ป้องกันเบาหวาน ลดความเสี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อน ควรทำอย่างไร

    ป้องกันเบาหวาน ลดความเสี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อน ควรทำอย่างไร

    ป้องกันเบาหวาน และควบคุมอาการเบาหวานไม่ให้แย่ลง อาจทำได้ด้วยการหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง เลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพราะหากมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินกว่า 180-200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานรวมถึงภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากโรคเบาหวานได้

    สาเหตุของโรคเบาหวาน

    สาเหตุของโรคเบาหวานอาจแบ่งออกตามประเภทของเบาหวาน ดังนี้

    • โรคเบาหวานชนิดที่ 1 มีสาเหตุมาจากระบบภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์ตับอ่อนที่ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนอินซูลิน ส่งผลให้ร่างกายมีอินซูลินไม่เพียงพอต่อการนำน้ำตาลในเลือดไปใช้เป็นพลังงาน จึงอาจส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินเกณฑ์ นำไปสู่โรคเบาหวานชนิดที่ 1
    • โรคเบาหวานชนิดที่ 2 มีสาเหตุมาจากเซลล์ในร่างกายไม่สามารถตอบสนองต่อฮอร์โมนอินซูลิน หรือที่เรียกว่าภาวะดื้ออินซูลิน จึงทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดเป็นพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงและนำไปสู่การเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2
    • โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ มีสาเหตุมาจากจากฮอร์โมนเอชซีจี (Human Chorionic Gonadotropin : HCG) เพิ่มสูงขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจทำให้ร่างกายมีภาวะดื้ออินซูลิน นำไปสู่การเกิดโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หากสังเกตว่ามีอาการเท้าบวม ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำมาก ควรเข้าพบคุณหมออย่างรวดเร็ว

    ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน

    ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน มีดังนี้

    • โรคหัวใจและหลอดเลือด อาจเกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หลอดเลือดหัวใจเสียหายและความดันโลหิตสูง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ หัวใจวาย และเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมองได้
    • โรคปลายประสาทอักเสบ ระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างต่อเนื่องอาจทำลายผนังหลอดเลือดและเส้นเลือดฝอยที่หล่อเลี้ยงเส้นประสาท โดยเฉพาะเส้นประสาทอวัยวะบริเวณขา แขน และมือ ทำให้เกิดโรคปลายประสาทอักเสบ โดยสังเกตได้จากอาการมือเท้าชาและรู้สึกเสียวซ่า
    • ไตวาย ระดับน้ำตาลในเลือดสูงอาจทำให้ไตต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อช่วยขับน้ำตาลออกจากร่างกาย ซึ่งอาจส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของไตลดลงและเสี่ยงไตวาย
    • จอประสาทตาเสื่อม โรคเบาหวานจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงอาจทำลายหลอดเลือดในจอประสาทตา ส่งผลให้จอประสาทตาเสื่อม ตาพร่ามัว และเสี่ยงตาบอดได้
    • ปัญหาสุขภาพผิว ระดับน้ำตาลในเลือดสูงอาจส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดไปหล่อเลี้ยงผิวหนังไม่ดี จึงอาจส่งผลให้เกิดปัญหาผิวหนังต่าง ๆ เช่น ผิวแห้งกร้าน อาการคัน และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่ผิวหนัง
    • โรคอัลไซเมอร์ เป็นผลมาจากการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ดี ที่ส่งผลให้น้ำตาลในเลือดสูงจนทำลายหลอดเลือดในสมองทำให้สมองขาดเลือด นำไปสู่การเกิดปัญหาด้านการจดจำ ขาดสมาธิ และเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์

    สำหรับสตรีตั้งครรภ์ โรคเบาหวานอาจส่งผลให้เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ ทารกเจริญเติบโตมากเกินไป ทำให้คลอดลำบากและอาจจำเป็นต้องผ่าคลอด อีกทั้งยังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อทารกเสียชีวิตในครรภ์ได้

    ป้องกันเบาหวาน ทำอย่างไรได้บ้าง

    การป้องกันเบาหวาน อาจทำได้ดังนี้

    • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

    เพื่อช่วยกระตุ้นการผลิตอินซูลินและช่วยลดภาวะดื้ออินซูลินซึ่งอาจช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เพิ่มความแข็งแรงของอวัยวะส่วนต่าง ๆ เช่น แขน ขา และอาจช่วยควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคอ้วน โดยการออกกำลังกายสำหรับการป้องกันเบาหวานอาจแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่

    1. การออกกำลังกายระดับปานกลาง เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน วิ่งเหยาะ โดยควรปฏิบัติอย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์ หรือประมาณวันละ 30 นาที
    2. การออกกำลังกายที่มีแรงต้าน เช่น ยกน้ำหนัก โยคะ โดยควรปฏิบัติอย่างน้อย 2-3 ครั้ง/สัปดาห์
    3. การออกกำลังกายเบา ๆ เช่น การทำงานบ้าน การลุกขึ้นยืน การเดินขึ้นลงบันได เพื่อให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวและขยับเขยื้อนมากขึ้น
    • รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

    ควรเน้นการรับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืช และอาหารที่มีไขมันต่ำและมีไขมันดีสูง เช่น มะเขือเทศ กะหล่ำ คะน้า แตงกวา ผักกาดแก้ว ถั่วฝักยาว ส้ม ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ อัลมอนด์ อะโวคาโด ปลาแซลมอน ปลาทู ถั่วเหลือง เนื้อสัตว์ไร้ไขมัน น้ำมันมะกอก น้ำมันดอกทานตะวัน ซึ่งอาจมีส่วนช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลจากอาหารเข้าสู่กระแสเลือด และช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด

    • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารไม่ดีต่อสุขภาพ

    ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพและอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น ข้าวขาว ขนมปังขาว ชีส เนย มันฝรั่ง ข้าวโพด ขนมหวาน อาหารแปรรูป เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำผลไม้ น้ำอัดลม เพื่อป้องกันไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงที่อาจนำไปสู่โรคเบาหวานได้

    นอกจากนี้ สำหรับผู้ป่วยเบาหวานควรป้องกันเบาหวานไม่ให้แย่ลงโดยปฏิบัติตามแผนการรักษาโรคเบาหวานของคุณหมออย่างเคร่งครัด เช่น ใช้อินซูลิน ยาลดน้ำตาลในเลือดหรือยารักษาเบาหวาน เช่น ยาเมตฟอร์มิน (Metformin) ที่ช่วยปรับปรุงความไวต่ออินซูลิน ยากลุ่มดีพีพี-4 อินฮิบิเตอร์ (DPP-4 Inhibitors) เพื่อช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และยากลุ่มซัลโฟนิลยูเรีย (Sulfonylurea) ที่ช่วยกระตุ้นการผลิตอินซูลิน และเข้ารับการตรวจสุขภาพกับคุณหมอเป็นประจำเพื่อติดตามผลการรักษา

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    แหล่งที่มา

    Early Signs and Symptoms of Diabetes. https://www.webmd.com/diabetes/guide/understanding-diabetes-symptoms. Accessed November 03, 2022

    Diabetes. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/diabetes/symptoms-causes/syc-20371444. Accessed November 03, 2022

    Diabetes Symptoms. https://www.cdc.gov/diabetes/basics/symptoms.html. Accessed November 03, 2022

    Symptoms-Type 2 diabetes. https://www.nhs.uk/conditions/type-2-diabetes/symptoms/. Accessed November 03, 2022

    Diabetes treatment: Using insulin to manage blood sugar. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/diabetes/in-depth/diabetes-treatment/art-20044084. Accessed November 03, 2022

    Diabetes prevention: 5 tips for taking control. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/type-2-diabetes/in-depth/diabetes-prevention/art-20047639. Accessed November 03, 2022

    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน แก้ไขล่าสุด 04/11/2022
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย พลอย วงษ์วิไล