home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

วิตามินบี 1 (Vitamin B1) สารอาหารสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

วิตามินบี 1 (Vitamin B1) สารอาหารสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

วิตามินบี 1 (Vitamin B1) หรือ ไทอามีน (Thiamin) เป็นสารอาหารสำคัญที่มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย และทำหน้าที่สำคัญต่อกระบวนการต่าง ๆ ในร่างกายด้วย มากไปกว่านั้น หากร่างกายมีระดับของวิตามินบี 1 ไม่เพียงพอ ก็อาจจะประสบกับปัญหาทางสุขภาพได้ วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาคุณผู้อ่านทุกท่านมารู้จักกับวิตามินบี 1 ให้มากขึ้นค่ะ

วิตามินบี 1 คืออะไร

ไทอามีน (Thiamin) หรือวิตามินบี 1 (Vitamin B1) เป็นสารอาหารสำคัญในกลุ่มของวิตามินบี จัดเป็นวิตามินที่สามารถละลายในน้ำได้ เมื่อวิตามินบี 1 เข้าสู่ร่างกายจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด เมื่อย่อยสลายหมดแล้วจะถูกขับออกจากร่างกายผ่านปัสสาวะ โดยวิตามินบี 1 ยังเป็นวิตามินที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต และมีส่วนช่วยสำคัญในการกระตุ้นการทำงานของเซลล์ประสาทและระบบหัวใจด้วย

ประโยชน์ของวิตามินบี 1 มีอะไรบ้าง

ป้องกันภาวะขาดแคลนวิตามินบี 1

ภาวะการขาดแคลนวิตามินบี 1 เกิดจากการที่ร่างกายมีระดับของวิตามินบี 1 ต่ำกว่าเกณฑ์ เนื่องจากไม่ได้รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 1 จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ควรจะต้องรับประทานอาหารให้หลากหลายและครบ 5 หมู่ เพื่อป้องกันความเสี่ยงของภาวะขาดแคลนวิตามินบี 1 ซึ่งจะนำไปสู่การเป็นโรคเหน็บชา ปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาท และสุขภาพหัวใจ

บำรุงสมอง

หนึ่งในหน้าที่สำคัญของวิตามินบี 1 คือ เป็นตัวกระตุ้นการนำความรู้สึกของเซลล์ประสาท และเสริมการทำงานของระบบประสาทและสมอง ดังนั้น ผู้ที่มีภาวะขาดแคลนวิตามินบี 1 อาจจะมีปัญหาที่ระบบประสาทและสมอง หรือในกรณีที่รุนแรงอาจเสี่ยงต่อกลุ่มอาการความจำเสื่อมเนื่องจากการขาดวิตามินบี 1 (Wernicke-Korsakoff syndrome) โดยกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ออาการนี้คือผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเป็นประจำ โดยแอลกอฮอล์จะเข้าไปขัดขวางการดูดซึมวิตามินบี 1 ในร่างกาย เสี่ยงที่จะทำให้ร่างกายมีระดับวิตามินบี 1 ไม่เพียงพอ

บำรุงหัวใจ

ผลการศึกษาและผลการวิจัยในปัจจุบันเผยให้เห็นความเชื่อมโยงของภาวะหัวใจล้มเหลวว่า มีแนวโน้มที่สูงที่จะเกิดจากภาวะขาดแคลนวิตามินบี 1 ในร่างกาย ดังนั้น การรับประทานอาหารและอาหารเสริมที่ให้วิตามินบี 1 จะช่วยให้ร่างกายมีระดับของวิตามิน บี 1 อย่างเพียงพอ ทั้งยังช่วยบำรุงสุขภาพหัวใจ และลดความเสี่ยงของภาวะหัวใจล้มเหลวด้วย

ลดความเสี่ยงโรคเหน็บชา

หากร่างกายมีระดับของวิตามินบี 1 ไม่เพียงพอ จะเสี่ยงต่อโรคเหน็บชา ผู้ป่วยจะมีอาการชาที่มือและเท้า ในบางรายอาจมีอาการกล้ามเนื้อแขนและขาอ่อนแรง ขณะที่บางรายอาจมีอาการบวมที่ขาและเท้า หรือเสี่ยงที่จะเป็นอัมพาต ดังนั้น การรับประทานอาหารและอาหารเสริมที่ให้วิตามินบี 1 จะช่วยให้ร่างกายมีระดับของวิตามินบี 1 ที่เพียงพอ ป้องกันความเสี่ยงของโรคเหน็บชาได้

อาหารชนิดใดบ้างที่ให้ วิตามินบี 1

ผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำปริมาณวิตามินบี 1 ที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน เอาไว้ดังนี้

  • สำหรับผู้ชาย ควรได้รับปริมาณวิตามินบี 1 ต่อวัน อยู่ที่ปริมาณ 1.2 มิลลิกรัม
  • สำหรับผู้หญิง ควรได้รับปริมาณวิตามินบี 1 ต่อวัน อยู่ที่ปริมาณ 1.1 มิลลิกรัม

โดยเราสามารถพบวิตามินบี 1 ได้ในอาหารทั่วไปที่เรารับประทานในชีวิตประจำวัน ดังต่อไปนี้

  • เนื้อหมู
  • เนื้อสัตว์ปีก
  • เนื้อปลา
  • ถั่ว
  • ธัญพืชต่าง ๆ
  • ขนมปัง
  • ข้าว
  • พาสต้า
  • ซีเรียล
  • อาหารทะเล
  • ชา
  • กาแฟ
  • ผลิตภัณฑ์จากนม
  • กะหล่ำดอก
  • มันฝรั่ง
  • หน่อไม้ฝรั่ง
  • คะน้า
  • ผักเคล
  • ส้ม

นอกจากอาหารเหล่านี้แล้ว ยังสามารถพบวิตามินบี 1 ได้ในอาหารเสริมต่าง ๆ แต่โดยทั่วไปแล้ว วิตามินบี 1 ไม่จำเป็นต้องได้รับจากวิตามินหรืออาหารเสริม การรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 1 ถือว่าเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแล้ว ยกเว้นผู้ที่มีภาวะขาดแคลนวิตามินบี 1 หรือโรคเหน็บชา เพทย์อาจวินิจฉัยให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารเสริมวิตามินบี 1 เพื่อรักษาโรค

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

What Does Vitamin B-1 Do?. 

https://www.healthline.com/health/vitamin-watch-b1-thiamine#deficiency. Accessed on 06 January , 2021.

What is thiamin, or vitamin B1?. 

https://www.medicalnewstoday.com/articles/219545#benefits. Accessed on 06 January , 2021.

Thiamin. https://www.mayoclinic.org/drugs-supplements-thiamin/art-20366430. Accessed on 06 January , 2021.

11 Signs and Symptoms of Thiamine (Vitamin B1) Deficiency. https://www.healthline.com/nutrition/thiamine-deficiency-symptoms. Accessed on 06 January , 2021.

THIAMINE (VITAMIN B1). https://www.webmd.com/vitamins/ai/ingredientmono-965/thiamine-vitamin-b1. Accessed on 06 January , 2021.

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย Khongrit Somchai เมื่อ 07/01/2021
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
x