home

โภชนาการเด็กวัยเรียน

การดูแลเด็กแต่ละช่วงวัยถือเป็นภารกิจที่ท้าทายมากสำหรับพ่อแม่ โดยเฉพาะการดูแลเด็กวัยเรียน ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ลูกจะต้องเข้าไปใช้ชีวิตในสังคมใหม่ อย่างสังคมในโรงเรียน แต่พ่อแม่สามารถเสริมการดูแลเด็กวัยนี้ให้เหมาะสม ด้วยการใส่ใจ โภชนาการเด็กวัยเรียน เพื่อเป็นการปูพื้นฐานเสริมสร้างร่างกายของเด็กให้แข็งแรง และช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเขาให้สมวัย

ความรู้ทั่วไป

โภชนาการเด็กวัยเรียน

หากไม่อยากให้ลูกรักมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรง เจ็บป่วยง่าย การให้ลูกลดปริมาณขนม หรือปรับเปลี่ยนจากขนมที่ส่งผลเสียเป็น ขนมเพื่อสุขภาพ อาจเป็นอีกทางออกที่ดี และช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายให้กลับคืนมาได้ แต่จะมีขนมประเภทใดบ้างนั้นที่คุณพ่อคุณแม่ควรเลือกให้ลูกรักรับประทาน วันนี้ Hello คุณหมอ นำมาฝากเอาไว้ในบทความให้แล้วค่ะ เด็กกินขนมมากไป ส่งผลเสียได้อย่างไร เนื่องจากขนมทั่วไปที่เด็ก ๆ รับประทานอาจประกอบด้วยโซเดียม และน้ำตาล หากลูกรักได้รับประทานเข้าไปในปริมาณมาก ก็อาจส่งผลให้ร่างกายของพวกเขานั้นมีการสะสมสารอาหารที่ไม่ดีอยู่ภายใน จนก่อให้เกิดโรคอ้วนตั้งแต่ยังเยาว์วัย โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ระดับคอเลสเตอรอลสูง ความดันโลหิตสูง ไขมันในตับ และเกิดปัญหาด้านสุขภาพช่องปาก อีกทั้งยังทำให้ระบบการย่อยอาหารผิดปกติส่งผลให้เป็นโรคลำไส้แปรปรวน ท้องอืด ท้องร่วง ได้อีกด้วย ที่สำคัญไม่ใช่เพียงแต่ในขนมเท่านั้นที่จะสร้างความเสี่ยงของการเกิดโรคต่าง ๆ ให้แก่เด็กได้ แต่อาหารให้แต่ละมื้อที่คุณมีการปรุงให้ลูกรับประทานก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลในเชิงลบได้ด้วยเช่นกัน หากใส่เกลือ หรือน้ำตาลท่ากเกินไป ดังนั้นผู้ปกครองทุกคนจึงควรจำกัดปริมาณให้แต่พอดี โดยควรจำกัดน้ำตาลไว้ที่ 25 กรัมสำหรับเด็กอายุ 2 ปีขึ้นไป ส่วนเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี ควรหลีกเลี่ยงการให้น้ำตาลอย่างสิ้นเชิง ส่วนโซเดียมแบ่งแยกตามอายุได้ ดังนี้ เด็กที่มีอายุ 1-3 ปี ควรบริโภคน้อยกว่า 1,500 มิลลิกรัม เด็กที่มีอายุ 4-8 ปี ควรบริโภคน้อยกว่า 1,900 […]

หัวข้อ โภชนาการเด็กวัยเรียน เพิ่มเติม

โภชนาการเด็กวัยเรียน

วิตามินซี เป็นอีกหนึ่งวิตามิน ที่สำคัญต่อร่างกายเป็นอย่างมาก ยิ่งเด็กวัยเรียนควรได้รับวิตามินซีอย่างเต็มที่ เด็กกินวิตามินซี มีประโยชน์อย่างไร วันนี้ Hello คุณหมอ จึงมีเรื่องราวของ วิตามินซี มาฝากกัน วิตามินซีมีประโยชน์อย่างไร? วิตามินซี ช่วยสร้างและซ่อมแซมเซลล์เม็ดเลือดแดง กระดูก และเนื้อเยื่อ ทั้งยังทำให้เหงือกและหลอดเลือดของเด็กแข็งแรง นอกจากนี้วิตามินซียังช่วยลดรอยช้ำ รักษาแผล เพิ่มภูมิคุ้มกัน และช่วยให้ร่างกายดูดซึมแหล่งอาหารจากธาตุเหล็กได้ดีอีกด้วย ปริมาณวิตามินซีสำหรับเด็กวัยเรียน แม้วิตามินซี จะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่เด็กๆ ก็ควรได้รับ ในปริมาณที่เหมาะสม โดยปริมาณวิตามินซีที่ผู้ปกครองควรทราบว่าเหมาะสมสำหรับเด็กในแต่ละวัย มีดังนี้ 0-6 เดือน : 40 มิลลิกรัม/วัน 7-12 เดือน : 50 มิลลิกรัม/วัน 1-3 ปี : 15 มิลลิกรัม/วัน 8-4 ปี : 25 มิลลิกรัม/วัน 9-13 ปี : 45 มิลลิกรัม/วัน เด็กกินวิตามินซี มีผลต่ออารมณ์จริงหรือ? ดูเหมือนว่าวิตามินซีและอารมณ์ของคนเราจะมีการเชื่อมโยงกัน สังเกตได้จากคนที่ขาดวิตามินซี มักจะรู้สึกเหนื่อยล้าหรือหดหู่ ซึ่งอาการเหล่านี้ได้มาจากการศึกษาผู้ป่วยในโรงพยาบาล ซึ่งมักจะมีระดับ วิตามินซี ต่ำกว่าปกติ แต่หลังจากพวกเขา ได้รับวิตามินซี […]

โภชนาการเด็กวัยเรียน

การมีน้ำหนักมากเกินไปหรือน้อยเกินไป อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น การมีน้ำหนักเกินอาจเป็นสัญญาณของโรคอ้วน หรือถ้าลูกของคุณมี น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ อาจเป็นสัญญาณว่าเด็กได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ แล้วคุณพ่อคุณแม่จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์หรือไม่ และควรดูแลลูกอย่างไรดี วันนี้ Hello คุณหมอมีคำตอบมาให้คุณค่ะ รู้ได้อย่างไรว่าลูกคุณ น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ เด็กวัยประถม อายุ 6-12 ปี ยังอยู่ในช่วงเจริญเติบโต ซึ่งหมายความว่าพวกเขาต้องการพลังงาน (แคลอรี่) และสารอาหาร จากการกินอาหารที่มีประโยชน์และอาหาร 5 หมู่ และในกรณีที่เด็กๆ มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ อาจหมายความว่าพวกเขาได้รับแคลอรี่จากอาหารไม่เพียงพอ เรามักจะใช้ตารางการเจริญเติบโต (growth charts) ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา เพื่อดูค่าน้ำหนัก ความสูง และค่าดัชนีมวลกาย (BMI, body mass index) ซึ่งสำหรับเด็กวัยรุ่น เด็กวัยประถม และเด็กเล็ก ที่มีอายุ 2-18 ปี การคำนวณค่าดัชนีมวลกายจะคำนวณจาก อายุ เพศ ความสูง และน้ำหนัก ซึ่งเด็กที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานถือว่ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในการเป็นโรคต่างๆ และสำหรับค่าดัชนีมวลกายจะมีเกณฑ์ดังนี้ น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ โดยมีค่าเปอร์เซนไทล์อยู่ที่ 2 หรือต่ำกว่า น้ำหนักตามเกณฑ์ อยู่ระหว่างค่าเปอร์เซ็นไทล์ที่ […]

โภชนาการเด็กวัยเรียน

ในหลายประเทศ การอนุญาตให้เด็กดื่มกาแฟเป็นสิ่งที่ต้องระวัง นอกจากจะทำให้เด็กตื่นตัวแล้ว ยังส่งผลต่อสุขภาพของเด็กจากกาแฟและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน และนี่คือเหตุผลที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรให้ ลูกกินกาแฟ หาก ลูกกินกาแฟ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง สมาธิสั้น กาแฟ ส่งผลให้เด็กตื่นตัวตลอดเวลา มากกว่าอาการตื่นตัวกาแฟยังทำให้เด็กมีสมาธิสั้น ในขณะที่ผู้ใหญ่ได้ประโยชน์จากสารกระตุ้นในกาแฟที่เพิ่มพลังงานและการตื่นตัว หรือที่เราเรียกกันว่า คาเฟอีน แต่สำหรับเด็นนั้นการได้รับ คาเฟอีน อาจมากเกินไปยาวนานหลายชั่วโมง อาจส่งผลเสียต่อการทำกิจกรรม การวิ่งเล่น ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับเพื่อน การเรียนและผลการเรียนได้ นอนไม่หลับ  เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 5 ถึง 12 ปี จำเป็นต้องนอนหลับอย่างน้อย 11 ชั่วโมง ส่วนในช่วงวัยรุ่น ควรนอนหลับอย่างน้อย 10 ชั่วโมงต่อวัน แต่เด็กส่วนน้อยในปัจจุบันสามารถนอนหลับได้อย่างเพียงพอ เนื่องจาตารางเวลาที่แน่นไปด้วยกิจกรรมต่างๆ ที่ได้รับการจัดการโดยคุณพ่อคุณแม่  ทำให้เด็กส่วนใหญ่ในปัจจุบันเกิดภาวะนอนหลับไม่เพียงพอ และทำให้เกิดเด็กหันไปดื่มกาแฟเพื่อเพิ่มพลังงานจากการนอนไม่พอ ด้วยวงจรการนอนหลับที่ไม่เพียงพอและการต้องพึ่งพาการดื่มกาแฟนี่เอง ที่เป็นตัวการสำคัญในการทำลายนาฬิกาชีวิตและทำให้เด็กนอนหลับได้ยากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานที่ระบุด้วยว่าหากเด็กที่มีอาการวิตกกังวล ผลจากคาเฟอีนจะทำให้อาการรุนแรงขึ้นด้วย อยากอาหารน้อยลงและรับประทานอาหารน้อยลง สมองของเด็กมีแนวโน้มเปราะบางต่อผลกระทบของคาเฟอีนมากกว่าสมองของผู้ใหญ่ คาเฟอีนจะส่งผลต่อระบบประสาทในฐานะสารกระตุ้น ดังนั้น อาจส่งผลต่อความอยากอาหารของเด็กๆ ด้วย หากคาเฟอีนขัดขวางความอยากอาหาร ก็อาจทำให้เกิดปัญหาการเจริญเติบโตได้  นอกจากนี้ หากดื่มกาแฟก่อนการรับประทานอาหารมื้อหลัก อาจส่งผลให้รับประทานอาหารได้น้อยลง โดยพลังงานและสารอาหารที่จะได้รับก็น้อยลงตามไปด้วย ปวดหัวและความดันโลหิตสูง  ตามที่ทราบกันดีว่า กาแฟมีส่วนผสมของคาเฟอีน ซึ่งเป็นสารกระตุ้นที่ส่งผลต่อผู้ใหญ่และเด็ก ปริมาณคาเฟอีนในระดับต่ำ สามารถช่วยเพิ่มความตื่นตัวและสมาธิที่จดจ่อมากขึ้น แต่ปริมาณมากเกินไปทำให้เกิดอาการสั่น […]

โภชนาการเด็กวัยเรียน

โปรตีน เป็นหนึ่งในอาหารหลัก 5 หมู่ คุณพ่อคุณแม่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการได้รับโปรตีนอย่างเพียงพอ สำคัญต่อสุขภาพ ดังนั้นจึงควรให้เด็กๆ ได้รับโปรตีนอย่างเพียงพอในแต่ละวัน ด้วยแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนสำหรับเด็กๆ เหล่านี้ โปรตีน สำคัญกับสุขภาพเด็กอย่างไร โปรตีนมีหน้าที่สร้าง รักษา และซ่อมแซมเนื้อเยื่อในร่างกาย โดยกล้ามเนื้อและอวัยวะต่างๆ รวมถึงระบบภูมิคุ้มกันต่างก็สร้างมาจากโปรตีน เป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ร่างกายยังใช้โปรตีนที่ได้รับจากการกินอาหาร เพื่อสร้างโมเลกุลโปรตีนชนิดพิเศษที่ทำหน้าที่อย่างเฉพาะเจาะจง ตัวอย่างเช่น ร่างกายใช้โปรตีนเพื่อสร้างฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเซลล์เม็ดเลือดแดง ที่จะนำออกซิเจนไปในส่วนต่างๆ ของร่างกาย เมื่อกินอาหารที่มีโปรตีน ร่างกายจะย่อยโปรตีนให้กลายเป็นกรดอะมิโน โดยนักวิทยาศาสตร์พบว่ามีกรดอะมิโน 22 ชนิดที่ร่างกายต้องการ และกรดอะมิโน 13 ชนิดร่างกายสามารถสร้างเองได้ ส่วนกรดอะมิโนอีก 9 ชนิดร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ เรียกว่า กรดอะมิโนที่จำเป็น และร่างกายจะได้รับกรดอะมิโนที่จำเป็นทั้ง  9 ชนิด จากการกินอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน มากไปกว่านั้น แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ โปรตีนที่มาจากสัตว์และโปรตีนที่มาจากพืช ดังนี้ โปรตีนจากสัตว์ เช่น เนื้อสัตว์และนม เป็นแหล่งโปรตีนที่มีกรดอะมิโนที่จำเป็นครบทั้ง 9 ชนิด โปรตีนจากพืช ส่วนใหญ่จะขาดกรดอะมิโนที่จำเป็น 1 ชนิดหรือมากกว่า ซึ่งผู้ที่ไม่กินเนื้อสัตว์สามารถได้รับกรดอะมิโนที่จำเป็นได้ทั้งหมดจากการกินโปรตีนจากพืช จากแหล่งอาหารหลายๆ […]

โภชนาการเด็กวัยเรียน

ไม่ใช่แค่ของหวานหรืออาหารไขมันสูง ที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด แต่การกิน เกลือ หรืออาหารที่มีโซเดียมสูง ก็เพิ่มความเสี่ยงสุขภาพได้เช่นกัน คุณพ่อคุณแม่จะมีวิธีสังเกตอย่างไรว่า เด็กกินเค็ม มากเกินไปจนอาจทำให้เด็กๆ เกิดปัญหาสุขภาพในระยะยาว เด็กกินเค็ม ส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสารวิชาการ Journal of the Academy of Nutrition and Dietetics ให้ข้อมูลว่า เด็กบริโภค เกลือ หรือ โซเดียมเกินปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน ซึ่งการกินอาหารที่มีโซเดียมสูงตั้งแต่เด็ก สามารถเพิ่มความเสี่ยงของปัญหาหัวใจและหลอดเลือดในอนาคต โดยโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจและหลอดเลือด ได้แก่ โรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งคร่าชีวิตชาวอเมริกันมากกว่า 800,000 คนในแต่ละปี และการกินอาหารที่มีรสเค็ม การบริโภค เกลือ หรืออาหารโซเดียมสูง อาจทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง และเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด เด็กกินเค็ม (โซเดียม) เท่าไหร่ถึงจะพอดี เด็กควรบริโภคเกลือแต่น้อย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอาหารส่วนใหญ่มักจะเพิ่มเกลือลงไป เช่น ขนมปัง ถั่วอบ หรือแม้แต่ขนมปังอบกรอบ จึงทำให้เด็กๆ กินเค็มมากเกินไป ปริมาณ เกลือ ที่สูงที่สุดที่เด็กควรได้รับต่อวัน ได้แก่ เด็กอายุต่ำกว่า 12 เดือน ควรได้รับ เกลือ […]

โภชนาการเด็กวัยเรียน

วิตามิน ซี เป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ จึงต้องได้รับจากการกินอาหารหรืออาหารเสริม ซึ่ง ประโยชน์วิตามินซี มีต่อร่างกายของเด็กๆ อย่างไร เด็กควรได้รับวิตามินซีเท่าไหร่ต่อวัน นอกจากนี้วิตามินซีสามารถป้องกันและรักษาโรคหวัดได้หรือเปล่า มีข้อมูลดังนี้ค่ะ วิตามินซี คืออะไร วิตามินซี หรือกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic acid: Vitamin C) เป็นวิตามินที่พบไปแหล่งอาหารบางชนิด เช่น ผลไม้รสเปรี้ยว นอกจากนี้ยังอาจได้รับวิตามินซีจากการกินอาหารเสริม เนื่องจากร่างกายของมนุษย์ไม่สามารถสร้างหรือผลิตวิตามินซีได้เอง ดังนั้นจึงต้องได้รับวิตามินซีจากแหล่งภายนอกร่างกาย เช่นวิตามินซีที่ได้จากพืช ได้แก่ มะเขือเทศ บร็อคโคลี่ และกีวี่ คือแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี มากไปกว่านั้นถ้าคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้เด็กกินอาหารเสริมวิตามินซี ควรปรึกษาคุณหมอ ประโยชน์วิตามินซี ต่อสุขภาพของเด็กๆ วิตามินซี จำเป็นต่อการรักษาสุขภาพโดยรวมของร่างกาย และถือว่าเป็นสารกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันด้วย เพิ่มเติมไปกว่านั้นวิตามินซียังมีความสำคัญดังนี้ วิตามินซีสำคัญสำหรับการสร้างคอลลาเจน หลอดเลือด กระดูกอ่อน และกล้ามเนื้อ ดังนั้นจึงช่วยรักษาความสมบูรณ์ของเนื้อเยื่อในร่างกาย รวมถึงผิวหนังด้วย วิตามินซีสำคัญต่อสารสื่อประสาท ซึ่งเป็นสารเคมีที่มีความสำคัญ สำหรับการส่งสัญญาณในระบบประสาท วิตามินซียังเกี่ยวข้องกับการทำงานของคาร์นิทีน ซึ่งเป็นสารเคมีที่สนับสนุนการขนส่ง และการสลายกรดไขมันเพื่อสร้างพลังงาน วิตามินซีกับโรคหอบหืดในเด็ก งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสารวิชาการ Clinical and Translational Allergy ได้ให้ข้อมูลว่า วิตามินซีมีประโยชน์ต่อเด็กที่เป็นโรคหอบหืด โดยขึ้นอยู่กับอายุของเด็กที่เป็นโรคหอบหืด การเผชิญกับความชื้นหรือราในห้องนอน […]

โภชนาการเด็กวัยเรียน

อาหารบำรุงสมอง คืออาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการทำงานของประสาทและสมอง ซึ่งจะทำให้เด็กๆ ในวัยเรียนสามารถเรียนรู้ได้ดีขึ้น ความจำดีขึ้น แถมมีสมาธิดีขึ้นอีกด้วย อาหารบำรุงสมองสำหรับเด็ก ที่มีประโยชน์ต่อลูกน้อยมีอะไรบ้าง Hello คุณหมอ คัดมาให้แล้ว อาหารบำรุงสมองสำหรับเด็ก ที่ควรจัดให้ลูกอย่าได้ขาด 1. ไข่ ไข่เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี และในไข่แดงมีโคลีน (choline) ซึ่งเป็นสารอาหารที่จะช่วยพัฒนาความจำและการทำงานของสมอง นอกจากนี้สารอาหารในไข่ยังช่วยทำให้เด็กมีสมาธิด้วย 2. ปลา ปลามีวิตามินดีและกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่จะช่วยป้องกันสมองจากการสูญเสียความจำ และความจำที่ลดลงตามอายุ ปลาที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน โดยปลาทูน่าถือเป็นแหล่งโปรตีนชั้นเยี่ยม แต่ในปลาทูน่าจะมีกรดไขมันโอเมก้า 3 น้อยกว่าในปลาแซลมอน เนื่องจากปลาแซลมอนอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่มีทั้งกรดไขมันโอเมก้า 3 ชนิดดีเอชเอ (DHA) และอีพีเอ (EPA) ซึ่งกรดไขมันโอเมก้า 3 ทั้ง 2 ชนิดจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการทำงานของสมอง นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ให้ข้อมูลว่า ผู้ที่ได้รับกรดไขมันโอเมก้า 3 มีสติปัญญาที่เฉียบแหลม และสามารถทำแบบทดสอบทักษะทางด้านจิตใจได้ดีขึ้น 3. ผักหลากสี ผักที่เต็มไปด้วยสีสัน เช่น มะเขือเทศ มันเทศ ฟักทอง แครอท ผักโขม […]

โภชนาการเด็กวัยเรียน

พ่อแม่ผู้ปกครองอาจกิน น้ำมันปลา (Fish Oil) เพื่อช่วยเรื่องไขมันในร่างกาย ช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ และทำให้หัวใจแข็งแรง น้ำมันปลามีประโยชน์กับผู้ใหญ่ แล้วกับเด็กๆ ล่ะ น้ำมันปลาจะมีประโยชน์หรือเปล่า? มาดูกันว่าประโยชน์ของ น้ำมันปลา กับ สุขภาพลูกน้อย จะมีอะไรบ้าง เมื่อเด็กๆ กินน้ำมันปลา มีงานวิจัยที่ให้ข้อมูลว่า น้ำมันปลาจะช่วยทำให้อาการสมาธิสั้นในเด็ก (ADHD) ของเด็กๆ วัย 8-12 ปี ดีขึ้นได้ เพราะในน้ำมันปลามีโอเมก้า 3 นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่ได้ศึกษาในกลุ่มตัวอย่างที่เป็นเด็กวัย 7-12 ปีที่เป็นโรคสมาธิสั้น โดยให้เด็กๆ กินน้ำมันปลาและน้ำมันพริมโรส ผลการทดลองพบว่า สามารถทำให้อาการสมาธิสั้นในเด็ก มีอาการดีขึ้นได้ ซึ่งอาการสมาธิสั้นในเด็ก ได้แก่ อาการขาดความสนใจ และความสามารถในการคิดอย่างรอบคอบ ยิ่งไปกว่านั้น น้ำมันปลายังช่วยเรื่องพฤติกรรม และช่วยเรื่องสมาธิในเด็กวัยต่ำกว่า 12 ปีอีกด้วย นอกจากเรื่องของสมาธิแล้ว ยังมีงานวิจัยที่ชี้ว่า น้ำมันปลาก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพของเด็กๆ โดยการทดลองในประเทศออสเตรเลีย แบ่งเด็กวัย 1-6 เดือนเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งได้กินน้ำมันปลา ส่วนอีกกลุ่มได้กินยาหลอก (placebo) ที่ไม่ส่งผลใดๆ […]

โภชนาการเด็กวัยเรียน

เด็กๆ ติดน้ำหวาน เป็นสิ่งที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายคนกังวลใจ ซึ่งมีงานวิจัยจาก Centers for Disease Control (CDC) ประเทศสหรัฐอเมริกาชี้ให้เห็นว่า 2 ใน 3 ของเด็กๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา กินน้ำหวานอย่างน้อยวันละ 1 แก้วต่อวัน เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้ หรือนมรสหวาน นอกจากนี้งานวิจัยยังพบว่า 20% ของเด็กผู้ชายและ 18% ของเด็กผู้หญิงกินน้ำหวานมากกว่า 2 แก้วต่อวัน ถ้าลูกของเราต้องกินน้ำหวานทุกวัน หมายถึงว่า เขากำลังมีอาการติดน้ำหวานแล้ว เนื่องจากสมาคม American Heart Association แนะนำว่าเด็กๆ และวัยรุ่นควรดื่มน้ำหวานไม่เกินอาทิตย์ละ 8 ออนซ์ ซึ่งการที่ลูกๆ กินน้ำหวานทุกวัน วันละ 1 แก้วก็ ถือว่ากินน้ำหวานมากเกินไปนั่นเอง ดังนั้นผู้ปกครองควรใส่ใจ และติดตามการรับประทานอาหารของเด็กอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เด็กรับประทานอาหารน้ำหวานมากเกินไป  และป้องกันโรคอ้วน โรคเบาหวานที่อาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของเด็กตามมาได้ ติดน้ำหวาน ไม่ดีอย่างไรต่อร่างกาย ทำให้อ้วน มีงานวิจัยมากกว่า 90 ชิ้น ที่บอกว่าน้ำหวานกับปัญหาน้ำหนักตัวของเด็กเกี่ยวข้องกัน […]

โภชนาการเด็กวัยเรียน

ขนมขบเคี้ยวที่เด็ก ๆ ชอบกินมักจะอุดมไปด้วยน้ำตาล แป้ง และผงชูรส พ่อแม่ส่วนใหญ่คิดว่าผงชูรสเป็นสิ่งที่ต้องระวัง เพราะไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่นอกจากผงชูรส แป้ง และน้ำตาลแล้ว ยังมีอีกสิ่งที่พ่อแม่อาจมองข้าม นั่นก็คือ โซเดียมในขนม ที่หากบริโภคมากเกินไปจะทำให้เกิดโรคไต และโรคอื่น ๆ ตามมาก็เป็นได้ โซเดียม คืออะไร โซเดียมเป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งที่ร่างกายต้องการ โซเดียมช่วยควบคุมความสมดุลของของเหลวในร่างกาย และเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบกล้ามเนื้อ โดยอวัยวะที่ควบคุมการทำงานของโซเดียมคือ ไต ร่างกายรับโซเดียมจากอาหารที่มีรสเค็ม และจากเครื่องปรุงชนิดต่าง ๆ เช่น เกลือ น้ำปลา กะปิ ซึ่งโซเดียมที่ร่างกายได้รับส่วนใหญ่มาจากเกลือที่ประกอบด้วยโซเดียมกับคลอไรด์ (เกลือจึงมีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า โซเดียมคลอไรด์) ส่วนการขับโซเดียมออกจากร่างกาย ร่างกายจะขับ โซเดียม ส่วนเกินออกทางไตในรูปปัสสาวะมากที่สุด รองลงมาคือขับออกทางเหงื่อ วันละประมาณ 25 มิลลิโมล และขับโซเดียมออกทางอุจจาระในปริมาณน้อยประมาณ 1-2 มิลลิโมล นอกจากนี้โซเดียมยังมีประโยชน์อื่นๆ ดังนี้ เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย การขาดโซเดียมอาจทำให้เกิดโรค เช่น โรคที่เกี่ยวกับกระดูก โซเดียมเป็นส่วนประกอบของน้ำย่อยอาหาร และเป็นส่วนประกอบของกระดูกและฟัน ผลเสียจากการได้รับโซเดียมมากเกินไป เนื่องจากไตเป็นอวัยวะที่ควบคุมการใช้ โซเดียม ในร่างกาย การที่ร่างกายได้รับปริมาณโซเดียมมากเกินไปจึงส่งผลเสียต่อไต โดยปริมาณโซเดียมที่ควรได้รับต่อวันคือ ไม่ควรเกิน 2,400 มิลลิกรัม […]

x