้าช่วย แต่ยังมีอีกเทคนิคหนึ่งที่ วันนี้ Hello คุณหมอ ได้นำมาฝากให้ทุกคนลองอ่านกัน นั่นก็คือ การบำบัดด้วยความเย็น หรือ ไครโอเทอราพี ที่ถือว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่สำหรับคนที่ไม่ชอบการทานยา หรือการกดเส้นที่เจ็บปวด นับได้ว่าเป็นตัวช่วยดี ๆ อีกวิธีที่อาจเหมาะกับคุณกว่าการรักษาแบบอื่นก็เป็นได้ การบำบัดด้วยความเย็น (Cryotherapy) คืออะไร การฟื้นฟูสมรรถภาพการเคลื่อนไหวของร่างกายด้วยความเย็น หรือเรียกอีกอย่างได้ว่า ไครโอเทอราพี (Cryotherapy) เป็นการรักษากล้ามเนื้อของร่างกายด้วยการนำตัวคุณเข้าไปในตู้ หรืออ่างแช่เย็น ที่มีอุณหภูมิ -200 ถึง -300 องศา เป็นเวลา 2-5 นาที หรืออาจมากกว่านั้นตามการประเมินร่างกายโดยนักบำบัด ในช่วงปลายปี 1970 ประเทศญี่ปุ่นนิยมใช้ความเย็นนี้มาเป็นตัวช่วยในการรักษาอาการบางอย่างทางการแพทย์ เช่น โรคไขข้ออักเสบ และบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อให้แก่นักกีฬา เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันคุณก็ยังคงพบกับวิธีเช่นนี้อยู่ เป็นการรักษาแบบวิธีพื้นบ้านที่นำน้ำแข็งมาใส่ในอ่างแช่น้ำก่อนนำร่างกายคุณลงไปแช่ตาม แต่ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาตามยุคสมัย ปัจจุบันได้เกิดการพัฒนาเป็นเครื่องแช่ที่มาพร้อมกับไอเย็น และมีขนาดพอดีกับร่างกาย พร้อมทั้งยังสามารถควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่พอดีเหมาะแก่อาการของผู้ใช้บริการแต่ละบุคคลได้ การบำบัดด้วยความเย็น ดีต่อร่างกายอย่างไรบ้าง ไครโอเทอราพี นอกจากจะลดอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อแล้ว […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

5 ประโยชน์ของเสียงดนตรี ที่ฟังเมื่อไหร่ ก็ทำให้คุณยิ้มได้ทันที

สงสัยกันไหม ว่าทำไมเวลาที่เรามีเรื่องไม่สบายใจ หรือมีความรู้สึกไม่สบอารมณ์ พอได้ฟังเสียงดนตรีแล้ว กลับทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาได้ทันที และยังเกิดความเพลิดเพลินอินไปกับเพลงที่เราชื่นชอบ ทำให้จิตใจพร้อมที่จะเริ่มกิจกรรมดี ๆ ได้ตลอดทั้งวัน นอกจากข้อดีข้างต้นแล้ว วันนี้ Hello คุณหมอ ก็ได้นำ ประโยชน์ของเสียงดนตรี ด้านอื่น ๆ มาฝากอีกด้วย เพื่อให้ทุกคนลองหันมาปรับอารมณ์ด้วยการฟังเสียงเพลงแทนการทำลายสิ่งของ จนอาจทำไปสู่การทำร้ายตนเอง หรือคนรอบข้างได้ ประโยชน์ของเสียงดนตรี ที่อาจเสริมสร้างจิตใจ และร่างกายให้ดีขึ้น จากการวิจัยล่าสุดในวารสารจิตเวชศาสตร์ พบว่าดนตรีสามารถใช้เป็นการรักษาบำบัดผู้ป่วยที่มีความผิดปกติในการควบคุมอารมณ์ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังปรับปรุงการทำงานของสมองของผู้ป่วยพาร์กินสัน สมองเสื่อม โรคหลอดเลือดในสมอง และเส้นเลือดตีบในสมองอีกด้วย ซึ่งการทดลองนี้นักวิจัยได้ทำการทดลองกับผู้เข้าร่วมการศึกษาทั้งหมด 25 ครั้ง ด้วยกัน จึงจะได้ข้อสรุปว่าการใช้ดนตรีบำบัด หรือการฟังเสียงเพลงช่วยลดความเศร้าในจิตใจ และความวิตกกังวลได้ ส่งผลให้คุณภาพชีวิตดีของผู้ป่วยนั้นดีขึ้น แต่นอกจากการวิจัยข้างต้นแล้ว การฟังเสียงดนตรีที่เราชื่นชอบยังให้ประโยชน์ในด้านอื่น ๆ ได้อีกดังนี้ 1.ลดความเครียด ในการศึกษาปี 2013 ผู้เข้าร่วมการทดสอบที่นักวิจัยได้คัดมาส่วนใหญ่มักมีภาวะความเครียดจากสิ่งรอบข้างในสังคม แต่เมื่อได้รับการฟังเสียงเพลง เนื้อหา ทำนอง หรือจังหวะ คลื่นเสียงคุณได้ยินนั้น จะถูกส่งเข้าสู่ระบบประสาทอัตโนมัติ จึงทำให้ผู้ทดสอบเริ่มผ่อนคลายตนเองจากความเครียดได้ค่อนข้างรวดเร็ว 2.ปรับปรุงหน่วยความจำ เพราะการฟังเพลงเป็นประจำ ทำให้เกิดความคิดในเชิงบวก ปรับอารมณ์ให้อยู่ในระดับดีได้เสมอ จึงไม่เกิดการขัดขวางการทำงานของหน่วยความจำ และยังพบการศึกษาชิ้นหนึ่งสรุปผลออกมาได้ว่า ผู้ที่รักเสียงดนตรีเรียนรู้ภาษา และความหมายจากเพลงนั้น ๆ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

เอ๊ะ? ตกลง เราเป็น ภูมิแพ้ หรือ ไข้หวัด กันแน่นะ

เมื่อมีอาการน้ำมูกไหล คัดจมูก ไอ จาม คุณอาจจะคิดว่าเป็นไข้หวัด แต่อาการต่าง ๆ เหล่านี้ก็เป็นสัญญาณของภูมิแพ้ได้เช่นกัน แม้ว่าทั้งภูมิแพ้และไขหวัดนั้น จะมีอาการที่คล้ายคลึงกันมาก จนบางครั้งก็ไม่สามารถแยกได้ แต่ว่าวิธีการรักษาทั้ง 2 ก็มีความต่างกัน หากสามารถแยกได้ว่าเราเป็น ภูมิแพ้ หรือ ไขหวัด ก็จะช่วยให้ใช้ยาได้อย่างถูกประเภท Hello คุณหมอ จึงมีข้อมูลดีๆ ที่จะเป็นตัวช่วยว่าตกลงเราเป็น ภูมิแพ้ หรือ ไข้หวัด กันแน่ [embed-health-tool-bmi] ไข้หวัด คืออะไร                     ไข้หวัด เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งเชื้อไวรัสหลายๆ  ชนิดก็มีส่วนทำให้เกิดไข้หวัด ซึ่งจะมีอาการและความรุนแรงที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยทั่วไปแล้วมักจะมีอาการพื้นฐานคล้ายๆ กัน ซึ่งไข้หวัดใหญ่มักจะมีลักษณะ ดังนี้ แพร่กระจายผ่านสารคัดหลั่ง เมื่อไอหรือจามอย่างรุนแรง จะทำให้เกิดอาการเจ็บคอ คัดจมูก น้ำมูกไหล เมื่อไข้หวัดรุนแรงจะทำให้เกิดอาการปวดหัว ไข้ขึ้น และมีอาการปวดเมื่อยตามตัว โดยปกติแล้ว ไข้หวัดจะหายได้เร็ว ภายใน 7-10 วัน หากมีอาการเรื้อรังนานกว่า 1หรือ2 สัปดาห์อาจทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรง เช่น ติดเชื้อไซนัส ปอดอักเสบ ภูมิแพ้ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ทำความรู้จัก ปรอทวัดไข้ หลากหลายชนิด

สถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ได้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนต่างเกิดความวิตกกังวล หลายคนจึงต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เรียกว่า “เครื่องวัดอุณหภูมิ” หรือคนทั่วไปมักเรียกติดปากว่า “ปรอทวัดไข้” นั่นเอง ใช้ในการตรวจวัดอุณหภูมิของร่างกาย เพื่อเช็กอาการเบื้องต้นดูว่าตนเองเข้าข่ายเสี่ยงต่อการติดโรค COVID-19 หรือไม่ วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนมาทำรู้จักกับปรอทวัดไข้ชนิดต่าง ๆ กันค่ะ จะมีข้อดี ข้อเสีย และวิธีการใช้งานอย่างไรบ้างนั้น มาดูพร้อมกันเลย ทำความรู้จัก เครื่องวัดอุณหภูมิ ชนิดต่าง ๆ หลายคนอาจรู้สึกสับสนกับการเลือกใช้เครื่องวัดอุณหภูมิ หรือ ปรอทวัดไข้ (Thermometers) ว่าแต่ละแบบนั้นมีข้อดีและข้อเสีย แตกต่างกันอย่างไร คุณสามารถดูรายละเอียดของปรอทวัดไข้แต่ละแบบ ได้ดังต่อไปนี้ เครื่องวัดอุณหภูมิแบบดิจิตอล (Digital thermometers) ปรอทวัดไข้แบบดิจิตอลทั่วไปจะใช้เซ็นเซอร์ความร้อนอิเล็กทรอนิกส์ในการวัดอุณหภูมิในร่างกาย เด็กโตหรือผู้ใหญ่นิยมใช้วัดอุณหภูมิทางปากและรักแร้ สำหรับเด็กทารกในช่วง 3 เดือนแรก ถึง 3 ปี  เหมาะสำหรับการใช้วัดอุณหภูมิทางทวาร จะได้ค่าความแม่นยำมากกว่า ข้อดี : เครื่องวัดอุณหภูมิแบบดิจิตอลสามารถวัดอุณหภูมิจากทางปากและรักแร้ได้อย่างรวดเร็ว ข้อเสีย : ในการวัดอุณหภูมิอาจจะใช้งานยากสำหรับเด็กเพื่อให้เขาหยุดนิ่งนานพอที่จะอ่านค่าได้ เครื่องวัดอุณหภูมิในช่องหู (Digital ear thermometers) เครื่องวัดอุณหภูมิในช่องหู ใช้รังสีอินฟาเรดเพื่อวัดอุณหภูมิภายในช่องหู ข้อดี : สะดวกและรวดเร็วสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ข้อเสีย : […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

รู้หรือไม่ ทำไมถึงไม่ควรดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง มากกว่าวันละ 2 ขวด

เครื่องดื่มชูกำลัง ห้ามดื่มเกินวันละ 2 ขวด เป็นคำเตือนสำคัญที่ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อไหน ๆ ต่างก็ออกคำเตือนนี้มาจนเราทุกคนล้วนคุ้นหูกันทั้งสิ้น แต่เราเคยสงสัยกันหรือไม่ว่า เกิดอะไรขึ้นถ้าเราดื่มเครื่องดื่มชูกำลังเกินวันละ 2 ขวด? มีอันตรายอะไรที่ทำให้ผู้ผลิตถึงกับต้องออกมาเตือนไม่ให้เรา ดื่มเครื่องดื่มชูกำลังมากเกินไป มาหาคำตอบร่วมกันกับ Hello คุณหมอ เครื่องดื่มชูกำลังคืออะไร เครื่องดื่มชูกำลัง (Energy drinks) หมายถึงเครื่องดื่มที่ดื่มเพื่อช่วยเพิ่มพลังงานและประสิทธิภาพในการทำงานของสมอง หลายคนมักจะดื่มเครื่องดื่มชูกำลังเพื่อช่วยให้ตื่น และสามารถทำงานต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะกับผู้ที่ต้องทำงานเป็นกะ หรือผู้ที่อ่านหนังสือสอบจนดึกดื่น เครื่องดื่มชูกำลังแทบจะทุกยี่ห้อนั้นจะมีส่วนผสมของคาเฟอีน (Caffeine)เพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ช่วยให้สมองเกิดความตื่นตัว และทำให้มีสมาธิมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีส่วนประกอบอื่น ๆ ที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละยี่ห้อ แต่ส่วนผสมของเครื่องดื่มชูกำลังหลัก ๆ มักจะมีดังต่อไปนี้ น้ำตาล มักจะเป็นแหล่งของสารอาหารหลักในเครื่องดื่มชูกำลัง แต่ก็มีบางยี่ห้อที่ไม่ใช้น้ำตาล แต่จะเป็นสารให้ความหวานแทน วิตามินบี เป็นวิตามินสำคัญที่จะช่วยแปลงสารอาหารที่คุณรับประทานเข้าไปให้กลายเป็นพลังงานให้ร่างกายนำไปใช้ กรดอะมิโน เช่น แอลคาร์นิทีน (L-carnitine) หรือทอรีน (taurine) สารสกัดจากสมุนไพร เช่น โสม เพื่อช่วยในการทำงานของสมอง ดื่มเครื่องดื่มชูกำลังมากเกินไป อันตรายอย่างไร หนึ่งในปัจจัยหลัก ๆ ที่ทำให้การดื่มเครื่องดื่มชูกำลังมากเกินไปเป็นอันตรายนั้น เนื่องมาจากคาเฟอีนที่อยู่มากในเครื่องดื่มชูกำลัง ไม่ว่าจะยี่ห้อไหนก็ตาม เครื่องดื่มชูกำลังส่วนใหญ่แล้ว มักจะมีคาเฟอีนอยู่ที่ประมาณ 80 มก. ต่อขวด หรือก็คือในปริมาณที่เท่ากับกาแฟ 1 […]


การทดสอบทางการแพทย์

เลือดเป็นพิษ หรือติดเชื้อในกระแสเลือด อันตราย! เป็นแล้วโอกาสตายสูง

หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด เลือดเป็นพิษ หรือภาวะพิษจากการติดเชื้อ ในข่าวการเสียชีวิตของคนดังกันมาบ้างแล้ว แต่อาจยังไม่รู้ว่าภาวะนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร หรือเป็นแล้วอันตรายแค่ไหน Hello คุณหมอ บอกเลยว่าภาวะนี้อันตรายมาก หากรักษาไม่ทันอาจถึงแก่ชีวิตได้ด้วย แต่อย่าเพิ่งเป็นกังวลไป เพราะคุณเองก็สามารถสังเกตอาการ และป้องกันภาวะนี้ด้วยตัวเองได้ เลือดเป็นพิษ หรือการติดเชื้อในกระแสเลือด คืออะไร ภาวะพิษจากการติดเชื้อ หรือ เลือดเป็นพิษ ที่มักเรียกว่า การติดเชื้อในกระแสเลือด เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีการตอบสนองที่รุนแรงต่อการติดเชื้อ หรือสารพิษของเชื้อโรค ทำให้เกิดจากอักเสบทั่วร่างกาย ความจริงแล้วคำว่า ภาวะพิษจากการติดเชื้อ หรือภาวะพิษเหตุติดเชื้อ (Sepsis) กับคำว่า ภาวะโลหิตเป็นพิษ หรือการติดเชื้อในกระแสเลือด (Septicemia) นั้นเป็นคนละคำกัน แต่เนื่องจากเป็นภาวะที่เกี่ยวข้องต่อเนื่องกัน จึงมักใช้ในความหมายเดียวกัน โดยปกติแล้ว เมื่อมีเชื้อโรค เช่น แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา เข้าสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันจะตอบสนองด้วยการปล่อยสารเคมีบางชนิดเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรคนั้นๆ แต่ในบางกรณี ระบบภูมิคุ้มกันก็ปล่อยสารเคมีออกมามากเกิน หรือมีการตอบสนองที่ผิดปกติไป จนส่งผลให้เกิดการอักเสบทั่วร่างกาย เกิดลิ่มเลือดและหลอดเลือดอุดตัน จนระบบไหลเวียนเลือดและความดันเลือดหยุดชะงัก ออกซิเจนและสารอาหารจึงไม่ถูกลำเลียงไปส่งยังอวัยวะต่างๆ จนอวัยวะเสียหาย และหากไม่รีบรักษา อาจทำให้เกิดมีภาวะช็อกจากพิษเหตุติดเชื้อ (Septic Shock) จนถึงแก่ชีวิตได้ เลือดเป็นพิษ เกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง การติดเชื้อทุกชนิดสามารถกระตุ้นให้เกิดเลือดเป็นพิษได้ […]


