เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ไม่ว่าคุณจะตั้งเป้าหมายเพื่อลดน้ำหนัก เพิ่มน้ำหนัก หรือรักษาค่าดัชนีมวลกาย (ฺBMI) ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ก็ล้วนแล้วแต่ต้องใช้ความมุ่งมั่นทั้งสิ้น รับคำแนะนำเกี่ยวกับ เคล็ดลับโภชนาการที่ดี เพื่อช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายได้อย่างปลอดภัยและมั่นคงยิ่งขึ้น ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ทำไมบางวันนอนเต็มอิ่ม แต่สมองกลับไม่เต็มร้อย? รู้จัก “คาร์โนซีน” สารสำคัญที่หลายคนอาจมองข้าม

ในแต่ละวัน ร่างกายและสมองต้องทำงานอย่างหนักเพื่อรับมือกับภารกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานที่ต้องใช้สมาธิ ความแม่นยำ และการตัดสินใจอย่างต่อเนื่อง แต่หลายคนอาจเคยเผชิญกับอาการสมองล้า ซึ่งมี ความรู้สึกอ่อนล้า สมองไม่ปลอดโปร่ง หรือรู้สึกไม่พร้อมตั้งแต่เริ่มต้นวันใหม่ ทั้งที่นอนหลับมาเต็มอิ่มแล้วก็ตาม แม้การพักผ่อนและการออกกำลังกายจะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่การได้รับสารอาหารที่เหมาะสมก็มีบทบาทต่อการทำงานของร่างกายและสมองเช่นกัน หลายคนที่มีอาการสมองล้า อาจสงสัยว่าสมองล้า กินอะไรดีเพื่อช่วยให้ร่างกายกลับมาสดชื่นขึ้น ซึ่งหนึ่งในอาหารบำรุงสมองที่ได้รับความสนใจคือ "คาร์โนซีน (Carnosine)" ซึ่งพบได้ตามธรรมชาติในร่างกายและในอาหารบางประเภท โดยมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการทำงานของอวัยวะที่ต้องใช้พลังงานสูง เช่น สมองและกล้ามเนื้อ บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักว่าคาร์โนซีน คืออะไร มีความสำคัญต่อร่างกายอย่างไร รวมถึงบทบาทของวิตามินบี 12 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิตามินบำรุงสมองและสารอาหารสำคัญต่อระบบประสาทและการสร้างพลังงาน พร้อมแนะนำแหล่งอาหารที่สามารถได้รับสารอาหารเหล่านี้ เพื่อสนับสนุนความพร้อมของร่างกายและสมองในแต่ละวัน คาร์โนซีน สารอาหารที่พบในกล้ามเนื้อและสมอง คาร์โนซีนเป็นสารประเภทไดเปปไทด์ (Dipeptide) ที่เกิดจากการรวมตัวของกรดอะมิโน 2 ชนิด ได้แก่ เบต้า-อะลานีน (Beta-Alanine) และแอล-ฮีสติดีน (L-Histidine) สารชนิดนี้พบได้มากในเนื้อเยื่อที่มีการใช้พลังงานสูงของร่างกาย เช่น กล้ามเนื้อ สมอง และหัวใจ แม้ว่าร่างกายจะสามารถสังเคราะห์คาร์โนซีนได้เองตามธรรมชาติ แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ระดับคาร์โนซีนในร่างกายมีแนวโน้มค่อย ๆ ลดลง เราสามารถได้รับสารชนิดนี้เพิ่มเติมจากการรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เนื้อปลา และเนื้อสัตว์ปีก รวมถึงซุปไก่สกัดได้อีกด้วย[4] ด้วยเหตุที่คาร์โนซีนพบมากในอวัยวะที่ต้องทำงานหนักและใช้พลังงานต่อเนื่องอย่างสมองและกล้ามเนื้อ จึงทำให้สารชนิดนี้ได้รับความสนใจมากขึ้นในแวดวงการดูแลสุขภาพ […]

สำรวจ เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

6 อาหารสีดำ เอาใจสายสุขภาพแบบเท่ๆ สไตล์มินิมอล

เบื่อหรือยังกับเมนูอาหารเดิมๆ สีสันเดิมๆ ที่พบเจอและรับประทานกันอยู่ทุกวัน ลองเพิ่มอรรถรสในการรับประทานอาหารด้วยการหันมาลองรับประทานอาหารสีดำที่ดูเรียบง่ายดูสิ สำหรับบทความนี้ Hello คุณหมอ ขอพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ อาหารสีดำ ที่มาพร้อมกับประโยชน์ซึ่งคุณอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน กินดี ดูดีสามารถเซลฟี่ลงบนอินสตราแกรมเก๋ๆ จนเพื่อนๆ ในโซเชียลคุณถล่มไลค์ให้อย่างแน่นอน ประโยชน์ของ อาหารสีดำ มีอะไรบ้าง เป็นที่ทราบกันดีถึงประโยชน์ของผักสีเขียวที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน แร่ธาตุ และเส้นใยอาหารที่ดี ลดความเสี่ยงของโรคอ้วน โรคหัวใจ ลดความดันโลหิต แต่อาหารสีดำนี้ก็มีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายไม่แพ้กัน ถึงแม้สีดำจะเป็นสีที่ดูน่ากลัวสำหรับบางคน และไม่ค่อยเหมาะกับการเป็นอาหารสักเท่าไร ในการวิจัยของนักวิจัยท่านหนึ่งกล่าวว่า อาหารสีดำสามารถล้างพิษดีท็อกซ์สิ่งไม่ดีภายในร่างกายให้ออกไปได้ รวมถึงประโยชน์ต่างๆ ที่หลากหลาย ดังต่อไปนี้ ช่วยในการปรับสมดุลของฮอร์โมน ป้องกันโรคเบาหวาน ฟอกสีฟัน ขจัดคราบเหลือง ลดระดับคอเลสเตอรอล ปรับปรุงการทำงานของระบบทางเดินอาหาร และลดก๊าซในลำไส้ ป้องกันอาการท้องอืด 6 อาหารสีดำ ที่คุณควรรับประทาน เพื่อสุขภาพที่ดี กระเทียมดำ แม้จะพบเห็นตามท้องตลาด หรือซูเปอร์มาร์เก็ตได้ค่อนข้างน้อย แต่กระเทียมดำมีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ที่ช่วยส่งเสริมด้านการต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการเพิ่มระดับของคอเลสเตอรอล และยังมีแคลเซียม 7 เท่า ซึ่งมีคุณประโยชน์มากกว่ากระเทียมสีขาวที่เราคุ้นเคย ซึ่งยังอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ โรคเบาหวาน รวมถึงโรคมะเร็งได้อีกด้วย มะกอกดำ มะกอกคือแหล่งรวมไขมันที่ดีต่อสุขภาพ เป็นไขมันชนิดไม่อิ่มตัว หรือเรียกว่า กรดโอเลอิก (Oleic acid) ที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ ลดความดันโลหิต ได้เช่นเดียวกับกระเทียมดำ สาหร่าย ของว่างยอดนิยมที่ผู้คนทั่วโลกมักรับประทานเป็นขนม […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

กินช้า แต่อิ่มนานขึ้น แถมยังช่วยในการลดน้ำหนักได้ดีอีกด้วย

เคยลองถามตัวเองดูสักครั้งไหมว่า ในอาหารแต่ละมื้อ แต่ละคำที่ตักเข้าปากไปนั้น เราใช้เวลาเคี้ยวอาหารนานแค่ไหน? เพราะในปัจจุบันมีการพบว่าการ กินช้า หรือการบดเคี้ยวอาหารแต่ละคำให้นานขึ้น มีส่วนในการเสริมสร้างสุขภาพและสุขภาวะการกินที่ดีได้ แต่จะเป็นอย่างไรนั้น มาติดตามกันได้ในบทความนี้จาก Hello คุณหมอ กินช้า คืออะไร ในช่วงเวลาที่ทุกคนต่างก็ใช้ชีวิตกันอย่างเร่งรีบไปเสียทุกอย่าง ไม่เว้นกระทั่งการรับประทานอาหาร สำหรับอาหารหนึ่งจาน บางคนใช้เวลาเพียง 3-5 นาที ในการกินอาหาร ซึ่งการกินเร็วเช่นนั้น เสี่ยงที่อาจจะทำให้อาหารติดคอ เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด ทำให้ระบบย่อยอาหารต้องทำงานหนัก หรือมีอาการอาหารไม่ย่อย แต่ การกินช้า ค่อย ๆ เคี้ยวอาหารให้ละเอียด ใช้เวลาในการเคี้ยวอาหารแต่ละคำให้มากขึ้น เคี้ยวอาหารแต่ละคำประมาณ20ครั้งหรือมากกว่านั้น มีหลากหลายงานวิจัยค้นพบว่า การกินช้า ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ ประโยชน์ของ การกินช้า กินช้าช่วยลดความอยากอาหาร ใครที่กำลังควบคุมอาหารไม่ควรมองข้ามประโยชน์ในข้อนี้ เพราะโดยปกติแล้วความอยากอาหารและระดับของปริมาณแคลอรีในร่างกายจะถูกควบคุมโดยฮอร์โมน หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ลำไส้จะส่งสัญญาณไปที่สมองให้ยับยั้งฮอร์โมนที่ควบคุมความหิว ชื่อว่า ฮอร์โมนเกรลิน (Ghrelin) และปล่อยฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกอิ่มเข้ามาแทนที่ โดยกระบวนการยับยั้งและปลดปล่อยฮอร์โมนเหล่านี้ออกจากสมองจะใช้ระยะเวลาประมาณ 20 นาที ดังนั้น หากกินอาหารให้ช้าลง ก็จะทำให้สมองมีเวลาในการรับสัญญาณการยับยั้งความหิวและปล่อยความรู้สึกอิ่มได้ดีมากยิ่งขึ้น กินช้าช่วยลดแคลอรี เนื่องจาก การกินช้า จะทำให้รู้สึกอิ่มได้นานถึง 60 นาที หรืออาจมากกว่านั้นหลังจากที่ได้รับประทานอาหารเข้าไป และการกินช้ายังเป็นการเพิ่มระดับของฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกอิ่มในลำไส้ จึงทำให้ไม่ค่อยหิวบ่อย […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

น้ำตาลเทียม ประโยชน์และข้อควรระวังในการบริโภค

การบริโภคน้ำตาลมากเกินไป อาจส่งผลให้เกิดต่าง ๆ ได้ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง ระดับน้ำตาลในเลือดสูง จึงมีการคิดค้นและหันมาบริโภค น้ำตาลเทียม แทน เพราะอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม การบริโภคน้ำตาลเทียมก็อาจต้องบริโภคอย่างพอเหมาะและระมัดระวังเช่นกัน น้ำตาลเทียม คืออะไร น้ำตาลเทียม (Artificial sweeteners) หรือที่เรียกว่า สารให้ความหวานแทนน้ำตาล คือ สารเคมีที่คิดค้นมาเพื่อเป็นวัตถุดิบสำหรับให้ความหวาน โดยจะมีรสชาติที่คล้ายกับน้ำตาลจากธรรมชาติทั่วไป สามารถนำมาปรุงหรือประกอบอาหารได้เหมือนกับน้ำตาลปกติ แต่น้ำตาลเทียมนั้นมีแคลอรี่ต่ำกว่าน้ำตาลปกติ หรือบางชนิดก็อาจไม่มีแคลอรี่เลย ในปัจจุบัน นิยมใช้น้ำตาลเทียมเป็นส่วนประกอบในอาหารหลายชนิดที่พบได้เป็นประจำ เช่น น้ำอัดลม ลูกอม หมากฝรั่ง ขนมอบ พุดดิ้ง อาหารกระป๋อง เยลลี่ แยม ผลิตภัณฑ์นม  ประโยชน์ของน้ำตาลเทียม น้ำตาลเทียมอาจเป็นสารที่ให้ความหวาน มีรสชาติคล้ายกับน้ำตาล แต่อาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่า เช่น มีความเสี่ยงในการทำให้ฟันผุน้อยกว่าน้ำตาลปกติ และเนื่องจากน้ำตาลเทียมมีแคลอรี่น้อยกว่าหรือแทบไม่มีแคลอรี่เลย จึงอาจเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักมากกว่า นอกจากนี้ การบริโภคน้ำตาลปกติ โดยเฉพาะน้ำตาลทรายขาว ยังอาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคเบาหวาน แต่การรับประทานน้ำตาลเทียมอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเบาหวานได้ เพราะไม่มีคาร์โบไฮเดรตเหมือนกับน้ำตาลจากธรรมชาติจึงอาจไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเหมือนน้ำตาลจากธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานอาจต้องปรึกษาคุณหมอก่อนตัดสินใจบริโภคน้ำตาลเทียม เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพ หรือผลกระทบที่อาจทำให้อาการของโรคเบาหวานแย่ลงได้ ข้อควรระวังในการบริโภคน้ำตาลเทียม นักวิทยาศาสตร์หลายท่านระบุว่า การรับประทานน้ำตาลเทียมอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้ แต่สมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกาและสถาบันด้านโรคมะเร็งหลายแห่งได้ออกมาให้ข้อมูลในเรื่องนี้ว่า […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

รู้ว่าเสี่ยง แต่คงต้องลอง หยุดแอลกอฮอล์ 30 วัน จะเป็นยังไงหนอ

หลายคงคงเคยรู้สึกว่า การ หยุดแอลกอฮอล์ นั้นเป็นเรื่องที่ยากเสียเหลือเกิน เนื่องจากจำเป็นจะต้องดื่มเพื่อเข้าสังคม หรือเพื่อหน้าที่การงานต่างๆ ก็แล้วแต่ แต่ถ้าคุณลองอ่านบทความของ Hello คุณหมอ บทความนี้ ความคิดในการหยุดดื่มแอลกอฮอล์ของคุณอาจจะเกิดขึ้นก็เป็นได้ เมื่อ หยุดแอลกอฮอล์ 30 วัน จะเกิดผลดีต่อตัวคุณและร่างกายอย่างไรบ้าง หลายคนคงทราบดีแล้วว่าการดื่มแอลกอฮอล์นั้น ส่งผลเสียต่อร่างกายเป็นอย่างมาก ทั้งยังทำให้สูญเสียเงินในกระเป๋าอีกด้วย รู้หรือไม่ว่า หากคุณหยุดแอลกอฮอล์ได้จะช่วยทำให้น้ำหนักของคุณลดลง คุณภาพการนอนหลับดีขึ้น และมีอารมณ์ที่ดีขึ้นอีกด้วย นอกจากประโยชน์เหล่านี้แล้ว ยังมีประโยชน์อื่นๆ อีก ดังนี้ อาจทำให้น้ำหนักลด จากการศึกษาในปี 2017 และตีพิมพ์ลงในวารสารทางการแพทย์ (the American Journal of Preventive Medicine) ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เดือนละครั้ง ในช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา มีแนวโน้ม 41% ที่จะมีน้ำหนักลดลงในช่วงระยะเวลา 5 ปี เนื่องจากความจริงแล้วแอกอฮอล์เต็มไปด้วยแคลอรี่ถึง 7 แคลอรี่ต่อกรัม ดังนั้นไวน์ 1 จึงอาจจะมีแคลอรี่ประมาณ 130 แคลอรี่ และเบียร์เกือบ 330 […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

“Good food Good Mood” อาหารดี ที่สามารถช่วยให้คุณ อารมณ์ดี

ขนมหวานหรืออาหารอร่อยๆ มักจะช่วยเยียวยาเราจากความเศร้าได้เสมอ แต่บางครั้งอาหารก็เป็นตัวการที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว จนทำให้เกิดอารมณ์หงุดหงิด เรียกได้ว่าอาหารมีความเกี่ยวข้องกันกับอารมณ์ หากร่างกายได้รับอาหารที่ดี ย่อมส่งผลต่ออารมณ์ของเราด้วย วันนี้ Hello คุณหมอ มีบทความเกี่ยวกับ อาหารดี อารมณ์ดี มาฝากทุกคนค่ะ อาหารดี อารมณ์ดี ได้อย่างไร หลายๆ คนเมื่อเกิดความรู้สึกไม่สบายใจ เหนื่อยใจ หรือว่าเศร้า มักหันไปพึ่งอาหารเพื่อช่วยให้รู้สึกดีขึ้น แต่บางครั้งก็หันไปพึ่งอาหาร ที่ผิดๆ เช่น เลือกรับประทานอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ อาหารที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบมาก ซึ่งถือว่าเป็นการเลือกที่ผิดมากๆ ดังนั้นเราควรเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และช่วยปรับปรุงอารมณ์ให้ดีได้ด้วย เมื่อเร็ว ๆ นี้มีการวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างโภชนาการและสุขภาพจิต แต่อย่างไรก็ตามอารมณ์ก็อาจจะได้รับอิทธิพลจากปัจจัยหลายอย่างเช่น ความเครียด สภาพแวดล้อม การนอนหลับไม่ดี พันธุกรรม ความผิดปกติทางอารมณ์และการขาดสารอาหาร ดังนั้นจึงถือเป็นเรื่องยากที่จะบอกว่าอาหารนั้นสามารถช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นได้ แต่อย่างไรก็ตาม อาหารบางชนิดก็ได้รับการรับรองแล้วว่ามีผลต่อการปรับปรุงสุขภาพสมองและความผิดปกติทางอารมณ์บางประเภท นอกจากนี้อาหารบางประเภทก็ช่วยสร้างสารอาหารที่ส่งผลต่ออารมณ์ เช่น อาหารที่อุดมไปด้วยทริปโตเฟน (Tryptophan) ซึ่งช่วยสร้างเซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งเป็นสารที่มีผลต่ออารมณ์ อาหารดี อารมณ์ดี อาหารเหล่านี้ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นได้ ปลาที่มีไขมันดี กรดไขมันโอเมก้า 3 เป็นกลุ่มไขมันที่จำเป็น ที่ร่างกายมีความต้องการ เพราะไขมันโอเมก้า 3 เป็นไขมันที่ร่างกายไม่สามารถผลิตได้เอง […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

อาการปวดข้อและข้ออักเสบ หากมีอาการควรเลี่ยงอาหารเหล่านี้

สำหรับใครที่กำลังมี อาการปวดข้อและข้ออักเสบ อาจจะยังไม่รู้ว่า ควรหลีกเลี่ยงอาการแบบไหนดี ถึงจะไม่ทำให้อาการเหล่านี้กำเริบขึ้นมาได้ หรือแย่ลงไปยิ่งกว่าเดิม นอกจากนั้นแล้ว อาหารบางชนิดก็อาจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาหารต่างๆ ได้อีกด้วย ดังนั้น ทาง Hello คุณหมอ จึงมีเรื่องนี้มาฝากกัน อาหารอะไรบ้างที่คนมี อาการปวดข้อและข้ออักเสบ ควรหลีกเลี่ยง หากคุณกำลังรู้สึกทรมานกับความเจ็บปวดที่มาจาก อาการปวดข้อและข้ออักเสบ จากโรคข้ออักเสบควรที่จะต้องหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้ ซึ่งได้แก่ ขนมปังขาว ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากข้าวสาลี เช่น ขนมปังขาว และพาสต้า เป็นอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต และอาจทำให้เกิดอาการ อักเสบ ในร่างกายได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจาก ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากข้าวสาลีนั้น จะถูกแบ่งแยกออกจากเส้นใยอาหาร และสารอาหารที่ย่อยสลายได้ช้า นั่นหมายความว่า ร่างกายสามารถย่อยสลายได้อย่างรวดเร็ว และเมื่อร่างกายสามารถย่อยสลายสิ่งเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของเราเพิ่มขึ้น ซึ่งนำไปสู่การ อักเสบ นั่นเอง อาหารทอดและอาหารแปรรูป เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่มันฝรั่งทอด ไม่ใช่อาหารที่ดีต่อสุขภาพ นอกจากนั้นแล้วมันยังมีอันตรายมากกว่าที่คุณรู้อีกด้วย จากการวิจัยแสดงให้เห็นว่า คนที่ทานอาหารที่มีไขมันสูง เช่น พวกอาหารทอด เนื้อสัตว์ทอด เสี่ยงที่จะเกิดอาการอักเสบได้สูงขึ้น ดังนั้น ผู้ที่มี อาการปวดข้อและข้ออักเสบ ในร่างกาย ควรหลีกเลี่ยงอาหารทอด รวมถึงอาหารแปรรูป เช่น อาหารแช่เข็งที่เตรียมไว้ จะเป็นการดีที่สุด ไขมันโอเมก้า 6 […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

กินปลาไหม บำรุงสมองและร่างกายนะ เพราะ ปลามีประโยชน์ มากมาย

กินปลาไหม บำรุงสมองนะ ใครๆ ก็เคยได้ยินมาว่า การบริโภคปลานั้นช่วยบำรุงสมอง แถมยังมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย แต่ว่านอกจากสมองแล้ว ปลายังช่วยบำรุงร่างกายในด้านอื่นๆ ได้อีกมากมาย ใครที่อยากรู้ว่า ปลามีประโยชน์ อย่างไรตาม Hello คุณหมอ ไปอ่านข้อมูลดีๆ กันเลยค่ะ สารอาหารใน ปลา ปลาเป็นหนึ่งในสารอาหารที่ดีที่สุดในโลก เพราะปลานั้นอุดมไปด้วยโปรตีนคุณภาพสูงและวิตามินดี นอกจากนี้ปลายังเป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีความสำคัญต่อร่างกายและสมอง ปลายังยังมีไอโอดีนและวิตามินและแร่ธาตุต่างๆอีกมากมาย นอกจากนี้การบริโภคปลาที่มีไขมันสูงอย่างเช่น ปลาแซลมอน ปลาเทราท์ ปลาซาดีน หรือปลาทูน่าเป็นปลาที่มีปริมาณไขมันที่สูง ซึ่งไขมันที่ได้จากปลาถือเป็นไขมันที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด นอกจากนี้การบริโภคปลายังให้วิตามินดี ซึ่งเป็นวิตามินที่มีส่วนช่วยในการละลายไขมันในกลุ่มหนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่เสริมการดูดซึมแคลเซียม เหล็ก แม็กนีเซียม ฟอสเฟตและสังกะสี นอกจากนี้การบริโภคปลาที่มีไขมันโอเมก้า 3 ยังมีความสำคัญต่อร่างกายและการทำงานของสมอง ซึ่งไขมันโอเมก้า 3 มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น การสร้างกล้ามเนื้อ การแข็งตัวของเลือด การเจริญเติบโต ดังนั้นควรบริโภคปลาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อให้ร่างกายได้รับโอเมก้า 3 อย่างเหมาะสม หากคุณเป็นมังสวิรัติ หรือวีแกนการรับประทานสาหร่ายทะเลก็ช่วยให้ได้รับโอเมก้า 3 ได้เช่นกัน ปลามีประโยชน์ อะไรต่อร่างกายบ้าง ปลาช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง หัวใจวาย […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

แป้งทนย่อย กับประโยชน์ทางสุขภาพดีๆ ที่คุณควรรู้จัก

แป้งทนย่อย (Resistant Starch) เป็นแป้งที่มีความทนทานในการย่อย ทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่มมากขึ้น แต่หลายๆ คนอาจจะกำลังส่งสัยหรือไม่เคยได้ยินชื่อแป้งทนย่อยมาก่อน วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับแป้งทนย่อยมาแชร์ให้ทุกคนได้อ่านกันค่ะ แป้งทนย่อย (Resistant Starch) คืออะไร แป้งทนบ่อย (Resistant Starch) เป็นแป้งที่สามารถแบ่งออกได้ 5 ชนิด ซึ่งแป้งทนย่อยแต่ละประเภทนั้นจะมีความแตกต่างกันออกไปตามโครงสร้างทางกายภาพ หรือแตกต่างกันตามความทนการต้านทานการย่อย แป้งทนย่อยประเภทที่ 1 มักพบได้ในธัญพืช เมล็ดพืช และพืชตระกูลถั่ว มีความทนการย่อยเพราะมีผนังเซลล์ (Cell Wall) ทำให้ร่างกายไม่สามารถย่อยได้ แป้งทนย่อยประเภทที่ 2 พบได้มากในอาหารประเภทแป้งบางชนิดและอาหารดิบ ซึ่งจะมีโครงสร้างที่เฉพาะทำให้ทนทานต่อการย่อย เช่น มันฝรั่งดิบ กล้วยที่ยังไม่สุก จะมีแป้งประเภทที่ 2 สูงกว่ากล้วยที่สุกเต็มที่แล้ว แป้งทนย่อยประเภทที่ 3 เกิดขึ้นในอาหารประเภทแป้งที่มีความทนทานสูง ซึ่งจะเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการให้ความร้อน จากนั้นก็ทำให้อาหารนั้นเย็นลง เช่นการปล่อยให้ข้าวหรือมันฝรั่งเย็น หลังจากการปรุงอาหาร จะทำให้แป้งบางส่วนกลายเป็นแป้งที่มีความทนทานสูง ซึ่งเป็นปรากฏการที่เรียกว่า รีโทรเกรเดชัน (Retrogradation) ซึ่งเป็นปรากฎการณ์การคืนตัวของแป้ง แป้งทนย่อยประเภทที่ 4 แป้งทนย่อยประเภทนี้เป็นแป้งที่ผ่านกระบวนการแปรรูปและดัดแปลงมาแล้ว แป้งทนย่อยประเภทที่ 5 เป็นแป้งที่มีการทำพันธะกับไขมันชนิดหนึ่ง และมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง และทำให้ทนทานต่อการย่อยอาหารมากขึ้น ประโยชน์ของ […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

เพิ่มวิตามินอี ให้ร่างกายง่าย ๆ ด้วยอาหารใกล้ตัวที่มีวิตามินอีสูง

วิตามินอี (Vitamin E) เป็นวิตามินที่สามารถละลายได้ในไขมัน ทำหน้าที่ในการปกป้องไม่ให้เซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายถูกทำลาย ช่วยในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ป้องกันความเสี่ยงที่จะทำให้เป็นโรคเรื้อรังชนิดต่าง ๆ เช่น โรคมะเร็ง หรือโรคหัวใจ และยังมีส่วนช่วยในการบำรุงผิวพรรณอีกด้วย ซึ่งโชคดีมาก ที่เราสามารถจะพบวิตามินอีได้ในอาหารที่เรารับประทานกันอยู่ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ หรือเนื้อสัตว์ต่าง ๆ วันนี้ Hello คุณหมอ จะพามารู้จักกับอาหารให้วิตามินอีสูงที่คุณสามารถจะ เพิ่มวิตามินอี ได้ง่าย ๆ แบบไม่ต้องเสียเงินซื้ออาหารเสริม หรือยาบำรุง เพิ่มวิตามินอี ด้วยอาหารใกล้ตัวที่มีวิตามินอีสูงมาก น้ำมันจากพืช น้ำมันที่สกัดจากพืชให้สารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย รวมถึงมีระดับของวิตามินอีที่สูงมาก ๆ ด้วย ได้แก่ น้ำมันจมูกข้าวสาลี มีปริมาณวิตามินอีสูงสุดถึง 139 มิลลิกรัม (หากรับประทานในปริมาณ 100 มิลลิกรัม) น้ำมันเฮเซลนัท มีปริมาณวิตามินอีสูงสุดถึง 47 มิลลิกรัม (หากรับประทานในปริมาณ 100 มิลลิกรัม) น้ำมันเมล็ดทานตะวัน มีปริมาณวิตามินอีสูงสุดถึง 41 มิลลิกรัม (หากรับประทานในปริมาณ 100 มิลลิกรัม) น้ำมันอัลมอนด์ มีปริมาณวิตามินอีสูงสุดถึง 39 มิลลิกรัม […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

อาหารทำลายกระดูก ที่คุณควรระวัง หากอยากให้กระดูกแข็งแรง

ยิ่งอายุมากขึ้น สุขภาพกระดูกก็จะยิ่งอ่อนแอลง คุณจึงควรออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อทำให้กระดูกแข็งแรงขึ้น ควบคู่กับการกินอาหารที่ช่วยเสริมสร้างกระดูก และหลีกเลี่ยงหรือลดอาหารที่อาจส่งผลกระทบต่อกระดูกของคุณ หากคุณอยากรู้ว่ามีอาหารชนิดใดบ้างที่ขึ้นชื่อว่าเป็น อาหารทำลายกระดูก Hello คุณหมอ มีคำตอบมาให้คุณแล้ว อาหารทำลายกระดูก ที่ควรบริโภคอย่างระมัดระวัง อาหารโซเดียมสูง ยิ่งคุณกินเกลือหรือโซเดียมมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้กระดูกสูญเสียแคลเซียมมากขึ้นเท่านั้น เนื่องจากเกลือและโซเดียมจะทำให้ร่างกายขับแคลเซียมออกมาทางปัสสาวะมากเกินไป อีกทั้งยังมีงานศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่า ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่กินอาหารเค็มจัด มีความหนาแน่นของแร่ธาตุในกระดูกน้อยกว่าเมื่อเทียบกับผู้หญิงวัยเดียวกันที่ไม่ได้กินเค็ม ทั้งยังมีความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุนมากกว่าด้วย หากคุณไม่อยากให้กระดูกมีปัญหาเพราะเกลือและโซเดียม ก็ไม่ควรได้รับโซเดียมเกิน 2,300 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบเท่ากับเกลือประมาณ 6 กรัม (1 ช้อนชา) น้ำตาล น้ำตาลไม่ได้เป็นแค่อาหารทำลายกระดูก แต่ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณอีกมากมายหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพผิว สุขภาพจิต ผู้เชี่ยวชาญเผยว่า น้ำตาลส่งผลกระทบต่อมวลกระดูก หากคุณกินน้ำตาลหรือขนมหวานมากๆ ก็จะทำให้มวลกระดูกลดต่ำลง เสี่ยงต่อปัญหากระดูกบาง กระดูกบาดเจ็บ หรือโรคกระดูกพรุนในอนาคต น้ำอัดลม น้ำอัดลม และเครื่องดื่มอัดแก๊สชนิดอื่นๆ หลายยี่ห้อมีกรดฟอสฟอริก ที่ทำให้ร่างกายขับแคลเซียมออกมาพร้อมกับปัสสาวะมากขึ้น ร่างกายจึงเสี่ยงเกิดภาวะสูญเสียแคลเซียม หรือมีแคลเซียมไม่เพียงพอ ส่งผลให้กระดูกมีปัญหา เช่น กระดูกพรุน กระดูกเปราะง่าย คาเฟอีน อาหารและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ ช็อกโกแลต เครื่องดื่มชูกำลัง จะทำให้กระดูกสูญเสียแคลเซียม และอ่อนแอลงได้ การบริโภคคาเฟอีนปริมาณ 100 มิลลิกรัม จะทำให้คุณสูญูเสียแคลเซียม […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน