home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

สูตรสลัดถั่วเขียว

สูตรสลัดถั่วเขียว

เมื่อพูดถึงสลัด หากไม่เป็นสลัดผลไม้ ก็ต้องเป็นสลัดผักที่คุ้นเคยกันดี แต่รู้หรือไม่ว่าธัญพืชเม็ดเล็ก ๆ อย่างถั่วเขียว ก็สามารถกลายมาเป็นพระเอกของเมนูสลัดได้เหมือนกันนะ ฟังถึงตรงนี้อาจจะเริ่มสงสัยกันแล้วใช่ไหมคะว่า ถั่วเขียวจะเอามาทำเป็นวัตถุดิบหลักของสลัดได้ยังไง แล้วรสชาติจะอร่อยเหมือนสลัดผักหรือสลัดผลไม้หรือเปล่า ถ้าอยากรู้แล้วล่ะก็ มาติดตาม สูตรสลัดถั่วเขียว จาก Hello คุณหมอ กันที่บทความนี้เลยค่ะ

ถั่วเขียว ดีอย่างไร

ถั่วเขียว เป็นธัญพืชที่คนไทยเราคุ้นเคยกันดี เพราะเป็นวัตถุดิบหลักในเมนูของหวานมากมาย ตั้งแต่ถั่วเขียวต้มน้ำตาล ขนมหวานไส้ถั่วเขียว ถั่วกวน หรือเต้าส่วน แต่นอกจากความอร่อยแล้ว ถั่วเขียวยังจัดว่าเป็นธัญพืชที่ดีต่อสุขภาพด้วย ได้แก่

เป็นแหล่งของโปรตีนที่ดี

เป็นที่แน่นอนว่าเนื้อสัตว์มักให้โปรตีนที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ธัญพืชเม็ดเล็ก ๆ อย่างถั่วเขียว หรือถั่วชนิดต่าง ๆ ก็ให้ปริมาณโปรตีนที่สูงและมีประโยชน์ไม่แพ้กับโปรตีนในเนื้อสัตว์เลยทีเดียว โดยการรับประทานถั่วเขียน 1 ถ้วย ( 7 ออนซ์ หรือประมาณ 202 กรัม) จะได้โปรตีนสูงถึง 14.2 กรัม

สำหรับผู้ที่เป็นมังสวิรัติ หรือวีแกน หรือผู้ที่ไม่สามารถรับประทานเนื้อสัตว์ได้ อาจเสี่ยงต่อการขาดแคลนโปรตีน ดังนั้นเพื่อให้ร่างกายได้โปรตีนที่เพียงพอต่อการสร้างพลังงาน การรับประทานธัญพืชตระกูลถั่ว อย่างถั่วเขียว จะช่วยให้ร่างกายได้รับโปรตีนที่จำเป็น

อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

ถั่วเขียว มีสารต้านอนุมูลอิสระสำคัญหลายชนิด เช่น ไวเท็กซิน (Vitexin) ไอโซไวเท็กซิน (Isovitexin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มของโพลีฟีนอล (Polyphenols) มีส่วนช่วยต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการอักเสบของเซลล์ในร่างกาย และยังมีส่วนช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายด้วย มากไปกว่านั้น การรับประทานอาหารที่ให้สารต้านอนุมูลอิสระสูง ยังมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งได้

มีวิตามินบีสูง

ถั่วเขียว ให้วิตามินบีที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด ได้แก่ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 ซึ่งกลุ่มวิตามินบีนี้ ทำหน้าที่สำคัญในการบำรุงประสาทและสมอง ตลอดจนมีส่วนช่วยบรรเทาอาการเมื่อยล้าหรืออ่อนแรงด้วย

ดีต่อสุขภาพลำไส้

ถั่วเขียว เป็นธัญพืชที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์สูง ซึ่งไฟเบอร์เป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรียในลำไส้ โดยแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้จะสลายไฟเบอร์ให้กลายเป็นกรดไขมันสายสั้น มีส่วนช่วยให้ลำไส้มีสุขภาพดี และช่วยเพิ่มพลังงานแก่ร่างกาย

นอกจากนี้ไฟเบอร์ยังทำหน้าที่สำคัญในการกระตุ้นให้ลำไส้เกิดการเคลื่อนไหว ช่วยให้ย่อยอาหารได้ดีขึ้น และคาร์โบไฮเดรตในถั่วเขียวยังเป็นกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่สามารถย่อยได้ง่าย จึงช่วยลดอาการท้องผูกได้ดี

บำรุงกระดูก

นอกจากแคลเซียมจะเป็นสารอาหารสำคัญที่มีส่วนช่วยให้กระดูกแข็งแรงแล้ว อีกหนึ่งสารอาหารที่จำเป็นต่อการเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกก็คือ แมกนีเซียม โดยแมกนีเซียมจะช่วยดูดซึมแคลเซียมเข้ากระดูกและเซลล์ต่าง ๆ ทั้งยังมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคกระดูกพรุนด้วย โดยการรับประทาน ถั่วเขียว 1 ถ้วย ( 7 ออนซ์ หรือประมาณ 202 กรัม) จะได้แมกนีเซียมมากถึง 24 เปอร์เซนต์ต่อปริมาณแมกนีเซียมที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวันเลยทีเดียว

ถั่วเขียว-สูตรสลัดถั่วเขียว

สูตรสลัดถั่วเขียว

สลัดถั่วเขียว เป็นเมนูที่สามารถทำได้ง่าย ใช้อุปกรณ์และวัตถุดิบเพียงไม่กี่อย่าง พร้อมวิธีทำเพียงไม่กี่ขั้นตอน ก็สามารถปรุงสลัดอร่อย ๆ และดีต่อสุขภาพได้แล้ว

ส่วนผสม สูตรสลัดถั่วเขียว

ถั่วเขียว 1 ถ้วย
เกลือ 1/2 ช้อนชา
ไวน์แดงหรือน้ำส้มสายชูหมักจากเชอร์รี่ 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันมะกอก 1/2 ถ้วย
ต้นหอมซอย 1 ถ้วยตวง
สะระแหน่ซอย 1/2 ถ้วยตวง

วิธีทำ สูตรสลัดถั่วเขียว

วิธีทำจะแบ่งออกเป็นสองขั้นตอนใหญ่ ๆ ได้แก่

ขั้นตอนที่ 1 ปรุงถั่วเขียว

  • ล้างถั่วเขียวให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ 4 ชั่วโมง หรือแช่ไว้ข้ามคืน
  • จากนั้นตั้งไฟปานกลาง แล้วต้มถั่วโดยใช้น้ำเย็น เคี่ยวเบา ๆ ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที หรือจนกว่าถั่วจะนุ่ม
  • เมื่อถั่วนิ่มแล้วให้เติมเกลือ
  • จากนั้นกรองถั่วเขียวที่เคี่ยวขนสุกแล้ว โดยเปิดน้ำเย็นให้ไหลผ่าน พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ

ขั้นตอนที่ 2 ปรุงสลัด

  • นำถั่วเขียว ต้นหอม และสะระแหน่ที่ซอยแล้ว ผสมลงในชามหรือถ้วยใบใหญ่
  • จากนั้นเติมน้ำมันมะกอก ไวน์แดง หรือจะใช้น้ำส้มสายชูหมักจากเชอร์รี่แทนไวน์แดงก็ได้
  • คลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมรสชาติ ถูกใจแล้วตักเสิร์ฟได้เลย
  • หากต้องการเพิ่มผักอื่น ๆ สามารถเพิ่มได้ตามใจชอบ

ถั่วเขียว ไม่เพียงแต่จะเป็นวัตถุดิบหลักในเมนูของหวานเท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาปรับเปลี่ยนเป็นเมนูเพื่อสุขภาพอย่างสลัดได้อีกด้วย หากมีเวลาว่าง หรือมีถั่วเขียวติดก้นครัวไว้ล่ะก็ ลองนำมาทำสูตรสลัดถั่วเขียวกันได้นะคะ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

10 Impressive Health Benefits of Mung Beans ttps://www.healthline.com/nutrition/mung-beans#TOC_TITLE_HDR_4. Accessed on 11 January, 2021.

Mung Beans: Evidence-based Benefits, Nutrition, And Recipes. https://www.stylecraze.com/articles/amazing-benefits-of-mung-beans/. Accessed on 11 January, 2021.

Health benefits of mung beans. 

https://www.hollandandbarrett.com/the-health-hub/food-drink/nutrition/health-benefits-of-mung-beans/. Accessed on 11 January, 2021.

Legume of the month: Mung beans. 

https://www.health.harvard.edu/heart-health/legume-of-the-month-mung-beans. Accessed on 11 January, 2021.

Mung Bean Salad. https://rouxbe.com/recipes/1923-mung-bean-salad. Accessed on 11 January, 2021.

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย Khongrit Somchai เมื่อ 12/01/2021
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
x