โรคอ้วน อันตราย!!!

โรคอ้วน หรือผู้ที่มีค่า BMI 25 ขึ้นไป ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดปัญหาสุขภาพที่รุนแรง เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ เป็นต้น

อันตรายจากโรคอ้วน

โรคอ้วน

รอบเอว บอกโรคได้! เสี่ยงภาวะน้ำหนักเกินหรือไม่ ให้รอบเอวช่วยบอก

“รู้ไหม ถึงน้ำหนักเท่ากัน แต่บางคนอาจเสี่ยงโรคกว่า เพราะรอบเอว” หลายคนอาจเคยสงสัยว่า ทำไมเพื่อนที่น้ำหนักตัวเท่ากับเรา หรือบางครั้งอาจจะมากกว่าเราเสียด้วยซ้ำ กลับดูมีสุขภาพที่แข็งแรงกว่า ผลตรวจสุขภาพไม่มีค่าอะไรที่น่ากังวล ในขณะที่เราเองแม้ตัวเลขบนตาชั่งจะดู "ปกติ" แต่กลับเริ่มมีปัญหาความดันโลหิตหรือน้ำตาลในเลือดสูง ความลับของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่น้ำหนักตัวโดยรวมเสมอไป แต่อยู่ที่ “การกระจายตัวของไขมัน” โดยเฉพาะไขมันที่สะสมอยู่บริเวณรอบเอว ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สำคัญที่บอกว่าคุณกำลังเผชิญกับความเสี่ยงสุขภาพมากน้อยเพียงใด ขนาดรอบเอว สำคัญยังไง เส้นรอบเอว (Waist Circumference) ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อเลือกขนาดกางเกงเท่านั้น แต่ในทางการแพทย์ เส้นรอบเอวคือตัวชี้วัดสำคัญของ “ไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง” (Abdominal Fat) หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “อ้วนลงพุง” ไขมันในร่างกายของเรามี 2 ประเภทหลักๆ คือ ไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) ที่เราสามารถหยิบจับได้ และไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) ซึ่งเป็นไขมันที่อันตรายกว่า เพราะมันแทรกตัวอยู่ตามอวัยวะภายใน เช่น ตับ ลำไส้ และตับอ่อน ไขมันชนิดนี้สามารถหลั่งสารอักเสบเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรง ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) มากมาย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด: ไขมันสะสมที่มากเกินไปทำให้หลอดเลือดแข็งตัวและตีบตัน โรคเบาหวานประเภทที่ 2: ไขมันในช่องท้องขัดขวางการทำงานของอินซูลิน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น โรคความดันโลหิตสูง: […]

โรคอ้วน

ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) ตัวร้ายที่มองไม่เห็น อันตรายกว่าที่คุณคิด

“ไขมันที่อันตรายที่สุด อาจเป็นไขมันที่คุณมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า” หลายคนอาจเคยสงสัยว่า ทำไมบางคนที่ดูรูปร่างผอม แขนขาเล็ก แต่กลับมีพุง หรือบางคนที่น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ใส่เสื้อผ้าไซซ์เดิมมาตลอดหลายปี แต่พอตรวจสุขภาพกลับพบว่ามีระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือความดันโลหิตผิดปกติ ปรากฏการณ์นี้มักมีสาเหตุมาจาก “ไขมันในช่องท้อง” หรือ Visceral Fat ซึ่งเปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่ซ่อนตัวอยู่ภายในร่างกายของเรานั่นเอง วันนี้ Hello Khunmor จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเจ้าไขมันตัวร้ายนี้ให้ลึกซึ้งขึ้น พร้อมวิธีเช็กและแนวทางลดรอบเอวอย่างยั่งยืน เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว Visceral Fat คืออะไร: ไขมันใต้ผิวหนัง vs ไขมันในช่องท้อง เพื่อให้เข้าใจชัดเจน เราต้องแยกประเภทของไขมันในร่างกายออกเป็น 2 ประเภทหลักตามตำแหน่งที่มันอาศัยอยู่ ไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat): คือไขมันที่เราสามารถใช้มือนิ้วหยิบหรือหยิกขึ้นมาได้ มักสะสมอยู่ตามต้นแขน ต้นขา สะโพก และหน้าท้องส่วนนอก ไขมันชนิดนี้แม้จะทำให้เราดูอวบอัดหรือเสียความมั่นใจในรูปร่าง แต่ในทางเวชศาสตร์ถือว่ามีความอันตรายน้อยกว่าไขมันอีกชนิดหนึ่ง ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat): คือไขมันที่สะสมอยู่ลึกลงไปในช่องท้อง รอบๆ อวัยวะสำคัญ เช่น ตับ ลำตับ ไต และตับอ่อน ไขมันชนิดนี้มองไม่เห็นจากภายนอกและไม่สามารถหยิบติดมือขึ้นมาได้ แต่มันจะดันผนังหน้าท้องให้ออกมาจนทำให้เราดูมีพุงที่ตึงและแข็ง (Potbelly) ความน่ากลัวของ Visceral Fat คือมันไม่ได้อยู่เฉย ๆ […]

โรคอ้วน

ทำความรู้จัก “ปากกาลดน้ำหนัก” ใช้ผิดเสี่ยงโยโย่

โรคอ้วนเป็นปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม หลายคนจึงมองหาวิธีลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย ซึ่ง “ปากกาลดน้ำหนัก” เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ปากกาลดน้ำหนักไม่ใช่ทางลัดสำหรับทุกคน และไม่ควรใช้ตามกระแสหรือคำแนะนำในโซเชียล เพราะหากใช้ไม่ถูกต้อง ปรับขนาดยาเอง หรือหยุดยาเองโดยไม่มีแพทย์ดูแล อาจเสี่ยงทั้งผลข้างเคียงและภาวะน้ำหนักดีดกลับแบบ “โยโย่” ได้ บทความนี้จะพาคุณมาทำความรู้จักว่า ปากกาลดน้ำหนักคืออะไร เหมาะกับใคร มีผลข้างเคียงอะไรที่ควรรู้ และควรใช้อย่างไรให้ปลอดภัยภายใต้การดูแลของแพทย์ ปากกาฉีดลดน้ำหนักคืออะไร ปากกาลดน้ำหนัก โดยทั่วไปหมายถึง ยาในกลุ่ม GLP-1 receptor agonist (GLP-1 RA) ซึ่งออกฤทธิ์ช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็วและลดความอยากอาหาร จึงช่วยควบคุมน้ำหนักได้ในผู้ที่มีข้อบ่งใช้เหมาะสม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ให้ข้อมูลว่า สำหรับในประเทศไทย ยากลุ่มนี้ได้รับอนุมัติสำหรับการรักษาเบาหวานชนิดที่ 2 และช่วยลดน้ำหนักในผู้ที่มีภาวะอ้วนเท่านั้น ไม่ใช่ยาลดน้ำหนักเพื่อความสวยงามในบุคคลทั่วไป ปากกาลดน้ำหนัก เหมาะกับใคร แม้ปากกาลดน้ำหนักจะช่วยให้น้ำหนักลดได้จริงในบางคน แต่ก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคน โดยกลุ่มที่เข้าข่ายพิจารณาใช้ปากกาลดน้ำหนัก มีดังนี้ ผู้ที่มี BMI ตั้งแต่ 27 กก./ม² ขึ้นไปและมีโรคร่วมจากน้ำหนักเกิน ผู้ที่มี BMI ตั้งแต่ 30 กก./ม² ขึ้นไป ผู้ที่พยายามลดน้ำหนักด้วยการปรับพฤติกรรมแล้ว แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ ทางด้านโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ยังระบุด้วยว่า หากใช้ร่วมกับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ปากกาลดน้ำหนักอาจช่วยให้น้ำหนักลดได้เฉลี่ยประมาณ 10-20% แต่ผลลัพธ์จะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล […]

การควบคุมอาหารและการลดน้ำหนัก

วิธีลดไขมันหน้าท้อง แบบไหน ได้ผลดี แถมไม่มีอันตรายต่อสุขภาพ

ลดไขมันหน้าท้อง เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องมากกว่าส่วนอื่น หรือที่เรียกกันว่าพุง ซึ่งนอกจากจะทำให้สูญเสียความมั่นใจแล้ว การมีไขมันหน้าท้องสะสมนั้นยังอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพด้วย  แต่รู้หรือไม่ว่ามี วิธีลดไขมันหน้าท้อง ที่อาจช่วยให้ไขมันหน้าท้องค่อยๆ หายไป โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต และปฏิบัติตามแนวทางการบริโภคอาหารและการออกกำลังกายอย่างเคร่งครัด วิธีลดไขมันหน้าท้อง มีอะไรบ้าง 1. ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป อาจส่งผลให้ไขมันหน้าท้อง หรือพุงเพิ่มขึ้นได้ งานวิจัยชิ้นหนึ่ง ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์โรคอ้วนลงพุงและการดื่มแอลกอฮอล์ เผยแพร่ในวารสาร European Journal of Nutrition พ.ศ.2550 นักวิจัยได้ให้กลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 27-74 ปี ซึ่งเป็นเพศชายจำนวน 1,491 ราย และเพศหญิงจำนวน 1,563 ราย ทำแบบสอบถามเกี่ยวกับการบริโภคอาหาร รวมทั้งพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ ได้ผลสรุปว่า การดื่มแอลกอฮอล์มากกว่า 3 แก้วต่อวัน เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคอ้วนลงพุงโดยเฉพาะในเพศชาย 2. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันทรานส์ การรับประทานอาหารที่มีไขมันทรานส์ (Trans Fat) เป็นประจำ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะอักเสบในร่างกาย โรคหัวใจ ภาวะดื้ออินซูลิน การหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันทรานส์ เช่น ของทอด ครีมเทียม ขนมขบเคี้ยว เบเกอรี่ ไม่ใช่แค่ช่วยลดไขมันหน้าท้อง แต่ยังดีต่อสุขภาพหัวใจด้วย งานศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่ง ศึกษาเกี่ยวกับไขมันทรานส์ […]

การควบคุมอาหารและการลดน้ำหนัก

BMI หรือ ค่าดัชนีมวลกาย สำคัญอย่างไร และวิธีคำนวณ BMI

BMI (Body Mass Index) หรือ ค่าดัชนีมวลกาย เป็นเครื่องมือชี้วัดน้ำหนักว่าน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ หรือมีแนวโน้มน้ำหนักเกิน ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงเกิดโรคอ้วนและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ เพื่อทำให้สามารถควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานได้อย่างเหมาะสม [embed-health-tool-bmi] BMI คืออะไร สำคัญอย่างไร BMI คือ สูตรคำนวณค่ามาตรฐานของน้ำหนัก เพื่อบอกถึงแนวโน้มน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ และแนวโน้มน้ำหนักเกิน โดยค่า BMI ไม่ได้วัดมวลไขมันในร่างกายโดยตรง แต่เป็นวิธีวัดมวลกายโดยรวมที่อาจแสดงถึงการเผาผลาญอาหารในร่างกาย หรือแนวโน้มการเกิดโรค เพื่อควบคุมน้ำหนักและสุขภาพโดยรวมของร่างกาย ซึ่งความสำคัญของ BMI มีดังนี้ เป็นตัวชี้วัดมาตรฐานความสมดุลของน้ำหนักตัวต่อส่วนสูง เพื่อประเมินสภาวะของร่างกายอย่างเหมาะสม เป็นเครื่องมือคัดกรองผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรือต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานในผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป โดยค่า BMI ใช้วิธีคำนวณจากค่า น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ÷ ด้วยส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง และแสดงค่าเป็นหน่วย กิโลกรัม/เมตร2  สามารถแปลผลค่า BMI ได้ดังนี้ น้อยกว่า 16.0 จัดเป็น โรคผอมระดับ 3 16.0 - 16.9 จัดเป็น โรคผอมระดับ […]

การควบคุมอาหารและการลดน้ำหนัก

1วันควรกินกี่แคล สำหรับผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก

1วันควรกินกี่แคล หมายถึง จำนวนพลังงานจากสารอาหารที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวันซึ่งมีหน่วยวัดเป็นกิโลแคลอรี่หรือแคลอรี่ โดยจำนวนพลังงานที่ร่างกายของแต่ละคนควรได้รับใน 1 วันนั้น ขึ้นอยู่กับหลาปัจจัย อย่างเพศ อายุ น้ำหนัก ส่วนสูง หรือไลฟ์สไตล์ เช่น เพศชายอายุ 20 ปี ปกติแล้วมักต้องการพลังงานประมาณ 2,400-3,000 แคลอรี่/วัน ส่วนเพศหญิงในวัยเดียวกัน มักต้องการพลังงานน้อยกว่า หรือประมาณ 2,000-2,400 แคลอรี่/วัน อย่างไรก็ตาม หากเพศหญิงคนดังกล่าวเป็นนักกีฬา หรือทำงานที่ต้องออกแรงมาก พลังงานที่ต้องการภายใน 1 วัน อาจมากกว่านั้น หรืออยู่ในระดับเดียวกับเพศชายอายุ 20 ปี ทั้งนี้ จำนวนแคลอรี่ที่ควรได้รับในแต่ละวันควรเหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย ไม่มากหรือน้อยเกินไป เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน ภาวะอ่อนเพลีย สมองเสื่อม [embed-health-tool-bmi] แคลอรี่ คืออะไร แคลอรี่ (Calorie) ย่อมาจากกิโลแคลอรี่ (Kilocalorie) เป็นหน่วยวัดของจำนวนพลังงานที่ร่างกายจะได้รับเมื่อบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มแต่ละชนิด หากได้รับปริมาณแคลอรี่เกินกว่าระดับที่ร่างกายต้องการใช้ จะทำให้เกิดการสะสมของพลังงานส่วนเกินในรูปแบบของไขมัน ซึ่งเป็นสาเหตุของการมีน้ำหนักเกินเกณฑ์ ลงพุง หรือเป็นโรคอ้วน โดยปกติบนบรรจุภัณฑ์ของอาหารหรือเครื่องดื่มมักมีฉลากบอกจำนวนพลังงานเป็นหน่วยแคลอรี่หรือกิโลแคลอรี่ แต่ในบางผลิตภัณฑ์อาจมีฉลากที่ใช้หน่วยวัดพลังงานเป็นกิโลจูล (Kilojoule หรือ KJ) […]

การควบคุมอาหารและการลดน้ำหนัก

ไดเอ็ท หรือการควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนัก ทำได้อย่างไรบ้าง

ไดเอ็ท หรือการควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนักมีหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารโปรตีนสูง การบริโภคอาหารแบบนับพลังงานแคลอรี่ หรือการหลีกเลี่ยงรับประทานคาร์โบไฮเดรตขัดสี นอกจากนั้น เพื่อให้การไดเอ็ทได้ผลและมีประสิทธิภาพ ควรนอนหลับให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน ไดเอ็ท คืออะไร ไดเอ็ท ทับศัพท์มาจากคำว่า Diet ในภาษาอังกฤษที่แปลว่าอาหาร อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทย ไดเอ็ท หมายถึง การควบคุมอาหารหรือเลือกรับประทานอาหารเพื่อช่วยในการลดน้ำหนัก ไดเอ็ท ทำได้อย่างไรบ้าง การควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนักนั้นทำได้หลายวิธี ดังนี้ บริโภคอาหารให้ได้พลังงานน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ ร่างกายต้องการพลังงานเพื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องบริโภคอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อย่อยสลายและเปลี่ยนสารอาหารต่าง ๆ เป็นพลังงาน แต่หากร่างกายได้รับพลังงานเกินกว่าที่ต้องการในแต่ละวัน ทำให้เกิดการสะสมพลังงานส่วนเกินในรูปแบบของไขมัน เมื่อไขมันเพิ่มขึ้น น้ำหนักและขนาดตัวก็จะเพิ่มตาม ทำให้เสี่ยงมีภาวะน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน ทั้งนี้ ผู้ชายควรได้รับพลังงานจากอาหารประมาณ 2,500 แคลอรี่/วัน ส่วนผู้หญิงควรได้รับพลังงานจากอาหารประมาณ 2,000 แคลอรี่/วัน หากร่างกายได้รับพลังงานจากอาหารน้อยลง จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญไขมันที่สะสมไว้นำมาใช้เป็นพลังงาน ซึ่งจะทำให้น้ำหนักตัวค่อย ๆ ลดลง อย่างไรก็ตาม ในการควบคุมน้ำหนักด้วยการนับจำนวนแคลอรี่ที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน ไม่ควรน้อยกว่า 1,200 แคลอรี่/วัน เพราะหากร่างกายได้รับพลังงานน้อยเกินไป ระดับการเผาผลาญพลังงานจะต่ำลง ซึ่งส่งผลให้การ ลดน้ำหนัก เป็นไปได้ยากขึ้น อีกทั้งอาจทำให้รู้สึกอ่อนเพลียหรือเหนื่อยล้าได้ง่าย เลือกบริโภคอาหารโปรตีนสูง การบริโภคอาหารโปรตีนสูง หรือการเลือกรับประทานอาหารประเภทโปรตีนเป็นหลัก จะช่วยให้ระดับฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกอิ่มท้องเพิ่มสูงขึ้น […]

โรคอ้วน

โรคอ้วน (Obesity) อาการ ปัจจัยเสี่ยง และการรักษา

โรคอ้วน เป็นความผิดปกติที่ซับซ้อนประการหนึ่ง ที่เกียวข้องกับภาวะที่มีไขมันมากเกินไปในร่างกาย และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดความเจ็บป่วย และปัญหาสุขภาพต่างๆ คำจำกัดความ โรคอ้วนคืออะไร โรคอ้วน (Obesity) เป็นความผิดปกติที่ซับซ้อนประการหนึ่ง ที่เกียวข้องกับภาวะที่มีไขมันมากเกินไปในร่างกาย โรคอ้วนไม่ได้ส่งผลต่อร่างกายของผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดความเจ็บป่วย และปัญหาสุขภาพต่างๆ เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูงอีกด้วย โรคอ้วนและภาวะน้ำหนักเกิน (overweight) มีแนวคิดที่แตกต่างกันสองประการ ภาวะน้ำหนักเกินเป็นภาวะหนึ่งที่น้ำหนักที่มากเกินไปเพิ่มขึ้นตามความสูงซึ่งไม่ได้เกิดจากไขมันส่วนเกินเท่านั้นแต่ยังเกิดจากกล้ามเนื้อจำนวนมากหรือน้ำในร่างกายด้วยเช่นกัน ภาวะทั้งสองประการนี้เป็นผลกระทบที่รุนแรงต่อสุขภาพ โรคอ้วนพบได้บ่อยเพียงใด ทุกคนสามารถเป็นโรคอ้วนได้ หากไม่มีการลดอาหารและการออกกำลังกายที่เหมาะสม โรคอ้วนมักมีการวินิจฉัยในผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังกาย หรือควบคุมอาหาร คุณสามารถจำกัดการเกิดโรคนี้ได้โดยการลดปัจจัยเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม อาการ อาการของโรคอ้วน อาการของโรคอ้วน อาจพิจารณาได้จากค่าดัชนีมวลกาย (body mass index: BMI) ซึ่งได้จากการคำนวณโดยการใช้สูตร ค่าดัชนีมวลร่างกาย = น้ำหนัก (กก.) / (ความสูงเมตร2) โดยสามารถแปลผลค่าดัชนีมวลกายได้ ดังนี้ น้อยกว่า 16.0 จัดเป็น โรคผอมระดับ 3 16.0 - 16.9 จัดเป็น โรคผอมระดับ 2 17.0 - 18.4 จัดเป็น โรคผอมระดับ 1 18.5 - […]

โรคอ้วน

วิธีลดน้ำหนัก ป้องกันโรคอ้วน ทำอย่างไรได้บ้าง

โรคอ้วน คือ ปัญหาสุขภาพที่เกิดจากพันธุกรรมและปัจจัยต่าง ๆ เช่น พฤติกรรมการรับประทานอาหาร ขาดการออกกำลังกาย ส่งผลให้ร่างกายมีไขมันมากเกินไป และมีน้ำหนักเกินมาตรฐาน โดยมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) สูงกว่า 30 นอกจากนี้ หากปล่อยให้ไขมันสะสมเป็นเวลานาน อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับโรคหัวใจ โรคหลอดเลือด ข้อเข่า อาการหยุดหายใจขณะหลับ มะเร็งบางชนิด รวมทั้งอาจเพิ่มความเสี่ยงทำให้อาการของโควิด-19 รุนแรงมากขึ้น ดังนั้นเพื่อป้องกันการเกิดโรคอ้วนควรศึกษา วิธีลดน้ำหนัก และเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ [embed-health-tool-bmi] ปัจจัยเสี่ยงของโรคอ้วน ปัจจัยเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดโรคอ้วน มีดังนี้ ครอบครัว ยีนของพ่อแม่ที่เป็นโรคอ้วน อาจสืบทอดสู่บุตรหลาน ส่งผลให้ร่างกายสะสมไขมันและเป็นโรคอ้วนเหมือนพ่อแม่ อายุ โรคอ้วนเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่อาจพบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุมากขึ้น เนื่องจากการเคลื่อนไหวร่างกายอาจไม่คล่องตัว ขาดการออกกำลังกาย นำไปสู่มวลกล้ามเนื้อที่ลดลง เมื่อมวลกล้ามเนื้อลดลงอาจทำให้การเผาผลาญหรือระบบเมตาบอลิซึมลดลง ทำให้ควบคุมน้ำหนักส่วนเกินได้ยากขึ้น อาหาร การรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีแคลอรี่สูง เช่น อาหารจานด่วน อาหารขยะ ของทอด น้ำอัดลม เบียร์ ไวน์ อาจส่งผลให้ร่างกายสะสมไขมันและคอเลสเตอรอล ซึ่งเสี่ยงต่อการเพิ่มของน้ำหนัก ขาดการออกกำลังกาย การเคลื่อนไหวและการออกกำลังกายอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญแคลอรี่ที่สะสมในร่างกาย หากในแต่ละวันไม่มีการเคลื่อนไหว หรือมีพฤติกรรมที่ชอบอยู่นิ่งมากเกินไป เช่น นอนดูหนัง […]

การควบคุมอาหารและการลดน้ำหนัก

อาหารไฟเบอร์สูง แคลอรี่ต่ำ ตัวเลือกดีๆ สำหรับคนลดน้ำหนัก

อาหารไฟเบอร์สูง แคลอรี่ต่ำ ส่วนใหญ่มักหมายถึงพืชผักผลไม้ และธัญพืช ซึ่งเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก เนื่องจากไฟเบอร์หรือใยอาหารมีคุณสมบัติในการดูดซึมน้ำ เมื่อบริโภคเข้าร่างกายจะทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น และอิ่มนาน จึงรู้สึกอยากอาหารน้อยลง ลดโอกาสเสี่ยงในการได้รับพลังงานส่วนเกิน จึงอาจช่วยให้ควบคุมน้ำหนักได้ดีขึ้น ไฟเบอร์สำคัญต่อการลดน้ำหนักยังไง ไฟเบอร์ (Fiber) หรือใยอาหาร จัดเป็นคาร์โบไฮเดรตประเภทหนึ่ง พบได้ในพืชผักผลไม้ และธัญพืช โดยงานวิจัยหลายชิ้นเผยว่า ไฟเบอร์อาจมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก เนื่องจากผู้ที่บริโภคอาหารไฟเบอร์สูงมีแนวโน้มจะมีน้ำหนักตัวน้อยกว่า และมีน้ำหนักขึ้นน้อยกว่า เมื่อเทียบกับผู้ที่บริโภคอาหารไฟเบอร์ต่ำ เพราะไฟเบอร์ช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น บริโภคอาหารได้น้อยลง ร่างกายได้รับปริมาณแคลอรี่ลดลง หากร่างกายใช้แคลอรี่มากกว่าที่ได้รับ อาจช่วยให้น้ำหนักลดลง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยอื่น ๆ เช่น การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย ก็อาจมีผลกระทบต่อผลการวิจัยนี้ได้เช่นกัน นอกจากนี้ อาหารไฟเบอร์สูง แคลอรี่ต่ำ มักทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย และใช้เวลาไม่นานหลังบริโภคระดับน้ำตาลในเลือดกลับสู่ภาวะปกติ ทำให้ร่างกายไม่รู้สึกอยากอาหาร ในขณะที่การบริโภคอาหารไขมันสูงหรือน้ำตาลสูง จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างรวดเร็ว และเพิ่มความอยากอาหารมากขึ้นโดยเฉพาะของหวาน ส่งผลให้ยิ่งเสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักเกิน อาหารไฟเบอร์สูง แคลอรี่ต่ำ มีอะไรบ้าง หากต้องการเพิ่มไฟเบอร์ให้ร่างกาย แบบแคลอรี่ไม่เพิ่มสูงขึ้น ควรบริโภคอาหารไฟเบอร์สูง แคลอรี่ต่ำ ได้แก่ ผักใบเขียว ผักใบเขียวเข้ม เช่น คะน้า ปวยเล้ง สวิสชาร์ด (Swiss Chard) ผักกาดเขียว […]

เครื่องวัดค่าดัชนีมวลกาย BMI

เครื่องวัดค่าดัชนีมวลกาย BMI

หมายเหตุ

เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพนี้ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์แต่อย่างใด แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ อย่าละเลยคำแนะนำของแพทย์เพียงเพราะสิ่งที่คุณได้อ่านใน Hello คุณหมอ เท่านั้น หากคุณเป็นโรคการกินผิดปกติ ก็ไม่สามารถใช้เครื่องคำนวณ BMI เพื่อตรวจเช็กสุขภาพได้ โปรดรับคำแนะนำเพิ่มเติมจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ปี

(ซม.)

(กก.)

คุณสนใจรับการรักษา/ความช่วยเหลือด้านการลดน้ำหนักหรือไม่

คุณเคยได้ยินเกี่ยวกับการลดน้ำหนักด้วย GIP และ GLP-1 มาก่อนหรือไม่?

*กลุ่มยาชนิดใหม่ที่ช่วยในการรักษาภาวะน้ำหนักเกินและเบาหวานชนิดที่ 2 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อัปเดตเทรนด์การลดน้ำหนักที่ควรรู้: รับข่าวสารและคำแนะนำด้านการลดน้ำหนักจากผู้เชี่ยวชาญ ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ

มีปัญหาสุขภาพจากน้ำหนักตัว? เรามีทางเลือกการแพทย์ที่ช่วยได้

เรียนรู้วิธีรับมือกับโรคอ้วนให้ดีกว่าเดิม ด้วยคำแนะนำและการดูแลอย่างใกล้ชิดจากคุณหมอ

เช็กความเสี่ยงสุขภาพของคุณ

เช็กความเสี่ยงโรคแทรกซ้อนอาจเกิดจากโรคอ้วน ด้วยแบบประเมินความเสี่ยงของเรา