ไตรมาสที่ 2

เมื่อการตั้งครรภ์เข้าสู่ช่วง ไตรมาสที่ 2 คุณแม่ก็อาจเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่เกิดขึ้น พร้อมกับพัฒนาการของลูกน้อยภายในครรภ์ Hello คุณหมอ ได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ ไตรมาสที่ 2 มาไว้ที่นี่แล้ว

เรื่องเด่นประจำหมวด

ไตรมาสที่ 2

สำหรับคุณแม่ที่กำลังวางแผนมีลูกหรือกำลังตั้งครรภ์ อาหารบำรุงมดลูกจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เนื่องจาก มดลูกเป็นอวัยวะที่สำคัญต่อการปฏิสนธิและการฝังตัวของตัวอ่อน การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและการกินอาหารที่ช่วยบำรุงมดลูก จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับมดลูก ซึ่งอาจช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์มากขึ้น ส่งเสริมสุขภาพและการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ และอาจลดโอกาสเกิดภาวะแท้งหรือคลอดก่อนกำหนดได้ อาหารบำรุงมดลูก มีอะไรบ้าง อาหารบำรุงมดลูก มีหลายชนิดที่มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนสรรพคุณของอาหารที่อาจช่วยบำรุงมดลูกรวมถึงส่งเสริมพัฒนาการของทารกในครรภ์ได้ ดังนี้ ไข่แดง ไข่แดงอุดมไปด้วยโคลีน (Choline) ซึ่งเป็นสารอาหารที่ดีต่อการบำรุงมดลูก ช่วยสร้างไขมันที่ช่วยส่งเสริมโครงสร้างของเยื่อหุ้มเซลล์ เยื่อหุ้มสมอง กล้ามเนื้อ เซลล์ประสาทให้แข็งแรง ช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมและผลิตดีเอ็นเอ ช่วยผลิตสารสื่อประสาทที่จำเป็นต่อการควบคุมกล้ามเนื้อ ความจำ การมองเห็น และควบคุมการเต้นของหัวใจ นอกจากนี้ ยังดีต่อการพัฒนาการทำงานของสมองและไขสันหลังของทารกในครรภ์ด้วย โดยมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nutrition เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2562 ศึกษาเกี่ยวกับโคลีนซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อสุขภาพ พบว่าโดยปกติผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ มีความต้องการโคลีนปริมาณ 425 มิลลิกรัม/วัน  แต่การตั้งครรภ์และให้นมบุตร อาจทำให้ร่างกายต้องการโคลีนมากเป็นพิเศษ โดยผู้หญิงตั้งครรภ์ควรได้รับโคลีนปริมาณ 450 มิลิกรัม/วัน และผู้หญิงให้นมบุตรควรได้รับโคลีนปริมาณ 550 มิลลิกรัม/วัน ซึ่งโคลีนจะช่วยบำรุงทารกในครรภ์ รวมถึงรกและมดลูกด้วย นมและผลิตภัณฑ์จากนม นมและผลิตภัณฑ์จากนม เช่น โยเกิร์ต ชีส อุดมไปด้วยแคลเซียมและวิตามินดี ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพกระดูกและอาจช่วยป้องกันเนื้องอกในมดลูกได้ โดยมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งจาก Cambridge […]

หัวข้อ ไตรมาสที่ 2 เพิ่มเติม

ไตรมาสที่ 2

การ ตรวจสุขภาพไตรมาส 2 ของแม่ตั้งครรภ์ คุณหมอจะทำการนัดทุก 4 สัปดาห์ หรือ 1 เดือนครั้ง เพื่อตรวจดูสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์โดยรวม รวมถึงภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ  ที่อาจจะเกิดขึ้นกับทารกในครรภ์ นอกจากนั้น คุณแม่ยังจะได้เห็นพัฒนาการของลูกในครรภ์และตรวจคัดกรองสุขภาพสำหรับภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ได้อีกด้วย เช่น เบาหวานขณะตั้งครรภ์ รกเกาะต่ำ  [health-tool template="due-date"] ตรวจสุขภาพไตรมาส 2 มีอะไรบ้าง การตรวจสุขภาพในไตรมาสที่ 2 จะทำให้สามารถทราบถึงพัฒนาการของทารกในครรภ์และจะเป็นการตรวจคัดกรองสุขภาพสำหรับภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่ระหว่างการตั้งครรภ์ โดย การตรวจสุขภาพครรภ์ในไตรมาสที่ 2 อาจมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ การสอบถามประวัติเพิ่มเติม เช่น มีเลือดออกทางช่องคลอดหรือไม่ มีปัญหาการนอนหลับหรือเปล่า รวมไปถึงสภาพจิตใจ และอารมณ์ที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่ตั้งครรภ์ การตรวจปัสสาวะ ตรวจหาโปรตีน เพื่อดูความเสี่ยงของภาวะครรภ์เป็นพิษ และตรวจดูว่ามีน้ำตาลรั่วมาในปัสสาวะหรือไม่ เพื่อประเมินความเสี่ยงของภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ในขณะเดียวกันก็เป็นการตรวจเพื่อประเมินการติดเชื้อที่อาจเป็นสาเหตุให้ทารกคลอดก่อนกำหนดได้ การตรวจกลูโคส โดยปกติจะทำการตรวจในสัปดาห์ที่ 24-28 การทดสอบนี้จะเป็นการวัดระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งเป็นการทดสอบตามปกติสำหรับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานที่เกิดขณะตั้งครรภ์ การเจาะเลือด สำหรับการตรวจ Maternal serum alpha-fetoprotein (MSAFP) และการตรวจระดับฮอร์โมน Estriol และ hCG […]

ไตรมาสที่ 2

การตั้งครรภ์ชวงไตรมาสที่ 2 หมายถึงช่วงสัปดาห์ที่ 14-27 ของการตั้งครรภ์ หรือประมาณเดือนที่ 4-6 ของการตั้งครรภ์ สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์การเปลี่ยนแปลงในไตรมาสที่ 2 ของการตั้งครรภ์นี้อาจมีทั้งขนาดหน้าท้องของคุณแม่ที่ขยายใหญ่มากขึ้น บางคนอาจมีอาการปวดท้อง ปวดหลัง หรือเป็นตะคริวมากขึ้น แต่อาการแพ้ท้องอาจบรรเทาลง สำหรับทารกในครรภ์อาจสามารถบ่งบอกเพศของทารกได้แล้ว รวมถึงลูกอาจจะเริ่มดิ้น ดังนั้น จึงควรใส่ใจการดูแลสุขภาพทั้งสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์และทารกในครรภ์ [health-tool template="pregnancy-weight-gain"] การเปลี่ยนแปลงในไตรมาสที่ 2 ของคุณแม่ตั้งครรภ์ มีอะไรบ้าง เมื่อเข้าสู่ช่วง การตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 2 การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ย่อมเกิดขึ้นกับคุณแม่ตั้งครรภ์อย่างแน่นอน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ มีดังต่อไปนี้ การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้นทางร่างกายของ คุณแม่ตั้งครรภ์ในไตรมาสที่ 2 ได้แก่ หน้าท้องและหน้าอกที่ใหญ่ขึ้น เมื่อหน้าอกของคุณแม่ขยายใหญ่ขึ้น จำเป็นจะต้องหาเสื้อชั้นในที่ช่วยพยุงเต้านมของคุณได้ดี รวมไปถึงเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย รู้สึกปวดในช่องท้องส่วนล่าง เกิดขึ้นเมื่อมดลูกมีการขยายตัวในระหว่างตั้งครรภ์ ลองอาบน้ำอุ่นและ ออกกำลังกายเพื่อผ่อนคลาย ซึ่งอาจลดอาการนี้ได้ ปวดหลัง เนื่องจากน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น ซึ่งน้ำหนักส่วนใหญ่ควรเพิ่มขึ้นประมาณเดือนละ 1-2 กก. ปวดขา หรือการเป็นตะคริว อาจถือเป็นเรื่องปกติที่คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องประสบพบเจอ โดยสามารถเกิดในช่วงกลางดึก คุณแม่อาจจะเลือกสวมรองเท้าที่สบายรองรับน้ำหนักตัวได้ดี และทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการสวมใส่ส้นสูง […]

ไตรมาสที่ 2

การดูแลสุขภาพคนท้องไตรมาสที่สอง เป็นสิ่งสำคัญที่ควรใส่ใจ เพื่อสุขภาพที่ดีทั้งต่อคุณแม่และทารกในครรภ์ โดยอาจให้ความสนใจกับการบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนเนื่องจากการแพ้ท้อง การรับมือกับความอ่อนเพลีย และการควบคุมความเครียด ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การพักผ่อน และการเลือกรับประทานที่เหมาะสมกับคุณแม่ตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสที่ 2 [health-tool template="pregnancy-weight-gain"] การดูแลสุขภาพคนท้องไตรมาสที่สอง ช่วงไตรมาสที่สองของการตั้งครรภ์เป็นจุดเปลี่ยนหลายอย่างของคุณแม่และทารกในครรภ์ จะมีการปรับตัวทำให้คุณแม่รู้สึกดีขึ้น ส่วนทารกในครรภ์ช่วงนี้จะเปนช่วงของการพัฒนาอวัยวะและระบบทั้งหมดในร่างกาย รวมถึงขนาดและน้ำหนักของทารกที่จะเพิ่มขึ้น สายสะดือจะค่อย ๆ หนาขึ้น เพื่อใช้ในการลำเลียงอาหารไปยังทารกในครรภ์ การบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน แน่นอนว่า อาการแพ้ท้องยังคงเกิดขึ้นอยู่กับคุณแม่บางคน เพื่อไม่ให้อาการคลื่นไส้อาเจียนรบกวนการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันของคุณ สามรรถบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นได้ดังนี้ หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน กลิ่นของกาแฟ เครื่องดื่ม หรือกลิ่นของอาหารบางชนิดอาจส่งผลต่ออาการคลื่นไส้ของคุณแม่ที่มีปัญหาแพ้ท้องได้ จึงควรหลีกเลี่ยงกลิ่นหรือรสชาติอาหารต่าง ๆ ที่เป็นปัญหาต่ออาการคลื่นไส้อาเจียน รับประทานของว่างบ่อย ๆ แครกเกอร์และอาหารรสจืดอื่น ๆ สามารถช่วยลดอาการคลื่นไส้ได้ หรืออาจรับประทานของว่างง่าย ๆ เช่น น้ำขิงหรือชาขิง ก็สามารถช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส่ได้เช่นกัน การรับมือกับความรู้สึกเมื่อยล้า ในขณะที่ตั้งครรภ์อาจมีอาการเมื่อยล้าง่ายขึ้นเมื่อทำงานหรือทำกิจกรรมระหว่างวันอื่น ๆ จึงมีวิธีช่วยรับมือกับอาการเหล่านั้น ดังนี้ รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็กและโปรตีน อาการเหนื่อยล้าอาจเป็นสัญญาณของโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ดังนั้น จึงควรปรับอาหารให้เหมาะสม เช่น รับประทานเนื้อแดง สัตว์ปีก อาหารทะเล ผักใบเขียว ซีเรียล ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว เป็นต้น เพื่อเสริมธาตุเหล็ก […]

ไตรมาสที่ 2

อาการคนท้องไตรมาสที่สอง เป็นอาการชี้เฉพาะที่สามารถบอกถึงระยะครรภ์ของคุณแม่ทุกคนได้ ซึ่งในแต่ละคนอาจมีอาการไม่เหมือนกัน หรือบางคนอาจไม่แสดงอาการเลย ดังนั้น เพื่อให้คุณแม่รู้ถึงระยะการตั้งครรภ์และรู้ถึงอาการคนท้องไตรมาสที่สองเบื้องต้น มาลองอ่านบทความนี้เพื่อที่คุณจะได่รับมือกับอาการต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง ท้องช่วงไตรมาสที่สอง คือ ระยะเวลาตั้งแต่ 13-27 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์ ทารกจะเจริญเติบโตและมีความแข็งแรงขึ้น ซึ่งในช่วงนี้สามารถอัลตราซาวด์ดูอวัยวะเพศที่กำหนดเพศของทารก ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ตั้งแต่ช่วง 20 สัปดาห์ และในช่วง 16-22 สัปดาห์ คุณแม่จะรู้สึกถึงการขยับตัวของทารก เพราะทารกในครรภ์จะเริ่มดิ้นและขยับตัว ถือเป็นสัญญาณของการมีชีวิตรอดของทารก [health-tool template=”due-date”] อาการคนท้องไตรมาสที่สอง ในช่วงไตรมาสที่สองอาจมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายหลายส่วน โดยอาการของคนท้องไตรมาสที่สอง มีดังนี้ หน้าท้องและหน้าอกใหญ่ขึ้น มดลูกขยายใหญ่ขึ้น เพื่อให้มีพื้นที่ว่างสำหรับทารกในการเจริญเติบโตขึ้น ร่วมไปถึงหน้าอกของคุณก็มีการขยายใหญ่ขึ้นตามไปด้วย จึงจำเป็นต้องมีชุดชั้นในเพื่อรองรับหน้าอกของคุณด้วย มดลูกบีบตัวหรือเรียกว่า “Braxton Hicks Contractions” คุณจะสามารถรู้สึกได้ถึงการบีบตัวของมดลูกซึ่งอาจเกิดขึ้นในบางช่วงเวลา เช่น ตอนบ่าย ตอนเย็น หลังออกกำลังกาย หลังจากมีเพศสัมพันธ์ เป็นต้น หรือในบางคนอาจรู้สึกว่ามดลูกบีบตัวตลอดทั้งวัน ทุกการทำกิจกรรม ดังนั้น ควรติดต่อแพทย์ของคุณเพื่อตรวจสอบอาการมดลูกบีบตัว เพราะอาจเป็นสัญญาณของการคลอดก่อนกำหนด ผิวหนังมีการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์จะกระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสีเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ในคุณแม่บางคนอาจมีฝ้าเป็นจุดสีน้ำตาลขึ้นบนใบหน้า หรืออาจเกิดการแตกลายเป็นเส้นสีน้ำตาลที่หน้าท้อง เนื่องจาก การขยายตัวของหน้าท้อง การเปลี่ยนแปลงของผิวหนังเหล่านี้จะจางลงหลังคลอด แสงแดดอาจทำให้ฝ้ามีอาการแย่ลงได้ การทาครีมกันแดดเมื่ออยู่กลางแจ้งอาจช่วยบรรเทาอาการได้ ส่วนรอยแตกลายที่อยู่บริเวณหน้าท้อง หน้าอก ก้น หรือต้นขาเหล่านี้ ไม่สามารถป้องกันแต่สามารถเยียวยาให้ดีขึ้นได้หลังจากการคลอด ปัญหาจมูก เมื่อระดับฮอร์โมนเพิ่มขึ้นและร่างกายมีการสร้างเลือดมากขึ้น […]

ไตรมาสที่ 2

สะดือคนท้อง คือหนึ่งในอาการเปลี่ยนแปลงระหว่างการตั้งครรภ์ที่มองเห็นได้เด่นชัดมากที่สุดอาการหนึ่ง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของสะดือเป็นภาวะปกติที่เกิดขึ้นได้กับคุณแม่ตั้งครรภ์ แต่อาจมีลักษณะของสะดือคนท้องบางรายที่อาจผิดปกติ มีสัญญาณเตือนที่คุณแม่ตั้งท้องควรรู้ไว้เพื่อสังเกตหากเกิดความผิดปกติ เกิดอะไรขึ้นกับ สะดือคนท้อง เมื่อตั้งครรภ์ เมื่อการตั้งครรภ์เข้าสู่ช่วงไตรมาสที่ 2 อาจสังเกตเห็นได้ค่อนข้างชัดเจนว่า หน้าท้องเริ่มขยายใหญ่ตามอายุครรภ์และการเจริญเติบโตของทารก ส่งผลให้สะดือที่เชื่อมต่อกับทารกในครรภ์มีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย แต่ทั้งนี้ ลักษณะของท้องและสะทดือคนท้องนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละคน สำหรับลักษณะของสะดือที่มักเห็นเด่นชัด ได้แก่ สะดือโผล่เล็กน้อย โดยปกติแล้วอาการนี้ยังถือว่าไม่เป็นอันตรายมากนัก แต่อาจทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์ เกิดอาการระคายเคือง หรือรำคาญใจ หากบริเวณสะดือที่ยื่นออกมาเกิดเสียดสีกับเสื้อผ้าที่สวมใส่ ทางแก้สำหรับปัญหานี้คือ คุณแม่ตั้งครรภ์อาจหาผ้าหรืออุปกรณ์ห่อหุ้มหน้าท้องมาพันปิดรอบสะดือเอาไว้เพื่อป้องกันการเสียดสี ในกรณีที่คุณแม่มีอาการเจ็บปวดร่วมด้วยจนรู้สึกเป็นกังวล อาจสามารถเข้ารับคำปรึกษาจากคุณหมอเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง สะดือแบนราบ บางครั้งเมื่อหน้าท้องขยายใหญ่ขึ้นอาจทำให้ผิวหนังช่วงหน้าท้องยืดจนตึง จนทำให้สะดือดูราบแบน และจะเปลี่ยนกลับไปมีลักษณะเหมือนเดิมอีกครั้งหลังจากคลอดลูก ภาวะแทรกซ้อนเมื่อ สะดือคนท้อง เปลี่ยนแปลง ถึงแม้การเปลี่ยนแปลงของสะดือจะเป็นอาการปกติของคุณแม่ตั้งครรภ์ แต่ขณะเดียวกันก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ โดยเฉพาะอาการ ไส้เลื่อน  โดยมีสาเหตุมาจากความดันในช่องท้องที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อวัยวะภายใน เช่น ลำไส้ นูนยื่นออกมาผ่านกล้ามเนื้อหน้าท้อง โดยมีสัญญาณเตือนต่าง ๆ ได้แก่ อาการเจ็บปวดเมื่อก้มตัว งอตัว ไอ จาม หรือมีก้อนเนื้อนูนปรากฏบนบริเวณสะดือ ซึ่งจะสังเกตได้ชัดเจนมากขึ้นในท่านอน นอกจากนี้ ยังอาจมีอาการระคายเคืองอย่างรุนแรง และรอยช้ำที่เกิดจากขยายตัวของหน้าท้อง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ที่อาจนำไปสู่การติดเชื้อบริเวณสะดือได้อีกด้วย นับว่าเป็นภาวะแทรกซ้อนอีกอย่างหนึ่งที่คุณแม่ควรระวังเป็นอย่างมาก สิ่งสำคัญที่สุดเกี่ยวกับสะดือคนท้อง คือการดูแลทำความสะอาดสะดื้อและหน้าท้องเช่นเดียวกับอวัยวะส่วนอื่น ๆ พยายามใส่เสื้อผ้าที่พอดี ๆ […]


คุณกำลังกังวลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ใช่หรือไม่?

หยุดกังวลได้แล้ว มาเข้าชุมชนสนทนาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณแม่และว่าที่คุณแม่คนอื่น ๆ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!