สุขภาพ

สุขภาพ เป็นเรื่องสำคัญ เราจึงได้รวบรวมข้อมูลที่จะช่วยให้คุณดูแลสุขภาพได้ดียิ่งขึ้นไว้ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารสุขภาพ ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป และอื่น ๆ อีกมากมาย หากคุณมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยคุณได้แน่นอน

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพ

โรคที่มากับน้ำท่วม มีอะไรบ้าง? เช็กอาการและวิธีป้องกัน

น้ำท่วมไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะบ้านเรือนและทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพหลายชนิด เพราะน้ำท่วมขังอาจปนเปื้อนสิ่งปฏิกูล ขยะ เชื้อโรค และสารคัดหลั่งจากสัตว์ ขณะเดียวกันการต้องลุยน้ำ อยู่ในพื้นที่ชื้นแฉะ หรือใช้ชีวิตในพื้นที่พักพิงร่วมกับคนจำนวนมาก ก็อาจเพิ่มโอกาสเกิดโรคได้เช่นกัน น้ำท่วมขังอาจมีเชื้อโรคและสิ่งปฏิกูลปนเปื้อน จึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยไม่จำเป็น หากต้องลุยน้ำ ควรสวมรองเท้าบูทและล้างเท้าด้วยสบู่ จากนั้นเช็ดให้แห้ง ดื่มเฉพาะน้ำสะอาดและกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ระวังไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดน่อง ตาแดง ถ่ายเหลว หายใจเหนื่อย หรือแผลบวมแดง หลังน้ำลดควรกำจัดแหล่งน้ำขังเพื่อลดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และทำความสะอาดบ้านโดยใช้อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม 1. โรคฉี่หนู โรคฉี่หนู หรือ Leptospirosis เป็นโรคสำคัญที่ต้องระวังหลังสัมผัสน้ำหรือดินที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยเชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณที่มีบาดแผลหรือรอยถลอก รวมถึงเยื่อบุตา ปาก และจมูก อาการที่ควรระวัง ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อมาก โดยเฉพาะบริเวณน่องหรือหลัง ตาแดง คลื่นไส้ อาเจียน หากรุนแรงอาจมีตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะน้อย หรือซึมลง วิธีป้องกัน หลีกเลี่ยงการลุยน้ำหรือโคลนโดยไม่จำเป็น หากต้องลุยน้ำควรสวมรองเท้าบูท ปิดบาดแผลไม่ให้สัมผัสน้ำ และหลังขึ้นจากน้ำควรล้างเท้าหรือบริเวณที่สัมผัสน้ำด้วยสบู่และเช็ดให้แห้งทันที หากหลังลุยน้ำประมาณ 1–2 สัปดาห์ มีไข้สูงร่วมกับปวดศีรษะ ปวดน่องหรือหลัง ควรพบคุณหมอและแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วมด้วย 2. น้ำกัดเท้าและโรคผิวหนังจากน้ำท่วม การแช่เท้าหรือลุยน้ำเป็นเวลานานทำให้ผิวหนังเปื่อยและระคายเคือง รวมถึงอาจเพิ่มโอกาสเกิดปัญหาผิวหนังหรือติดเชื้อบริเวณเท้า […]

หมวดหมู่ สุขภาพ เพิ่มเติม

สำรวจ สุขภาพ

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

บาร์โฮส สวรรค์บนดินที่สาวขี้เหงาจ่ายได้เพื่อความสุข

“บาร์โฮส” สถานบริการที่ให้บริการสำหรับผู้หญิง กับพฤติกรรมการแสวงหาความสุขที่สังคมบางส่วนยังคงตั้งคำถามว่าเหมาะสมหรือไม่ แท้จริงแล้วมีอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังภาพลักษณ์อันฉาบฉวย หรือเป็นแค่บริการคลายเหงาให้สาวๆ ที่ต้องการเพื่อนร่วมดื่ม ร่วมคุยเพียงเท่านั้น วันนี้ Hello คุณหมอ จะพามาหาคำตอบกัน บาร์โฮส คืออะไร? บาร์โฮส เป็นบาร์ที่เปิดให้บริการคล้ายบาร์ทั่วๆไป โดยมีโฮส ทำหน้าที่เทคแคร์เอาใจลูกค้า หากคุณเข้าไปเที่ยวในนั้นรับรองได้เลยว่าจะได้รับการบริการจากหนุ่มโฮสเสมือนคุณเป็นเจ้าหญิงเลยล่ะ สุภาพ พูดเพราะ ปากหวาน เอาใจเก่ง แต่จะมี PR ของร้านหรือผู้จัดการเดินเข้ามาต้อนรับ เชียร์ให้ผู้ใช้บริการเปิดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นขวดในราคาหลายพันบาท รวมค่ามิกเซอร์ ไม่รวมค่าอาหารและค่าดื่ม จากนั้น PR พาลูกค้าไปเลือกเด็กโฮสเพื่อให้ลูกค้าเลือก หากถูกใจคนไหนก็จะเรียกมาให้บริการ ตามกฎทั่วไปแล้ว ลูกค้าจะต้องเหมาจ่าย 3 ดริงก์ ดริงก์ละ 350 บาท ซึ่งทางร้านจะหัก 30 บาท ส่วนอีก 320 บาท โฮสจะได้ไปโดยยังไม่รวมกับค่าทิป ยิ่งเปย์ ยิ่งฟิน มีความสุขทุกครั้งที่ได้เปย์ แน่นอนว่า สิ่งหนึ่งที่ทำให้หญิงสาวหลายคนชื่นชอบบาร์โฮสก็คือ บรรยากาศของร้านที่เต็มไปความสนุกสนาน ได้ผ่อนคลายความอึดอัดเคร่งเครียดจากการทำงาน โดยมีหนุ่มหล่อที่ลูกค้าเลือกมานั่งเป็นเพื่อนคุย เพื่อนดื่ม ดูแลเอาอกเอาใจ ให้ความบันเทิงแต่ลูกค้า […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

อาหารปิ้งย่าง ต้นเหตุมะเร็งร้าย แต่ใจก็อยากกิน

อย่างที่หลายๆ คนคงเคยได้ยิน หรือว่าพอจะทราบข้อมูลมาบ้างแล้วว่า การรับประทานอาหารปิ้ง ย่าง เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคมะเร็ง แต่หลายคนก็อาจจะยังมีข้อส่งสัยว่าแล้วการรับประทานอาหารปิ้งย่างนั้น ก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้อย่างไร วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ อาหารปิ้งย่าง ต้นเหตุมะเร็งร้าย พร้อมเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่กินอาหารปิ้งย่างอย่างไรให้ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งได้ อาหารปิ้งย่าง ส่งผลต่อโรคมะเร็งอย่างไร จากการศึกษาในปี 2010 โดยนักวิจัยของมหาวิทยาลัย Vanderbilt พบว่า การรับประทานเนื้อย่างนั้น ส่งผลต่อการเกิดโรคมะเร็ง โดยการย่างเนื้อแดง หรือการทำให้เนื้อสุกด้วยอุณหภูมิที่สูงด้วยวิธีการ อบ ย่าง ต้ม หรือทอด จะก่อให้เกิดสาร Heterocyclic Animes (HCAs) ซึ่งเป็นสารที่จะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งบางชนิด เช่น โรคมะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งต่อมลูกหมาก นอกจากนี้การปรุงอาหารด้วยความร้อนสูงยังก่อให้เกิดสารก่อมะเร็งที่เรียกว่า โพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (Polycyclic Aromatic Hydrocarbons ; PAHs) ซึ่งสาร PAHs เป็นสารเคมีที่โดยทั่วไปแล้วพบได้ในถ่านหรือน้ำมันซึ่งเกิดจากการเผาไหม้ เมื่อมีการปิ้งหรือย่างเนื้อ น้ำมันที่เกิดจากการย่างเนื้อ หยดลงบนถ่านหรือเชื้อเพลิง จึงเกิดเป็นควันลอยขึ้นในอากาศ ซึ่งควันเหล่านั้นมีการปนเปื้อนของสาร PAHs เมื่อสาร PAHs […]


การทดสอบทางการแพทย์

ชิลเบลนส์ (Chilblains) อาการคันตามมือเท้า ที่มาพร้อมอากาศหนาว

เคยเป็นกันไหมอยู่ๆ พออากาศเย็นก็รู้สึกคันตามมือ เท้า และผิวหนัง บางครั้งก็มีผื่นแดงเกิดขึ้นแถมยังมีอาการคันตามมา ทำให้รู้สึกรำคาญใจเป็นอย่างมาก ไม่เพียงเท่านั้นยังรู้สึกเจ็บปวดอีกด้วย ถ้าคุณกำลังเป็นเช่นนี้ นั่นอาจเป็นไปได้ว่าคุณกำลังเป็น ชิลเบลนส์ ก็เป็นได้ วันนี้ Hello คุณหมอ มีเรื่องเกี่ยวกับชิลเบลนส์มาฝากกัน [embed-health-tool-bmi] ทำความรู้จักกับชิลเบลนส์ ชิลเบลนส์ (Chilblains) เป็นแผลขนาดเล็กที่เกิดจากอาการอักเสบของเส้นเลือดเล็กๆ เมื่อสัมผัสกับอากาศเย็น มันมักจะทำให้รู้สึกเจ็บปวด คัน ทั้งยังส่งผลกระทบต่อผิวที่มือและเท้าของคุณ ทำให้เกิดอาการบวม หรือพองได้อีกด้วย โดยทั่วไปแล้วชิลเบลนส์จะหายได้เองภายใจ 1-3 สัปดาห์ถ้าอากาศอุ่นขึ้น แต่ก็สามารถเป็นซ้ำได้ตามฤดูกาล ชิลเบลนส์มักไม่ส่งผลให้เกิดอาการบาดเจ็บถาวร แต่สามารถนำไปสู่การติดเชื้อ และอาจจะรุนแรงมากขึ้นได้หากไม่ได้รับการรักษา สาเหตุของการเกิดชิลเบลนส์ ด้วยสภาพอากาศที่หนาวเย็นอาจทำให้หลอดเลือดเล็กๆ ใกล้ผิวหนังของคุณกระชับขึ้น เมื่อคุณรู้สึกอุ่นขึ้นหลอดเลือดเหล่านี้อาจจะขยายตัวเร็วเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดเลือดไหลรั่วเข้าไปในเนื้อเยื่อใกล้เคียงจนทำให้เกิดอาการบวมเกิดขึ้น ซึ่งอาการบวมนั้นจะทำให้เส้นประสาทในบริเวณที่ได้รับผลกระทบเกิดการระคายเคือง ทั้งยังทำให้เกิดอาการปวดได้อีกด้วย ความจริงแล้วแพทย์ก็ยังไม่ชี้ชัดว่า ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ แต่มันอาจจะเกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาที่ผิดปกติต่อการสัมผัสอาการเย็นและอากาศอุ่นได้ เมื่อเป็นชิลเบลนส์จะมีอาการเป็นอย่างไร เมื่อคุณเป็นชิลเบลนส์จะมีอาการต่างๆ เหล่านี้เกิดขึ้น มีผื่นสีแดงบริเวณเล็กๆ เกิดขึ้นบนผิวหนัง โดยปกติแล้วผื่นมักจะขึ้นตามมือหรือเท้า มีแผลพุพอง หรือแผลผิวหนัง อาการบวมของผิวหนัง แสบร้อนบริเวณผิว การเปลี่ยนแปลงของสีผิว จากสีแดงกลายเป็นสีน้ำเงินเข้ม และมีอาการเจ็บปวด ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดชิลเบลนส์ แม้จะยังไม่สามารถชีชัดได้ว่า ชิลเบลนส์ สามารถพัฒนากลายเป็นโรคอะไรได้บ้าง แต่ก็มีปัจจัยเสี่ยงบางประการที่มีต้นเหตุมาจากชิลเบลนส์ นั่นก็คือ การใส่เสื้อผ้าที่แน่นจนเกินไป ผิวหนังสัมผัสกับอากาศที่เย็นและชื้น […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ก่อนจะ นอนกับแมว ทาสแมวควรรู้อะไรบ้าง

สัตว์เลี้ยงก็เหมือนกับสมาชิกในครอบครัวที่เราทุกคนต่างก็รัก และมอบความห่วงใยให้แก่กัน แต่แค่มีเบาะนอน หรือมีที่นอนสำหรับแมวแยกต่างหาก อาจจะยังไม่พอ พาเจ้าเหมียวไปนอนที่เตียงด้วยกันเลยดีกว่า จะได้เพิ่มความรักที่เปี่ยมล้นให้เจ้าแมวได้รับรู้ แต่เดี๋ยวก่อน… อย่าเพิ่งรีบร้อนเข้า นอนกับแมว หากคุณยังไม่ได้รับรู้ข้อควรระวัง และประโยชน์ของการนอนกับสัตว์เลี้ยง จากบทความนี้ของ Hello คุณหมอ [embed-health-tool-bmi] ประโยชน์ของการ นอนกับแมว ทาสแมวทั้งหลาย ต่างก็อยากที่จะมีช่วงเวลาอันสุดแสนจะอบอุ่นกับเจ้าเหมียวหรือนายท่านของบ้านด้วยกันทั้งนั้น และแน่นอนว่า นั่นรวมไปถึงการพาแมวไปนอนบนเตียงด้วย ซึ่งการนอนกับแมวนั้น ดร.สตีฟ เวนเบิร์ก (Dr. Steve Weinberg) ผู้ก่อตั้ง 911 VETS กล่าวว่า การนอนกับแมวช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ และยังอาจช่วยลดความเครียด หรือความวิตกกังวลที่คุณกำลังเผชิญอยู่ได้เป็นอย่างดี ความเสี่ยงของการนอนกับเจ้าเหมียว แม้การพาแมวเข้าไปนอนกับคุณบนเตียงด้วยจะมีส่วนช่วยในการผ่อนคลายความเครียดและความเหนื่อยล้าจากกิจกรรมและปัญหาในชีวิตประจำวัน แต่ในขณะเดียวกัน ไม่ควรลืมที่จะระวังว่า การพาสัตว์เลี้ยงเข้าไปนอนด้วยนั้น สามารถที่จะส่งผลเสียได้เช่นกัน ดังนี้ รบกวนการนอนหลับ คุณควรระลึกไว้เสมอว่าเจ้านายสุดน่ารักของคุณนั้น เอาแต่ใจแค่ไหน คุณไม่สามารถควบคุมการหลับหรือตื่น หรือแม้แต่การเคลื่อนไหวของแมวได้ ในขณะที่กำลังนอนหลับฝันหวาน เจ้าแมวอาจจะกระโดดมาทับหน้าคุณเพียงเพราะมันรู้สึกหิวและต้องการออกไปหาอะไรกิน ซึ่งนั่นอาจทำให้คุณต้องลุกขึ้นมากลางดึก และถ้าแมวทำให้คุณต้องลุกกลางดึกอยู่บ่อย ๆ ก็จะทำให้คุณพักผ่อนไม่เพียงพอ เรื่องของความสะอาด หากคุณเลี้ยงแมวไว้ในระบบเปิด เจ้าเหมียวอาจเที่ยวตระเวนไปในโลกกว้างตลอดทั้งวัน ซึ่งคุณไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่า แมวของคุณไปเล่นซนที่ไหนมาบ้าง เชื้อโรคและสิ่งสกปรกอาจจะยังติดอยู่ที่อุ้งเท้า หรือที่เล็บ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณได้ อาการภูมิแพ้และอาการหอบหืด เจ้าเหมียวสุดน่ารักที่คุณเลี้ยงดูมาอย่างถนุถนอม อาจชอบที่จะนอนทับอะไรนิ่ม ๆ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ตาพร่ามัวขณะปวดหัว อันตรายมากน้อยแค่ไหน?

อาการตาพร่านั้น เป็นปัญหาทางสายตาที่หลายคนล้วนเคยเป็นกันมาบ้าง ในช่วงเวลาที่เหนื่อยล้า หรืออ่อนเพลีย แต่ถ้าหากอาการตาพร่านั้นเกิดขึ้นจากอาการปวดศีรษะ นั่นถือเป็นสัญญาณอันตรายทางสุขภาพหรือเปล่า? มาหาคำตอบของ อาการ ตาพร่ามัวขณะปวดหัว กันได้ ที่บทความนี้ค่ะ [embed-health-tool-bmr] อาการตาพร่า เบลอ เกิดขึ้นจากอะไร เราทุกคนสามารถที่จะพบกับอาการทางสายตาที่เรียกว่า ตาพร่ามัว กันได้ทุกคน แม้แต่ตอนตื่นนอนใหม่ ๆ ก็สามารถมีอาการตาพร่า มองอะไรไม่ค่อยเห็น หรืออาจเป็นเพราะอายุที่มากขึ้น การสายตาสั้น ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น อย่างไรก็ตาม ยังมีอาการบางอย่างที่ส่งผลให้คุณมีอาการตาพร่า เบลอ ได้ นั่นคือ ระดับน้ำตาลในเลือด เมื่อระดับน้ำตาลภายในเลือดของคนเราสูงขึ้น ก็จะส่งผลต่อต่อการทำลายเส้นเลือดเล็ก ๆ ที่เรตินาในดวงตา ซึ่งทำหน้าที่ในการรับแสง ทำให้จอประสาทตาในเรตินาเกิดอาการบวม ส่งผลให้เกิดอาการตาเบลอขึ้นได้ โรคหลอดเลือดสมอง คุณสามารถที่จะสังเกตด้วยตนเองได้ว่าคุณเสี่ยง หรือมีอาการของโรคหลอดเลือดสมองหรือ โดยสังเกตได้จากสัญญาณของสุขภาพดวงตา หากจู่ ๆ คุณมีอาการเห็นภาพซ้อน ตาพร่า หรือเบลอแบบกะทันหัน โดยที่ไม่ได้มีอาการเจ็บปวดใด ๆ ในระหว่างนั้น อาจสันนิษฐานได้ว่า คุณอาจเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง สำหรับกรณีนี้ควรไปพบคุณหมอเพื่อรับการวินิจฉัยที่แน่นอน ภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ (Preeclampsia) คุณกำลังตั้งครรภ์อยู่หรือเปล่า? หากคุณกำลังตั้งครรภ์แล้วมีอาการตาพร่ามัวขึ้นมา นั่นอาจเป็นสัญญาณของภาวะครรภ์เป็นพิษ ซึ่งมีสาเหตุมาจากความดันโลหิตที่ขึ้นสูงในขณะตั้งครรภ์โดยที่ไม่เคยมีภาวะความดันโลหิตสูงมาก่อน โรคเอ็มเอส (MS) หรือ Multiple Sclerosis โรคเอ็มเอส คือโรคที่เกี่ยวกับอาการอักเสบของเส้นประสาท […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

คุณรู้จัก น้ำมูก ดีแค่ไหน มีอะไรที่เราควรรู้เกี่ยวกับน้ำมูกบ้าง

ทุกครั้งที่อากาศเริ่มเย็น หรืออากาศเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย หนึ่งในสัญญาณแรก ๆ เลย ที่จะแสดงอาการก็คือ อาการคัดจมูก และน้ำมูกไหล แล้วจึงตามมาด้วยอาการไข้หวัด แต่ทำไมแค่อากาศเย็นถึงทำให้น้ำมูกไหลได้ มีสาเหตุอื่นที่ทำให้ น้ำมูก ไหล ได้อีกหรือไม่ Hello คุณหมอ มีคำตอบมาให้แล้วค่ะ ทำไมคนเราถึงมี น้ำมูก (Snot or Nasal mucus) เมื่ออากาศเย็นเข้ามาเยือน ร่างกายของคนเราจะเสี่ยงต่อการเป็นหวัดมากขึ้น เพราะในช่วงที่อากาศเย็น จมูกและโพรงจมูกของคนเราจะมีความอ่อนไหวต่อเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส เมื่อเกิดการติดเชื้อ ร่างกายจะถูกกระตุ้นให้ปล่อยสารฮีสตามีน ซึ่งสารดังกล่าวจะทำให้เยื่อบุโพรงจมูกอักเสบ และผลิตน้ำมูกออกมา น้ำมูกที่ออกมาจำนวนมากนั้น จะทำให้เชื้อไวรัสและแบคทีเรียฝังตัวในเยื่อบุโพรงจมูกได้ยากขึ้น และการที่น้ำมูกไหลก็คือกระบวนการที่ร่างกายขับเอาแบคทีเรียและสิ่งที่ไม่จำเป็นออกจากจมูกและโพรงจมูก อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่เพียงอากาศเย็น หรือไข้หวัดเท่านั้นที่ส่งผลให้น้ำมูกไหล อาการแพ้ หรือโรคภูมิแพ้ ทั้งแพ้ไรฝุ่น แพ้ละอองเกสรดอกไม้ หรืออาการแพ้อื่น ๆ แม้แต่การร้องไห้ ก็มีส่วนที่ทำให้น้ำมูกไหลออกมาด้วยเช่นกัน น้ำมูกสีนี้หมายถึงอะไร น้ำมูกในจมูกของเราที่ไหลออกมาให้รำคาญใจอยู่นั้น รู้หรือไม่ว่ามีสีที่แตกต่างกัน และสีที่แตกต่างกันของน้ำมูก ก็ยังสามารถที่จะบอกถึงอาการทางสุขภาพอื่น ๆ ได้ ดังนี้ น้ำมูกมีสีแดง หากน้ำมูกมีสีแดง นั่นคือสัญญาณที่เตือนให้คุณทราบว่า ภายในจมูกของคุณนั้นมีอาการแห้ง ได้รับความระคายเคือง หรือเนื้อเยื่อในจมูกได้รับความเสียหาย และยังรวมถึงอาการแพ้ การติดเชื้อ […]


ข่าวสารสุขภาพทั่วไป

ราคาของความตาย ที่ต้องจ่ายเมื่อทำ การุณยฆาต

การุณยฆาต (Euthanasia หรือ Mercy Killing) เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เกิดขึ้นมาในสมัยนี้ เป็นธุรกิจบริการความตาย เมื่อเราพร้อมที่จะจากไป ไม่ต้องการใช้ชีวิตนี้แล้ว บริการนี้ก็จะทำให้เราจากโลกนี้ไปอย่างสงบ แต่อาจจะมีหลายๆ คนที่สงสัยว่า ราคาของความตาย ที่เราต้องจ่ายนั้น ราคาเท่าไร แล้วมีบริการอย่างไรบ้าง วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มาให้อ่านกันค่ะ การุณยฆาต คืออะไร การุณยฆาตเป็นการทำให้ตายด้วยความเต็มใจ เป็นการตายอย่างจงใจ ซึ่งผู้ที่จะเป็นคนทำคือแพทย์หรือผู้มีความชำนาญเฉพาะทางเท่านั้น ผู้ที่ต้องการทำการุณยฆาตจะเป็นใครก็ได้ อาจจะเป็นผู้ที่ต้องการจบชีวิตของผู้ป่วยที่ไม่ต้องการทนทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วย หรือผู้ที่ไม่ต้องการอยู่บนโลกใบนี้แล้ว โดยแพทย์อาจจะใช้วิธีการฉีดยา ให้ยา หรือวิธีการทำให้ตายในรูปแบบอื่นๆ ที่ไม่รุนแรงหรือวิธีการที่ทำให้ตายอย่างสะดวก และไม่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บ ซึ่งแบ่งวิธีการตาย 2 แบบคือ การให้สารหรือวัตถุใดๆ เพื่อเร่งให้ผู้ป่วยตาย (Active) หรือการหยุดการรักษาให้แก่ผู้ป่วย (Passive) ประเภทของการการุณยฆาต ที่แบ่งตามเจตจำนง ประเภทของการทำการุณยฆาต สามารถแบ่งออกได้ 2 ประเภท การการุณยฆาต นั้นคือการตายด้วยความสมัครใจ โดยการกระทำของแพทย์และผู้ป่วย ซึ่งจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ป่วยเพื่อยุติชีวิตอย่างเต็มใจ การุณยฆาตด้วยความสมัครใจ (Voluntary and Direct Euthanasia) หมายถึง การทำการุณยฆาตที่ผู้ป่วยได้แสดงเจตจำนงว่าต้องการที่จะยุติการมีชีวิตอยู่ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ลงมือทำการุณยาฆาตด้วยตัวเอง […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

เส้นเลือดที่มือปูด โปนออกมา เป็นเพราะอะไร

เคยเป็นไหม จะใส่เสื้อโชว์แขน เผยมืออย่างชัดเจน แต่ก็รู้สึกอาย เพราะ เส้นเลือดที่มือปูด ออกมาจนเห็นได้ชัด ปูดแค่ที่มือยังไม่พอ ยังเป็นทั้งที่แขน และที่ขาอีก เล่นเอาหมดความมั่นใจกันเลยทีเดียว ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น แล้วสภาวะเช่นนี้เกิดขึ้นจากอะไร สามารถรักษาให้หายได้หรือเปล่า Hello คุณหมอ มีคำตอบมาให้ทุกท่านแล้วค่ะ [embed-health-tool-heart-rate] เส้นเลือดที่มือปูด คืออะไร ลองก้มลองมองสังเกตที่มือของตัวเองดูว่า คุณสามารถที่จะมองเห็นเส้นเลือดได้ชัดเจนหรือไม่ มีเส้นเลือดปูดโปนออกมาที่หลังมืออย่างเห็นได้ชัดหรือเปล่า นั่นแหละคือสิ่งที่เรียกว่าเส้นเลือดที่มือปูด หรือเรียกกันอีกอย่างว่า หลอดเลือดขอด ลักษณะคล้ายกับอาการเส้นเลือดขอด โดยเส้นเลือดที่ปูดออกมานั้น คือ หลอดเลือดดำ แต่หลอดเลือดดำที่แขนและมือนั้น เป็นหลอดเลือดดำที่มีความแตกต่างจาก หลอดเลือดดำบริเวณต้นขา อย่างไรก็ตามอาการเส้นเลือดปูดนั้นไม่ได้มีแค่เพียงเฉพาะที่มือ แต่ยังสามารถเห็นได้ชัดที่แขน และต้นขาอีกด้วย สาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้เส้นเลือดที่มือปูด เส้นเลือดปูดนั้น ไม่ได้มีสาเหตุมาจากภาวะของโรคใด ๆ แต่มีสาเหตุมาจากปัจจัยอื่น ๆ ที่ต่างกัน ดังนี้ อายุ หนึ่งในสาเหตุหลักของการมีเส้นเลือดที่มือปูดนั่นก็คืออายุที่มากขึ้น เมื่อสูงวัย หรือสูงอายุขึ้นผิวหนังของเราก็จะเริ่มบอบบางลง และสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้สามารถมองเห็นเส้นเลือดที่ฝ่ามือได้อย่างชัดเจน การออกกำลังกาย การออกกำลังกายเป็นประจำ เป็นเรื่องที่ดีต่อสุขภาพ ทำให้ร่างกายแข็งแรง แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เส้นเลือดปูดออกมาด้วย เนื่องจากการออกกำลังกายนั้นทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น เมื่อความดันโลหิตสูงขึ้น ก็จะไปดันให้หลอดเลือดเข้าใกล้ผิวหนังมากขึ้น และโดยปกติแล้ว หลังออกกำลังกายหรือใช้แรงอย่างหนักความดันโลหิตก็จะลดลงสู่ระดับปกติ หมายความว่าเส้นเลือดที่ปูดออกมานั้นก็ควรจะคืนสภาพปกติด้วย แต่สำหรับผู้ที่ออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาเป็นประจำจะทำให้เส้นเลือดปูดออกมาอย่างถาวร อากาศที่ร้อนจัด สภาพอากาศร้อน หรือสภาวะที่อุณหภูมิสูง […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

เล่นมือถือก่อนนอน ส่งผลอย่างไรต่อสุขภาพ

ในปัจจุบันนี้ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมือถือ แท็บเล็ต และอื่นๆ ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตของเรามากขึ้น แต่รู้หรือไม่ว่าการ เล่นมือถือก่อนนอน นั้น สามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราได้เช่นกัน ดังนั้นวันนี้ Hello คุณหมอ จึงมีเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกัน หาก เล่นมือถือก่อนนอน อาจทำให้คุณเกิดอาการเหล่านี้ รู้หรือไม่ว่าการเล่นมือถือก่อนนอนนั้น อาจทำให้เราเกิดอาการนอนไม่หลับได้ ทางที่ดีที่สุดคือ ก่อนเข้านอนนั้น คุณควรหยุดเล่นมือถือสัก 2-3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน ไม่อย่างนั้นอาจเกิดอาการเหล่านี้ได้ ใช้เวลาในการนอนหลับมากขึ้น เนื่องจากมือถือนั้นปล่อยแสงสีฟ้าออกมาจากหน้าจอ ซึ่งแสงนี้จะทำให้คุณเกิดอาการง่วงช้าลงไปอีก โดยใช้เวลาเฉลี่ยกว่า 10 นาทีกว่าจะนอนหลับได้ ดังนั้นลองหันไปอ่านหนังสือก่อนนอนแทนจะเป็นการดีกว่าการอ่านเรื่องราวหรือเล่นเกมบนโทรศัพท์มือถือ มีผลต่อสมอง มือถือถูกออกแบบมาเพื่อให้เราทำงานได้มากขึ้นและทำให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นแล้วยังสามารถให้ข้อมูลและความบันเทิงแก่เราได้อีกด้วย แต่เมื่อถึงเวลาเข้านอน สมองของเรานั้นต้องการการพักผ่อนมากกว่าที่จะต้องประมวลข้อมูลและความบันเทิงที่เราเสพผ่านมือถือก่อนเข้านอน เพราะเราใช้สมองมากพอแล้วในช่วงระหว่างวัน ทำให้นาฬิกาชีวภาพ (Circadian Clock Rhythm) ของคุณชะลอและยุ่งเหยิง นาฬิกาชีวภาพ หรือ Circadian Clock Rhythm ถือเป็นเรื่องที่สำคัญต่อสุขภาพที่ดีของเรา เนื่องจากมันส่งผลต่อระบบร่างกายเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอารมณ์ ความอยากอาหาร และเรื่องของน้ำหนัก เพราะฉะนั้นการเล่นมือถือก่อนนอนจะทำให้นาฬิกาชีวภาพของคุณยุ่งเหยิงได้ นอกจากนั้นยังส่งผลทำให้สมองของคุณสับสนอีกด้วย ระงับเมลาโทนิน (Melatonin) แสงสีฟ้า (Blue light) ที่ออกมาจากหน้าจอมือถือนั้น จะยับยั้งการสร้างเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมการนอนหลับ การตื่น และจังหวะการเต้นของหัวใจ […]


ข่าวสารสุขภาพทั่วไป

ไข้หวัดใหญ่ทำพิษ เด็กน้อยวัย 4 ขวบอาจ สูญเสียการมองเห็น

เมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา เจด เดอลูช่า (Jade DeLucia) เด็กน้อยวัย 4 ขวบ ที่ต้องต่อสู่กับโรคไข้หวัดใหญ่จนอาจจะทำให้ สูญเสียการมองเห็น มาเป็นระยะเวลานาน  ได้กลับบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรื่องราวทั้งหมดถูกเผยแพร่ เมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา โดย เจด เดอลูช่า (Jade DeLucia) เด็กน้อยวัย 4 ขวบ จากรัฐไอโอวา ต้องอยู่ในความดูแลที่เข้มงวดจากหน่วยดูแลผู้ป่วยหนัก หลังจากมีรายงานว่า ไข้หวัดใหญ่ที่แพร่ระบาดในพื้นที่ ส่งผลทำให้สมองของเธอพองตัว ทำให้เธอต้องพยายามต่อสู่อย่างหนักเพื่อชีวิตและการมองเห็นของเธอ โรงพยาบาลเด็กแห่งรัฐไอโอวาแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐไอโอวาซิตี้ เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลแรกที่ดูแลเจน ตัดสินใจส่งตัวเธอไปยังโรงพยาบาลเด็กของ University of Iowa Stead Family และได้รับการวินิจฉัยว่า ป่วยเป็นไข้หวัดเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม ตามข้อมูลจาก ดร.เจนนิเฟอร์ บราวน์ โฆษกของโรงพยาบาลไอโอวาซิตี แพทย์ได้กล่าวว่า โรคไข้หวัดที่เจดเป็นนั้นได้พัฒนากลายเป็นโรคแทรกซ้อนที่หายากมาก “สิ่งที่เกิดขึ้นเราคิดว่ามันคือโรคสมองอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นหลังจากการติดเชื้อไข้หวัด ซึ่งเป็นกระบวนการอักเสบที่สามารทำให้ตาบอดได้” ดร.อเล็กซ์ บาซุก กรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการแผนกประสาทวิทยากุมารเวชศาสตร์ของมหาวิทยาลัยกล่าว การอักเสบจากโรคสมองอักเสบสามารถทำให้ตาบอดได้ กรณีสุดท้ายที่เขาเห็นคือในปี […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน