เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ไม่ว่าคุณจะตั้งเป้าหมายเพื่อลดน้ำหนัก เพิ่มน้ำหนัก หรือรักษาค่าดัชนีมวลกาย (ฺBMI) ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ก็ล้วนแล้วแต่ต้องใช้ความมุ่งมั่นทั้งสิ้น รับคำแนะนำเกี่ยวกับ เคล็ดลับโภชนาการที่ดี เพื่อช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายได้อย่างปลอดภัยและมั่นคงยิ่งขึ้น ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ทำไมบางวันนอนเต็มอิ่ม แต่สมองกลับไม่เต็มร้อย? รู้จัก “คาร์โนซีน” สารสำคัญที่หลายคนอาจมองข้าม

ในแต่ละวัน ร่างกายและสมองต้องทำงานอย่างหนักเพื่อรับมือกับภารกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานที่ต้องใช้สมาธิ ความแม่นยำ และการตัดสินใจอย่างต่อเนื่อง แต่หลายคนอาจเคยเผชิญกับอาการสมองล้า ซึ่งมี ความรู้สึกอ่อนล้า สมองไม่ปลอดโปร่ง หรือรู้สึกไม่พร้อมตั้งแต่เริ่มต้นวันใหม่ ทั้งที่นอนหลับมาเต็มอิ่มแล้วก็ตาม แม้การพักผ่อนและการออกกำลังกายจะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่การได้รับสารอาหารที่เหมาะสมก็มีบทบาทต่อการทำงานของร่างกายและสมองเช่นกัน หลายคนที่มีอาการสมองล้า อาจสงสัยว่าสมองล้า กินอะไรดีเพื่อช่วยให้ร่างกายกลับมาสดชื่นขึ้น ซึ่งหนึ่งในอาหารบำรุงสมองที่ได้รับความสนใจคือ "คาร์โนซีน (Carnosine)" ซึ่งพบได้ตามธรรมชาติในร่างกายและในอาหารบางประเภท โดยมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการทำงานของอวัยวะที่ต้องใช้พลังงานสูง เช่น สมองและกล้ามเนื้อ บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักว่าคาร์โนซีน คืออะไร มีความสำคัญต่อร่างกายอย่างไร รวมถึงบทบาทของวิตามินบี 12 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิตามินบำรุงสมองและสารอาหารสำคัญต่อระบบประสาทและการสร้างพลังงาน พร้อมแนะนำแหล่งอาหารที่สามารถได้รับสารอาหารเหล่านี้ เพื่อสนับสนุนความพร้อมของร่างกายและสมองในแต่ละวัน คาร์โนซีน สารอาหารที่พบในกล้ามเนื้อและสมอง คาร์โนซีนเป็นสารประเภทไดเปปไทด์ (Dipeptide) ที่เกิดจากการรวมตัวของกรดอะมิโน 2 ชนิด ได้แก่ เบต้า-อะลานีน (Beta-Alanine) และแอล-ฮีสติดีน (L-Histidine) สารชนิดนี้พบได้มากในเนื้อเยื่อที่มีการใช้พลังงานสูงของร่างกาย เช่น กล้ามเนื้อ สมอง และหัวใจ แม้ว่าร่างกายจะสามารถสังเคราะห์คาร์โนซีนได้เองตามธรรมชาติ แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ระดับคาร์โนซีนในร่างกายมีแนวโน้มค่อย ๆ ลดลง เราสามารถได้รับสารชนิดนี้เพิ่มเติมจากการรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เนื้อปลา และเนื้อสัตว์ปีก รวมถึงซุปไก่สกัดได้อีกด้วย[4] ด้วยเหตุที่คาร์โนซีนพบมากในอวัยวะที่ต้องทำงานหนักและใช้พลังงานต่อเนื่องอย่างสมองและกล้ามเนื้อ จึงทำให้สารชนิดนี้ได้รับความสนใจมากขึ้นในแวดวงการดูแลสุขภาพ […]

สำรวจ เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ป่วยเป็น ไข้เลือดออก อาหาร 6 อย่างที่ช่วยในการฟื้นฟูร่างกาย

โรคไข้เลือดออก เมื่อเป็นแล้วจะมีอาการเหมือนเป็นไข้หวัดใหญ่ แต่อาการจะหนักกว่า และอาจถึงขั้นเสียชีวิต เนื่องจากภาวะเลือดออกมาก สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรค ไข้เลือดออก อาหาร ของผู้ป่วยที่จะช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูตัวเองได้เร็วขึ้น จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม และนี่คืออาหาร 6 อย่างที่เหมาะกับผู้ป่วยไข้เลือดออก อาหาร ที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายหากเป็น ไข้เลือดออก 1 ผักโขม ผักโขม อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก และกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย และยังช่วยเพิ่มเกล็ดเลือดด้วย ผู้ป่วยไข้เลือดออกจะมีภาวะเลือดออกมาก เกล็ดเลือดต่ำ ดังนั้น จึงต้องกินอาหารที่มีส่วนช่วยในการเพิ่มปริมาณเกล็ดเลือด 2 บร็อคโคลี่ บร็อคโคลี่ มีวิตามินเค ซึ่งมีส่วนช่วยในการสร้างเกล็ดเลือด หากผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ จึงควรเพิ่มบร็อคโคลี่เข้าไปในมื้ออาหาร นอกจากจะช่วยเรื่องปริมาณเกล็ดเลือดแล้ว บร็อคโคลี่ยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และมีแร่ธาตุมากมาย ที่จะทำให้ผู้ป่วยแข็งแรงขึ้น 3 น้ำใบมะละกอคั้น ดร. Ashutosh Gautam ผู้เชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนโบราณ ที่เมือง Baidyanath ในประเทศอินเดีย ได้ให้ข้อมูลว่า น้ำใบมะละกอมีสรรพคุณช่วยเพิ่มเกล็ดเลือด จึงมีส่วนช่วยในการรักษาโรคไข้เลือดออกได้ นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยในประเทศมาเลเซีย และในประเทศไทยที่ชี้ว่า น้ำใบมะละกอมีผลต่อผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก นอกจากนี้ยังไม่มีรายงานว่า การดื่มน้ำใบมะละกอเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกจึงสามารถลองดื่มน้ำต้มใบมะละกอได้ โดยการนำใบมะละกอมาบดและคั้นเอาน้ำมาดื่ม ในปริมาณ 30 มิลลิลิตรต่อครั้ง 4 […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

อาหารที่ช่วยต่อสู้อาการ อ่อนเพลีย ได้แบบเร่งด่วน

อาการ อ่อนเพลีย อาจเกิดขึ้นได้เมื่อนอนน้อย นอนไม่พอ หรือสาเหตุอื่นๆ เช่น ความเครียดสะสม การทำงานหนัก หรือออกกำลังกายหนักเกินไป สำหรับใครที่มีอาการอ่อนเพลียมาก และอ่อนเพลียเป็นประจำ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังมีปัญหาสุขภาพบางอย่าง ซึ่งควรปรึกษาคุณหมอโดยด่วน แต่ถ้าเป็นแค่อาการอ่อนเพลียโดยทั่วไป การกินอาหารเหล่านี้อาจช่วยได้ อาหารช่วยแก้อาการ อ่อนเพลีย น้ำเปล่า ภาวะขาดน้ำ เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ถ้าร่างกายของเราขาดน้ำ ร่างกายจะเอาพลังงานไปใช้ในการรักษาปริมาณน้ำในร่างกาย ทำให้เรารู้สึกไม่มีพลัง ไร้เรี่ยวแรง อ่อนเพลียในที่สุด ดังนั้น การดื่มน้ำก็จะช่วยทำให้เราหายอ่อนเพลีย และรู้สึกมีแรงขึ้นได้ ปริมาณน้ำที่ได้รับในแต่ละวันจะมาจากอาหาร 20% และจากการดื่มน้ำ 80% การดื่มน้ำให้เพียงพอนั้น ก็มีสูตรคำนวณง่ายๆ คือ น้ำหนักของร่างกาย (กิโลกรัม) หารด้วย 30 จะเท่ากับปริมาณน้ำเป็นลิตรที่ต้องกินในแต่ละวัน เช่น เราน้ำหนัก 60 กิโลกรัม หาร 30 ก็หมายความว่าควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร จึงจะเพียงพอ อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำจนอ่อนเพลีย วิธีแก้อาการแบบเร่งด่วนอย่างแรก จึงเป็นการดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอต่อปริมาณที่ร่างกายต้องการในทุกๆ วัน คาเฟอีน สมาคม National Coffee Association ให้ข้อมูลว่า […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

เรอบ่อย หลังกินอาหาร เพราะไม่ย่อยหรือเป็นกรดไหลย้อน

เรอบ่อย หลังกินอาหาร เป็นอาการที่ทำให้หลายคนกังวลใจว่าจะเป็นเพราะอาหารไม่ย่อย กรดเกินในกระเพาะ หรือเป็นเพราะโรคกรดไหลย้อนกันแน่ จริงๆ แล้ว อาการเรอบ่อยอาจมีได้จากหลายสาเหตุ สิ่งสำคัญคือการดูแลตัวเองในเบื้องต้นเพื่อป้องกันโรคที่ตามมาจากอาการเรอได้ อาการเรอบ่อย เป็นสัญญาณของโรคอะไรได้บ้าง เรอบ่อย หลังกินอาหาร อาจเกิดจากการกินอาหารเร็วเกินไป กินเยอะเกินไปจนอาหารไม่ย่อย นอกจากนี้ เรอบ่อย หลังกินอาหาร เสร็จอาจเป็นสัญญาณของโรคแตกต่างกันไป เช่น โรคกรดไหลย้อน โรคกระเพาะอย่างโรคแผลในกระเพาะอาหาร โรคนิ่วในถุงน้ำดี หรืออาจเสี่ยงเป็นมะเร็งในช่องท้อง อย่างเช่น มะเร็งกระเพาะอาหาร หรือมะเร็งลำไส้ เมื่อมีอาการเรอบ่อย สิ่งที่ทุกคนจะคิดถึงเป็นอย่างแรก คือ อาการอาหารไม่ย่อย แต่อาการอาหารไม่ย่อยก็คล้ายกับอาการของกรดไหลย้อน มีวิธีสังเกตความแตกต่างดังนี้ แค่อาหารไม่ย่อย หรือ กรดไหลย้อน อาการของอาหารไม่ย่อย มีดังต่อไปนี้ มีอาการท้องอืด รู้สึกแน่นท้อง มีลมในท้อง เรอบ่อย อาจมีอาการคลื่นไส้ อยากอาเจียน ปวดท้องส่วนบน อาการกรดไหลย้อน มีดังต่อไปนี้ เรอบ่อย คลื่นไส้ อยากอาเจียน แสบร้อนทรวงอก จุกเสียดบริเวณใต้ลิ้นปี่ เรอเปรี้ยว เนื่องจากกรดในกระเพราะอาหารมีรสเปรี้ยว หรือหายใจมีกลิ่น เสียงแหบ ไอเรื้อรัง หรืออาการหอบหืด เพราะกรดไหลย้อนไประคายคอหอย กล่องเสียง หรือหลอดลม เจ็บหน้าอก หายใจไม่สะดวก วิธีแก้อาการเรอบ่อย ที่เกิดจากอาหารไม่ย่อย ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต อาหารไม่ย่อยมักจะมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการกิน คือ กินเยอะเกินไป กินเร็วเกินไป กินอาหารที่มีไขมันสูง กินอาหารไม่ตรงเวลา หรือดื่มน้ำอัดลม […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการ ดื่มน้ำ ทุกวันนี้ คุณดื่มน้ำพอแล้วหรือยัง

เรามักจะคุ้นเคยกันดีกับความเชื่อเรื่อง ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว แล้วจะดีต่อสุขภาพ การดื่มน้ำ จัดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่เราไม่สามารถขาดได้ เนื่องจากร่างกายของมนุษย์กว่า 60% นั้นประกอบไปด้วยน้ำ ร่างกายจะกระตุ้นให้เรากระหายน้ำเมื่อร่างกายต้องการและเริ่มขาดแคลนน้ำ บทความนี้จะมานำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการ ดื่มน้ำ ว่าให้ประโยชน์และโทษอย่างไร และเราควรดื่มน้ำเท่าไหร่จึงจะเพียงพอในแต่ละวัน ดื่มน้ำ มากเท่าไหร่ จึงจะเพียงพอ เรามักจะสูญเสียน้ำไปจากการหายใจ เหงื่อ ปัสสาวะ และการขับถ่าย ร่างกายของเราจำเป็นต้องได้รับน้ำอย่างเพียงพอเพื่อที่จะทำงานได้ตามปกติ ดังนั้น เพื่อให้ร่างกายของเรายังสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ เราจึงควรบริโภคน้ำจากการดื่มน้ำและการรับประทานอาหารให้เพียงพอในแต่ละวัน ปริมาณน้ำที่ร่างกายควรบริโภคในแต่ละวันนั้นจะแตกต่างกันไปตามแต่ละคนโดยขึ้นอยู่กับ อายุ น้ำหนักตัว เพศ ระดับการออกกำลังกาย และภูมิภาคที่อาศัยอยู่ จากงานวิจัยของ The National Academies of Sciences ได้ให้ข้อสรุปว่า ปริมาณการบริโภคน้ำที่เพียงพอในแต่ละวัน คือ ผู้หญิงควรดื่มน้ำประมาณ 90 ออนซ์ (11 แก้ว) และผู้ชายควรดื่มน้ำประมาณ 125 ออนซ์ (16 แก้ว) ต่อวัน ปริมาณเหล่านี้เป็นปริมาณของน้ำที่บริโภคทั้งจากการดื่มน้ำและการรับประทานอาหาร โดยปกติแล้วเรามักจะได้รับน้ำจากอาหารประมาณ 20% ส่วนที่เหลือคือได้รับจากการดื่มน้ำ หากคุณต้องการปริมาณการบริโภคน้ำที่เหมาะสมกับคุณแบบเจาะจงมากกว่านั้น สามารถคำนวณได้โดยการนำ น้ำหนักตัว […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

กินแบบหยินหยาง สร้างความสมดุลให้ร่างกายตามหลักแพทย์แผนจีน

ตามความเชื่อของชาวจีน ทุกสรรพสิ่งล้วนมีสองด้านที่ตรงข้ามกัน แต่ส่งเสริมกันเรียกว่า “หยินและหยาง” และแม้แต่อวัยวะภายในร่างกายของเราเอง ก็แบ่งเป็นหยินกับหยางด้วยเช่นกัน การทำให้หยินหยางในร่างกายสมดุล จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เราแข็งแรงขึ้นได้ และการกินอาหารก็เป็นอีกวิธีง่ายๆ ที่การแพทย์แผนจีนเชื่อว่าจะสามารถช่วยให้เรารักษาความแข็งแรงของร่างกายเอาไว้ได้ วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับการ กินแบบหยินหยาง กันค่ะ หยินหยางสัมพันธ์กับอาหารอย่างไร ตำราแพทย์แผนจีนกล่าวไว้ว่า อวัยวะที่สำคัญทั้ง 5 ในร่างกายได้แก่ หัวใจ ปอด ไต ม้าม และ ตับ แบ่งออกเป็นหยินสามส่วน และหยางสองส่วน คือ ปอด ไต ม้าม เป็นหยิน หัวใจและตับเป็นหยาง ซึ่งอวัยวะภายในทั้ง 5 ที่มีพื้นฐานตรงข้ามกันนั้น ทำหน้าที่สร้างความสมดุลในร่างกาย ข่มความร้อนและเย็นให้เป็นปกติ หากกินอาหารที่มีฤทธิ์ร้อน ก็จะไปช่วยบำรุงให้ตับและหัวใจทำงานมากขึ้น จนส่งผลให้ไปข่มการทำงานของอวัยวะที่เป็นหยินมากเกินไปจนเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ ดังนั้น การเลือกกินอาหารให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย และการเลือกกินอาหารที่มีฤทธิ์ร้อนเย็นสลับกัน ไม่กินอาหารที่มีลักษณะร้อนหรือเย็นเพียงอย่างเดียวถี่จนเกินไป เป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยเสริมให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นได้ เนื่องจากการทำงานในร่างกายเกิดความสมดุล กินแบบหยินหยาง เป็นอย่างไร ตามความเชื่อของแพทย์แผนจีน คนเราจะมีลักษณะที่อาจจะเอนเอียงไปทางใดทางหนึ่ง  โดยเราจะสามารถแบ่งลักษณะของคนเราตามหยินและหยางได้ โดยการสังเกตจากลักษณะนิสัยและสภาพร่างกายของคนๆ นั้น และเมื่อรู้ว่าเรามีความเป็นหยินหรือหยางมากกว่ากันแล้ว ก็สามารถที่จะเลือกการ กินแบบหยินหยาง […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

วิตามินรวม มีประโยชน์อย่างไร จำเป็นต้องกินไหม

วิตามินรวม และวิตามินชนิดต่างๆ กลายเป็นสิ่งคุ้นเคยสำหรับคนสมัยนี้ไปแล้ว เนื่องจากผู้คนยุคนี้หันมาใส่ใจในเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น แต่บางครั้งก็อดสงสัยไม่ได้ว่า วิตามินที่เรากิน ๆ กันอยู่เป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกายจริง ๆ หรือเปล่า? ก่อนตัดสินใจกินควรหาข้อมูลเพื่อจะได้เลือกรับประทานวิตามินรวมอย่างถูกต้อง วิตามินรวม คืออะไร วิตามินรวมคือ อาหารเสริมชนิดเม็ดประกอบไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม วิตามินดี วิตามินบี วิตามินเอ วิตามินเค โพแทสเซียม ไอโอดีน ซีลีเนียม โบรอน ซิงค์ แมงกานิส โมลิบดีนัม เบต้า–แคโรทีน และธาตุเหล็ก ในร้านขายยาชั้นนำ วิตามินรวมมีอยู่มากมายหลายชนิดและมีปริมาณในการรับประทานแตกต่างกันออกไป อย่างเช่น วิตามินรวมสำหรับเด็ก ผู้ชาย ผู้หญิง สตรีมีครรภ์ หรือผู้สูงอายุ และอาจมีชนิดที่เพิ่มวิตามินและเกลือแร่บางอย่างเข้าไป สำหรับกลุ่มคนที่มีความต้องการแตกต่างกันไป วิตามินรวม มีประโยชน์อย่างไร แม้ว่าเราจะเห็นตามแผ่นพับหรือโฆษณาตามสื่อต่าง ๆ ว่าวิตามินรวมดีอย่างโน้นอย่างนี้ แต่วิตามินรวมไม่ใช่ยามหัศจรรย์ที่จะช่วยเพิ่มพลังให้คุณกลายเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ทันที สิ่งที่วิตามินรวมทำได้ ก็คือ ช่วยทดแทนวิตามินในส่วนที่ขาด หรือที่ไม่มีอยู่ในอาหาร  ยกตัวอย่างเช่น หากกินอาหารสำเร็จรูปบ่อย ๆ ก็มีความเป็นไปได้อย่างมาก ที่ร่างกายจะขาดวิตามินและเกลือแร่บางชนิด ซึ่งวิตามินรวมจะช่วยทำหน้าที่ตรงนี้ในการเป็นตัวช่วยเสริมได้ วิตามินรวม […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ซาลโมเนลลา เชื้อแบคทีเรียในไข่ไก่ เราควรต้องกลัวหรือเปล่า

ซาลโมเนลลา (Salmonella) เป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง พบได้มากในสัตว์ปีกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ เชื้อโรคชนิดนี้ทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ ซึ่งถ้าเชื้อเข้ากระแสเลือดได้ ก็อาจจะรุนแรงถึงตายได้ ฉะนั้น ก็ศึกษารายละเอียดพวกนี้ไว้ เพื่อจะได้หาทางป้องกันการติดเชื้อโรคชนิดนี้ได้ ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของอเมริกาได้รายงานว่า มีผู้ป่วยจำนวย 11 รายถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาล และมีการยืนยันว่าได้ติดเชื้อซาลโมเนลลาด้วย โดยการระบาดนี้เกิดขึ้นจากผักสลัดที่มีการปนเปื้อน โรคระบาดจากอาหารไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะในทุกๆปี แค่โรคซาลโมเนลลาอย่างเดียว ก็ทำให้มีผู้ป่วยถึง 1.2 ล้านคน มีผู้เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลถึง 23,000 คน โดยมีผู้เสียชีวิตถึง 450 ราย ถ้าใครกำลังเป็นกังวลถึงการระบาดของโรคนี้  Hello คุณหมอ ขออาสามาชี้แจงให้ฟังถึงสาเหตุโรคนี้ รวมทั้งวิธีป้องกันตัวเองจากเชื้อโรคตัวนี้ด้วย ซาลโมเนลลา คืออะไร? เชื้อซาลโมเนลลา เป็นแบคทีเรียที่มีลักษณะรูปท่อน ต้องการออกซิเจนในการเติบโต อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเติบโตของเชื้อซาลโมเนลลา คือประมาณ 37 องศาเซลเซียส ค่า pH ที่เหมาะสมในการ เติบโตอยู่ระหว่าง 4.1-9.0 เชื้อซาลโมเนลลา มีความสามารถในการทนความร้อนแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิด สายพันธุ์ และผลพวงจากสิ่งแวดล้อมในการเติบโต เชื้อซาลโมเนลลาเข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร เชื้อซาลโมเนลลา เป็นเชื้อแบคทีเรียที่ทําให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ และสามารถถ่ายทอดเข้าสู่ร่างกายได้ โดยรับประทานอาหารที่มีเชื้อซาลโมเนลลาปนเปื้อน ซึ่งก็ได้แก่อาหารประเภทเนื้อ เช่น […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

แพ็คสลัดใส่กล่อง ไปกินมื้อกลางวันให้คงความสดใหม่ได้นานๆ

แพ็คสลัดใส่กล่อง ไปกินเป็นมื้อกลางวันนั้น นอกจากจะส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างมหาศาลแล้ว ยังเป็นวิธีควบคุมน้ำหนักที่ได้ผลดีด้วย แต่การลุกขึ้นมาหั่นผักเพื่อเตรียมทำสลัดในแต่ละวันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆนะ ทำไปทำมาผักสลัดก็อาจจะเหี่ยวได้ ครั้นจะซื้อมากินก็อาจจะสิ้นเปลือง เพราะเมนูสลัดสมัยนี้ก็มักจะมีราคาแพง โดยเฉพาะถ้าเป็นผักออร์แกนิคด้วยล่ะก็ กินบ่อยๆ กระเป๋าอาจจะแฟบได้ โชคดีนะที่มีวิธีการดีๆ ที่ทำให้สามารถ แพ็คสลัดใส่กล่อง โดยยังคงความสดใหม่อยู่ได้หลายวัน คุณจึงสามารถจัดเตรียมแค่ครั้งเดียวในหนึ่งสัปดาห์ แล้วสามารถทะยอยนำออกมากินได้ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์เลย ซึ่งเคล็ดลับในการแพ็คสลัดนี้ที่เรากำลังพูดถึงนี้ไม่มีกฎตายตัว คุณสามารถแต่งเติมโน่นนี่ได้ตามความคิดสร้างสรรค์ของคุณเอง และถึงแม้คุณจะแพ็คสลัดครั้งละ 5 กล่อง ก็ไม่จำเป็นว่าคุณจะต้องทำสลัดแบบเดียวกันทั้งหมด คุณสามารถเปลี่ยนท้อปปิ้งหรือน้ำสลัดให้แตกต่างกันได้ เลือกกล่องใส่สลัดให้เหมาะ จุดเริ่มต้นของการแพ็คสลัดใส่กล่องให้กินได้นานๆ นั้นก็คือ การเลือกกล่องให้เหมาะกับการใช้งาน และปลอดภัยจากสิ่งแปลกปลอมต่างๆด้วย ซึ่งถ้าอยากได้แบบที่ปลอดภัยจริงๆ ก็ควรเลือกแบบที่ตัวกล่องเป็นแก้ว และมีฝาพลาสติกชนิดสูญญากาศที่สามารถกันลมและกันหกเลอะเทอะได้ และที่สำคัญต้องเป็นพลาสติกชนิดที่มีไม่สาร BPA (สารก่อมะเร็งที่มักพบในภาชนะพลาสติก) รวมทั้งสามารถใช้กับเตาอบหรือเตาไมโครเวฟได้อย่างปลอดภัย และเนื่องจากกล่องชนิดนี้จะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมแบนๆ จึงสามารถวางซ้อนกันได้อย่างสวยงามในตู้เย็น ซึ่งช่วยให้ประหยัดเนี้อที่ไปในตัว ข้อเสียของกล่องแก้วชนิดนี้ก็คือ อาจจะมีความหนักและมีราคาแพง ร่วมทั้งมีความเสี่ยงต่อการตกแตกด้วย ส่วนถ้าใครอยากประหยัดเงินค่ากล่องลงมาอีกหน่อย และเพิ่มความสะดวกในการพกพามากขึ้น ก็ควรเลือกกล่องพลาสติกสำหรับบรรจุอาหาร และมีฝากล่องที่มีสาร BMP เช่นเดียวกัน ซึ่งกล่องชนิดนี้จะมีน้ำหนักเบามาก และไม่ต้องกลัวจะตกแตกด้วย จึงช่วยให้คุณสามารถพกพากไปไหนมาไหนได้อย่างสบาย ไม่ว่าคุณจะเดินทางด้วยการนั่งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถไฟฟ้า หรือแม้แต่รถเมล์ นอกจากนี้ยังมีขนาดที่เหมาะกับการใช้งานคู่กับกล่องข้าวกลางวัน หรือแพ็คน้ำแข็งสำหรับเพิ่มความสดใหม่ให้ผักสลัดด้วย เคล็ดลับการจัดวางผักสลัด หลังจากเลือกกล่องใส่สสัดที่ถูกใจแล้ว ก็ถึงเวลาต้องจัดเรียงผักสลัดกันแล้ว และนี่คือเทคนิคดีๆ ที่ช่วยให้ผักสลัดคงความสดใหม่อยู่ได้น๊าน…นาน 1 […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

แคลอรี่ต่อวัน สำคัญอย่างไร กับวิธีนับแคลอรี่ที่ควรรู้

แคลอรี่ต่อวัน และวิธีนับแคลอรี่ที่ถูกต้อง ถือเป็นข้อมูลพื้นฐานในการดูแลสุขภาพที่ควรทราบ โดยเฉพาะในผู้ที่ต้องการลดหรือควบคุมน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม พลังงานและแคลอรี่ที่ได้รับในแต่ละวันควรมาจากอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายด้วย จึงจะช่วยให้ลดน้ำหนักได้อย่างสุขภาพดีในระยะยาว [embed-health-tool-bmi] แคลอรี่ต่อวัน สำหรับคนแต่ละกลุ่ม แคลอรี่ (Calorie) คือ หน่วยวัดพลังงาน หากเป็นพลังงานที่ได้รับจากอาหารหรือพลังงานที่ร่างกายใช้ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ จะเรียกว่า กิโลแคลอรี่ (kcal) โดยทั่วไปแล้ว แต่ละคนจะมีปริมาณแคลอรี่ที่ร่างกายควรได้รับต่อวันแตกต่างกัน อาจขึ้นอยู่กับเพศ อายุ ส่วนสูง น้ำหนัก และระดับการเคลื่อนไหวร่างกาย หรือกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน วิธีการ คํานวณ แคลอรี่ต่อวันอาจแบ่งตามระดับความเข้มข้นของการเคลื่อนไหวร่างกายหรือกิจกรรมทางกาย (Physical activity) ดังนี้ 1. กลุ่มที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย (Sedentary) หรือส่วนใหญ่ทำกิจกรรมที่ใช้พลังงานน้อย เช่น นอน นั่ง ยืน เดินในระยะทางใกล้ ๆ ไม่เกิน 10 นาที แคลอรี่ต่อวัน เด็ก อายุ 2-3 ปี ควรได้รับแคลอรี่ต่อวัน 1,000 กิโลแคลอรี่ แคลอรี่ต่อวัน ผู้หญิง อายุ 4-8 ปี ควรได้รับแคลอรี่ต่อวัน 1,200 […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ข้ออักเสบ กับอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงหากเป็นโรคนี้

ข้ออักเสบ (Arthritis) คือโรคที่มาพร้อมอาการปวด บวม อักเสบตามข้อต่อที่แสนทรมาน ส่งผลให้ผู้ป่วยประสบกับความยากลำบากในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะยามนั่ง ยามเดิน หรือยามวิ่ง โรคนี้พบได้ในคนทุกเพศทุกวัย นอกจากจะส่งผลกระทบกับข้อต่อแล้ว โรคข้ออักเสบบางชนิดยังทำให้หัวใจ ดวงตา ปอด ไต และผิวหนังมีปัญหาได้อีกด้วย และหากปล่อยไว้ไม่รักษาอาจร้ายแรงถึงขั้นพิการ หรือเสียชีวิตได้เลยทีเดียว โรคข้ออักเสบส่วนใหญ่อาจไม่มีทางรักษาให้หายขาด แต่นอกจากการรักษาด้วยยา หรือการผ่าตัดที่นิยมทำกันแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน เลี่ยงอาหารบางชนิดก็อาจช่วยได้ แล้วเมื่อเป็น ข้ออักเสบ อาหารที่ควรเลี่ยง จะมีอะไรบ้าง Hello คุณหมอ จะพาไปดูกันเลย อาหารที่ควรเลี่ยง หากคุณเป็น ข้ออักเสบ น้ำตาล ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน American Journal of Clinical Nutrition ระบุว่า น้ำตาลที่ผ่านกระบวนการ สามารถกระตุ้นการหลั่งไซโตไคน์ (Cytokines) ซึ่งเป็นโปรตีนที่สามารถก่อให้เกิดการอักเสบได้ คุณจึงควรงดเติมน้ำตาลในอาหาร รวมไปถึงไม่บริโภคขนม หรือเครื่องดื่มน้ำตาลสูง เช่น เค้ก คุกกี้ ช็อกโกแลต ลูกอม น้ำอัดลม หรือแม้แต่น้ำผลไม้บางยี่ห้อ ก่อนซื้ออาหารชนิดใด ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีน้ำตาลในรูปแบบต่าง ๆ เช่น […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน