home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ประเภทของไขมันในอาหาร ที่ร่างกายดูดซึมได้ มีอะไรบ้าง

ประเภทของไขมันในอาหาร ที่ร่างกายดูดซึมได้ มีอะไรบ้าง

ถึงไขมันจะมีส่วนทำให้มวลน้ำหนักของร่างกายเราเพิ่มขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็อาจจะไม่ใช่ความจริงเสมอไปทั้งหมด เพราะถ้าหากเราทุกคนรู้จักออกกำลังกาย หรือเลือกรับไขมันที่ดี ก็อาจส่งผลให้เรามีน้ำหนักที่คงที่ก็เป็นได้ วันนี้ Hello คุณหมอ จึงได้นำ ประเภทของไขมันในอาหาร ที่สามารถให้ประโยชน์ และโทษ แก่สุขภาพ มาฝากทุกคนลองนำไปพิจารณาร่วมกับการวางแผนเลือกรับประทานอาหารกันค่ะ

ทำไมร่างกายจึงต้องการ ไขมัน

เนื่องจากไขมันเป็นส่วนสำคัญอีกสิ่งหนึ่งที่ร่างกายของเราต้องการ เพื่อนำไปสู่ความสมดุลของร่างกาย เพราะไขมันนั้นสามารถช่วยดูดซึมวิตามินต่าง ๆ เอาไว้ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น วิตามินเอ วิตามินดี และวิตามินอี อีกทั้งยัง ช่วยปกป้องโครงสร้างกระดูก เส้นประสาท พร้อมแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานให้เราได้นำไปใช้ในการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น

แต่ถึงอย่างไรหากมีการสะสมปริมาณไขมันที่ไม่ดี หรือไขมันอิ่มตัวสูงมากจนเกินไป นอกจากจะไม่ได้ประโยชน์แล้ว ยังเป็นการเพิ่มโทษให้แก่สุขภาพร่างกาย และความเสี่ยงของการเกิดโรคเรื้อรังได้อีกด้วย เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน ไขมันอุดตัน โรคหัวใจ เป็นต้น ดังนั้น การจำกัดปริมาณไขมันให้เพียงพอต่อวัน หรือเลือกรับประทานไขมันที่ดีแก่ร่างกาย ก็อาจเป็นการส่งเสริมให้คุณห่างไกลจากโรคต่าง ๆ ที่กล่าวมาได้ พร้อมมีคุณภาพชีวิตที่ดีอยู่กับคนรอบข้างที่คุณรักไปอีกยาวนาน

ประเภทของไขมันในอาหาร ที่คุณควรรู้

อาหารส่วนใหญ่ที่เรารับประทานเข้าไป คุณทราบหรือไม่ ว่าอาหารเหล่านั้น จัดอยู่ในประเภทใดบ้าง และเป็นไขมันที่ดี หรือทำลายสุขภาพกันแน่ เพื่อให้ทุกคนจำแนกออกได้ง่ายขึ้น คุณจึงอาจต้องทำความเข้าใจถึงประเภทของไขมัน ดังต่อไปนี้ ร่วมด้วย

  • ไขมันอิ่มตัว

ไขมัน ที่มักอยู่ในอาหาร และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น นม ชีส เนื้อสัตว์ น้ำมันปาล์ม เนย ไส้กรอก เป็นต้น หรือเรียกอีกอย่างได้ว่าเป็นไขมันแข็งตัว ที่มีส่วนช่วยเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลได้อย่างรวดเร็วหากรับประทานในปริมาณมาก และไม่มีการเผาผลาญออก โดยทางสมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกัน (AHA) ทำการแน่นำว่าเราควรจำกัดปริมาณไขมันไม่เกิน 13 กรัม ต่อวัน จึงจะได้รับประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงของการเกิดโรค

  • ไขมันไม่อิ่มตัว

ไขมันประเภทนี้ถูกจัดอยู่ใน ไขมัน ที่ค่อนข้างให้ประโยชน์แก่ร่างกาย เนื่องจากเป็นไขมันที่มีกรดโอเมก้า 3 ช่วยปรับปรุงสุขภาพหัวใจ ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด บรรเทาอาการอักเสบ และส่งเสริมให้อัตราการเต้นของหัวใจให้คงที่ อีกทั้งยังถูกแบ่งย่อยออกได้อีก 2 ประเภท นั่นก็คือ ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว และไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน เช่น วอลนัท อะโวคาโด อัลมอนด์ น้ำมันมะกอก ปลาซาร์ดีน ปลาแซลมอน เป็นต้น

  • ไขมันทรานส์

ไขมันทรานส์เป็น ไขมัน ที่ประชากรทั้งโลกอาจได้รับมากที่สุด เพราะไขมันชนิดนี้มักมาจากอาหารทอด และขนมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เฟรนช์ฟรายส์ อาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูป โดนัท พิซซ่า เนื่องจากมีกระบวนการถูกเปลี่ยนแปลงด้วยการเติมไฮโดรเจนเข้าช่วย เพื่อให้อาหารที่ทางผู้ผลิตออกมาจำหน่ายนั้นมีอายุการเก็บรักษาที่ยาวนานขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็เป็นไขมันที่อาจส่งผลให้คุณมีระดับคอเลสเตอรอลในเลือดเพิ่ม นำไปสู่ความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ โรคเบาหวานชนิดที่ 2

เราควรรับประทานไขมันอย่างไร ให้พอดี

หากคุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงการรับประทานไขมันได้ คุณอาจต้องเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีไขมันต่ำ โดยตรวจสอบจากฉลากข้อมูลโภชนาการด้านหลังบรรจุภัณฑ์ โดยเช็กได้จากปริมาณที่ควรได้รับ ดังนี้

  • ไขมันอิ่มตัวสูงจะมีปริมาณมากกว่า 5-100 กรัม
  • ไขมันอิ่มตัวต่ำควรเลือกในปริมาณ 1.5 กรัม
  • ปราศจากไขมัน ปริมาณของไขมันจะอยู่ที่ 0.5 กรัม

นอกจากการตรวจเช็กตัวเลขของไขมันแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง ก็อาจสามารถช่วยให้ลดไขมันที่ไม่ดีต่อสุขภาพได้ เช่น ใช้น้ำมันมะกอก แทนการใช้เนย รับประทานเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน จำกัดอาหารแปรรูป อาหารจานด่วน หรืออาจเพิ่มปริมาณไฟเบอร์อย่างผัก ผลไม้ให้มากกว่าไขมัน อีกทั้งยังควรมีการออกกำลังกายต่อเนื่องอีกด้วย เพื่อเป็นการเผาผลาญไขมันส่วนเกิน และสร้างความแข็งแรงให้แก่สุขภาพ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา
รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน แก้ไขล่าสุด 31/05/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x