สุขภาพ

สุขภาพ เป็นเรื่องสำคัญ เราจึงได้รวบรวมข้อมูลที่จะช่วยให้คุณดูแลสุขภาพได้ดียิ่งขึ้นไว้ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารสุขภาพ ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป และอื่น ๆ อีกมากมาย หากคุณมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยคุณได้แน่นอน

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพ

โรคที่มากับน้ำท่วม มีอะไรบ้าง? เช็กอาการและวิธีป้องกัน

น้ำท่วมไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะบ้านเรือนและทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพหลายชนิด เพราะน้ำท่วมขังอาจปนเปื้อนสิ่งปฏิกูล ขยะ เชื้อโรค และสารคัดหลั่งจากสัตว์ ขณะเดียวกันการต้องลุยน้ำ อยู่ในพื้นที่ชื้นแฉะ หรือใช้ชีวิตในพื้นที่พักพิงร่วมกับคนจำนวนมาก ก็อาจเพิ่มโอกาสเกิดโรคได้เช่นกัน น้ำท่วมขังอาจมีเชื้อโรคและสิ่งปฏิกูลปนเปื้อน จึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยไม่จำเป็น หากต้องลุยน้ำ ควรสวมรองเท้าบูทและล้างเท้าด้วยสบู่ จากนั้นเช็ดให้แห้ง ดื่มเฉพาะน้ำสะอาดและกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ระวังไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดน่อง ตาแดง ถ่ายเหลว หายใจเหนื่อย หรือแผลบวมแดง หลังน้ำลดควรกำจัดแหล่งน้ำขังเพื่อลดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และทำความสะอาดบ้านโดยใช้อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม 1. โรคฉี่หนู โรคฉี่หนู หรือ Leptospirosis เป็นโรคสำคัญที่ต้องระวังหลังสัมผัสน้ำหรือดินที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยเชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณที่มีบาดแผลหรือรอยถลอก รวมถึงเยื่อบุตา ปาก และจมูก อาการที่ควรระวัง ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อมาก โดยเฉพาะบริเวณน่องหรือหลัง ตาแดง คลื่นไส้ อาเจียน หากรุนแรงอาจมีตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะน้อย หรือซึมลง วิธีป้องกัน หลีกเลี่ยงการลุยน้ำหรือโคลนโดยไม่จำเป็น หากต้องลุยน้ำควรสวมรองเท้าบูท ปิดบาดแผลไม่ให้สัมผัสน้ำ และหลังขึ้นจากน้ำควรล้างเท้าหรือบริเวณที่สัมผัสน้ำด้วยสบู่และเช็ดให้แห้งทันที หากหลังลุยน้ำประมาณ 1–2 สัปดาห์ มีไข้สูงร่วมกับปวดศีรษะ ปวดน่องหรือหลัง ควรพบคุณหมอและแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วมด้วย 2. น้ำกัดเท้าและโรคผิวหนังจากน้ำท่วม การแช่เท้าหรือลุยน้ำเป็นเวลานานทำให้ผิวหนังเปื่อยและระคายเคือง รวมถึงอาจเพิ่มโอกาสเกิดปัญหาผิวหนังหรือติดเชื้อบริเวณเท้า […]

หมวดหมู่ สุขภาพ เพิ่มเติม

สำรวจ สุขภาพ

การทดสอบทางการแพทย์

ทดสอบสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (Exercise Stress Test)

การตรวจสุขภาพเป็นสิ่งที่ทุกคนล้วนต้องตระหนัก โดยเฉพาะการตรวจสุขภาพหัวใจ เนื่องจากหัวใจเป็นอวัยวะสำคัญที่คอยเชื่อมกับระบบการทำงานต่าง ๆ ภายในเอาไว้ด้วยกัน วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขอนำความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับการ ทดสอบสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย ที่เป็นอีกเทคนิคทางการแพทย์ ช่วยวัดประสิทธิภาพของหัวใจ มาฝากกันค่ะ การ ทดสอบสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย คืออะไร การทดสอบสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (Exercise Stress Test : EST) เป็นการทดสอบอัตราการเต้นของหัวใจของคุณว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ มีอาการผิดปกติใด ๆ หรือไม่ แต่ในการทดสอบนี้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะให้คุณออกกำลังกายในรูปแบบต่าง ๆ ร่วมด้วย เช่น วิ่ง เดินลู่วิ่ง ใช้เครื่องปั่นจักรยาน ประมาณ 10-15 นาทีด้วยกัน โดยอาจมีพัก 3 นาที เพื่อตรวจสอบการหายใจ ในช่วงที่คุณออกกำลังกายเพื่อทดสอบสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย แพทย์จะติดอุปกรณ์ทดสอบที่เรียกกว่า แผ่นอิเล็กโทรดที่เชื่อมโยงกับหน้าจอแสดงผล ตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น แขน ขา หน้าอก เพื่อให้เห็นอัตราการเต้นของหัวใจ และบันทึกกราฟ หรือตัวเลขเอาไว้ให้เป็นข้อมูล […]


การทดสอบทางการแพทย์

เช็กสุขภาพหัวใจ ด้วย การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง

บทความนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนมาวัดประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจ ด้วย การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Echocardiogram) หรือที่เรียกว่า เอคโค (Echo) เพื่อที่เราจะได้ป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้อย่างทันท่วงที ว่าแต่ รายละเอียดเรื่องนี้จะมีอะไรบ้าง ติดตามอ่านได้ในบทความนี้ค่ะ เช็กสุขภาพหัวใจ ด้วยการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Echocardiogram) หรือที่เรียกว่า เอคโค (Echo) คือการใช้หัวตรวจ ลักษณะเป็นหัวแหลม ๆ กดบริเวณหน้าอก เพื่อส่งคลื่นความถี่สูงไปยังบริเวณหน้าอก จนเกิดสัญญาณสะท้อนกลับแสดงเป็นภาพประมวลผลต่าง ๆ โดยภาพดังกล่าวจะแสดงถึงประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจ เช่น ขนาดและรูปร่างของหัวใจ  การบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ ประสิทธิภาพการทำงานของลิ้นหัวใจ ปัญหาเกี่ยวกับเยื่อหุ้มหัวใจ ระบบไหลเวียนเลือดในหัวใจ ขั้นตอนการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ขั้นตอนการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงผ่านทางผนังหน้าอก (Trans Thoracic Echocardiogram หรือ TEE) เป็นวิธีการตรวจที่ได้รับมาตฐานและนิยมใช้มากที่สุด โดยมีขั้นตอนการตรวจดังนี้  แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้ป่วยถอดเสื้อผ้าตั้งแต่ช่วงเอวขึ้นไป และติดเครื่องมือทางการแพทย์อิเล็กโทรด (Electrodes) ไว้บนร่างกาย  จากนั้น แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญจะทาเจลหล่อลื่นบนร่างกาย และนำทรานสดิวเซอร์ (Transducer) เคลื่อนไปยังตำแหน่งต่าง ๆ บริเวณหน้าอก เพื่อบันทึกภาพคลื่นเสียงสะท้อนจากหัวใจออกมาเป็นภาพ ระหว่างการทดสอบเราอาจได้ยินเสียง “หวือ” ซึ่งเป็นเสียงอัลตราซาวน์ที่บันทึกเลือดที่ไหลผ่านหัวใจ […]


ขั้นตอนทางการแพทย์และการผ่าตัด

วิธี ฉีดอินซูลินด้วยปากกา สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

บทความนี้ Hello คุณหมอ นำวิธี ฉีดอินซูลินด้วยปากกา มาฝากผู้ป่วยโรคเบาหวาน กันค่ะ เพื่อที่ผู้ป่วยจะได้ศึกษาถึงวิธีการฉีดอินซูลิน และการดูแลตนเองอย่างถูกต้องและถูกวิธี เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ แต่จะมีวิธีอย่างไรบ้าง ติดตามอ่านได้ในบทความนี้เลยค่ะ  ทำความรู้จัก การ ฉีดอินซูลินด้วยปากกา (Insulin injection) ผู้ป่วยโรคเบาหวานจำเป็นต้องฉีดอินซูลิน เนื่องจากร่างกายไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) ที่ทำหน้าที่ควบคุมน้ำตาลในเลือดจากตับอ่อนได้ การฉีดอินซูลินด้วยปากกาเป็นอีกหนึ่งวิธีในการรักษาของผู้ป่วยเบาหวาน ซึ่งสะดวกและสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ด้วยตนเอง โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ ปากกาอินซูลินประเภทใช้แล้วทิ้ง ประกอบด้วยตลับอินซูลินที่บรรจุไว้ล่วงหน้า เมื่อใช้แล้วหน่วยปากกาทั้งหมดจะหายไป ไม่สามารถนำปากกากลับมาใช้ซ้ำอีกได้ ปากกาอินซูลินประเภทใช้ซ้ำได้ ประกอบด้วยตลับอินซูลินที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ เมื่อใช้อินซูลินหมดหลอดสามารถเปลี่ยนอินซูลินหลอดใหม่ใช้ได้ อย่างไรก็ตาม ก่อนการฉีดควรศึกษาถึงข้อมูลและวิธีการใช้อย่างละเอียด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน  วิธี ฉีดอินซูลินด้วยปากกาสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน  บริเวณที่ดีที่สุดในการฉีดอินซูลินด้วยปากกา คือ บริเวณหน้าท้อง เพราะสามารถดูดซึมตัวยาได้เร็วกว่าบริเวณส่วนอื่น ๆ เช่น ต้นขา บั้นท้าย เป็นต้น และที่สำคัญควรฉีดห่างจากบริเวณสะดือประมาณ 1 นิ้ว โดยมีวิธีดังต่อไปนี้ หากอินซูลินขุ่นควรทำให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อน โดยการนำมาแกว่งกลิ้งบนฝ่ามือ ทดสอบเข็ม ควรไล่อากาศ หมุนไปที่หมายเลข 2 และกดจนเห็นตัวยาออกจากเข็ม ปรับขนาดยาตามที่แพทย์สั่ง หลังจากนั้นแทงเข็มตั้งฉากกับผิวหนัง 90 องศา กดยาลงไปมิดเข็มแล้วนับ 1-10 […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ใบหน้าไม่สมมาตร จนขาดความมั่นใจ เกิดมาจากสาเหตุใด

หากคุณส่องกระจกแล้วสังเกตว่าใบหน้าของตนเองเหมือนมีลักษณะไม่เท่ากัน นั่นอาจหมายความว่า คุณกำลังเผชิญกับปัญหา ใบหน้าไม่สมมาตร อยู่ก็ได้ แต่ไม่ต้องวิตกไปค่ะ เพราะโดยปกติปัญหานี้ไม่ทำให้เกิดอันตรายใด ๆ หากคุณคิดว่าสิ่งนี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่คุณเป็นอันพึงพอใจอยู่แล้ว ก็อาจไม่จำเป็นต้องรับการแก้ไขใด ๆ นอกเสียจากว่าปัญหานี้จะส่งผลข้างเคียงบางอย่างที่นำไปสู่อันตรายเกิดขึ้น ใบหน้าไม่สมมาตร เป็นอย่างไร ใบหน้าไม่สมมาตร หรือ ใบหน้าไม่เท่ากัน คือปัญหาความไม่สมดุลกันของจุดหลักต่าง ๆ บนใบหน้า เช่น บริเวณกึ่งกลางหน้าผากจรดคางด้านล่างไม่เท่ากันเป็นแกนเอียง ริมฝีปากและเปลือกตาทั้งสองข้างเหลื่อมกัน หากเป็นในกรณีเล็กน้อยที่ไม่ส่งผลทำให้เกิดอาการเจ็บปวดขณะขยับใบหน้ามากนัก ก็อาจไม่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม การมีลักษณะ ใบหน้าไม่เท่ากัน ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนว่า คุณกำลังเสี่ยงเข้าสู่ภาวะร้ายแรงร่วมอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็น โรคหลอดเลือดสมอง หรืออัมพาตแบบเบลล์ (Bell’s paly) ดังนั้น ทางที่คุณควรกระทำคือการเข้ารับการตรวจและปรึกษาแพทย์ในทันที เพราะหากปล่อยไว้เป็นเวลานานอาจทำให้ใบหน้าของคุณสามารถขยับไปมาได้น้อยลง จนทำให้ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างยากลำบาก สาเหตุหลัก ที่ส่งผลให้ใบหน้าไม่สมมาตร นอกเหนือจาก อัมพาตเบลล์และโรคหลอดเลือดสมองแล้ว ยังมีสาเหตุอื่น ๆ ที่อาจทำให้คุณเผชิญกับปัญหา ใบหน้าไม่เท่ากัน ได้ ดังต่อไปนี้ พันธุกรรม การมี ใบหน้าไม่เท่ากัน อาจเป็นผลจากพันธุกรรมที่ได้รับมาจากบุคคลในครอบครัวที่มีประวัติใบหน้าไม่สมมาตรได้ อายุที่มากขึ้น จากการศึกษาหนึ่งในปี พ.ศ. 2561ได้นำอาสาสมัครทั้ง 200 คน เพื่อค้นหาความเชื่อมโยงระหว่างอายุที่มากขึ้น และใบหน้าสมมาตร โดยผลลัพธ์ออกมาว่า […]


อาการของโรค

ไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal Disease)

ไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal Disease) คือ โรคติดต่อจากเชื้อแบคทีเรียบริเวณเยื่อหุ้มสมอง ที่มีชื่อเรียกว่า “ไนซีเรีย เมนิงไจทิดิส (Neisseria Meningitidis)” โดยแพร่กระจายเชื้อโรคผ่านสารคัดหลั่ง ส่งผลให้ผู้ป่วยมีไข้สูง มีผื่นขึ้นตามร่างกาย และบางรายอาจมีอาการคอแข็ง คำจำกัดความ ไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal Disease)  คืออะไร ไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal Disease) คือ โรคติดต่อจากเชื้อแบคทีเรียบริเวณเยื่อหุ้มสมอง ที่มีชื่อเรียกว่า “ไนซีเรีย เมนิงไจทิดิส (Neisseria Meningitidis)” โดยแพร่กระจายเชื้อโรคผ่านสารคัดหลั่ง ส่งผลให้ผู้ป่วยมีไข้สูง มีผื่นขึ้นตามร่างกาย และบางรายอาจมีอาการคอแข็ง หลังแอ่น  อย่างไรก็ตาม โรคไข้กาฬหลังแอ่น จัดเป็นโรคที่อันตราย เพราะระยะการติดเชื้อนั้นรวดเร็วมาก หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้   พบได้บ่อยเพียงใด โรคไข้กาฬหลังแอ่นสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกเพศทุกวัย แต่มักพบในทารก เด็ก และวัยรุ่น อาการอาการของ โรคไข้กาฬหลังแอ่น ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีลักษณะอาการที่แตกต่างกันออกไปตามบริเวณที่ติดเชื้อ ดังต่อไปนี้  มีไข้สูงกะทันหัน ปวดศีรษะรุนแรง  คอแข็ง คลื่นไส้และอาเจียน ปวดตามบริเวณข้อ  มีอาการมึนงง  ตาไวต่อแสง มีผื่นบริเวณผิวหนัง ลักษณะออกสีม่วงอมแดง (เลือดคลั่งในผิวหนัง) หายใจหอบ ควรไปพบหมอเมื่อใด หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใด ๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ สาเหตุสาเหตุของโรคไข้กาฬหลังแอ่น โรคไข้กาฬหลังแอ่นมีสาเหตุมาจากการที่ผู้ป่วยเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อเรียกว่า “ไนซีเรีย เมนิงไจทิดิส […]


อาการของโรค

ไข้ชัก (Febrile Convulsion)

ไข้ชัก  (Febrile Convulsion) คืออาการชักจากไข้ ที่เกิดในเด็กที่มีอายุระหว่าง 3 เดือน ถึง 3 ปี โดยส่วนใหญ่มีไข้สูงถึง 39-40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการชัก แขนและขากระตุก เป็นต้น คำจำกัดความไข้ชัก  (Febrile Convulsion) คืออะไร ไข้ชัก (Febrile Convulsion) คืออาการชักจากไข้ ที่เกิดในเด็กที่มีอายุระหว่าง 3 เดือน ถึง 3 ปี โดยส่วนใหญ่มีไข้สูงถึง 39-40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการชัก แขน และขากระตุก เป็นต้น พบได้บ่อยเพียงใด อาการ โรคไข้ชัก มักเกิดขึ้นบ่อยในเด็กที่มีอายุระหว่าง 3 เดือน ถึง 3 ปี และในช่วงอายุ 12-18 เดือน อาการอาการของ โรคไข้ชัก อาการทั่วไปของ โรคไข้ชัก แบ่ง ออกเป็น 2 ประเภท ดังต่อไปนี้  อาการชักจากไข้แบบธรรมดา  แขนและขากระตุก ไม่สนองต่อสิ่งเร้า อารมณ์แปรปรวน  อาการชักจากไข้แบบซับซ้อน แขนและขากระตุก  แขนและขาอ่อนแรง ควรไปพบหมอเมื่อใด หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใด ๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

แฟเบร (Fabry Disease) โรคทางพันธุกรรม ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย

โรคแฟเบร นับว่าเป็นโรคที่ค่อนข้างพบได้ยาก เนื่องจาก แฟเบร เป็นโรคทางพันธุกรรมที่ไม่สามารถคาดเดาว่าจะเกิดขึ้นกับบุคคลใดได้ จนกว่าจะเข้ารับการตรวจจากแพทย์ หรือเริ่มมีอาการเผยออกมาอย่างชัดเจน บทความนี้ของ Hello คุณหมอ จึงขอนำความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ โรคแฟเบร มาฝากทุกคน   คำจำกัดความแฟเบร คืออะไร แฟเบร (Fabry Disease) คือ โรคหายากที่ถูกถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรมของคนในครอบครัว เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีน นำไปสู่ภาวะการขาดเอนไซม์บางชนิด ที่สามารถสร้างความเสียหายให้แก่อวัยวะภายใน เช่น หัวใจ ปอด ไต ช่องท้อง ระบบประสาท และสมอง และปรากฏอาการแทรกซ้อนอย่างรุนแรง จนนำไปสู่การเสียชีวิตได้ พบได้บ่อยเพียงใด โรคแฟเบรอาจพบได้ทั้งในเพศชาย และเพศหญิงทุกวัย และกลุ่มชาติพันธุ์ โดยส่วนใหญ่ ผู้ชายมักได้รับผลกระทบต่อสุขภาพที่รุนแรงกว่า แต่ผู้หญิงที่อยู่ในช่วงอายุ 30-44 ปี มักเกิดอาการที่ส่งผลกระทบต่อไต หัวใจ และสมอง มากกว่า อาการอาการของโรคแฟเบร โรคแฟเบร มีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท โดยในแต่ละประเภทมักมีอาการที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้ แฟเบรประเภทที่ 1 ปวดแสบปวดร้อน ร่างกายผลิตเหงื่อน้อย หรือไม่ผลิตเหงื่อ มีผื่นสีม่วง แดง นูนขึ้นเล็กน้อยระหว่างสะดือ และหัวเข่า ผื่นบนผิวหนัง มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร เช่น แก๊สในกระเพาะ อาการท้องร่วง ปัญหาเกี่ยวกับกระจกตา อ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ แขน […]


ขั้นตอนทางการแพทย์และการผ่าตัด

การผ่าตัดขากรรไกร เพื่อปรับสมดุลของใบหน้า มีข้อดีอย่างไรบ้าง

ใบหน้าเป็นสิ่งหนึ่งที่คนทั่วไปมักมองเห็นเด่นชัดเป็นอันแรก ความสวยงามของใบหน้าและโครงรูปหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญที่หลายคนให้ความสนใจ ในปัจจุบันจึงมีเทคนิคการแก้ไขปัญหาใบหน้าด้านต่าง ๆ เพื่อช่วยปรับโครงหน้าให้สำหรับผู้ที่ขาดความมั่นใจตนเองและมีจุดประสงค์อยากจะดูดีขึ้น อย่าง การผ่าตัดขากรรไกร หรือ การผ่าตัดกราม ที่ทาง Hello คุณหมอ ได้นำความรู้เบื้องต้นมาฝากทุกคนในวันนี้ค่ะ ทำความรู้จักกับ การผ่าตัดขากรรไกร การผ่าตัดขากรรไกร (Jaw surgery) หรือ การผ่าตัดกราม เป็นการผ่าตัดที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับกระดูกขากรรไกร และแก้ไขปัญหาความผิดปกติส่วนกราม เช่น การบดเคี้ยวอาหารของฟันกรามที่ไม่สัมพันธ์กัน อาการปวดบริเวณข้อต่อของขากรรไกร โดยที่การผ่าตัดขากรรไกรนี้เป็นการผ่าตัดที่สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่ในช่วงอายุตั้งแต่ 14 ปีขึ้นไป สิ่งที่สำคัญก่อนได้รับการผ่าตัด ทันตแพทย์อาจจำเป็นต้องทำการเอกซเรย์ให้เห็นโครงสร้างทั้งหมดภายในช่องปากคุณอย่างละเอียด เพื่อประเมินและวางแผนการรักษา และเลือกเทคนิคการผ่าตัดที่เหมาะสม ซึ่งเทคนิคการผ่าตัดขากรรไกรมีอยู่ด้วยกัน 3 รูปแบบด้วยกัน ดังนี้ การผ่าตัดขากรรไกรบน (Maxillary) การผ่าตัดขากรรไกรล่าง (Mandibular) การผ่าตัดทั้งขากรรไกรบนและล่าง (Bimaxillary) นอกจาก การผ่าตัดกราม 3 รูปแบบข้างต้นแล้ว ยังมีการผ่าตัดขากรรไกรที่เกี่ยวข้องกับการศัลยกรรมร่วมด้วย นั่นคือ การเสริมคาง โดยเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยแก้ไขปัญหาส่วนคางที่ถอยร่น ให้ยื่นไปด้านหน้าเล็กน้อยตามองศาที่เหมาะสมกับขากรรไกรล่าง แต่เทคนิคนี้อาจใช้ได้กับแค่ผู้ป่วยบางกรณีเท่านั้น ไม่สามารถนำมารักษา หรือแก้ไขปัญหาเกี่ยวข้องกับการบดเคี้ยวได้ทั้งหมด ข้อดีของการผ่าตัดขากรรไกร บางครั้ง การผ่าตัดกราม อาจจำเป็นต้องทำร่วมกับการจัดฟัน สำหรับกรณีที่บุคคลนั้นมีลักษณะโครงสร้างฟันยื่นออกมามากเกินไป แต่หากเป็นกรณีสำหรับบุคคลทั่วไป การผ่าตัดกรามก็อาจเป็นอีกทางออกของการแก้ปัญหาด้านอื่น ๆ ที่เชื่อมโยงกับกระดูกส่วนกราม เพื่อช่วยส่งเสริมสุขภาพช่องปากต่าง […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

สูญเสียการทรงตัว สัญญาณเตือนทางสุขภาพ มีสาเหตุมาจากอะไร

หากวันใดวันนึงคุณรู้สึกว่าการเคลื่อนไหวของคุณมีความผิดปกติต่างไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นการยืน เดิน วิ่ง ที่อาจทำให้ สูญเสียการทรงตัว หรืออ่อนแรงลง โปรดหยุดพักทำกิจกรรมทุกอย่างในทันที และมาร่วมศึกษาเกี่ยวกับอาการดังกล่าวได้ในบทความของ Hello คุณหมอ นี้ เพื่อทราบสาเหตุ รวมถึงการป้องกันตนเองเบื้องต้น ไปพร้อม ๆ กันค่ะ สาเหตุหลัก ที่ทำให้เรา สูญเสียการทรงตัว การสูญเสียการทรงตัว ถือว่าเป็นปัญหาที่ค่อนข้างส่งผลกระทบอย่างมากต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยส่วนใหญ่มักเกิดมาจากสาเหตุหลักต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ 1. โรคเส้นประสาทการทรงตัวในหูอักเสบ (Vestibular neuritis) ปัญหาสูญเสียการทรงตัว อาจเกิดจากการติดเชื้อของไวรัสที่เข้าไปทำลายเส้นประสาทส่วนหูชั้นใน จนคุณเสียสมดุลระหว่างเคลื่อนไหว อย่างไรก็ตาม อาการดังกล่าวนี้อาจหายไปได้เองโดยไม่จำเป็นต้องรักษา แต่หากคุณมีความกังวลถึงอันตรายอื่น ๆ เพิ่มเติม สามารถเข้าขอรับการรักษาจากแพทย์ได้ในทันทีโดยไม่ต้องรอ  2. โรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน (Benign paroxysmal positional vertigo ; BPPV) เมื่อมีการก่อตัวของผลึกแคลเซียม หรือหินปูนเข้าไปเกาะในส่วนของหูชั้นในที่หนาจนเกินไป บางครั้งก็อาจสามารถทำให้คุณเกิด ปัญหาสูญเสียการทรงตัว เสียสมดุลทางด้านการเคลื่อนไหว เวียนศีรษะ ภาวะนี้เป็นโรคที่พบได้บ่อยมากที่สุดในช่วงวัยผู้ใหญ่ 3. โรคเมเนียส์ (Meniere’s disease) หลายคนอาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว ถึงโรคเมเนียส์ หรือโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ที่ส่งผลทำให้คุณมีอาการวิงเวียนศีรษะอย่างกะทันหันรุนแรง สูญเสียการทรงตัว และการได้ยิน […]


อาการของโรค

ไฮโปไทรอยด์ (Hypothyroidism)

ไฮโปไทรอยด์ (Hypothyroidism) คือ ภาวะที่ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนที่สำคัญออกมาไม่เพียงพอ โดยต่อมไทรอยด์นี้ตั้งอยู่บริเวณส่วนด้านล่างลำคอ ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนเข้าไปในกระแสเลือด คำจำกัดความ ไฮโปไทรอยด์ (Hypothyroidism)  คืออะไร ไฮโปไทรอยด์ (Hypothyroidism) คือ ภาวะที่ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนที่สำคัญออกมาไม่เพียงพอ โดยต่อมไทรอยด์นี้ตั้งอยู่บริเวณส่วนด้านล่างลำคอ ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนเข้าไปในประแสเลือด  อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่า โรคไฮโปไทรอยด์ส่งผลกระทบต่อทุกส่วนของร่างกายตั้งแต่หัวใจไปยังสมอง และจากกล้ามเนื้อไปถึงผิวหนัง ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการดังต่อไปนี้ ปวดข้อ ภาวะอ้วน ภาวะมีบุตรยาก โรคหัวใจ  พบได้บ่อยเพียงใด ภาวะไฮโปไทรอยด์ สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย  แต่มักพบในผู้สูงอายุเพศหญิงที่อายุ 60 ปี  อาการอาการ ภาวะไฮโปไทรอยด์ ในช่วงแรกผู้ป่วยที่อยู่ใน ภาวะไฮโปไทรอยด์ อาจไม่มีอาการแสดงให้เห็น แต่จะรู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย น้ำหนักเพิ่มขึ้น ซึ่งเราอาจคิดว่าเป็นแค่เพียงอาการอ่อนเพลียทั่วไป เราอาจจะเห็นสัญญาณและอาการที่ชัดเจนขึ้น โดยมีลักษณะดังต่อไปนี้  ท้องผูก  ผิวแห้ง น้ำหนักเพิ่มขึ้น หน้าบวม  เสียงแหบ ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้น กล้ามเนื้อมีอาการปวด กดเจ็บ และแข็งเกร็ง  มีอาการปวด แข็งเกร็ง หรือบวมที่ข้อต่อ  มีประจำเดือนมากกว่าปกติหรือผิดปกติ  ผมบาง หัวใจเต้นช้า ซึมเศร้า ความจำเสื่อม   กล้ามเนื้ออ่อนแรง ผมบาง ท้องบวมมาก  กรณีผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง หรืออยู่ในภาวะมิกซีดีมา (Myxedema) จะมีลักษณะอาการความดันโลหิตต่ำ อุณหภูมิในร่างกายลดลง ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ควรไปพบหมอเมื่อใด หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใด ๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ สาเหตุสาเหตุ ภาวะไฮโปไทรอยด์ สาเหตุส่วนใหญ่ของ ภาวะไฮโปไทรอยด์ เกิดจากการอักเสบของต่อมไทรอยด์ […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน