home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ไข้หวัด (Common Cold)

คำจำกัดความ|อาการ|สาเหตุ|ปัจจัยเสี่ยง|การวินิจฉัยโรคและการรักษาโรค|การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง
ไข้หวัด (Common Cold)

ไข้หวัด (Common Cold) คือ อาการติดเชื้อไวรัสที่บริเวณจมูกและลำคอ (ช่องทางเดินหายใจส่วนบน) สามารถเกิดได้จากไวรัสหลายชนิด โรคนี้ไม่ค่อยเป็นอันตราย แม้อาการอาจจะทำให้รู้สึกไม่สบายมากก็ตาม

คำจำกัดความ

ไข้หวัด คืออะไร

ไข้หวัด (Common Cold) คือ อาการติดเชื้อไวรัสที่บริเวณจมูกและลำคอ (ช่องทางเดินหายใจส่วนบน) สามารถเกิดได้จากไวรัสหลายชนิด โรคนี้ไม่ค่อยเป็นอันตราย แม้อาการอาจจะทำให้รู้สึกไม่สบายมากก็ตาม

ไข้หวัดพบได้บ่อยได้แค่ไหน

โรคไข้หวัด เป็นโรคที่พบได้บ่อยมาก เด็กที่อายุต่ำกว่า 6 ปี จะมีความเสี่ยงในการเป็น โรคไข้หวัด ได้มากกว่า แต่ผู้ใหญ่ที่สุขภาพดีก็สามารถเป็น โรคไข้หวัด ได้ 2-3 ครั้งต่อปี

อย่างไรก็ดี โรคนี้สามารถจัดการได้ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยง โปรดปรึกษากับแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของ โรคไข้หวัด

อาการทั่วไปของโรคไข้หวัด มีดังนี้

  • น้ำมูกไหลและจมูกอุดตัน
  • เจ็บคอ
  • ไอ
  • จาม
  • เลือดคั่ง
  • ปวดตัว หรือปวดศีรษะในระดับเบา
  • เป็นไข้ต่ำ
  • รู้สึกไม่สบาย

น้ำมูกในจมูกอาจจะข้นขึ้น และเป็นสีเหลืองหรือสีเขียวในขณะที่เป็น โรคไข้หวัด แต่ไม่ใช่ตัวบ่งชี้ถึงการติดเชื้อแบคทีเรีย

สำหรับผู้ป่วยบางราย อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการนอกเหนือจากที่ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการต่าง ๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด

ควรเข้าพบคุณหมอทันที หากมีอาการดังต่อไปนี้

สำหรับผู้ใหญ่

  • มีไข้สูงกว่า 38.5 องศาเซลเซียส
  • มีไข้นานเกินกว่า 5 วัน
  • อาการไข้ที่หายไปแล้ว กำเริบอีกครั้ง
  • หายใจไม่ทั่วท้อง
  • หายใจมีเสียงหวีด
  • เจ็บคอ ปวดศีรษะ หรือปวดไซนัสอย่างรุนแรง

สำหรับเด็ก

  • มีไข้ 38 องศาเซียลเซียส สำหรับเด็กแรกเกิดไปจนถึง 12 สัปดาห์
  • มีไข้เพิ่มสูงขึ้น และเป็นไข้นานกว่า 2 วัน สำหรับเด็กในทุกๆ ช่วงอายุ
  • มีอาการแย่ลง หรืออาการไม่ดีขึ้น
  • มีอาการรุนแรง เช่น ปวดศีรษะรุนแรง ไอรุนแรง
  • หายใจมีเสียงหวีด
  • ปวดหู
  • กระสับกระส่ายอย่างหนัก
  • มีอาการง่วงซึมอย่างผิดปกติ
  • เบื่ออาหาร

หากคุณมีสัญญาณหรืออาการที่ระบุข้างต้น หรือมีข้อสงสัยใด ๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดควรปรึกษาแพทย์ เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของ โรคไข้หวัด

มีไวรัสหลายชนิดที่สามารถทำให้เกิด โรคไข้หวัด แต่ โรคไข้หวัด ที่พบส่วนมากจะเกิดจากการติดเชื้อไรโนไวรัส (rhinoviruses)

โรคไข้หวัด เป็นโรคติดต่อ ไวรัสสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ผ่านทางปาก ดวงตา หรือจมูก เชื้อโรคนั้นจะอยู่ในอากาศและแพร่กระจายเมื่อมีคนไอ จาม หรือพูด

นอกจากนี้ ไวรัสยังสามารถแพร่กระจายได้ผ่านทางการสัมผัสผู้ที่เป็น โรคไข้หวัด หรือมีการแบ่งปันสิ่งของเครื่องใช้ที่ปนเปื้อนเชื้อโรค เมื่อคุณสัมผัสที่บริเวณดวงตา จมูก หรือปาก หลังจากสัมผัสกับเชื้อแล้วคุณก็จะเป็น โรคไข้หวัด

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของ โรคไข้หวัด

ปัจจัยเสี่ยงมีหลายประการ อย่างเช่น

  • อายุ เด็กที่อายุต่ำกว่า 6 ปี จะมีความเสี่ยงในการเกิด โรคไข้หวัด สูงมาก โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในศูนย์ดูแลเด็ก
  • ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายที่อ่อนแอ การมีระบบภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ เนื่องจากโรคเรื้อรังหรืออาการอื่น ๆ สามารถเพิ่มความเสี่ยงได้
  • ช่วงเวลาของปี ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จะมีโอกาสเป็น โรคไข้หวัด ได้มากในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว แต่จำไว้ว่าคุณสามารถเป็นหวัดเวลาใดก็ได้
  • สูบบุหรี่ คุณจะมีโอกาสสูงขึ้นที่จะเป็นหวัดขั้นรุนแรงหากคุณสูบบุหรี่
  • การสัมผัสกับเชื้อโรค หากคุณห้อมล้อมด้วยคนจำนวนมาก ก็จะมีโอกาสที่จะสัมผัสกับเชื้อไวรัส โรคไข้หวัด มากขึ้น

การวินิจฉัยโรคและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัย โรคไข้หวัด

กรณีของ โรคไข้หวัด ส่วนใหญ่ สามารถวินิจฉัยได้ด้วยสัญญาณและอาการ อย่างไรก็ตาม หากแพทย์สงสัยว่า คุณอาจติดเชื้อแบคทีเรียหรือมีอาการอื่น ๆ คุณอาจจะต้องรับการตรวจสอบวิธีอื่นเพื่อยืนยันอาการ

การรักษา โรคไข้หวัด

ยังไม่มีวิธีรักษาสำหรับ โรคไข้หวัด โดยเฉพาะ การรักษาจะทำเพื่อบรรเทาสัญญาณและอาการของโรค

การบรรเทาอาการปวด

สำหรับไข้ เจ็บคอ และปวดศีรษะ คนส่วนใหญ่จะใช้ยาอะเซตามีโนเฟน เช่น ไทลินอล หรือใช้ยาบรรเทาปวดแบบเบาอื่น ๆ การใช้ยาอะเซตามีโนเฟน ควรใช้ในระยะเวลาที่สั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้ และใช้ด้วยความระมัดระวังในเด็กและวัยรุ่น

เด็กและวัยรุ่นที่กำลังฟื้นฟูจากโรคอีสุกอีใส หรืออาการที่เหมือนกับโรคไข้หวัดใหญ่ ไม่ควรใช้ยาแอสไพริน เนื่องจากแอสไพรินมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มอาการเรย์ (Reye’s syndrome) ในเด็ก ซึ่งเป็นโรคหายากแต่อันตรายถึงชีวิต ควรพิจารณาให้เด็กใช้ยาที่หาซื้อได้ตามร้านขายยา ซึ่งเป็นยาสำหรับทารกหรือเด็กโดยเฉพาะ เช่น อะเซตามีโนเฟน ไอบูโพรเฟน

ยาพ่นแก้คัดจมูก

ผู้ใหญ่สามารถใช้ยาหยอด หรือยาพ่นแก้คัดจมูก ได้เป็นเวลาสูงสุด 5 วัน การใช้ยานี้ในระยะยาวสามารถทำให้เกิดการกลับมาเป็นซ้ำที่หนักกว่าเดิมได้ เด็กที่อายุต่ำกว่า 6 ปี ไม่ควรใช้หยอดหรือยาพ่นแก้คัดจมูก

ยาไซรัปแก้ไอ

องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา และสถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกา ได้คัดค้านการใช้ยาแก้ไอแก้หวัดที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปกับเด็กที่อายุต่ำกว่า 4 ปี และยังไม่มีหลักฐานที่ดีว่า การเยียวยาด้วยตัวเองแบบนี้จะมีประโยชน์และปลอดภัยสำหรับเด็ก

หากคุณใช้ยาแก้ไอหรือยาแก้หวัดกับเด็กโต ควรทำตามคำแนะนำบนฉลากยาอย่างเคร่งครัด อย่าใช้ยา 2 ชนิดที่มีส่วนประกอบสำคัญเหมือนกันในเวลาเดียวกัน เช่น ยาต้านฮิสตามีน (Antihistamine) ยาแก้คัดจมูก และยาบรรเทาอาการปวด ส่วนประกอบชนิดเดียวที่มากเกินไป อาจทำให้ได้รับยาเกินขนาดได้ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาใด ๆ

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองที่ช่วยจัดการกับไข้หวัด

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์บางประการอาจช่วยให้คุณรับมือกับโรคไข้หวัดได้

  • ล้างมือเป็นประจำ เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่เชื้อของไวรัส
  • รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ มีสารอาหารสูง เช่น ผักและผลไม้ที่มีสีเขียวเข้ม สีแดงหรือสีเหลือง และอย่าลืมรับประทานโปรตีนลีน ไขมันดี และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันอยู่ในสภาพที่ดี
  • หยุดสูบบุหรี่ เพราะบุหรี่จะลดความสามารถของร่างกายในการต่อสู้กับโรคไข้หวัด
  • หยุดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มหนักจะทำให้คุณมีโอกาสเป็นโรคแทรกซ้อนจากโรคหวัดได้

หากคุณมีข้อสงสัยใด ๆ โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Common Cold. http://www.medicinenet.com/common_cold/article.htm. Accessed September 21, 2016

Common cold. https://medlineplus.gov/ency/article/000678.htm. Accessed September 21, 2016

Colds and Chronic Medical Conditions. http://www.webmd.com/cold-and-flu/cold-guide/colds-chronic-medical-conditions. Accessed September 21, 2016

Common cold. http://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/common-cold/home/ovc-20199807. Accessed September 21, 2016

Common cold. https://www.nhs.uk/conditions/common-cold/. Accessed May 24, 2021

Common Cold. https://www.hopkinsmedicine.org/health/conditions-and-diseases/common-cold. Accessed May 24, 2021

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย พลอย วงษ์วิไล เมื่อ 11/08/2018
x