พฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ

พฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ สามารถทำได้โดยการเลือกสิ่งที่ดีต่อร่างกายของคุณ ตลอดไปจนถึงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทำร้ายสุขภาพ เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย และทำให้คุณภาพชีวิตของเราดียิ่งขึ้น เรียนรู้เกี่ยวกับลักษณะพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพ และผลกระทบที่อาจตามมา ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

พฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ

เช็กสัญญาณ ฮีทสโตรก และวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น

เมื่ออากาศร้อนจัด หลายคนอาจรู้สึกเพลีย เวียนหัว หรือหมดแรงได้ง่าย แต่ในบางกรณี อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่ “เพลียแดด” ทั่วไป แต่อาจเป็นสัญญาณของ ฮีทสโตรก ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องรีบช่วยเหลือทันที Heat Stroke คือภาวะที่ร่างกายร้อนเกินไปจนไม่สามารถระบายความร้อนได้ตามปกติ ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นอย่างอันตราย โดยมักพบว่าเกิน 40 องศาเซลเซียส และเริ่มส่งผลต่อสมอง ระบบประสาท และอวัยวะสำคัญ หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว อาจลุกลามไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ ไตวาย หายใจล้มเหลว ชัก และอาจเสียชีวิตได้ วิธีสังเกตอาการ Heat Stroke อาการฮีทสโตรกมักเริ่มจากอาการเตือนที่ดูเหมือนไม่รุนแรง ก่อนจะค่อย ๆ เข้าสู่ภาวะอันตราย โดยอาการที่ควรสังเกต มีดังนี้ อาการเริ่มต้น ปวดศีรษะ เวียนหัว หน้ามืด อ่อนเพลีย เหนื่อยผิดปกติ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ กระหายน้ำมาก ผิวแดง ร้อน หัวใจเต้นเร็ว หายใจเร็ว คลื่นไส้ อาเจียน ปัสสาวะสีเข้ม อาการเมื่อเริ่มเข้าสู่ภาวะอันตราย ไข้สูงหรือร่างกายร้อนจัด บางรายอาจมีอุณหภูมิร่างกายเกิน 40-40.5°C สับสน พูดช้า ตอบสนองช้า พูดไม่รู้เรื่อง […]

หมวดหมู่ พฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ เพิ่มเติม

สำรวจ พฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ

การปฐมพยาบาล

วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เมื่อถูก ประตูหนีบนิ้ว

การถูก ประตูหนีบนิ้ว เป็นหนึ่งในอุบัติเหตุที่สร้างความเจ็บปวดให้อย่างมากต่อนิ้วอันแสนบอบบางของเรา แต่หลาย ๆ คนกลับเลือกที่จะไม่ปฐมพยาบาล หรือปฐมพยาบาลอย่างไม่ถูกวิธี และปล่อยแผลที่ถูกประตูหนีบทิ้งไว้ จนนิ้วเกิดการบวม อักเสบ และอาจนำไปสู่ปัญหาการติดเชื้อได้ในภายหลัง วันนี้ Hello คุณหมอ จะมาแนะนำวิธี การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อถูก ประตูหนีบนิ้ว ให้ทุกคนได้ทราบ และสามารถจัดการกับแผลที่ถูกประตูหนีบได้อย่างถูกต้อง [embed-health-tool-bmr] การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อถูก ประตูหนีบนิ้ว ตรวจดูบาดแผล ตรวจดูว่านิ้วที่โดนประตูหนีบนั้นมีบาดแผล หรือมีเลือดออกหรือไม่ หรือมีอาการเล็บฉีกหรือเปล่า หากมี ควรทำความสะอาดบาดแผลนั้นด้วยสบู่และน้ำสะอาด ซับให้แห้ง และทำแผลหรือปิดพลาสเตอร์ให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าไปในแผล ประคบเย็น ใช้น้ำแข็ง หรือแผ่นทำความเย็น ห่อด้วยผ้าขนหนูสะอาด แล้วมาประคบในบริเวณนิ้วที่โดนประตูหนีบ การประคบเย็นในทันที สามารถช่วยลดอาการปวดและอาการบวมลงได้ ประคบเย็นเป็นเวลาประมาณ 10 นาที และประคบทุก ๆ 20 นาที ตลอดวัน ระวังอย่าให้น้ำแข็งสัมผัสกับผิวโดยตรงเป็นเวลานาน เพราะอาจเสี่ยงโดนน้ำแข็งกัดได้ และอย่าประคบแรงเกินไป เพราะจะยิ่งทำให้เกิดอาการช้ำและปวดรุนแรงขึ้น ยกนิ้วขึ้นสูงกว่าระดับหัวใจ การยกนิ้วขึ้นให้สูงกว่าระดับของหัวใจ จะทำให้เลือดไหลเวียนไปยังบริเวณที่บาดเจ็บได้ช้าลง และช่วยลดแรงดัน อาการบวม และอาการอักเสบได้ พัก อย่าเพิ่งใช้นิ้วที่โดนประตูหนีบในทันที แต่ควรหยุดพัก ให้นิ้วมีอาการดีขึ้น เพราะการรีบใช้นิ้วที่ได้รับบาดเจ็บเร็วเกินไป […]


การดูแลสุขอนามัย

วิธีทำทิชชู่เปียก หรือผ้าเช็ดอเนกประสงค์ ไว้ใช้เองที่บ้าน ประหยัดและสะอาดชัวร์

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคกลายเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีความต้องการของตลาดสูงมาก หากรู้ว่าที่ไหนมีขาย หลายคนเป็นต้องรีบไปหาซื้อมาไว้เพื่อใช้ต่อสู้กับเจ้าไวรัสตัวร้ายนี้ให้ได้ จนสินค้าเหล่านี้ขาดตลาดในหลาย ๆ พื้นที่ นอกจากแอลกอฮอล์น้ำ เจลแอลกอฮอล์ และน้ำยาฆ่าเชื้อแล้ว ทิชชู่เปียก หรือผ้าเช็ดอเนกประสงค์สูตรแอนตี้แบคทีเรีย หรือชนิดมีแอลกอฮอล์ซึ่งมีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อโรค เช่น แบคทีเรีย รา ไวรัส ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนหาซื้อได้ลำบาก วันนี้ Hello คุณหมอ เลยมี วิธีทำทิชชู่เปียก ใช้เองมาฝาก บอกเลยว่าฆ่าเชื้อโรคได้ แถมยังประหยัดด้วย วิธีทำทิชชู่เปียก แบบง่ายๆ คุณสามารถทำทิชชู่เปียกสูตรฆ่าเชื้อโรค ไว้ใช้ที่บ้านหรือพกติดตัวไว้เช็ดทำความสะอาดพื้นผิวต่างๆ ตามต้องการได้ง่ายๆ ด้วยวิธีทำทิชชู่เปียกดังนี้ วิธีทำทิชชู่เปียก แบบใช้แล้วทิ้ง อุปกรณ์ที่ต้องใช้ ทิชชู่เนื้อหนา                  1 ม้วน น้ำยาซักผ้าขาว              ⅓ ถ้วยตวง (สำหรับสูตรเข้มข้น) หรือ ½ ถ้วยตวง (สำหรับสูตรธรรมดา) น้ำเปล่า                          1 แกลลอน […]


การดูแลสุขอนามัย

คุณกำลัง ล้างมือแบบผิดๆ อยู่รึเปล่านะ

นอกเหนือไปจากการสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการได้รับสารคัดหลั่งจากผู้อื่น หรือผู้ที่ติดเชื้อแล้ว หนึ่งในมาตรการการรับมือเพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ก็คือการล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ แต่การล้างมืออาจไม่ได้ให้ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อมากพอ ถ้าหากเรา ล้างมือแบบผิดๆ วันนี้ Hello คุณหมอ ได้รวบรวมข้อมูลของ การล้างมือ ที่ผิดวิธีมาฝาก ซึ่งเมื่ออ่านจบแล้ว หวังว่าคุณผู้อ่านทุกท่านจะไม่มองข้ามหลักในการล้างมือที่ถูกต้อง เพื่อให้มือของเรานั้นมีความสะอาดอยู่เสมอ จะได้สามารถป้องกันเชื้อโรคได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ล้างมือแบบไหนถึงเรียกว่าเป็นการ ล้างมือแบบผิดๆ ล้างมือนานไม่พอ จากผลการศึกษาของ Michigan State University ที่ได้รับการเผยแพร่ลงใน Journal of Environmental Health พบว่า ประชาชนกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ล้างมือในระยะเวลาที่นานเพียงพอที่จะฆ่าเชื้อโรคได้ หรือก็คือมี การล้างมือ แบบลวก ๆ ล้างแบบพอเสร็จ เอาแค่ว่ามือได้แตะน้ำกับสบู่ให้รู้สึกสบายใจ ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าจะเป็น การล้างมือ ด้วยน้ำสะอาดกับสบู่ หรือล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ เราควรจะล้างมือให้ได้ 20 วินาที เป็นอย่างน้อย เพื่อที่ประสิทธิภาพในการล้างมือจะได้สะอาดมากพอที่จะฆ่าเชื้อโรคและสิ่งสกปรกได้ ลืมล้างบริเวณซอกนิ้วมือ ตามหลักการของ การล้างมือ ที่ถูกต้องนั้น ไม่ใช่เพียงการเอาฝ่ามือทั้งสองข้างสัมผัสกับน้ำสะอาด สบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลเท่านั้น แต่ต้องทำความสะอาดให้ทั่วถึงทุกซอกทุกมุม เพราะแค่การนำฝ่ามือสองข้างมาถูกัน นั่นไม่ได้ทำให้มือได้รับความสะอาดอย่างทั่วถึง […]


การดูแลสุขอนามัย

จะเกิดอะไรขึ้นหากคุณ ไม่ยอมล้างมือ ให้สะอาด

หากคุณ ไม่ยอมล้างมือ ให้สะอาดตามหลักสุขอนามัย อาจทำให้คุณเสี่ยงต่อการรับ และแพร่กระจายเชื้อโรคต่าง ๆ ที่เป็นสาเหตุของอาการเจ็บป่วยได้ง่าย ดังนั้น การล้างมือจึงถือเป็นเรื่องที่ควรทำให้ติดเป็นนิสัย แต่ถ้าไม่ยอมล้างมือให้สะอาดจะเกิดผลอย่างไรต่อสุขภาพบ้าง ทาง Hello คุณหมอ มีข้อมูลเรื่องนี้มาฝากกัน เมื่อคุณ ไม่ยอมล้างมือ จะเกิดผลอย่างไรต่อสุขภาพ ความจริงแล้วทุกคนต่างรู้ดีว่าการล้างมือนั้น สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดอาการเจ็บป่วยได้ เนื่องจากมือของเราต้องสัมผัสกับสิ่งของรอบตัวอยู่ตลอดเวลา รวมถึงบางครั้งยังต้องสัมผัสกับอาหารโดยตรงเพื่อหยิบเข้าปากอีกด้วย ดังนั้น ถ้าคุณ ไม่ยอมล้างมือ ให้สะอาด มันอาจจะมีปัญหาอื่น ๆ ตามมา ดังต่อไปนี้ ส่งต่อเชื้อโรค หากคุณไม่ยอมล้างมือให้สะอาด แล้วมือของคุณมีเชื้อโรคติดอยู่ คุณสามารถส่งต่อเชื้อโรคเหล่านั้นไปให้เพื่อนหรือครอบครัวได้ ซึ่งเชื้อโรคที่คุณเป็นผู้ส่งต่ออาจทำให้พวกเขาป่วยได้ หรือหากมือที่มีเชื้อโรคของคุณไปจับกับสิ่งของต่าง ๆ ที่ใช้ร่วมกันแบบสาธารณะหรือแม้แต่ภายในครอบครัว เช่น ลูกบิดประตู หรือราวบันได เชื้อโรคเหล่านั้นก็จะไปติดอยู่กับสิ่งที่คุณสัมผัส ส่งผลให้คนอื่นๆ ที่มาจับสิ่งของเหล่านั้นต่อจากคุณอาจได้รับเชื้อโรคได้เช่นกัน เสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจอย่างรุนแรง หากคุณไม่ยอมล้างมือให้สะอาด คุณอาจป่วยเป็นไข้หวัดได้ แต่นอกจากจะเป็นไข้หวัดแล้ว คุณอาจเจอความเสี่ยงที่รุนแรงกว่านั้นมาก เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ โรคปอดบวม โรคมือเท้าและปาก ซึ่งล้วนเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ และสามารถพัฒนาไปสู่อาการที่รุนแรงได้อีกด้วย ตามข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (Centers for Disease Control and Prevention; […]


การดูแลสุขอนามัย

ผ้าเช็ดตัว แหล่งสะสมเชื้อโรคใกล้ตัว ที่หลายคนมักจะมองข้าม

เมื่อเราอยากชะล้างความสกปรกที่ติดตัว เราก็สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการอาบน้ำชำระคราบสิ่งสกปรกต่าง ๆ จนสะอาดเอี่ยมทั่วตัว ก่อนจะเช็ดตัวให้แห้งด้วยผ้าเช็ดตัว แต่หลายคนอาจจะไม่ทันได้ฉุกคิดว่า ผ้าเช็ดตัว อาจจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคใกล้ตัว ที่เราทุกคนมองข้าม และทำให้เชื้อโรคกลับมาสู่ร่างกายของเราที่คิดว่าสะอาดปลอดภัยแล้วก็เป็นได้ ผ้าเช็ดตัว แหล่งสะสมเชื้อโรคใกล้ตัว ผ้าเช็ดตัวเป็นไอเท็มสำคัญติดบ้านที่ไม่ว่าใครก็ต้องมี เราจะใช้ผ้าเช็ดตัวในการซับน้ำและความชื้นที่หลงเหลืออยู่จากการอาบน้ำชำระคราบสิ่งสกปรกต่าง ๆ แต่ผ้าเช็ดตัวนั้นไม่ได้ซึมซับเพียงแค่น้ำและความชื้น แต่ยังได้เซลล์ผิวหนังชั้นนอกที่ตายแล้ว และเชื้อแบคทีเรียที่ติดอยู่ที่ผิวหนังของเราไปด้วย เมื่อเชื้อแบคทีเรียนั้นได้เกาะอยู่กับผ้าที่มีความชื้นอย่างพอเหมาะ ก็จะยิ่งสามารถบ่มเพาะเชื้อเพิ่มประชากร ให้กลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคไปได้ในที่สุด หรือบางคนอาจจะได้รับเชื้อไวรัสมาจากข้างนอก และมาติดอยู่ที่ผ้าเช็ดตัวในตอนที่เช็ดทำความสะอาดตัว ยิ่งไปกว่านั้น ความอับชื้นยังเป็นปัจจัยชั้นดีในการเจริญเติบโตของเชื้อราต่าง ๆ ดังนั้น ผ้าเช็ดตัว จึงเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคที่อาจจะมีทั้งเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อไวรัสนั่นเอง เชื้อโรคบนผ้าเช็ดตัว แพร่ใส่คนอื่นได้จริงเหรอ เชื้อโรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัส เชื้อรา และเชื้อแบคทีเรียที่สะสมอยู่บนผ้าเช็ดตัว สามารถแพร่กระจายผู้อื่นที่มาใช้ผ้าเช็ดตัวผืนนั้นได้ และอาจจะทำให้ผิวหนังเกิดความระคายเคือง และเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อบนผิวหนัง โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus ก็มักจะแพร่กระจายผ่านทางผ้าเช็ดตัวด้วยเช่นกัน วิธีการในการแพร่เชื้อผ่านทางผ้าเช็ดตัวหลัก ๆ มี 3 วิธี คือ หากคุณใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกับผู้อื่น เชื้อโรคนี้อาจสามารถแพร่ไปสู่อีกคนที่ใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกันกับคุณได้ ในระหว่างการนำผ้าเช็ดตัวไปซัก อาจทำให้ติดเชื้อโรคที่ผิวหนังได้ หากคุณซักผ้าเช็ดตัวร่วมกับเสื้อผ้าอื่น เชื้อโรคอาจแพร่กระจายไปสู่เสื้อผ้านั้น ๆ ได้ ทำอย่างไรจึงจะป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคผ่านทางผ้าเช็ดตัวได้ การซักผ้าเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อและลดการสะสมของเชื้อโรคบนผ้าเช็ดตัว แต่อย่างไรก็ตาม การซักผ้าผิดวิธีอาจกลายเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโรคได้ ดังนั้น จึงมีวิธีในการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคบนผ้าเช็ดตัว ดังต่อไปนี้ อย่าใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกับผู้อื่น […]


การดูแลสุขอนามัย

เก็บบ้านให้สะอาด เป็นระเบียบ สบายตาและดีต่อสุขภาพนะรู้ไหม

บ้านใครรกจนรังหนูยังอายยกมือขึ้น! ใครที่บ้านรกๆ วันนี้ Hello คุณหมอ อยากชวนคุณมาทำความสะอาดบ้าน จัดบ้านให้เป็นระเบียบ เพราะไม่ใช่แค่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ แต่ยังดีต่อสุขภาพของคุณด้วย ว่าแต่ เก็บบ้านให้สะอาด จัดบ้านเป็นประจำแล้วดียังไง เราไปดูกันเลย ประโยชน์ของการ เก็บบ้านให้สะอาด ช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ ผลการศึกษาวิจัยหลายชิ้นเผยว่า คนที่อาศัยและทำงานในสภาพแวดล้อมที่สะอาดและเป็นระเบียบ จะสามารถโฟกัสกับงานและสร้างสรรค์งานได้ดีกว่าคนที่อยู่ในสภาพแวดล้อมรกๆ ทีนี้ พอผลงานของคุณออกมาดี หน้าที่การงานคุณก็อาจจะรุ่งเรืองเติบโตได้อย่างรวดเร็ว หรือหากคุณเป็นฟรีแลนซ์ เมื่อผลงานดีมีคุณภาพ งานก็จะได้เข้ารัวๆ มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ ช่วยคลายเครียด การเก็บบ้านให้สะอาด จัดบ้านให้เป็นระเบียบสามารถช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ โดยผลงานศึกษาชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร Personality and Social Psychology Bulletin ของประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2010 เผยว่า ผู้หญิงที่อยู่บ้านรกๆ จะมีระดับของคอร์ติซอลสูงกว่าผู้หญิงที่อยู่ในบ้านที่สะอาด เก็บกวาดเป็นระเบียบ ฉะนั้น ใครอยากหาวิธีคลายเครียดแบบที่ไม่ต้องเสียทรัพย์ แถมดีต่อสุขภาพ เราแนะนำให้คุณรีบกลับไปจัดบ้านโดยด่วน เก็บบ้านให้สะอาด เท่ากับออกกำลังกาย การทำความสะอาดบ้านหรือจัดบ้านเท่ากับคุณได้เคลื่อนไหวร่างกายอยู่ตลอดเวลา แม้ผลลัพธ์ที่ได้ จะไม่ได้เหมือนกับการออกกำลังกายแบบฮิต (HIIT) หรือการคาร์ดิโอแบบหนักหน่วง แต่การเก็บบ้านให้สะอาดก็ยังเผาผลาญพลังงานและช่วยเพิ่มความฟิตได้ดีกว่าการนั่งเฉยๆ โดยผู้เชี่ยวชาญเผยว่า การทำความสะอาดบ้าน หรือทำงานบ้านหนึ่งชั่วโมง จะสามารถเผาผลาญพลังงานได้ประมาณ 100-300 กิโลแคลอรี่ แล้วแต่ประเภทของกิจกรรมที่คุณทำ งานนี้ นอกจากบ้านจะสะอาดขึ้นแล้ว […]


การเลิกบุหรี่

น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ปลอดภัยกว่าบุหรี่ม้วน จริงหรือ

น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า เป็นของเหลวที่ใช้ควบคู่กับเครื่องบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อใช้ในการสูบบุหรี่ ทำหน้าที่ทำให้เกิดควัน ซึ่งน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าจะประกอบไปด้วยสารเคมีต่าง ๆ เช่น สารแต่งกลิ่น รวมไปถึง นิโคติน ซึ่งเป็นสารเคมีที่สามารถพบได้ในบุหรี่ม้วนตามปกติ ดังนั้น การสูบบุหรี่ไฟฟ้า จึงอาจส่งผลให้ร่างกายได้รับอันตรายจากนิโคตินเช่นเดียวกับการสูบบุหรี่ธรรมดา [embed-health-tool-heart-rate] นิโคติน คืออะไร นิโคติน (Nicotine) เป็นสารชนิดหนึ่งที่ถูกค้นพบในพืชยาสูบตระกูล ไนท์เฉด (nighthade) หรือพืชผักจำพวกมะเขือ พริก มันฝรั่ง เป็นต้น และยังถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของยาสูบครั้งแรกแถบทวีปยุโรป จากนั้นไม่นานอิทธิพลของยาสูบนี้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วในปีคริสต์ศตวรรษที่ 16 จนเติบโตถึงขั้นมีโรงงานอุตสาหกรรมยาสูบจนกระทั่งมีการจดสิทธิบัตรให้ผลิตบุหรี่ และได้ขยายเรื่องของการค้าขายมากมายตามร้านค้าต่างๆ ที่ทุกคนเห็นกันในปัจจุบัน โดยมีส่วนประกอบของนิโคตินนี้อยู่ในบุหรี่ม้วน ด้วยเช่นเดียวกัน แน่นอนว่านิโคตินเมื่ออยู่ในยาสูบ หรืออยู่ในร่างกายที่มีปริมาณเกินควร อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้ ดังนี้ เกิดการอุดตันของเส้นเลือด เวียนหัว มึนหัว การนอนหลับผิดปกติ สมองได้รับสารจนทำให้เกิดความฝันร้าย คลื่นไส้ อาเจียน ริมฝีปากแห้ง อาหารไม่ย่อย โรคท้องร่วง อัตราการเต้นของหัวใจเปลี่ยนแปลง ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดในสมอง โรคเบาหวานประเภทที่2 หายใจลำบาก อาการบางอย่างเกี่ยวกับปอด น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ปลอดภัยกว่าจริงเหรอ หลากหลายประโยคที่คุ้นหูกันถึงการใช้นิโคตินกับบุหรี่ไฟฟ้า บางคนก็สันนิษฐานว่าปลอดภัยกว่าการดูดบุหรี่ม้วน และสามารถทำให้เลิกบุหรี่ม้วนได้เด็ดขาด แต่จริงๆแล้ว อันตรายนั้นมีอยู่ในบุหรี่ทั้ง […]


การดูแลสุขอนามัย

ล้างมือด้วยเจลล้างมือ พกพาง่าย ห่างไกลเชื้อโรค

ปัจจุบันเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือ โรคโควิด-19 ยังคงระบาดอย่างหนัก และยังไม่มีทีท่าว่าจะหายไปในเร็ววันนี้ สถาบันด้านสุขภาพและอนามัยต่าง ๆ ทั่วทั้งโลกต่างก็โหมโรงให้ประชาชนร่วมรับมือกับภัยพิบัติของเชื้อไวรัสในครั้งนี้ด้วยการ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และสวมใส่หน้ากากอนามัยอยู่เสมอ ข้อสำคัญคือไม่ควรลืมล้างมือ และควรที่จะล้างมือบ่อย ๆ ด้วย นั่นจึงทำให้การ ล้างมือด้วยเจลล้างมือ ได้รับความนิยม เนื่องจาก เจลล้างมือ สามารถที่จะพกพาได้ง่าย และใช้งานสะดวกในกรณีที่ไม่มีสบู่และน้ำ แต่การล้างมือแบบไหนให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่ากันตามไปดูกันเลยกับบทความนี้จาก Hello คุณหมอ มีอะไรอยู่ในเจลล้างมือบ้าง ใน เจลล้างมือ แต่ละยี่ห้อนั้น ต่างก็มีส่วนประกอบที่แตกต่างกันออกไปบ้าง แต่ตามหลักแล้วจะมีสารประกอบหลักที่เหมือนกันทุกประการ นั่นคือแอลกอฮอล์ ซึ่งเจลล้างมือที่วางขายกันทั่วไปในท้องตลาดนี้ จะประกอบไปด้วยแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 60 ไปจนถึง 95 เปอร์เซ็นต์ โดยปกติแล้วจะเป็นแอลกอฮอล์ประเภท เอทานอล (Ethanol) ไอโซโพรพานอล (Isopropanol) หรือเอ็น โพรพานอล (N-propanol) และด้วยความเข้มข้นของสารเหล่านั้น ทำให้แอลกอฮอล์มีฤทธิ์ในการทำลายจุลินทรีย์ตัวเล็ก ๆ ได้ แต่อย่างไรก็ตาม มีเจลล้างมือบางชนิดที่เป็นเจลประเภทไม่มีแอลกอฮอล์ แต่ก็สามารถใช้เพื่อการฆ่าเชื้อโรคได้เช่นกัน โดยเจลล้างมือชนิดนี้ จะมีส่วนประกอบหลักคือ เบนซาลโคเนียมคลอไรด์ […]


การปฐมพยาบาล

วิธีการทำ ซีพีอาร์ (CPR) ที่ถูกต้อง สำหรับการกู้ชีพในสถานการณ์คับขัน

บ่อยครั้งเมื่อประสบเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ เช่น มีคนหัวใจวาย หรือประสบอุบัติเหตุ และหัวใจเต้นผิดปกติ หรืออาจจะหยุดเต้น อาจจำเป็นต้องทำการปฐมพยาบาลเพื่อกู้ชีพ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน หรือการทำ ซีพีอาร์ (CPR) เป็นวิธีการที่สำคัญที่จะช่วยเหลือผู้ประสบภัย ให้มีโอกาสรอดชีวิตมากยิ่งขึ้น วิธีการทำซีพีอาร์นั้นสามารถทำได้อย่างไร Hello คุณหมอ ขอพาคุณมาหาคำตอบจากบทความนี้ การทำ ซีพีอาร์ (CPR) คืออะไร คำว่า CPR ย่อมาจากคำว่า Cardiopulmonary resuscitation หมายถึงการทำให้ปอดและหัวใจฟื้นคืนชีพขึ้นมา การทำซีพีอาร์ นั้นเป็นวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อช่วยคืนชีวิตให้กับผู้ป่วย โดยผสมผสานระหว่าง การผายปอด เพื่อช่วยเพิ่มอากาศเข้าไปในปอด และการกดหน้าอกบนตำแหน่งหัวใจ เพื่อช่วยให้หัวใจปั๊มเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนส่งต่อออกซิเจนไปยังอวัยวะต่างๆ การทำ CPR นี้มักจะใช้สำหรับช่วยเหลือผู้ประสบเหตุที่หมดสติ และหัวใจหยุดเต้น เช่น คนจมน้ำ คนหัวใจวาย หรือคนถูกไฟดูด วิธีการนี้จะใช้ได้ผลดีที่สุด หากผู้ปฏิบัติทำ CPR เพื่อช่วยชีวิตนั้นเป็นผู้ที่เคยผ่านการฝึกฝนมาแล้ว เพราะวิธีการทำ CPR นี้ หากกระทำโดยไม่มีความรู้ หรือไม่ผ่านการฝึกฝนมาก่อน อาจส่งผลให้เกิดอันตรายกับผู้ป่วยได้ เช่น กระดูกซี่โครงหัก และทิ่มในปอดหรือม้าม หรือกดแรงเกินไปจนทำให้หัวใจช้ำ […]


การปฐมพยาบาล

ดูแลแผลไฟไหม้ อย่างไรถึงจะปลอดภัยที่สุด

หากคุณมีแผลไฟไหม้แล้วไปพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อรักษา แพทย์จะต้องทำการประเมินความรุนแรงของแผลไฟไหม้ว่าอยู่ในระดับไหนด้วยการตรวจผิวหนัง แต่ในการ ดูแลแผลไฟไหม้ ที่เกิดขึ้น คุณเองก็สามารถทำได้ด้วยตัวเอง บทความนี้ ทาง Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากกัน วิธีการ ปฐมพยาบาลแผลไฟไหม้ เมื่อเกิดแผลไฟไหม้ สิ่งที่ควรรีบทำที่สุดก็คือการปฐมพยาบาล ซึ่งบางคนอาจจะยังไม่รู้วิธีการปฐมพยาบาลที่ถูกวิธี ดังนั้น ลองมาดูวิธีการปฐมพยาบาลที่ถูกต้องกันก่อนดีกว่า หยุดกระบวนการเผาไหม้โดยเร็วที่สุด วิธีนี้รวมไปถึงการนำบุคคลที่บาดเจ็บออกจากสถานที่เกิดเหตุ การดับไฟด้วยน้ำเปล่า การใช้ผ้าห่มปกคลุมเปลวไฟ แต่วิธีการเหล่านี้ต้องได้รับการอบรมเบื้องต้นมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และควรทำด้วยความระมัดระวัง เพราะอาจจะเสี่ยงต่อการถูกไฟไหม้ได้เช่นกัน ถอดเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับ พยายามถอดเสื้อผ้า เครื่องประดับ รวมถึงผ้าอ้อม ออกจากบริเวณที่โดนผิวหนัง แต่อย่าพยายามเอาสิ่งเหล่านี้ออกถ้ามันติดอยู่บนผิวหนังที่ถูกไฟไหม้ เพราะมันอาจจะทำให้บาดแผลเกิดความเสียหายมากขึ้น ทำให้บริเวณที่โดนไฟไหม้เย็นลง สามารถทำได้ด้วยการใช้น้ำเย็น หรือน้ำอุ่นล้างแผลประมาณ 20 นาที โดยจะต้องทำโดยเร็วที่สุดหลังจากได้รับบาดเจ็บ ที่สำคัญ ห้ามใช้น้ำแข็ง หรือครีมในการทำให้แผลเย็นลง ให้ความอบอุ่น พยายามทำให้ตัวเอง หรือผู้ที่ประสบเหตุไฟไหม้อบอุ่น ด้วยการใช้ผ้าห่มหรือเสื้อผ้าที่หนาๆ มาคลุมไว้ แต่พยายามหลีกเลี่ยงบริเวณที่บาดเจ็บ การรักษาความอบอุ่นจะช่วยป้องกันภาวะอุณหภูมิในร่างกายลดลง ซึ่งเมื่อประสบเหตุไฟไหม้ อุณหภูมิของร่างกายจะลดลงต่ำกว่า 35 องศาเซลเซียส ทานยา การทานยาพาราเซตามอลหรือไอบูโพรเฟนก็เพื่อรักษาอาการปวดที่เกิดจากแผลไฟไหม้นั่นเอง แต่ทั้งนี้ควรใช้โดยได้รับคำแนะนำจากเภสัชหรือผู้ที่เชี่ยวชาญจะเป็นการดีที่สุด และเด็กที่ต่ำกว่าอายุ 16 ไม่ควรได้รับยาแอสไพริน นั่งตัวตรงให้มากที่สุด พยายามนั่งให้ตัวตรงมากที่สุด หากใบหน้าหรือดวงตาของคุณถูกไฟไหม้ เพื่อช่วยลดอาการบวมที่อาจเกิดขึ้น หลีกเลี่ยงการนอนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ วิธีการ ดูแลแผลไฟไหม้ อย่างปลอดภัย การ ดูแลแผลไฟไหม้ มีด้วยกันหลายวิธี ทั้งการดูแลด้วยตัวเองที่บ้าน ไปจึงถึงขั้นการเข้ารับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน