home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

7 เรื่องเข้าใจผิดที่อาจทำให้คุณผิดพลาดในการรับมือกับ โรคไข้หวัดใหญ่

7 เรื่องเข้าใจผิดที่อาจทำให้คุณผิดพลาดในการรับมือกับ โรคไข้หวัดใหญ่

โดยปกติแล้ว การระบาดของ โรคไข้หวัดใหญ่ ในซีกโลกเหนือมักเกิดขึ้นมากที่สุดในช่วงหน้าหนาว ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงมีนาคม ขณะที่ในซีกโลกใต้ ช่วงการระบาดของไข้หวัดใหญ่จะอยู่ในช่วงเดือนเมษายนถึงกันยายน แต่สำหรับในเขตร้อนชื้นอย่างบ้านเรานั้น องค์การอนามัยโลกชี้ว่า ไข้หวัดใหญ่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปี

ดังนั้น การเตรียมพร้อมรับมือกับโรคนี้ ไม่ว่าจะในช่วงไหนของปี ก็ถือเป็นเรื่องที่ทุกคนควรใส่ใจ และหนึ่งในสิ่งที่อาจช่วยป้องกันจากโรคนี้ได้ก็คือ การทำความเข้าใจกับโรคนี้อย่างถูกต้อง นั่นเพราะยังมี ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่ อีกหลายอย่างที่อาจทำให้เราละเลยการดูแลตัวเอง และอาจทำให้เราติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้ และนี่คือสิ่งที่คุณควรรู้และเข้าใจเสียใหม่เกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่

โรคไข้หวัดใหญ่ คืออะไร

ไข้หวัดใหญ่ เป็นการติดเชื้อทางเดินหายใจที่เกิดจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza virus) ซึ่งจะเกิดขึ้นบ่อยที่สุดในช่วงฤดูหนาว และแพร่กระจายจากคนสู่คนได้อย่างง่ายดาย คนส่วนใหญ่ที่ได้รับเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา จะป่วยเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์ และอาการจะดีขึ้น แต่สำหรับบางคนอาการของโรคไข้หวัดใหญ่อาจนำไปสู่การติดเชื้อในปอดที่รุนแรงยิ่งขึ้น

หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ อาจหมายถึงคุณติดเชื้อไข้หวัดใหญ่เข้าแล้ว

อีกหนึ่งความเจ็บป่วยที่มีอาการคล้ายคลึงกับ โรคไข้หวัดใหญ่ และเกิดจากเชื้อไวรัสเหมือนกัน ก็คือโรคไข้หวัดธรรมดา หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าไข้หวัด แต่ความแตกต่างก็คือ อาการของไข้หวัดใหญ่มักจะเกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันที และทำให้ร่างกายคุณอ่อนแอลงได้มากกว่า อาการไอแห้งๆ และอาการอ่อนเพลียจากไข้หวัดใหญ่สามารถกินเวลาได้นาน 2-3 สัปดาห์เลยทีเดียว หากมีสัญญาณที่บ่งบอกว่าไข้หวัดใหญ่เริ่มรุนแรงขึ้น เช่น ไข้สูง หนาวสั่น หายใจติดขัด ควรรีบไปพบคุณหมอโดยด่วน

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ โรคไข้หวัดใหญ่

1. โรคไข้หวัดใหญ่ ไม่ร้ายแรง ไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ก็ได้

องค์การอนามัยโลกเผยว่า ที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่ทั่วโลกในแต่ละปีสูงถึง 290,000-650,000 รายซึ่งนี่เป็นตัวเลขของผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ที่เสียชีวิตด้วยปัญหาในระบบทางเดินหายใจเท่านั้น ยังไม่รวมการเสียชีวิตจากอาการอื่นๆ นั่นแปลว่า ความจริงแล้วผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากโรคไข้หวัดใหญ่นั้นมีมากกว่านี้เสียอีก และแม้ในผู้ที่มีสุขภาพดีก็สามารถติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้ โดยคนส่วนใหญ่จะมีอาการดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่บางคนอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน ได้แก่ ไซนัส การติดเชื้อในหู ปอดบวม รวมถึงหัวใจและสมองอักเสบด้วย

2. คนที่มีร่างกายแข็งแรง ไม่จำเป็นต้องได้รับวัคซีน

อย่างที่บอกไปแล้วว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่นั้นสำคัญกับคนทุกเพศทุกวัย ไม่ใช่แค่ผู้ที่มีอาการป่วยเรื้อรัง เท่านั้น คนที่มีร่างกายแข็งแรงดี ก็ควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เช่นกัน โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกาแนะนำให้ทุกคนที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป เข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เป็นประจำทุกปี เพื่อป้องกันการเป็นโรค โดยเฉพาะหากเป็นผู้สูงอายุหรือผู้หญิงตั้งครรภ์ยิ่งควรฉีดวัคซีน เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอกว่าปกติ โดยผู้เชี่ยวชาญรับรองแล้วว่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อตาย (inactivated flu vaccine) นั้นปลอดภัยต่อหญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์

3. วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ สามารถทำให้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้

การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่นั้น เป็นการฉีดเชื้อไวรัสชนิดเชื้อตาย (inactivated virus) ที่ไม่สามารถทำให้คุณติดเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซาได้ อย่างไรก็ตาม หากคุณรู้สึกปวดหรือมีไข้เล็กน้อย ถือเป็นปฏิกิริยาปกติของระบบภูมิคุ้มกันต่อการฉีดวัคซีน และโดยทั่วไปจะมีอาการเพียง 1-2 วัน

4. วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง

วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าปลอดภัย และผลข้างเคียงที่รุนแรงนั้นเป็นกรณีที่หาได้ยากมาก โดยมี 1 ในล้านคนที่อาจจะเกิดกลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร (Guillain-Barré Syndrome หรือ GBS) ซึ่งทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและเป็นอัมพาต

5. ถ้ามีไข้สูงนานกว่า 1-2 วันอาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษา

ยาปฏิชีวนะทำงานได้ดีในการต้านเชื้อแบคทีเรีย แต่ไม่มีประสิทธิภาพสำหรับการติดเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัดใหญ่ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา อย่างไรก็ดี ยาปฏิชีวนะอาจใช้ได้สำหรับโรคแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่ ที่ทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย คุณไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมากินเอง เพราะยาจะไม่ช่วยทำให้อาการของโรคไข้หวัดใหญ่ดีขึ้น แต่อาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยาได้

6. คุณไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี

ไวรัสอินฟลูเอนซามีการกลายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา การฉีดวัคซีนทุกปีจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะมีภูมิต้านทานต่อไวรัสสายพันธ์ุใหม่ๆ ที่อาจก่อให้เกิดโรคได้

7. คุณจะไม่แพร่เชื้อไข้หวัดใหญ่ ถ้าคุณรู้สึกสบายดี

ในความเป็นจริงนั้น ผู้ที่มีเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา ราว 20-30 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีอาการใดๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะแพร่เชื้อไม่ได้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

5 myths about the flu vaccine. https://www.who.int/influenza/spotlight/5-myths-about-the-flu-vaccine. Accessed on February 4 2019.

10 Flu Myths. https://www.health.harvard.edu/diseases-and-conditions/10-flu-myths. Accessed on February 4 2019.

Influenza (Flu). https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/4335-influenza-flu. Accessed on February 4 2019.

Influenza (Seasonal). https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/influenza-(seasonal). Accessed on February 4 2019.

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย Sopista Kongchon เมื่อ 14/02/2019
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
x