เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ไม่ว่าคุณจะตั้งเป้าหมายเพื่อลดน้ำหนัก เพิ่มน้ำหนัก หรือรักษาค่าดัชนีมวลกาย (ฺBMI) ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ก็ล้วนแล้วแต่ต้องใช้ความมุ่งมั่นทั้งสิ้น รับคำแนะนำเกี่ยวกับ เคล็ดลับโภชนาการที่ดี เพื่อช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายได้อย่างปลอดภัยและมั่นคงยิ่งขึ้น ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ทำไมบางวันนอนเต็มอิ่ม แต่สมองกลับไม่เต็มร้อย? รู้จัก “คาร์โนซีน” สารสำคัญที่หลายคนอาจมองข้าม

ในแต่ละวัน ร่างกายและสมองต้องทำงานอย่างหนักเพื่อรับมือกับภารกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานที่ต้องใช้สมาธิ ความแม่นยำ และการตัดสินใจอย่างต่อเนื่อง แต่หลายคนอาจเคยเผชิญกับอาการสมองล้า ซึ่งมี ความรู้สึกอ่อนล้า สมองไม่ปลอดโปร่ง หรือรู้สึกไม่พร้อมตั้งแต่เริ่มต้นวันใหม่ ทั้งที่นอนหลับมาเต็มอิ่มแล้วก็ตาม แม้การพักผ่อนและการออกกำลังกายจะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่การได้รับสารอาหารที่เหมาะสมก็มีบทบาทต่อการทำงานของร่างกายและสมองเช่นกัน หลายคนที่มีอาการสมองล้า อาจสงสัยว่าสมองล้า กินอะไรดีเพื่อช่วยให้ร่างกายกลับมาสดชื่นขึ้น ซึ่งหนึ่งในอาหารบำรุงสมองที่ได้รับความสนใจคือ "คาร์โนซีน (Carnosine)" ซึ่งพบได้ตามธรรมชาติในร่างกายและในอาหารบางประเภท โดยมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการทำงานของอวัยวะที่ต้องใช้พลังงานสูง เช่น สมองและกล้ามเนื้อ บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักว่าคาร์โนซีน คืออะไร มีความสำคัญต่อร่างกายอย่างไร รวมถึงบทบาทของวิตามินบี 12 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิตามินบำรุงสมองและสารอาหารสำคัญต่อระบบประสาทและการสร้างพลังงาน พร้อมแนะนำแหล่งอาหารที่สามารถได้รับสารอาหารเหล่านี้ เพื่อสนับสนุนความพร้อมของร่างกายและสมองในแต่ละวัน คาร์โนซีน สารอาหารที่พบในกล้ามเนื้อและสมอง คาร์โนซีนเป็นสารประเภทไดเปปไทด์ (Dipeptide) ที่เกิดจากการรวมตัวของกรดอะมิโน 2 ชนิด ได้แก่ เบต้า-อะลานีน (Beta-Alanine) และแอล-ฮีสติดีน (L-Histidine) สารชนิดนี้พบได้มากในเนื้อเยื่อที่มีการใช้พลังงานสูงของร่างกาย เช่น กล้ามเนื้อ สมอง และหัวใจ แม้ว่าร่างกายจะสามารถสังเคราะห์คาร์โนซีนได้เองตามธรรมชาติ แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ระดับคาร์โนซีนในร่างกายมีแนวโน้มค่อย ๆ ลดลง เราสามารถได้รับสารชนิดนี้เพิ่มเติมจากการรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เนื้อปลา และเนื้อสัตว์ปีก รวมถึงซุปไก่สกัดได้อีกด้วย[4] ด้วยเหตุที่คาร์โนซีนพบมากในอวัยวะที่ต้องทำงานหนักและใช้พลังงานต่อเนื่องอย่างสมองและกล้ามเนื้อ จึงทำให้สารชนิดนี้ได้รับความสนใจมากขึ้นในแวดวงการดูแลสุขภาพ […]

สำรวจ เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ป่วยเป็น โรคสมาธิสั้น ควรเลือกกินอาหารอย่างไร ถึงจะดีต่อร่างกาย

ไม่ว่าใครต่างก็คงจะรับรู้ถึงความสำคัญของการเลือกรับประทานอาหารที่มีต่อร่างกาย การเลือกรับประทานอาหารได้อย่างถูกต้อง จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถจัดการกับอาการของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่กับผู้ที่ป่วยเป็นโรคสมาธิสั้น ผู้ป่วยโรค สมาธิสั้น ควร เลือกกินอาหาร อย่างไร หาคำตอบได้จากบทความนี้ การ เลือกกินอาหาร สำคัญกับโรค สมาธิสั้น อย่างไร แม้ว่าอาหารอาจจะไม่สามารถช่วยรักษาให้หายจากการเป็นโรคสมาธิสั้น แต่ก็เป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยโรคสมาธิสั้น สามารถควบคุมอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และอาจช่วยลดอาการของโรคสมาธิสั้นได้อีกด้วย มีอาหารไม่น้อยที่สามารถส่งผลกระทบต่อระดับพลังงานและการมีสมาธิได้ การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม จะช่วยให้เราสามารถควบคุมอาการของโรคได้ดีขึ้น ลดอาการอยู่ไม่สุข และช่วยเพิ่มระดับของสมาธิและการโฟกัสในเรื่องต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยโรคสมาธิสั้นต้องการ ในขณะเดียวกัน การรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสมก็อาจส่งผลกระทบต่อการควบคุมอาการของโรคสมาธิสั้น ทำให้อาการรุนแรงขึ้น ยากต่อการควบคุมมากยิ่งขึ้น และอาจรบกวนการทำงานของยาสำหรับโรคสมาธิสั้น ทำให้ผลข้างเคียงของยาเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย อาหารที่ผู้ป่วยโรคสมาธิสั้นควรเลือกกิน อาหารโปรตีนสูง อาหารที่มีโปรตีนสูง อาจช่วยในเรื่องของการพัฒนาสมาธิ และช่วยทำให้ยาสำหรับโรคสมาธิสั้นออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น คุณสามารถเลือกรับประทานอาหารที่เป็นแหล่งของโปรตีนได้ เช่น พืชตระกูลถั่ว เนื้อไก่ ไข่ เนื้อแดง ปลาแซลมอน โยเกิร์ตไขมันต่ำ หรือชีส คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน หมายถึงคาร์โบไฮเดรตที่มีสารชนิดอื่นประกอบอยู่ในโมเลกุลด้วย เช่น ไขมัน หรือโปรตีน น้ำตาลที่ได้จากคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนนั้นจะย่อยสลายได้ช้ากว่าน้ำตาลจากคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว ทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลในระดับที่คงที่ ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ป่วยโรคสมาธิสั้นมีสมาธิที่ดีขึ้น มีพฤติกรรมที่ดีขึ้น และสามารถโฟกัสกับการทำงานได้นานยิ่งขึ้น อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนได้แก่ ข้าวไม่ผ่านการขัดสี ข้าวโอ๊ต พืชตระกูลถั่ว ผักหัว […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ข้าวเหนียวลืมผัว (Luem Pua Glutinous Rice) อร่อยจนลืมผัวแถมยังดีต่อสุขภาพ

หลายคนที่ได้ยินชื่อ “ข้าวเหนียวลืมผัว” หรือ “ข้าวลืมผัว” เชื่อว่าทุกคนจะต้องชะงักแล้วรู้สึกสงสัยกับชื่อที่แปลกสะดุดหู อาจจะคิดว่าเป็นข้าวสายพันธุ์ใหม่หรือตั้งชื่อขึ้นมาเล่นๆ ด้วยคุณสมบัติพิเศษอะไรหรือไม่ วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาไปทำความรู้จักกับพันธุ์ข้าวชื่อแปลก แต่รับรองว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว ทำความรู้จักข้าวเหนียวลืมผัวกันเถอะ ข้าวเหนียวลืมผัว หรือ ข้าวลืมผัว (Luem Pua Glutinous Rice)  ยังมีอีกชื่อหนึ่งคือ “ข้าวเหนียวดำลืมผัว” ด้วยลักษณะของเมล็ดข้าวที่มีสีดำคล้ำสังเกตเห็นได้ชัดเจน โดยเป็นข้าวเหนียวนาปีชนิดสายพันธุ์โบราณของกลุ่มชาวม้งในอำเภอพบพระ จังหวัดตาก ซึ่งปลูกบนไร่สูงจากระดับน้ำทะเล 650 เมตร ในบริเวณรอยต่อระหว่างอำเภอนครไทยกับอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ข้าวเหนียวลืมผัว กินแล้วลืมผัวจริงหรือ สำหรับที่มาของชื่อข้าวเหนียวลืมผัวนั้นได้ไอเดียมาจากเรื่องเล่าสืบต่อ ๆ กันมา ซึ่งเกี่ยวกับสามีภรรยาชาวม้งคู่หนึ่ง โดยภรรยาหุงข้าวรอสามีขณะที่ออกไปทำธุระนอกบ้าน แต่ระหว่างที่รอสามีกลับบ้านก็ได้หยิบข้าวสุกมารับประทาน ด้วยความที่ข้าวนั้นส่งกลิ่นหอมยั่วใจ มีรสชาติอร่อย และยังเคี้ยวเพลินจนภรรยารับประทานหมดไม่รู้ตัว จึงทำให้ไม่เหลือเก็บไว้ให้สามีนั่นเอง แต่ที่กล่าวว่ากินแล้วจะลืมผัวหรือไม่ก็ต้องลองรับประทานกันดูด้วยตัวเอง อร่อยและดี คุณค่าทางโภชนาการสูง ในข้าวเหนียวลืมผัวจะอุดมไปด้วยสารอาหารหลายชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย อันได้แก่ วิตามิน เช่น วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และอื่น ๆ แร่ธาตุ เช่น แคลเซียม เหล็ก และแมงกานีส เป็นต้น กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว เช่น โอเมกา […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

อาหารรสเผ็ดช่วยในการขับถ่าย ได้จริง ๆ หรือ?

พริก สารให้ความเผ็ดจากธรรมชาติที่เรารู้จักกันดี มีหลายคนเชื่อว่า การกินเผ็ด หรือการกินพริก มีส่วนช่วยที่จะทำให้เราสามารถขับถ่ายออกมาได้ง่ายขึ้น แต่ อาหารรสเผ็ดช่วยในการขับถ่าย ได้จริง ๆ หรือ? ไปหาคำตอบพร้อม ๆ กัน กับ Hello คุณหมอ กันเลย รับประทานเผ็ดให้ประโยชน์กว่าที่คิด อาหารที่มีรสชาติจัดจ้านไปทางเผ็ดร้อน ก็ล้วนมาจากการที่มีวัตถุดิบในอาหารเป็นพริก หรือพริกไทย หรือสารให้ความเผ็ดอื่น ๆ ซึ่งวัตถุดิบเหล่านี้ มักจะให้สารแคปไซซินอยด์ (Capsaicinoids) ซึ่งเป็นสารให้ความเผ็ด และจากผลการวิจัยมากมาย ได้มีการยอมรับว่า การรับประทานอาหารที่มีรสเผ็ด ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งอาจมีส่วนช่วยสร้างสุขภาพที่ดีได้ ดังนี้ กินเผ็ดแล้วอายุยืน คำกล่าวนี้ ได้มาจากการผลการวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ลงใน BMJ เมื่อปี 2015 ซึ่งมีการเก็บรวบรวมข้อมูลประชากร และทำการเปรียบเทียบระหว่างผู้ที่กินอาการเผ็ด 6-7 วันต่อสัปดาห์ กับผู้ที่กินเผ็ดเพียงสัปดาห์ละครั้ง พบว่า ผู้ที่กินเผ็ดมากมีอัตราการเสียชีวิตที่น้อยกว่าคนที่กินเผ็ดน้อย สูงถึง 14 เปอร์เซ็นต์ หรือพูดง่าย ๆ คือ คนที่กินเผ็ดนั้นแข็งแรงกว่าคนที่กินเผ็ดน้อยสูงถึง 14 เปอร์เซ็นต์  ช่วยลดน้ำหนัก มีผลการวิจัยมากมายให้การยอมรับไปในแนวทางเดียวกันว่า การกินเผ็ดช่วยในการลดน้ำหนักได้ เนื่องจากสารแคปไซซินอยด์ ในพริก […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

นมพร่องมันเนย เหมาะแก่การดื่มเพื่อลดความอ้วนจริงหรือ

นมพร่องมันเนย เป็นนมที่คนต้องการควบคุมน้ำหนักมักนิยมเลือกดื่ม ด้วยความเชื่อที่ว่าการดื่มนมแบบไม่มีไขมันทำให้ไม่อ้วน แต่แท้จริงแล้ว นมพร่องมันเนยมีคุณสมบัติเหมือนหรือแตกต่างจากนมชนิดอื่น เหมาะแก่การดื่มเพื่อลดความอ้วนจริงไหม ควรศึกษาข้อมูลเพื่อการบริโภคที่ถูกหลักโภชนาการ [embed-health-tool-bmi] ทำความรู้จัก นม แต่ละชนิด  การดื่มนมนั้นควรเลือกให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและสุขภาพของแต่ละคน โดยปกติแล้วนมที่ขายอยู่ตามท้องตลาดนั้นแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ด้วยกันดังนี้ นมสดธรรมดา (Fresh Milk) นมสดธรรมดา คือ นมที่รีดจากแม่วัวผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อน และจำหน่ายสู่ผู้บริโภคโดยตรง สำหรับนมสด 100%  ก่อนซื้อควรสังเกตที่ข้างกล่องซึ่งมักระบุไว้ชัดเจนว่า “นมสด 100%” นมพร่องมันเนย (Low Fat Fresh Milk) นมพร่องมันเนยคือ นมสดที่ผ่านกระบวนการสกัดไขมันออกไปส่วนหนึ่ง ทำให้มีปริมาณไขมันน้อยกว่านมสดทั่วไป โดยนมพร่องมันเนยที่วางขายตามท้องตลาดมีทั้งชนิดยูเอชที และชนิดพาสเจอร์ไรส์ นิยมดื่มในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก นมขาดมันเนย (Non Fat Milk) นมขาดมันเนย คือ นมที่แยกมันเนยออกเกือบหมด หรือมีไขมันเพียงแค่ 0.15%  เรียกกันว่า “หางนม” นมชนิดนี้มีสารอาหารครบถ้วนอุดมไปด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส ปริมาณแลคโตสเท่ากับที่มีอยู่ในน้ำนม เหมาะสำหรับผู้สูงอายุและผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงไขมัน ข้อควรรู้ในการดื่มนมพร่องมันเนย สำหรับผู้ที่มีภาวะไขมันสูง นมพร่องมันเนยเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อเสริมสร้างโปรตีน และแคลเซียมให้แก่ร่างกาย ไม่ควรดื่มนมพร่องมันเนยปริมาณมากจนเกินไปต่อวัน เพราะอาจทำให้เกิดคอเลสเตอรอลสูง (High Cholesterol) ในวัยเด็กไม่ควรดื่มนมพร่องมันเนย เนื่องจากเด็กต้องใช้ไขมันเป็นองค์ประกอบในการพัฒนาการเจริญเติบโตของสมอง นมพร่องมันเนยเหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ลดน้ำตาลในเลือด เอาชนะ เบาหวาน ด้วย มะแว้งต้น

มะแว้งต้น เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาไม่แพ้สมุนไพรชนิดอื่น ๆ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวาน ทางตำรับยากล่าวไว้ว่า เพียงกินผลมะแว้งต้นสด 10-15 ผลทุกวันจะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และยิ่งได้ผลดีกับผู้ป่วยโรคเบาหวานที่เกิดในธาตุน้ำ นอกจากนี้ยังนำมาประกอบอาหารได้อีกด้วย  วันนี้ Hello คุณหมอจะมาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับสมุนไพรชนิดนี้กันมากขึ้นค่ะ ทำความรู้จักกับมะแว้งต้น (Sparrow’s Brinjal) มะแว้งต้น (Sparrow’s Brinjal) มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Solanum sanitwongsei Craib. มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในเขตร้อนของทวีปเอเชีย เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก มีอายุประมาณ 2-5 ปี สูงประมาณ 1-3 เมตรใบและทรงคล้ายมะเขือเปราะ ออกดอกเป็นช่อ ดอกมีสีม่วงอ่อน เมื่อผลสุกจะมีสีส้ม ขึ้นง่ายในที่โล่งแจ้ง ผลอ่อนใช้รับประทานเป็นผลสดได้นำมาลวกจิ้มกับน้ำพริก รสชาติจะออกขมนิด ๆ แต่เมื่อเคี้ยวไปเรื่อย ๆ จะเริ่มรู้สึกหวาน มะแว้งต้นและมะแว้งเครือแตกต่างอย่างไร? ความแตกต่างระหว่างมะแว้งต้นและมะแว้งเครือสังเกตง่าย ๆ ดังนี้ มะแว้งต้น เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก  ผลกลมขนาดเล็กผิวเรียบ ผลดิบมะแว้งต้นจะไม่มีลวดลาย เมื่อผลสุกจะมีสีส้ม มะแว้งเครือ เป็นไม้เถาขนาดเล็ก ผลลักษณะกลม ผิวเกลี้ยง ผลดิบมะแว้งต้นจะมีลวดลาย เมื่อผลสุกจะมีแดง มะแว้งต้นตำรับยาไทย สรรพคุณทางยาสูง มะแว้งต้นนอกจากจะช่วยลดน้ำตาลในเลือด สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานได้แล้วนั้นยังสามารถรักษาอาการต่าง ๆ ได้ดังนี้ บรรเทาอาการไอ ในตำรับยาได้กล่าวว่า […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

เปลี่ยนคัพ ขยับไซส์อย่างปลอดภัย ด้วย 5 ผลไม้เพิ่มขนาดหน้าอก

วันนี้ Hello คุณหมอ ขอเอาใจสาวๆ อกไข่ดาวด้วย เคล็ดลับการ “เพิ่มขนาดหน้าอก” ให้คุณได้เปลี่ยนคัพ ขยับไซส์อย่างปลอดภัย ด้วย 5 ผลไม้เพิ่มขนาดหน้าอก แต่จะมีผลไม้ชนิดไหนบ้างนั้น ลองมาดูพร้อมกันเลยค่ะ อกหักเรื่องเล็ก อกเล็กเรื่องใหญ่ ปัญหาอกเล็ก เป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติสำหรับผู้หญิงอย่างเราเลยก็ว่าได้ เพราะการหยอกล้อแกมเหน็บจากคนสนิท เช่น “นี่ทำไมชอบหันหลังคุยกับเรา แบนเป็นไม้กระดานเลยนะ”  หรือแม้แต่การสร้างฉายาให้กันอย่าง แม่อกไข่ดาวบ้างล่ะ คนพูดอาจจะแค่แกล้งหยอกสนุกๆ แต่เรื่องรูปลักษณ์ไม่ใช่เรื่องที่น่าขำสักเท่าไหร่ เพราะบางคนถึงขั้นฝังใจเป็นปมด้อย ทำให้ขาดความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน ในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีและวิทยาการที่ทันสมัย ทำให้มีวิธีการที่จะช่วยเพิ่มขนาดหน้าอกด้วยกันหลายวิธี เช่น การศัลยกรรม การกินยาปรับฮอร์โมน เป็นต้น แต่ทั้งนี้หลายคนอาจจะไม่อยากเลือกวิธีที่เป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้ตัวเอง ทั้งเสียทรัพย์ เสียเวลา และอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว การใช้วิธีธรรมชาติ อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเพิ่มขนาดหน้าอก เพียงแค่เลือกรับประทานผลไม้ที่การันตีได้เลยว่าหาซื้อได้ง่ายในท้องตลาด ถึงแม้จะเห็นผลช้ากว่าวิธีสมัยใหม่ทั่วไป แต่รับรองว่าปลอดภัยไร้ผลข้างเคียงแน่นอน อัพอึ๋มสวย ด้วย 5 ผลไม้เพิ่มขนาดหน้าอก เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าจะมีผลไม้ชนิดไหนที่ช่วยเพิ่มขนาดหน้าอกบ้าง น้ำมะพร้าว น้ำมะพร้าวอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสดชื่นเท่านั้นยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย ช่วยบำรุงและปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย และในน้ำมะพร้าวนั้นมีปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) สูง ช่วยให้ผิวพรรณของคุณแลดูมีน้ำมีนวล และหน้าอกกระชับเต่งตึงยิ่งขึ้น กล้วย กล้วยเป็นผลไม้ที่มากด้วยสรรพคุณช่วยบำรุงสุขภาพและผิวพรรณ และที่สำคัญช่วยในการหลั่งฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) หากรับประทานกล้วยเป็นประจำทุกวันส่งผลให้ระบบฮอร์โมนในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น หน้าอกก็จะแลดูเต่งตึงยิ่งขึ้นนั่นเอง มะละกอ มะละกอช่วยให้ร่างกายย่อยโปรตีนได้ง่ายขึ้น ร่างกายจะนำโปรตีนไปใช้ตามส่วนต่างๆของร่างกาย […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

รับประทาน อาหารแปรรูป เสี่ยงมะเร็ง ได้

อาหารแปรรูป เป็นอาหารที่พบได้ตามร้านค้าทั่วไป แถมเป็นอาหารที่หารับประทานได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว แต่รู้ไหมว่าการรับประทาน อาหารแปรรูป เสี่ยงมะเร็ง ได้เช่นกัน เพราะสารต่างๆ ที่มีการเพิ่มเข้าไปในขั้นตอนการแปรรูปอาหารนั้น มีสารหลายตัวที่เป็นสารก่อมะเร็ง วันนี้ Hello คุณหมอ จะชวนทุกคนไปรู้จักกับสารแต่ละชนิดที่มีในอาหารแปรรูปว่าส่งผลต่อการเกิดโรคมะเร็งอย่างไร สารก่อมะเร็งในอาหารแปรรูป ไนไทรต์ (Nitrite) สารเอ็นในโตรโซ (N–nitroso compounds) และ ไนโตรซามีน (Nitrosamines) สารเอ็นไนโตรโซ เป็นสารก่อมะเร็ง และเป็นสารที่มีอยู่ในอาหารแปรรูป ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของสารไนไทรต์ ที่ใช้ในขบวนการแปรรูป ซึ่งทำให้เนื้อแปรรูปนั้นมีสีแดง เพิ่มรสชาติ และลดการเกิดกลิ่นเหม็นหืน ยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรีย ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการอาหารเป็นพิษ อาหารแปรรูป เมื่อนำไปผ่านความร้อน ไม่ว่าจะด้วยการ อบ ทอด หรือว่าย่าง จะทำให้เกิดสารที่มีชื่อว่า ไนโตรซามีน ซึ่งจากการศึกษาพบว่า สารชนิดนี้เป็นสารก่อมะเร็ง ที่พบได้ในอาการหมักดองและอาหารรมควัน นอกจากนี้สารชนิดนี้ยังเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารอีกด้วย โพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (Polycyclic Aromatic Hydrocarbons, PAHs) โพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (Polycyclic Aromatic Hydrocarbons, PAHs) เป็นกลุ่มสารประกอบไฮโดรคาร์บอน โดย PAHs […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

อาหารแปรรูป กับ ความเสี่ยงสุขภาพ ที่อาจตามมา

กล่าวได้ว่า อาหารแปรรูป ที่เรามักชอบรับประทานกัน ไม่ว่าจะเป็น ไส้กรอก แฮม ลูกชิ้น หรืออาหารแช่แข็งต่าง ๆ นั้นไม่ดีต่อสุขภาพ เพราะนอกจากปริมาณโซเดียมที่สูงแล้ว ยังมีส่วนผสมของสารปรุงแต่งต่างๆ ที่จะส่งผลต่อสุขภาพในแง่อื่น ๆ อีกด้วย วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่ได้รับการรับรองเกี่ยวกับอาการแปรรูป กับความเสี่ยงสุขภาพ มาฝากกันค่ะ อาหารแปรรูป คืออะไร อาหารแปรรูปเป็นอาหารที่ถูกผ่านกระบวนการยืดอายุ หรือเรียกง่ายๆ ว่า เป็นการถนอมอาหารโดยวิธีการต่าง ๆ เหล่านี้ เช่น การบ่ม การรมควัน การอบแห้ง และการอัดกระป๋อง ผลิตภัณฑ์ของอาหารแปรรูปนั้นมีหลากหลายชนิด เช่น ไส้กรอก ฮอตด็อก ซาลามี่ แฮม เบคอน เนื้อรมควัน เนื้อแห้ง เนื้อแดดเดียว เนื้อกระป๋อง คุกกี้ น้ำอัดลม ลูกอม ชีสแผ่น ในขณะเดียวกันเนื้อสัตว์แช่งแข็ง หรือเนื้อสัตว์ที่ไม่ผ่านกระบวนการทางเคมี เช่น เนื้อสไลด์ เนื้อชิ้นแช่แข็ง จะไม่ถือว่าเป็น เนื้อแปรรูป อาหารแปรรูป ส่งผลต่อสุขภาพ อย่างไรบ้าง การรับประทานอาหารแปรรูปทำให้เพิ่มอัตราเสี่ยงในการเป็นโรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง จากงานวิจัยพบว่า ผู้ที่บริโภคอาหารแปรรูปบ่อยๆ มักมีเป็นโรคต่างๆ […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ชาดอกเสาวรส เคล็ดลับของการนอนหลับที่คุณไม่ควรพลาด

หลายคนที่มีปัญหาในการนอน ทั้งนอนไม่หลับ หลับแล้วแต่ไม่สนิท นอนไม่เต็มอิ่ม จึงเลือกวิธีแก้ปัญหาเหล่านั้นด้วยการดื่มชา ซึ่งนอกจากชาเขียว และชาดำ ที่คุ้นเคยกันดีแล้ว ยังมีชาดอกเสาวรสที่คุณไม่ควรพลาด เพราะการดื่ม ชาดอกเสาวรส ช่วยให้คุณนอนหลับสบายขึ้น ได้ แต่ที่มาที่ไปจะเป็นอย่างไร มาหาคำตอบกันในบทความของ Hello คุณหมอ กันเลย ดอกเสาวรส คืออะไร ดอกเสาวรส หรือดอกของต้นเสาวรส (Passionflower) เป็นพืชตระกูลเถาและไม้เลื้อย ที่มีถิ่นกำเนิดและพบได้ทั่วไปในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศสหรัฐอเมริกา บริเวณอเมริกาใต้ และอเมริกากลางด้วย  ลักษณะของ ดอกเสาวรส นั้น จะคล้ายกันกับดอกกะทกรกของบ้านเรา ปัจจุบัน ดอกเสาวรส ถูกนำมาใช้ในกระบวนการผลิตยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาโรคต่าง ๆ คุณค่าทางอาหารจากดอกเสาวรส จากที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่า ดอกเสาวรส นั้นถูกนำมาทำเป็นยารักษาโรค แสดงให้เห็นว่า ดอกเสาวรส มีสรรพคุณที่สามารถช่วยรักษาอาการต่าง ๆ ของผู้ป่วย หรือผู้ที่ต้องการมีสุขภาพดีให้ดีขึ้นได้ ดอกเสาวรส ยังถูกนำมาแปรรูปเพื่อให้ประโยชน์ในหลายทาง โดยศูนย์การแพทย์ผสมผสานและสุขภาพองค์รวมแห่งชาติ National Center for Complementary and Integrative Health หรือ NCCIH ได้ทำการค้นคว้าและวิจัยถึงคุณประโยชน์จาก ดอกเสาวรส […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ประโยชน์ของชากุหลาบ และวิธีการทำ

ชากุหลาบ เป็นเครื่องดื่มที่ได้จากการต้มกลีบดอกกุหลาบแห้ง ทำให้ได้เครื่องดื่มที่มีกลิ่นหอมของดอกกุหลาบ ซึ่งอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เช่น ช่วยต้านอักเสบ ลดความเครียด รวมถึงอาจใช้ในการรักษาโรคข้ออักเสบได้ อย่างไรก็ตาม ชากุหลาบอาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน ผู้ที่มีสภาวะบางอย่าง เช่น ผู้ที่ตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคหัวใจ อาจควรต้องหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาคุณหมอก่อนที่จะดื่มชากุหลาบ [embed-health-tool-bmr] ชากุหลาบ บรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้จริงหรือ? ชากุหลาบ (Rose Tea) อุดมไปด้วยวิตามินซีสูง ทำหน้าที่ปกป้องเนื้อเยื่อ หรือเซลล์ที่ได้รับความเสียหายจากอนุมูลอิสระ ลดอาการข้อเข่าเสื่อมจากโรคไขข้ออักเสบ และยังสามารถบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้อีกด้วย ผลการวิจัยชิ้นหนึ่งได้ศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ของชากุหลาบในนักเรียนช่วงวัยรุ่นจำนวน 130 คน ของประเทศไต้หวัน ผู้เข้าร่วมการวิจัยได้ดื่มชากุหลาบในปริมาณ 2 ถ้วย เป็นเวลา 12 วัน โดยเริ่มต้นการรับประทานก่อนรอบเดือนจะมาประมาณ 1 สัปดาห์ สรุปการวิจัยได้ว่า ผู้ที่ดื่มชากุหลาบมีอาการปวดท้องน้อยลง ซึ่งทำให้การใช้ชีวิตทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ เป็นไปราบรื่น กว่าผู้ที่ไม่ได้ดื่มชา ประโยชน์ของชากุหลาบ นอกจากสีของเครื่องดื่มจะมีความสวยงามแล้ว ยังนำคุณประโยชน์เหล่านี้มาให้ร่างกาย และสุขภาพแข็งแรงขึ้น อาจช่วยในการลดการอักเสบ งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Food Science เมื่อปี 2549 พบว่าสารต่าง ๆ เช่น ฟีนอล (phenols) แอนโทไซยานิน […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน