brand logo
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน

แบ่งปัน

ไข้เลือดออก อาการ สาเหตุ การรักษา และการป้องกัน

ไข้เลือดออก เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue Virus) ที่มียุงลายเป็นพาหะ หลังจากที่ถูกยุงลายที่มีเชื้อไวรัสเดงกีกัดประมาณ 5-8 วัน อาจจะเริ่มมีอาการของไข้เลือดออก เช่น มีไข้สูง หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน ไข้เลือดออกพบได้มากในพื้นที่เขตร้อนชื้นซึ่งอาจพบการแพร่กระจายของยุงลายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในฤดูฝน ที่มักมีแหล่งน้ำขังซึ่งอาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่ดีสำหรับยุง ดังนั้น หากทราบวิธีกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายก็อาจช่วยป้องกันไม่ให้เป็นไข้เลือดออกได้

ไข้เลือดออก อาการ สาเหตุ การรักษา และการป้องกัน

ไข้เลือดออก คืออะไร 

ไข้เลือดออก คือ โรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue Virus) โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค ซึ่งเชื้อไวรัสเดงกีมีอยู่ด้วยกัน 4 สายพันธุ์ ได้แก่ เดงกี-1 เดงกี-2 เดงกี-3 และเดงกี-4 หากยุงลายที่มีเชื้อไวรัสเดงกีไปกัดคน เชื้อไวรัสก็จะเข้าสู่กระแสเลือด และอาจก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกได้ โดยทั่วไป อาการของไข้เลือดออกมักจะแสดงให้เห็นหลังจากได้รับเชื้อจากยุงลายประมาณ 5-8 วัน ไข้เลือดออกสามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัยและพบได้ตลอดทั้งปี แต่ส่วนใหญ่มักพบในช่วงฤดูฝน เนื่องจากมักมีน้ำขังที่เป็นเหมือนแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย 

อาการไข้เลือดออก 

อาการที่พบได้ทั่วไปของโรคไข้เลือดออก อาจมีดังนี้

  • มีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส หรือบางครั้งอาจสูงถึง 40 องศาเซลเซียส
  • มีผื่นแดงหรือจ้ำเลือดใต้ผิวหนัง
  • ปวดศีรษะ 
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • อ่อนเพลีย
  • ปวดท้อง
  • คลื่นไส้ อาเจียน 
  • เบื่ออาหาร
  • ปัสสาวะหรืออุจจาระมีเลือดปน

ควรไปพบคุณหมอเมื่อไหร่ 

หากมีอาการอาเจียนบ่อยครั้ง ปวดท้องรุนแรง มีเลือดกำเดาไหลหรือเลือดออกตามไรฟัน เลือดออกตามร่างกาย หายใจลำบาก การรู้สึกตัวลดลง ควรรีบไปพบคุณหมอ เพราะอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของไข้เลือดออกที่รุนแรงและอาจส่งผลต่อชีวิตได้

สาเหตุไข้เลือดออก 

ไข้เลือดออกเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกีที่มียุงลายเพศเมียที่มีเชื้อไวรัสเดงกีชนิดใดชนิดหนึ่งจากทั้งหมด 4 ชนิดเป็นพาหะนำโรค หากยุงลายดูดเลือดผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสเดงกี เชื้อจะเข้าไปฝังตัวภายในกระเพาะอาหารและต่อมน้ำลายของยุงลายและจะใช้เวลาฟักตัวประมาณ 8-12 วัน เมื่อยุงลายที่มีเชื้อไวรัสไปกัดคนอื่นต่อก็อาจทำให้โรคไข้เลือดออกแพร่กระจายได้

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาคุณหมอทุกครั้งเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยไข้เลือดออก 

การวินิจฉัยโรคไข้เลือดออก สามารถทำได้โดยการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งมีหลากหลายวิธี ดังนี้

  • การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) โดยการประเมินค่าเม็ดเลือดขาว (WBC count) เกล็ดเลือด (Platelet count) ฮีมาโตคริต (Hematocrit) รวมถึงการทดสอบ Tourniquet test 
  • การตรวจหาแอนติเจน NS1 ใช้ชุดตรวจแบบ Rapid test หรือวิธี ELISA เพื่อตรวจโปรตีนจำเพาะของเชื้อไวรัสเดงกี่
  • การตรวจสารพันธุกรรมของไวรัสเดงกี่ ใช้เทคนิค RT-PCR หรือ Real-time RT-PCR เพื่อตรวจยืนยันการมีเชื้อไวรัส
  • การตรวจหาแอนติบอดี IgM และ IgG ทำได้ด้วยชุดตรวจ Rapid test, วิธี ELISA หรือวิธี PRNT เพื่อตรวจหาภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นหลังการติดเชื้อ
  • การแยกเชื้อไวรัสเดงกี่ เพาะเชื้อจากตัวอย่างเลือด โดยใช้อาศัยตัวยุงหรือนำเข้าสู่เซลล์เพาะเลี้ยงเพื่อยืนยันชนิดของไวรัส

การรักษาไข้เลือดออก 

ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาโรคไข้เลือดออกโดยเฉพาะ การรักษาอาจเป็นไปแบบประคับประคองหรือรักษาตามอาการ เพื่อให้ร่างกายของผู้ป่วยกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว โดยคุณหมออาจให้ยาลดไข้ ยาแก้ปวด เพื่อบรรเทาอาการไข้และปวดเมื่อยตามร่างกาย อย่างไรก็ตาม ห้ามรับประทานยากลุ่ม NSAID เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน เพราะอาจทำให้เลือดออกง่ายหรือเลือดออกมากขึ้นได้ ทั้งนี้ ผู้ป่วยควรพักผ่อนและดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ หากมีอาการแย่ลงควรรีบไปพบคุณหมอทันที เพื่อตรวจหาภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ภาวะช็อก ภาวะเลือดออกรุนแรง

การปรับไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเอง

การปรับไลฟ์สไตล์บางอย่างอาจเป็นวิธีที่อาจช่วยป้องกันการเป็นไข้เลือดออกได้ โดยวิธีป้องกันการโดนยุงกันอาจมีดังนี้ 

  • ใส่เสื้อแขนยาว ขายาว และอยู่ในที่มีแสงสว่างมากเพียงพอ 
  • หากอยู่ในสถานที่ที่มืดหรือแสงสว่างไม่เพียงพอ ควรทายากันยุง หรือจุดยากันยุง เพื่อป้องกันยุงกัด 
  • กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เช่น หมั่นเปลี่ยนน้ำในแจกันดอกไม้ ชามน้ำดื่มของสัตว์เลี้ยง ปิดฝาภาชนะเก็บน้ำให้มิดชิด หรือจับคว่ำไม่ให้มีน้ำขัง
  • ฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก อาจช่วยลดความรุนแรงของโรคได้ สามารถฉีดได้ในผู้ที่มีอายุ 4-60 ปี โดยไม่จำเป็นต้องเคยติดเชื้อมาก่อน
นายแพทย์ ช.ท แพทย์เวชปฏิบัติ
นายแพทย์ ช.ท แพทย์เวชปฏิบัติ
ตรวจสอบข้อมูลอย่างถี่ถ้วนโดยนายแพทย์ ช.ท แพทย์เวชปฏิบัติแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป · Hello คุณหมอ
เขียนโดย นนทกร บัณฑิตสินทรัพย์ · แก้ไขล่าสุด 07/10/2025