เตรียมตัวก่อนคลอด

ยิ่งใกล้กำหนดคลอดมากเท่าไหร่ คุณแม่หลายคนก็อาจจะยิ่งมีความกังวลใจมากขึ้นเท่านั้น แต่การเตรียมตัวที่ดี ก็อาจช่วยลดความวิตกกังวล และลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดได้มากขึ้นเท่านั้น เรียนรู้เทคนิคการ เตรียมตัวก่อนคลอด กับ Hello คุณหมอ ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

เตรียมตัวก่อนคลอด

ตรวจคัดกรองโครโมโซม เป็นการตรวจคัดกรองทางพันธุกรรมของทารกในครรภ์ผ่านการตรวจเลือดหรือการเจาะน้ำคร่ำจากคุณแม่ ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์ เช่น ดาวน์ซินโดรม เอ็ดเวิร์ดซินโดรม กลุ่มอาการเทอร์เนอร์ซินโดรม กลุ่มอาการไคลน์เฟลเทอร์ อย่างไรก็ตาม การตรวจคัดกรองโครโมโซมอาจไม่สามารถยืนยันความผิดปกติได้แม่นยำ 100% นอกจากนี้ การตรวจคัดกรองโครโมโซมบางชนิดอาจทำให้เกิดความเสี่ยงในการแท้งบุตร จึงควรปรึกษาคุณหมอถึงความปลอดภัยในการตรวจก่อนเสมอ โครโมโซม คืออะไร โครโมโซม (Chromosome) คือ รหัสทางพันธุกรรมที่อยู่ในเซลล์ร่างกาย และสร้างขึ้นจากดีเอ็นเอ (DNA) โดยมียีนทำหน้าที่ควบคุมการสร้างลักษณะทางพันธุกรรมในแต่ละส่วน ควบคุมการทำงานของเซลล์และกำหนดลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล โดยร่างกายของมนุษย์จะประกอบด้วยเซลล์หลายพันล้านเซลล์ ซึ่งในแต่ละเซลล์จะมีโครโมโซมจับคู่กันลักษณะคล้ายปลาท่องโก๋ จำนวนทั้งหมด 46 แท่ง หรือ 23 คู่ แบ่งเป็นโครโมโซมร่างกาย 22 คู่ และโครโมโซมเพศ 1 คู่ โดย XX หมายถึง เพศหญิง และ XY หมายถึง เพศชาย ในบางกรณี โครโมโซมอาจเกิดความผิดปกติได้ โดยอาจมีโครโมโซมส่วนเกินหรือโครโมโซมบางส่วนขาดหายไป ซึ่งอาจส่งผลต่อพัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญาของทารก โดยความผิดปกติของโครโมโซมในทารกแรกเกิดที่พบได้บ่อย อาจมีดังนี้ ดาวน์ซินโดรม (Down Syndrome) เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา […]

หัวข้อ เตรียมตัวก่อนคลอด เพิ่มเติม

เตรียมตัวก่อนคลอด

โยคะสำหรับคนท้อง อาจเป็นประโยชน์สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ อยากคลอดลูกง่าย เนื่องจากการฝึกโยคะ เป็นการฝึกร่างกายควบคู่ไปกับจิตใจ หากทำเป็นประจำ อาจช่วยให้คุณแม่ตั้งครรภ์หายใจได้ดีขึ้น และมีสมาธิมากขึ้น ซึ่งอาจดีต่อการคลอดบุตร อย่างไรก็ตาม คุณแม่ตั้งครรภ์ควรฝึกโยคะในท่าที่เหมาะสม ภายใต้การดูแลของคุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อความปลอดภัย โยคะ คืออะไร โยคะ (Yoga) หรือการฝึกโยคะ คือ กระบวนการฝึกฝนร่างกายควบคู่ไปกับการฝึกหายใจ และฝึกจิตให้มีสมาธิจดจดกับลมหายใจเข้าออก หากทำเป็นประจำอย่างถูกต้อง อาจช่วยให้สุขภาพดีขึ้นได้ทั้งกายและใจ โยคะเป็นการออกกำลังกายแบบง่าย ๆ ช้า ๆ ไม่เน้นความรวดเร็ว จึงถือว่าเหมาะกับคุณแม่ตั้งครรภ์ เพราะหากฝึกโยคะคนท้องเป็นประจำอาจช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น ช่วยคลายความเครียดและความวิตกกังวล ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่น ช่วยลดอาการปวดหลัง เป็นต้น ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับจากโยคะเหล่านี้ อาจช่วยให้คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถคลอดลูกได้ง่ายขึ้นทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม การเล่นโยคะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์จำเป็นต้องดูท่าที่เหมาะสม และควรอยู่ภายใต้การดูแลจากคุณหมอและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อความปลอดภัยของทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์ อยากคลอดลูกง่าย โยคะท่าไหนช่วยได้ การฝึกท่าโยคะดังต่อไปนี้ อาจส่งผลดีต่อการคลอดลูก 1. โยคะท่าเด็กหมอบ (Child’s pose) เป็นท่าที่ช่วยใหระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น รวมไปถึงสามารถบรรเทาอาการปวดหลัง และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ แถมยังช่วยบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน วิธีปฏิบัติ เริ่มต้นด้วยคุกเข่าลงนั่งบนส้นเท้า เหยียดแขนสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ หายใจออกแล้วโน้มตัวไปข้างหน้าช้า ๆ กดฝ่ามือลงแนบกับพื้น สำหรับคุณแม่ที่ท้องโต อาจต้องกางหัวเข่าออกให้กว้างขึ้น จะได้ไม่รู้สึกอึดอัด 2. สคอวท (Squat) ช่วยผ่อนคลาย […]

เตรียมตัวก่อนคลอด

เมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายของการตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 3 ก็อาจหมายความว่าทารกใกล้จะคลอดออกมาแล้ว โดยคุณแม่อาจสังเกตได้จากสัญญาณการคลอดต่าง ๆ เช่น น้ำคร่ำแตก ปวดท้องอย่างรุนแรง ปากมดลูกขยาย หากสังเกตพบอาการเหล่านี้ ควรรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลในทันที [health-tool template="due-date"] สัญญาณการคลอด มีอะไรบ้าง 1. ท้องเริ่มเคลื่อนที่ต่ำ หรือลดลง สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า เนื่องจากเมื่อใกล้คลอดลูกน้อยจะเริ่มเคลื่อนตัวลงไปบริเวณเชิงกราน หากลดระดับลงมากเท่าใด ก็หมายถึงสัญญาณการคลอดที่ดีมากเท่านั้น และทำให้คุณแม่อุ้มท้องหายใจสะดวกขึ้น หากท้องเริ่มเคลื่อนต่ำลง คุณอาจจะรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น เพราะหัวลูกน้อยดันลงไปที่กระเพาะปัสสาวะ 2. ปากมดลูกขยาย ปากมดลูกเปิดนั้นเป็นยังไง คือวิธีการที่คุณหมอจะตรวจดูปากมดลูกสัญญาณการคลอด ว่าลูกน้อยมีการกลับหัวหรือยัง หากพบว่าปากมดลูกเปิดแล้ว คุณหมอก็จะทำการคาดคะเนกำหนดวันคลอดให้คุณแม่ ซึ่งเป็นการตรวจสุขภาพของคุณแม่ตั้งครรภ์ตามตารางเวลานัดของคุณหมอ เพื่อดูพัฒนาการเด็ก รวมถึงอื่น ๆ 3. มีอาการปวดมากขึ้น มีความรู้สึกเป็นตะคริว และปวดหลังส่วนล่าง รวมไปถึงขาหนีบเมื่อใกล้คลอด เนื่องจากกล้ามเนื้อ และส่วนต่างๆ ของร่างกายคุณแม่มหัศจรรย์ สำหรับเตรียมความพร้อมให้กับสถานการณ์ตอนใกล้คลอด 4. ข้อต่อมีความหลวมขึ้น ซึ่งระยะเวลาการตั้งครรภ์ฮอร์โมนรีแล็กซินได้ทำให้เอ็นมีการคลายตัวเล็กน้อย คุณแม่สามารถสังเกตเห็นได้ว่ารู้สึกตึงน้อยลงรวมถึงผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นวิธีธรรมชาติในการเปิดกระดูกเชิงกราน สำหรับการเตรียมพร้อม 5. อาจมีอาการท้องเสียหรือท้องร่วง เนื่องจากลำไส้ส่วนล่างถูกรบกวน ถึงแม้คุณแม่อาจจะรู้สึกว่ามันน่ารำคาญ แต่อยากให้คุณแม่ได้รู้ว่า นี่คือ สัญญาณการคลอดที่ดีเลยทีเดียวนะ 6. น้ำหนักเริ่มคงที่ ในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 3 น้ำหนักตัวคุณแม่จะเริ่มไม่ค่อยขึ้นแล้ว เนื่องจากทารกอาจพัฒนาจนเต็มที่แล้ว 7. เหนื่อยง่ายกว่า คุณแม่ช่วงใกล้คลดออาจมีอาการเหนื่อยง่ายมากกว่าเดิมเป็นพิเศษ รู้สึกอยากอยู่เฉย ๆ และง่วงนอนบ่อยขึ้น 8. […]

เตรียมตัวก่อนคลอด

ตรวจครรภ์ก่อนคลอด เป็นการตรวจสุขภาพครรภ์และสุขภาพทารกระหว่างที่ตั้งครรภ์ เพื่อช่วยให้ทราบถึงภาวะและความปลอดภัยของผู้ที่เป็นแม่และลูกน้อยในครรภ์ โดยคุณหมอจะช่วยตรวจดูพัฒนาการของทารก การเจริญเติบโตของร่างกายและอวัยวะต่าง ๆ ตลอดระยะเวลาของการตั้งครรภ์ก่อนคลอด รวมทั้งภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่ หากพบความผิดปกติจะได้แก้ไขหรือหาทางดูแลรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ  [health-tool template="due-date"] ตรวจครรภ์ก่อนคลอด สำคัญอย่างไร การตรวจครรภ์ก่อนคลอด เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญของการตั้งครรภ์ที่จะช่วยให้คุณแม่และทารกในครรภ์มีสุขภาพดี และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์หรืออาจเกิดขึ้นขณะคลอด ในทุก ๆ การ ตรวจครรภ์ก่อนคลอด แพทย์จะสามารถรับรู้ถึงความผิดปกติ พัฒนาการ ตลอดจนความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ และเมื่อพบความผิดปกติแพทย์ก็สามารถที่จะหาวิธีรับมือหรือลดความเสี่ยงนั้นได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ การตรวจครรภ์ก่อนคลอดจึงช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของแม่และเด็ก รวมถึงลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนต่อแม่และเด็กได้ด้วย ตรวจครรภ์ก่อนคลอด ต้องตรวจอะไรบ้าง การ ตรวจครรภ์ก่อนคลอด มีอยู่ด้วยกันหลายรูปแบบ แต่หลัก ๆ แล้ว มักมีการตรวจคัดกรอง ดังนี้ การอัลตร้าซาวด์ การ ตรวจครรภ์ก่อนคลอด ด้วยการอัลตร้าซาวด์ เป็นรูปแบบการตรวจครรภ์ที่น่าจะเป็นที่คุ้นหูมากที่สุดสำหรับคนท้อง กระบวนการอัลตร้าซาวด์นี้มักเกิดขึ้นตั้งแต่สัปดาห์ที่ 18-20 ของการตั้งครรภ์ และแม่ท้องมักจะได้รับการอัลตร้าซาวด์อย่างน้อยไตรมาสละหนึ่งครั้ง เพื่อตรวจดูพัฒนาการของทารก เพศของทารก หรือตรวจดูความผิดปกติของทารกในครรภ์ การตรวจคัดกรองโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์  การตรวจคัดกรองโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ เป็นการ ตรวจครรภ์ ที่มักเริ่มตรวจในช่วงสัปดาห์ที่ 24-28 ของการตั้งครรภ์ โดยคุณหมอจะตรวจด้วยวิธีวัดระดับน้ำตาลในเลือด (Glucose challenge […]

เตรียมตัวก่อนคลอด

อาการใกล้คลอด อาจเริ่มปรากฏขึ้นตั้งแต่ช่วง 2-4 สัปดาห์ก่อนถึงกำหนดการคลอด หรือประมาณสัปดาห์ที่ 36 ของการตั้งครรภ์ อาการใกล้คลอดอาจมีทั้งอาการเจ็บท้องหลอก มดลูกบีบตัว ท้องเสีย ปากมดลูกขยาย และอาการอื่น ๆ ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าทารกใกล้จะถึงเวลาออกมายังโลกภายนอกแล้ว การรู้จักสังเกตอาการใกล้คลอด อาจช่วยให้คุณแม่สามารถรับมือได้ดีขึ้นเมื่อถึงกำหนดคลอดจริง [health-tool template="due-date"] อาการใกล้คลอด มีอะไรบ้าง สัญญาณของอาการใกล้คลอด ที่สามารถสังเกตได้โดยทั่วไป มีดังนี้ ทารกเคลื่อนตัวลงต่ำ ประมาณ 2-4 สัปดาห์ก่อนถึงกำหนดการคลอด ท้องของคุณแม่จะคล้อยต่ำลง เนื่องจากทารกมีการเคลื่อนตัวลงมาอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้กับกระดูกเชิงกราน และเริ่มมีการกลับศีรษะเข้าไปที่บริเวณอุ้งเชิงกรานเพื่อเตรียมพร้อมต่อการคลอด ในระยะนี้คุณแม่จะเริ่มหายใจได้สะดวกขึ้น เนื่องจากทารกเคลื่อนตัวออกห่างจากบริเวณปอด ปากมดลูกขยาย เมื่อใกล้วันคลอด ปากมดลูกของคุณแม่จะเริ่มเปิดและขยายกว้างขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการคลอดทารกน้อย อย่างไรก็ตาม บางคนอาจมีอาการปากมดลูกเปิดก่อนกำหนด ขณะที่บางคนปากมดลูกเปิดช้ากว่ากำหนด ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่ยังจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ อาการปวดหลัง ยิ่งใกล้คลอดเท่าไหร่ อาการปวดหลังก็จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเท่านั้น คุณแม่ที่ใกล้คลอดจึงรู้สึกปวดหลังมากกว่าปกติ โดยเฉพาะบริเวณหลังส่วนล่าง หรือบางครั้งอาจปวดแบบเป็นตะคริวลามไปจนถึงต้นขา ซึ่งอาการปวดเช่นนี้เป็นผลมาจากร่างกายมีการยืดและขยายเพื่อเตรียมพร้อมก่อนการคลอด อาการท้องเสีย คุณแม่หลายท่านมักมีอาการท้องเสียเมื่อ ใกล้คลอด เนื่องจากร่างกายมีการผ่อนคลาย เพื่อเตรียมกล้ามเนื้อให้พร้อมสำหรับการคลอด โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณทวารหนักที่มีการคลายตัว จึงทำให้ง่ายต่อการขับถ่ายมากเป็นพิเศษ  มีเมือกไหลออกจากช่องคลอด อาการใกล้คลอด คุณแม่มักจะมีการขับเมือกเหนียว และตกขาว ออกมาทางช่องคลอด ยิ่งใกล้วันคลอดมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีตกขาวและเยื่อเมือกเหนียวเหล่านี้ไหลออกมามากขึ้น หรือหนาขึ้น โดยเยื่อเมือกเหล่านี้มักจะมีเลือดปนออกมาด้วย เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าใกล้ถึงเวลาคลอดเต็มทีแล้ว มดลูกบีบตัว คุณแม่จะรู้สึกเกร็งที่มดลูกในช่วงใกล้คลอด เนื่องจากมดลูกเริ่มมีการหดหรือบีบตัว เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการคลอด และจะยิ่งบีบตัวมากขึ้นกว่าปกติ […]

เตรียมตัวก่อนคลอด

เมื่อการตั้งครรภ์เข้าสู่ช่วงไตรมาสที่ 3 คุณแม่อาจเริ่มศึกษาวิธีการเตรียมตัวคลอด เพื่อให้เตรียมพร้อมสำหรับการคลอดลูกได้ดีที่สุด ไม่ต้องมาฉุกละหุกในช่วงใกล้ถึงกำหนดคลอด ซึ่งอาจช่วยลดความกังวลก่อนที่วันคลอดจะมาถึง และยังอาจช่วยให้สามารถรับมือหากมีเหตุฉุกเฉิน เช่น เด็กคลอดก่อนกำหนด ได้ดียิ่งขึ้น [health-tool template="due-date"] การเตรียมตัวคลอด สำหรับคุณแม่ใกล้คลอด วิธีเตรียมตัวคลอดเหล่านี้ จะช่วยให้คุณแม่ใกล้คลอดพร้อมรับมือกับการคลอดลูกมาขึ้น ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์และการคลอด คุณแม่ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์และการคลอด อย่างพัฒนาการของทารกในครรภ์ อาการแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ สัญญาณและอาการใกล้คลอด รูปแบบในการคลอดลูก ขั้นตอนในการคลอด หรืออื่น ๆ เอาไว้ด้วย การทำความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้ล่วงหน้าจะช่วยให้คุณแม่รู้ข้อมูลพื้นฐาน และสามารถรับมือได้ดีขึ้น หากเกิดภาวะต่าง ๆ แต่แนะนำว่า คุณแม่ควรขอข้อมูลจากคุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญแทนการค้นหาข้อมูลด้วยตัวเองจากในอินเตอร์เน็ต จะได้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องน่าเชื่อถือ หรือหากอยากศึกษาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตจริง ๆ ก็ควรเลือกเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ เตรียมใจให้พร้อม งานวิจัยเผยว่า การเจริญสติ (Mindfulness Meditation) คือ ฝึกควบคุมสติของตัวเองให้อยู่กับปัจจุบัน ช่วยให้คุณแม่ท้องแรกรับมือกับความหวาดกลัวที่มาพร้อมการตั้งครรภ์ได้ ทั้งยังช่วยลดอาการของโรคซึมเศร้าทั้งก่อนคลอดและหลังคลอดด้วย คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถเจริญสติได้ง่ายมาก เพียงแค่หลับตา ทำสมาธิ เพ่งความสนใจไปที่ลมหายใจของตัวเอง เริ่มจากวันละสัก 5 นาทีก่อนก็ได้ จากนั้นจึงค่อย ๆ ใช้เวลาเจริญสติให้นานถึงหากต้องการ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ผู้เชี่ยวชาญเผยว่า การออกกำลังกายในระดับความเข้มข้นปานกลางเป็นประจำทุกวัน เช่น เดินวันละ 30 นาที จะช่วยคลายเครียด ทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น และช่วยให้คุณแม่มีน้ำหนักตัวและรูปร่างที่เหมาะสม ซึ่งล้วนส่งผลดีต่อการตั้งครรภ์และการคลอดลูกทั้งสิ้น และไม่ใช่แค่นั้น […]

เตรียมตัวก่อนคลอด

น้ำคร่ำแตก หรือน้ำเดิน คือ ภาวะที่ถุงน้ำคร่ำมีรอยแตกหรือรั่ว น้ำคร่ำจะไหลออกมาผ่านทางปากมดลูกและช่องคลอด ภาวะนี้ถือเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าทารกพร้อมคลอดแล้ว แม้จะเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้กับคุณแม่ใกล้คลอด แต่หากเกิดภาวะน้ำคร่ำแตกก่อนกำหนด โดยเฉพาะเมื่ออายุครรภ์ยังไม่ครบ 37 สัปดาห์ อาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ น้ำคร่ำแตก หรือน้ำเดิน คืออะไร ทารกได้รับการปกป้องอยู่ในเยื่อหุ้มรก หรือถุงน้ำคร่ำ ซึ่งเต็มไปด้วยของเหลวที่เรียกว่า น้ำคร่ำ (Amniotic fluid) เมื่อถุงน้ำคร่ำมีรอยแตกหรือรั่ว น้ำคร่ำจะไหลออกมาผ่านทางปากมดลูกและช่องคลอด หรือที่เรียกว่า ภาวะน้ำเดิน นั่นเอง ส่วนใหญ่ภาวะนี้มักเกิดขึ้นเมื่อเริ่มเข้าสู่ระยะการคลอด แต่ก็อาจเกิดขึ้นก่อนครบกำหนดคลอดได้เช่นกัน น้ำคร่ำแตกมีอาการอย่างไร ความรู้สึกของอาการน้ำคร่ำแตก แตกต่างกันไปในคุณแม่แต่ละคน อาจเป็นได้ทั้งความรู้สึกเหมือนถุงแตก น้ำคร่ำจะไหลทะลักออกมา และอาการน้ำคร่ำรั่วเล็กๆ จริงๆ คุณแม่ตั้งครรภ์บางรายอาจมีน้ำคร่ำไหลหยดช้าๆเหมือนกำลังปัสสาวะ ในขณะที่บางรายอาจรุนแรงกว่านั้นมาก แต่โดยทั่วไปแล้ว ผู้ที่ตั้งครรภ์จะรู้สึกถึงแรงกด จากนั้นจะรู้สึกเหมือนมีอะไรเล็ก ๆ แตกอยู่ข้างใน แล้วตามด้วยความรู้สึกโล่งทันทีที่ถุงน้ำคร่ำแตก สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์มือใหม่หรือท้องแรก อาจไม่มั่นใจว่าของเหลวที่ไหลออกมานั้นเป็นน้ำคร่ำหรือปัสสาวะกันแน่ จุดสังเกตก็คือ น้ำคร่ำจะมีลักษณะเป็นน้ำใสๆไม่เหนียว และไม่มีกลิ่น แต่ในบางครั้งน้ำคร่ำอาจมีกลิ่นเหมือนคลอรีนหรือน้ำอสุจิ หรืออาจมีเลือดปนอยู่เล็กน้อยได้เช่นกัน น้ำคร่ำแตกเมื่อไร โดยปกติแล้ว ถุงน้ำคร่ำจะแตกก่อนเกิดอาการเจ็บท้องคลอดเล็กน้อย แต่ก็ไม่ใช่ว่าผู้หญิงตั้งครรภ์ทุกคนจะน้ำคร่ำแตกช่วงในเวลาเดียวกัน ผู้หญิงตั้งครรภ์ประมาณร้อยละสิบ มีภาวะน้ำเดินหรือถุงน้ำคร่ำแตกก่อนคลอด ที่เรียกว่า “ภาวะน้ำเดินก่อนกำหนด” หรือ “ภาวะถุงน้ำคร่ำแตกก่อนการเจ็บครรภ์คลอด”(Premature rupture of membranes […]

เตรียมตัวก่อนคลอด

เจ็บท้องคลอด เป็นอาการใกล้คลอดที่ส่งสัญญาณเตือนให้รู้ว่า ลูกน้อยใกล้ออกมาลืมตาดูโลกแล้ว แต่บางครั้งอาการเจ็บนั้นอาจจะยังไม่ถึงเวลาคลอดจริง ๆ ก็ได้ ฉะนั้น จึงควรศึกษาเกี่ยวกับลักษณะของอาการเจ็บท้องจริงหรือเจ็บท้องหลอก เพื่อการเตรียมตัวเองให้พร้อมเสมอก่อนเวลาเจ็บท้องจริง ๆ จะมาถึง และรับมือกับสถานการณ์อย่างมีสติ ปลอดภัย  [health-tool template="due-date"] อาการเจ็บท้องหลอก คืออะไร อาการเจ็บท้องหลอกเป็นอาการเจ็บท้อง ที่ชวนให้นึกว่าใกล้ถึงเวลาคลอดแล้ว ถึงแม้ว่าอาการเจ็บแบบนี้จะทำให้คอมดลูกบางลง แบบเดียวกับอาการเจ็บท้องจริง ๆ แต่อาการเจ็บท้องหลอกจะไม่นำไปสู่การคลอดลูกอย่างแน่นอน อาการเจ็บท้องหลอกจะเริ่มเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสที่สามของการตั้งครรภ์ ซึ่งจะมีอาการเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงบ่ายหรือช่วงค่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังวันที่ได้ออกแรงทำโน่นทำนี่ไปเยอะแยะ ตอนนี้อาจจะยังไม่มีอาการเจ็บท้องจริงเกิดขึ้นหรอกนะ แต่อาการเจ็บท้องหลอกนี้จะมีมาบ่อยขึ้นเมื่อใกล้ถึงวันคลอด เวลาที่เกิดอาการเจ็บท้องหลอกนั้น จะรู้สึกตึง ๆ บริเวณช่องท้อง ซึ่งมักไม่ใช่อาการเจ็บปวด แต่ก็อาจเกิดขึ้นได้ สัญญาณที่บ่งบอกว่าเจ็บท้องหลอกก็ได้แก่… การบีบตัวของมดลูกที่เป็น ๆ หาย ๆ การบีบตัวของมดลูกที่ไม่มีความรุนแรงมากขึ้น การบีบตัวของมดลูกที่จะหายไป เมื่อเปลี่ยนท่าทาง หรือปัสสาวะออกจนหมด อาการเจ็บท้องจริง คืออะไร อาการเจ็บท้องจริง มักจะเกิดขึ้นเวลาที่ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่เรียกว่าออกซิโทซินออกมา ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้จะช่วยกระตุ้นมดลูกให้เกิดการบีบรัดตัว ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณที่บอกว่าใกล้ถึงเวลาคลอดแล้ว อาการเจ็บท้องจริง มีอยู่ 2 เหตุผล คือ อาการเจ็บท้องจริงที่เกิดขึ้นกับว่าที่คุณแม่ส่วนใหญ่นั้น จะเริ่มเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 40 ของการตั้งครรภ์ อาการเจ็บท้องจริงที่เริ่มเกิดขึ้นในช่วงก่อนสัปดาห์ที่ 37 […]


คุณกำลังกังวลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ใช่หรือไม่?

หยุดกังวลได้แล้ว มาเข้าชุมชนสนทนาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณแม่และว่าที่คุณแม่คนอื่น ๆ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!