การทดสอบทางการแพทย์

ลิ้นแตก เป็นร่องยาว เพราะร่างกายเราผิดปกติจริงหรือ?

ขณะที่คุณกำลังนำอาหารเข้าปากนั้น เมื่อเมล็ดข้าวเผลอไปสัมผัสกับลิ้น เคยรู้สึกถึงอาการแสบ หรือเจ็บจี๊ดขึ้นมาแบบฉับพลันกันบ้างหรือเปล่า นั่นอาจเป็นเพราะสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าสุขภาพช่องปากของคุณกำลังมีปัญหาอยู่ก็เป็นได้ จากการทานอาหารที่แสนง่าย ก็กลายเป็นการทานที่ยากลำบากขึ้นทันที วันนี้  Hello คุณหมอ มีวิธีรักษาตนเองเบื้องต้นจากอาการ ลิ้นแตก มาฝากทุกคนกัน เพื่อให้คุณกลับมาเพลิดเพลินกับการทานอาหารได้อย่างสบายใจอีกครั้ง [embed-health-tool-bmi] อาการของ ลิ้นแตก (Fissured tongue) คืออะไร รอยแยกบนพื้นผิวของลิ้น สำหรับบุคลที่มีร่องรอยติดตัวมาตั้งแต่ยังเด็กจนถึงปัจจุบัน นั่นอาจมาจากพันธุกรรมภายในครอบครัวคุณที่เป็นต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งจะมีลักษณะเป็นรอยแยก สีแดง หรือสีอมชมพู เป็นร่อง บางรายอาจมีร่องลึกถึง 6 มิลลิตร เลยทีเดียว ในบางกรณีก็อาจมีสาเหตุจากสารบางอย่างที่ทำให้เราแพ้จนมีอาการลิ้นแตก เช่น การรับประทานอาหารรสเผ็ดจัดๆ ที่สารในพริกไปทำลายสุขภาพลิ้นจนเกิดรอยแตกขึ้น หรือเป็นอาการร่วมของโรคบางอย่างที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเราอยู่ก็เป็นได้ โรคที่อาจก่อให้เกิดอาการลิ้นแตก นอกจากที่อาการนี้จะได้รับมาจากพันธุกรรมแล้ว ยังมีความเกี่ยวข้องกับโรคต่างๆ อีกด้วย ดังนี้ ดาวน์ซินโดรม (Down syndrome) ผู้ป่วยที่มีอาการดาวน์ซินโดรม อาการลิ้นแตกมักเกิดขึ้นในเด็กมากที่สุดถึง 80% ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นทำความสะอาดช่องปาก และลิ้นมิให้มีเศษอาหารเข้าไปติด เพราะอาจเกิดการสะสมจากแบคทีเรียจนทำให้ลูกของคุณมีอาการเจ็บลิ้นได้ กลุ่มอาการเมลเคอร์สสัน-โรเซ็นทาล (Melkersson-Rosenthal syndrome ; MRS) เป็นภาวะทางระบบประสาทที่ผิดปกติ ทำให้กล้ามเนื้อในส่วนของใบหน้าเปลี่ยนแปลง นำไปสู่อาการลิ้นแตก และมีริมฝีปากที่บวม ภาวะทุพโภชนาการ […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน