สุขภาพจิตวัยรุ่น

ในช่วงวัยรุ่น ประการณ์ของวัยรุ่นสามารถทดสอบและกำหนดพัฒนาการทางด้านจิตใจและอารมณ์ของพวกเขาได้ ซึ่ง สุขภาพจิตวัยรุ่น คือสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้ เพื่อสนับสนุนให้พวกเขาผ่านจุดนี้ไปให้ได้

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพจิตวัยรุ่น

โรคสมาธิสั้นในวัยรุ่น เป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้กับวัยรุ่นทุกคน ซึ่งเป็นอีกปัญสุขภาพจิตที่พ่อแม่ไม่ควรละเลย เพราะ โรคสมาธิสั้นในวัยรุ่น สามารถส่งผลกระทบมากมายให้กับการใช้ชีวิตของวัยรุ่นได้ วันนี้เราได้รวบรวมทั้งผลกระทบและการดูแลวัยรุ่นที่เป็นโรคสมาธิสั้นมาฝากทุกคนในบทความนี้แล้วค่ะ โรคสมาธิสั้น ส่งผลต่อวัยรุ่นอย่างไร มีวัยรุ่นเป็นโรคสมาธิสั้นจำนวนมาก จึงอาจส่งผลทำให้เกิดปัญหาเรื่องการเรียนได้โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่ไม่ได้ทำการรักษาโรคสมาธิสั้น โดยวัยรุ่นที่เป็นโรคสมาธิสั้นอาจลืมงานที่ได้รับมอบหมาย ทำหนังสือเรียนหาย รู้สึกเบื่อกับการนั่งเรียนนิ่ง ๆ เป็นเวลานาน อาจกลายเป็นคนไม่สนใจในการเรียนหรืออาจจริงกับการเรียน และการใช้ชีวิตมากเกินไป รวมไปถึงทักษะทางด้านกีฬาและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้างด้วย โรคสมาธิสั้นในวันรุ่น เพิ่มความเสี่ยงสุขภาพจิตอื่น ๆ โรคสมาธิสั้นในวัยรุ่น อาจเพิ่มความเสี่ยงสุขภาพจิตด้านอื่น ๆ ได้ ทั้งความผิดปกติทางจิต พฤติกรรมและอารมณ์ ดังนี้ ความผิดปกติทางพฤติกรรมซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงทำให้เกิดความรุนแรง และการกระทำผิดต่าง ๆ ความผิดปกติทางอารมณ์ทั้งความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า อาจเป็นเป้าหมายการถูกกลั่นแกล้งได้ เสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่ เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายในวัยรุ่น อาจมีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ การดูแล โรคสมาธิสั้นในวันรุ่น โรคสมาธิสั้นในวัยรุ่น ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของวัยรุ่นในหลายด้าน ครอบครัวและโรงเรียนจึงเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้วัยรุ่นสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข การดูแลที่บ้าน คุณอาจช่วยให้วัยรุ่นสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขโดยเริ่มต้นจากที่บ้าน ดังนี้ วางทิศทางและขีดเส้นจำกัดอย่างชัดเจน กำหนดตารางประจำวัน และเก็บสิ่งรบกวนสมาธิ สนับสนุนในกิจกรรมที่วัยรุ่นสนใจ เช่น กีฬา งานอดิเรก ดนตรี ให้รางวัลหรือแสดงคำชื่นชมเมื่อวัยรุ่นมีพฤติกรรมที่ดี จัดกิจวัตรประจำวันในครอบครัวให้เหมือนกัน พูดคุยกับครูที่โรงเรียนเพื่อช่วยเหลือร่วมกัน ควบคุมอารมณ์เมื่อต้องการฝึกวินัยวัยรุ่นเป็นโรคสมาธิสั้น เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับวัยรุ่น ให้วัยรุ่นนอนหลับอย่างเพียงพอ โดยอาจตั้งกฎการใช้คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ อย่างจริงจัง ใช้สมุดบันทึกจดงานที่ได้รับมอบหมาย เพื่อเน้นย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของงานต่าง ๆ หรือสิ่งของ การดูแลในโรงเรียน การอยู่ในสังคม เปิดโอกาสให้วัยรุ่นที่เป็นโรคสมาธิสั้นมีส่วนร่วมในสังคม เช่น เล่นกีฬาประเภททีมเพื่อเพิ่มปฏิสัมพันธ์เชิงบวกกับเพื่อน ๆ การทำงานทางวิชาการ จากงานวิจัยเห็นว่าการช่วยหลือทางวิชาการร่วมกับการรักษาด้วยยา และบำบัดพฤติกรรมร่วมกับการช่วยเหลือทางเพฤติกรรมในห้องเรียน สามารถช่วยเหลือวัยรุ่นที่เป็นโคสมาธิสั้นได้อย่างมาก เช่น ขยายเวลาสอบ จัดที่นั่งพิเศษ มีเพื่อนช่วยจดบันทึกงาน มอบหมายงานด้วยลายลักษณ์อักษรและด้วยคำพูด จัดเวลาพักบ่อย […]

หัวข้อ สุขภาพจิตวัยรุ่น เพิ่มเติม

สุขภาพจิตวัยรุ่น

การฆ่าตัวตายในวัยรุ่น ไม่ใช่เรื่องที่จะปล่อยผ่านไปได้เพราะหนึ่งชีวิตมีความสำคัญ และพฤติกรรมการฆ่าตัวตายในวัยรุ่นสามารถเกิดขึ้นได้กับวัยรุ่นทุกคน ดังนั้นพ่อแม่ ผู้ปกครองควรให้ความสำคัญและใส่ใจปัญหาที่ลูกของคุณอาจกำลังเผชิญอยู่ เพื่อให้ง่ายต่อการปกป้องลูกคุณจากการฆ่าตัวตายในวัยรุ่น ลองมาอ่านบทความนี้แล้วคุณจะรู้ว่าวัยรุ่นกำลังเผชิญกับอะไรอยู่ อะไรที่ทำให้เสี่ยงต่อ การฆ่าตัวตายในวัยรุ่น อาจเป็นเรื่องยากที่จะทำความเข้าใจความรู้สึกนึกคิดบางอย่างของวัยรุ่นที่กำลังประสบปัญหามีพฤติกรรมฆ่าตัวตาย ซึ่งวัยรุ่นอาจกำลังเผชิญกับความเครียด ความกังวลหรือความกดดันจากรอบตัว อีกทั้งช่วงวัยรุ่นยังเป็นวัยแห่งการเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ ต้องการความเป็นอิสระที่มักขัดแย้งกับกฎเกณฑ์และความคาดหวังจากคนในครอบครัวและคนรอบข้าง วัยรุ่นที่มีปัญหาสุขภาพจิต เช่น วิตกกังวล ซึมเศร้า โรคไบโพลาร์ หรืออาการนอนไม่หลับ มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดการฆ่าตัวตายในวัยรุ่น และยิ่งวัยรุ่นที่มีความกดดันจากปัญหาในชีวิต เช่น พ่อแม่หย่าร้าง หรือถูกกลั่นแกล้ง ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงขึ้นไปอีก หรืออาจจะเป็นเรื่องอื่น ๆ เช่น ความผิดปกติทางจิตใจ โดยเฉพาะภาวะซึมเศร้า โรคไบโพลาร์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาเสพติด ความรู้สึกหงุดหงิดกับเรื่องต่าง ๆ ความรู้สึกสิ้นหวังและไรค่าที่มาพร้อมกับภาวะซึมเศร้า เคยพยายามฆ่าตัวตายมาแล้ว ประวัติครอบครัวเคยเป็นโรคซึมเศร้า หรือมีพฤติกรรมฆ่าตัวตาย การถูกล่วงละเมิดทางเพศ โดนทารุณกรรม ใช้ความรุนแรง หรือการกลั่นแกล้ง มีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีระหว่างครอบครัว เพื่อนและสังคม เกิดความผิดปกติจากการใช้สารเสพติด สามารถเข้าถึงวิธีการฆ่าตัวตายได้ เช่น อาวุธปืน หรือยาต่าง ๆ มีปัญหาทางร่างกายอาจด้วยโรคร้ายหรือพิการทางร่างกาย เด็กที่เป็นลูกบุญธรรม กลุ่มเพศ LGBTQ ที่โดนต่อต้านจากครอบครัวและสังคม สัญญาณเตือน การฆ่าตัวตายในวัยรุ่น การฆ่าตัวตายในวัยรุ่นมักเกิดได้จากหลายสาเหตุข้างต้น โดยอาจมีสัญญาณอาการ ดังนี้ พูดถึงการตายหรือการฆ่าตัวตายบ่อยครั้ง อาจส่งสัญญาณบอกใบ้ว่าจะไม่อยู่แล้ว พูดถึงความรู้สึกสิ้นหวังหรือรูสึกผิด ออกห่างจากครอบครัวและสังคมเพื่อน อาจเขียนจดหมายเกี่ยวกับเรื่องความตาย เริ่มแจกหรือมอบสิ่งของแทนใจให้คนในครอบครัว หมดความชื่นชอบในสิ่งที่เป็นงานอดิเรก เหม่อลอย มีปัญหาทางความคิด พฤติกรรมการกิน การนอนเปลี่ยนแปลงไป เข้าไปมีส่วนร่วมในพฤติกรรมเสี่ยง ไม่อยากออกไปไหนหรือทำอะไร เช่น การไปโรงเรียน เล่นกีฬา การป้องกัน ปัญหาการฆ่าตัวตายในวัยรุ่น พ่อแม่ ผู้ปกครองสามารถมีส่วนในการช่วยป้องกันการฆ่าตัวตายในวัยรุ่นได้ ดังนี้ พูดคุยกับบุตรหลานเกี่ยวกับสุขภาพจิต หากวัยรุ่นมีอาการเศร้า วิตกกังวล […]

สุขภาพจิตวัยรุ่น

ปัญหาสุขภาพจิตของวัยรุ่น ที่พบเจอส่วนใหญ่มักมาจากสภาพแวดล้อมรอบด้านพวกเขา จนทำให้ลูกรักมักเผชิญกับสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึก และอารมณ์ หากคนในครอบครัวไม่รู้จักสังเกตการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว จากที่เด็ก ๆ เลือกจะเก็บไว้ภายในจิตใจ อาจนำมาสู่การแสดงออกในรูปแบบเหตุการณ์รุนแรงก็เป็นได้ สัญญาณเตือนปัญหาสุขภาพจิต ที่ผู้ปกครองควรสังเกต หากเป็นอาการแรกเริ่มลูกรักของคุณอาจปวดศีรษะบ่อย นอนหลับยาก พร้อมน้ำหนักที่ลดลง แต่กรณีเมื่อสภาวะจิตใจของพวกเขาย่ำแย่ลง คุณพ่อคุณแม่ทุกควรควรสังเกตถึงสัญญาณเตือนจากปฏิกิริยาต่าง ๆ ที่เปลี่ยนไปของลูกรัก ดังต่อไปนี้ ความโศกเศร้าต่อเนื่องเป็นเวลามากกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย และรุนแรง รับประทานอาหารได้น้อยลง ไม่มีสมาธิในการทำกิจกรรมใด ๆ หาที่ระบายด้วยการทำร้ายตัวเอง หรือใช้สารเคมีผิดกฎหมายเข้ามาช่วยคลายความเครียด อยากอยู่คนเดียว เลี่ยงการเจอกับผู้คนรอบข้าง บางครั้งอาจมีการพูดถึงความตาย ผลการเรียนไปในเชิงลบ หรือมีการขาดเรียน โดดเรียนบ่อยครั้ง เป็นต้น แน่นอนว่าเมื่อสัญญาณเตือนข้างต้นปรากฏขึ้น คุณควรพาเข้ารับขอคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเภททันที เนื่องจากแพทย์อาจมีหลักจิตวิทยา และทักษะการสื่อสารที่อาจทำให้เด็กช่วงวัยรุ่นนี้เข้าใจได้ง่ายขึ้น เพราะเด็กที่เข้าสู่ช่วงวัยรุ่น บางคนอาจไม่มีความกล้าพอที่จะพูดคุยกับคนในครอบครัวได้อย่างเปิดเผย 5 ปัญหาสุขภาพจิตของวัยรุ่น มีอะไรบ้าง เมื่อปัญหาต่าง ๆ รุมเร้าเกินกว่าที่จิตใจของพวกเขาจะรับไหว อาจทำให้เด็ก ๆ นั้นเผชิญกับโรคที่เกี่ยวข้องกับ สุขภาพจิต โดยไม่รู้ตัว ดังนี้ 1. โรควิตกกังวล (Anxiety Disorder) โรควิตกกังวล คือความวิตกกังวลที่มากจนเกินไปของผู้ป่วย และมาจากปัจจัยหลาย ๆ ทาง เช่น สถานการณ์แต่ละวันในสังคม เหตุการณ์รุนแรงที่ฝังอยู่ในความทรงจำตั้งแต่อดีต ที่อาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการตื่นตระหนก หวาดระแวง และตึงเครียดตลอดเวลา 2. […]

สุขภาพจิตวัยรุ่น

การ ดูแลสุขภาพจิตวัยรุ่น เป็นสิ่งที่ควรใส่ใจ อย่ารอให้คนอื่นมาดูแลคุณ เพราะการเริ่มต้นดูแลสุขภาพจิตด้วยตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณมีสุขภาพจิตที่สมบูรณ์แข็งแรงมากที่สุด หากตอนนี้คุณกำลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิต หรืออยากเริ่มดูแลสุขภาพจิต แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร Hello คุณหมอ มีวิธีดูแลสุขภาพจิตวัยรุ่นมาฝากทุกคนในบทความนี้แล้วค่ะ ถ้าพร้อมแล้วไปดูกัน! เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์หรือคุมกำเนิดด้วย เครื่องมือคำนวณการตกไข่ คลิก สุขภาพจิตสำคัญอย่างไร? การดูแลสุขภาพร่างกายให้ดีเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่ก็ไม่ควรละเลยสุขภาพจิตด้วยเช่นกัน เพราะสุขภาพจิตที่ดีจะช่วยให้คุณสามารถรับมือกับความคิด ความรู้สึก การกระทำ การตัดสินใจ และความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะสุขภาพจิตวัยรุ่น ที่เป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง และเป็นรอยต่อก่อนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ การดูแลสุขภาพจิตให้แข็งแรง จะส่งผลที่ดีต่อสุขภาพโดยรวมและคุณภาพชีวิตของคุณในทุก ๆ ด้าน วิธีการ ดูแลสุขภาพจิตวัยรุ่น การดูแลสุขภาพจิตของตัวคุณเองเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเพื่อ สุขภาพจิต ที่สมบูรณ์แข็งแรง ซึ่งเคล็ดลับในการดูแลสุขภาพจิตมีหลายวิธี ดังนี้ เลือกกินให้ดีต่อ สุขภาพจิต การรับประทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ นอกจากจะส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายแล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพจิตด้วย เพราะแร่ธาตุบางชนิด เช่น ธาตุเหล็ก วิตามินบี 12 มีส่วนสำคัญต่อการสร้างสมดุลทางอารมณ์ ช่วยจัดการกับความเครียด และความวิตกกังวล นอกจากนี้ การหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ยังอาจเป็นผลดีต่อสุขภาพจิต เพราะคาเฟอีนอาจทำให้คุณรู้สึกกระวนกระวายและวิตกกังวลได้ งดเหล้า บุหรี่ ยาเสพติด การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ และเสพยาเสพติด สามารถส่งผลต่อ สุขภาพจิต ทำให้คุณรู้สึกหดหู่ […]

สุขภาพจิตวัยรุ่น

โรคกลัวสังคม เป็นโรควิตกกังวลชนิดหนึ่งที่อาจทำให้เกิดความกลัวอย่างรุนแรงในสภาพแวดล้อมทางสังคม ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้อาจมีปัญหาในการพูดคุยกับผู้คน การพบปะผู้คนใหม่ ๆ อีกทั้งยังกลัวการถูกตัดสินจากผู้อื่น อาการดังกล่าวนั้นไม่ได้พบเฉพาะในผู้ใหญ่ แต่เด็ก ๆ ก็อาจเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน โรคกลัวสังคม คืออะไร โรคกลัวสังคม (Social phobia) คือ โรควิตกกังวลนิดหนึ่งที่อาจทำให้เกิดความหวาดกลัวอย่างรุนแรงเมื่อต้องพูดคุยกับผู้คน พบปะผู้คนใหม่ ๆ และการเข้าสังคม นอกจากนั้น ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้อาจกลัวการถูกตัดสินหรือพิจารณาจากผู้อื่น โรคกลัวสังคมอาจเป็นความกลัวที่ไม่มีเหตุผล และอาจรุนแรงจนไม่สามรถก้าวข้ามผ่านไปได้  โรคกลัวสังคมอาจแตกต่างจากการเขินอาย เพราะการเขินอายอาจเกิดขึ้นเพียงระยะเวลาสั้น ๆ และอาจไม่รบกวนชีวิตประจำวัน ส่วนโรคกลัวสังคมอาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนอาจส่งผลทำให้ร่างกายอ่อนแอ และอาจส่งผลต่อความสามารถต่าง ๆ ดังนี้ การทำงาน การเรียนหนังสือ การพัฒนาความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนนอกครอบครัว โรคกลัวสังคมอาจเป็นปัญหาที่เริ่มในช่วงวัยรุ่น สำหรับบางคนอาจดีขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น แต่สำหรับหลาย ๆ คนอาจไม่หายไปเองถ้าไม่ได้รับการรักษา ดังนั้น อาจต้องไปพบคุณหมอ เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธี อาการของโรคกลัวสังคม อาการของโรคกลัวสังคม อาจมีอาการเกิดขึ้นทั้งด้านกายภาพ และทางจิตใจ โดยอาการที่อาจเกิดขึ้นมีดังนี้ ลักษณะอาการทางกายภาพ  หน้าแดง มีอาการพูดลำบาก เวียนหัวหรือมึนหัว เหงื่อออกมากเกินไป ตัวสั่นหรือมีอาการสั่น อัตราการเต้นของหัวใจอย่างรวดเร็ว คลื่นไส้ อาเจียน ลักษณะอาการทางจิต  กังวลอย่างมากเกี่ยวกับสถานการณ์ทางสังคม กังวลเกี่ยวกับความอับอายในที่สาธารณะ กังวลว่าคนอื่นจะสังเกตเห็นว่ากำลังเครียดหรือวิตกกังวล มีความกังวลกับวันหรือสัปดาห์ กังวลก่อนเหตุการณ์นั้น ๆ จะมาถึง ต้องการดื่มแอลกอฮอล์เวลาที่ต้องเข้าสังคม ปลีกตัวออกจากสังคม  ขาดเรียน หรือลางาน หากโรคกลัวสังคมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยอาจพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์ทางสังคมทั้งหมด เช่น การถามคำถาม การสัมภาษณ์งาน การใช้ห้องน้ำสาธารณะ การคุยโทรศัพท์ การรับประทานอาหารในที่สาธารณะ การไปช้อปปิ้ง วิธีรับมือของคุณพ่อคุณแม่ เมื่อเด็กเกิดโรคกลัวสังคม คุณพ่อคุณแม่อาจดูแลเด็กได้ดังนี้ สอนให้เด็กรู้จักการเอาใจใส่ คุณพ่อคุณแม่อาจสอบถามเด็กว่าเพื่อนคนอื่น ๆ รู้สึกอย่างไร เวลาเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้น และอาจตามติดสถานการณ์ของเด็กอยู่เสมอ สอนให้เด็กเข้าใจในเรื่องของการมีพื้นที่ส่วนบุคคล […]

สุขภาพจิตวัยรุ่น

การ ทำร้ายตัวเอง หมายถึงการทำให้ตัวเองบาดเจ็บ หรือเป็นอันตรายด้วยความตั้งใจ ไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุ โดยข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตพบว่า วัยรุ่นมีปัญหาโรคซึมเศร้า และในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งมีเด็กคิดฆ่าตัวตาย  6% ซึ่งการทำร้ายตัวเองอาจนำไปสู่การฆ่าตัวตาย และมีงานวิจัยที่พบว่าวัยรุ่น LGBTQ หรือวัยรุ่นที่เป็น เพศที่สาม มีอัตราเสี่ยงต่อการ ทำร้ายตัวเอง การศึกษาวิธีป้องกัน ว่าจะรับมืออย่างไรเมื่อวัยรุ่นทำร้ายตัวเอง แต่อย่างไรก็ตาม หากสังเกตเห็นการทำร้ายตัวเอง เช่น กรีดข้อมือ กินยาเกินขนาด ควรไปพบคุณหมอทันที งานวิจัยชี้ วัยรุ่น LGBTQ เสี่ยง ทำร้ายตัวเอง งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสารวิชาการ JAMA Pediatrics ให้ข้อมูลว่า มีจำนวนที่น่าตกใจของวัยรุ่นที่ทำร้ายตัวเอง แต่วัยรุ่นที่เป็นไบเซ็กชวล (Bisexual) หรือวัยรุ่นเพศที่ 3 อาจมีแนวโน้มว่าจะทำร้ายตัวเองมากกว่าถึง 2 เท่า เมื่อเทียบกับกลุ่มสเตรท (Straight) หรือวัยรุ่นที่รักเพศตรงข้าม โดยงานวิจัยให้ข้อมูลว่า วัยรุ่นกลุ่มเฮเตอโรเซ็กชวล (Heterosexual) หรือกลุ่มที่รักเพศตรงข้ามระหว่าง 10%-20% มีพฤติกรรมที่เป็นอันตราย แต่วัยรุ่นกลุ่ม LGBTQ หรือกลุ่มที่รักเพศเดียวกัน  38%-53% มีพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง ผู้วิจัยกล่าวว่า อัตราการบาดเจ็บจากการพยายามฆ่าตัวตาย เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในหมู่วัยรุ่นเพศที่สาม […]


กำลังมองหาเรื่องราวในการเลี้ยงดูบุตรใช่หรือไม่?

เข้าร่วมชุมชนการเลี้ยงดูบุตรและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณแม่และคุณพ่อคนอื่น ๆ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!