คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

โสม สรรพคุณต่อสุขภาพ และข้อควรระวังในการบริโภค

โสม สรรพคุณต่อสุขภาพ และข้อควรระวังในการบริโภค

โสม (Ginseng) เป็นพืชสมุนไพรที่มีต้นกำเนิดในประเทศจีน โสม ได้ชื่อว่าเป็น ราชาแห่งสมุนไพร ชาวเอเชียนิยมบริโภคโสมเพื่อบำรุงสุขภาพ และรักษาอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ มาตั้งแต่สมัยโบราณกว่า 2,000 ปี โสมเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินต่าง ๆ โดยมีงานวิจัยที่สนับสนุนว่า โสมอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลาย ๆ ด้าน ทั้งช่วยในเรื่องเพิ่มความทรงจำ ปรับปรุงสมรรถภาพทางเพศ ต่อต้านเซลล์มะเร็ง และการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

health-tool-icon

เครื่องคำนวณหา ค่าดัชนีมวลกาย (BMI)

ใช้เครื่องมือนี้เพื่อช่วยคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ของคุณ และดูว่าคุณมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์สุขภาพดีหรือไม่ เครื่องมือนี้ยังสามารถใช้เพื่อคำนวณค่าดัชนีมวลกายของลูกคุณได้อีกด้วย

เพศชาย

เพศหญิง

คุณค่าทางโภชนาการของโสม

โสม 100 กรัม ให้พลังงานราว 80 แคลอรี่ และให้สารอาหารต่าง ๆ ดังนี้

  • คาร์โบไฮเดรต 18 กรัม
  • โปรตีน 2 กรัม
  • ไขมัน 1 กรัม
  • โพแทสเซียม 415 มิลลิกรัม
  • โซเดียม 13 มิลลิกรัม

นอกจากนี้ โสมยังมีวิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียม และธาตุเหล็ก โดยสารสำคัญในโสมคือ จินเซนโนไซด์ (Ginsenoside) ซึ่งออกฤทธิ์ในการพัฒนาระบบประสาท รวมถึงต่อต้านสารที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งและยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง

ประโยชน์ของโสมต่อสุขภาพ

โสมอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนคุณสมบัติในการส่งเสริมและบำรุงสุขภาพของโสม ดังนี้

1.อาจช่วยป้องกันอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

โสม อาจมีส่วนช่วยบำรุงและกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศในเพศชายได้ เนื่องจากมีสารไฟโตอีสโตรเจน (Phytoestrogen) ซึ่งเป็นสารประกอบเคมีธรรมชาติ มีคุณสมบัติและออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนทำหน้าที่ช่วยควบคุมระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน

สอดคล้องกับผลงานวิจัยเกี่ยวกับประโยชน์ของสารสกัดโสมที่มีต่อผู้ป่วยซึ่งเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ที่เผยแพร่ในวารสาร Asian Journal of Andrology ปี พ.ศ. 2552

งานวิจัย ได้ทำการทดลองกับกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นผู้ป่วยชายที่มีสมรรถภาพทางเพศเสื่อมจำนวน 143 คน โดยถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกรับประทานสารสกัดโสม วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 8 สัปดาห์ ส่วนอีกกลุ่มให้รับประทานยาหลอกอย่างต่อเนื่อง ในระยะเวลาเดียวกัน

เมื่อครบกำหนดการทดลอง ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มที่รับประทานสารสกัดโสม มีสมรรถภาพทางเพศดีกว่าเดิม ขณะที่กลุ่มซึ่งรับประทานยาหลอก ไม่พบการเปลี่ยนแปลงใด ๆ จึงอาจสรุปได้ว่า โสมอาจมีส่วนช่วยบำรุงสมรรถภาพทางเพศได้

2.อาจรักษาอาการอ่อนล้าได้

โสม เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง ที่ใช้รักษากลุ่มอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง เนื่องจากมีสารประกอบที่เรียกว่า สารพอลิแซ็กคาไรด์ (Polysaccharides) และ กรดอะมิโนโอลิโกเพปไทด์ (Oligopeptides) ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยลดภาวะเครียดออกซิเดชั่น (Oxydation) และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเซลล์ในการสร้างพลังงาน

จากผลการศึกษาเกี่ยวกับสรรพคุณของโสมต่อการรักษาอาการอ่อนเพลีย ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Alternative and Complementary Medicine พ.ศ. 2561 ระบุว่า โสมเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในการรักษาอาการอ่อนล้าเรื้อรัง อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่โสมเป็นพืชที่นิยมบริโภคอย่างแพร่หลาย

จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาเกี่ยวกับคุณสมบัติต้านการอ่อนล้าของโสมอย่างละเอียดและเป็นระบบพร้อมหลักฐานที่แน่ชัดเพื่อสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว

ขณะเดียวกัน งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งเกี่ยวกับสรรพคุณของสารพอลิแซ็กคาไรด์ในโสม ซึ่งเผยแพร่ในวารสาร Journal of Ethnopharmacology ปี พ.ศ. 2553 โดยให้สัตว์ทดลองที่ว่ายน้ำจนเหนื่อยบริโภคสารสกัดโสมเป็นเวลา 15 วัน และสรุปผลการทดลองว่า พอลิแซ็กคาไรด์อาจมีส่วนช่วยต้านอาการเหนื่อยล้าได้

ทั้งนี้ ยังคงเป็นการทดลองในสัตว์ ควรมีการวิจัยเพิ่มเติมในมนุษย์เพื่อยืนยันประสิทธิภาพของโสมในการต้านอาการอ่อนล้า

3.อาจช่วยต่อต้านมะเร็ง

โสม มีสารจินเซนโนไซด์ ซึ่งเป็นสารประกอบที่มีฤทธิ์ต่อต้านมะเร็ง ยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง จึงอาจมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคมะเร็ง

จากผลการวิจัยเกี่ยวกับสรรพคุณของสารจินเซนโนไซด์ในการต่อต้านโรคมะเร็ง ซึ่งเผยแพร่ในวารสาร Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine ในปี พ.ศ. 2564 โดยศึกษาและวิเคราะห์งานวิจัยจำนวนมาก พบว่า สารจินเซนโนไซด์อาจมีส่วนช่วยยับยั้งการเติบโตและการแพร่กระจายของมะเร็งชนิดต่าง ๆ เช่นมะเร็งเต้านม มะเร็งสมอง มะเร็งตับ มะเร็งปอด

ทั้งนี้ การศึกษาส่วนใหญ่ดำเนินการในหลอดทดลอง หรือในสถานการณ์จำลอง และการศึกษาในคนยังมีจำนวนน้อย จึงควรมีการศึกษาและวิจัยเพิ่มเติม เพื่อยืนยันคุณสมบัติต้านมะเร็งของโสม

4.อาจช่วยบำรุงสมองและเสริมความจำ

สารจินเซนโนไซด์ในโสมมีสรรพคุณช่วยเพิ่มระดับสารต้านอนุมูลอิสระในสมองส่วนฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างความทรงจำระยะยาวและเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ จึงอาจมีส่วนช่วยบำรุงสมอง ป้องกันความจำเสื่อมได้

ผลการศึกษาเกี่ยวกับสารพฤกษเคมีและสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพในโสม ซึ่งเผยแพร่ในวารสาร Nutrients ปี พ.ศ. 2562 พบว่า โสมอาจมีประโยชน์ต่อระบบประสาทของมนุษย์ โดยช่วยให้ความจำดี และเพิ่มขีดความสามารถในการใช้ความคิดเนื่องจากมีสารพฤกษเคมีอย่างจินเซนโนไซด์ สารซาโปนิน (Saponin) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยบำรุงระบบประสาท ป้องกันความเสียหายของเส้นประสาท จึงอาจกกล่าวได้ว่า โสมอาจมีส่วนช่วยบำรุงสมองและป้องกันโรคเกี่ยวกับสมองต่าง ๆ เช่น โรคอัลไซเมอร์

ข้อควรระวังในการบริโภคโสม

แม้โสมจะมีสรรพคุณที่อาจช่วยบำรุงสุขภาพในหลาย ๆ ด้าน แต่ควรบริโภคด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรบริโภคติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือเกิน 3 เดือน เพราะอาจทำให้มีอาการปวดหัว มึนงง ปวดท้อง รวมถึงอาจทำให้เกิดความผิดปกติของประจำเดือนในเพศหญิง

ทั้งนี้ โสมอาจออกฤทธิ์ทำให้นอนไม่หลับ จึงไม่ควรบริโภคก่อนนอน นอกจากนั้น โสมยังมีฤทธิ์รบกวนการทำงานของยากล่อมประสาท และยารักษาโรคความดันโลหิต ดังนั้น หากกำลังรับประทานยาดังกล่าวอยู่ ควรปรึกษาคุณหมอก่อนบริโภคโสมเพื่อป้องกันผลข้างเคียง

นอกจากนี้ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ และหญิงให้นมบุตร ไม่ควรบริโภคโสม เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีผลการวิจัยรองรับความปลอดภัยในการบริโภคโสมของกลุ่มดังกล่าว

Verifying...

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Effects of tissue-cultured mountain ginseng (Panax ginseng CA Meyer) extract on male patients with erectile dysfunction. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/19234482/.

The effect of ginseng (the genus panax) on glycemic control: a systematic review and meta-analysis of randomized controlled clinical trials. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/25265315/.

Ginseng as a Treatment for Fatigue: A Systematic Review. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/29624410/.

Anti-fatigue activity of the water-soluble polysaccharides isolated from Panax ginseng C. A. Meyer. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/20580802/.

Anticancer Activities of Ginsenosides, the Main Active Components of Ginseng. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/33623532/.

American Ginseng (Panax quinquefolium L.) as a Source of Bioactive Phytochemicals with Pro-Health Properties. https://www.mdpi.com/2072-6643/11/5/1041/htm.

Ginseng. https://www.webmd.com/diet/supplement-guide-ginseng.

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ธนชาติ จึงแย้มปิ่น แก้ไขล่าสุด 18/05/2022
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย Duangkamon Junnet