home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

โรคหัวใจ ผลข้างเคียงที่คาดไม่ถึงจาก ฟันผุ

โรคหัวใจ ผลข้างเคียงที่คาดไม่ถึงจาก ฟันผุ

ฟันผุ มาเยือนบ่อยครั้งจนต้องไปพบหมอฟันนับครั้งไม่ถ้วน แต่หลาย ๆ คนก็ยังอาจคิดว่าโรคฟันผุเป็นเพียงปัญหาเล็ก ๆ ของสุขภาพช่องปากที่ไม่ได้รุนแรงแต่อย่างใด และสามารถรักษาให้หายเป็นปกติได้ในระยะเวลาสั้น ๆ จึงเลือกที่จะละเลยปัญหาฟันผุ แต่สิ่งที่เรามองข้ามมักกลายเป็นเรื่องใหญ่เสมอ เพราะอันที่จริง ปัญหาในช่องปากที่ดูไม่น่าไม่อันตรายอย่างโรคฟันผุ กลับกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจได้! อันตรายขนาดนี้ปล่อยไว้ไม่ได้แล้วค่ะ ดังนั้นวันนี้ Hello คุณหมอ ขอพาทำความรู้จักและหลีกเลี่ยงฟันผุกัน

ฟันผุ เป็นอย่างไร

โรคฟันผุ เป็นปัญหาในช่องปากประเภทหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะคือ ฟันถูกทำลายจากกรด ฟันผุสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในส่วนตัวฟันและรากฟันที่โผล่พ้นออกมาจากเหงือก โดยปกติระบบการทำงานในช่องปาก จะมีกระบวนการเปลี่ยนแร่ธาตุแคลเซียมและฟอสฟอรัสในชั้นผิวเคลือบฟันกับน้ำลายตลอดเวลาอย่างสมดุล ทำให้ไม่มีการสูญเสียแร่ธาตุออกจากผิวฟัน แต่ในภาวะที่จุลินทรีย์มีการย่อยสลายอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล จะเปลี่ยนน้ำลายเป็นกรด ทำให้สูญเสียแคลเซียม และฟอสฟอรัสออกจากตัวฟันมากกว่าการได้รับกลับคืน ซึ่งถ้าเกิดขึ้นบ่อยก็จะทำให้เกิดฟันผุ

สาเหตุของการเกิดฟันผุ

การเกิดฟันผุ มาจากปัจจัย 4 ประการ ซึ่งมีความสัมพันธ์กัน ได้แก่

  1. แผ่นคราบจุลินทรีย์
  2. อาหารประเภทแป้ง และน้ำตาล
  3. ตัวฟัน
  4. เวลา

โดยแบคทีเรียที่มีอยู่ตามปกติในช่องปากจะทำปฏิกิริยากับคราบพลัค (Plaque) ที่ติดค้างอยู่ตามซอกฟัน และผิวเคลือบฟัน ซึ่งเราขจัดออกไปได้ไม่หมด เกิดเป็นกรดขึ้น ซึ่งกรดสามารถทำลายผิวเคลือบฟัน ก่อให้เกิดฟันผุขึ้นได้หากค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ในปากมีค่าต่ำกว่า 5.5 บ่อย ๆ และเป็นเวลานาน

ผลข้างเคียงที่คาดไม่ถึงจากฟันผุ

อาการปวดฟันจากฟันผุ หากปล่อยให้ลุกลามจะมีอาการปวดเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เชื้อโรคจะแพร่กระจายตามกระแสเลือดไปยังอวัยวะต่าง ๆ ที่สำคัญ และอาจส่งผลเสียต่อโรคหัวใจได้ จากที่มีการตรวจพบเชื้อโรคที่ทำให้เกิดฟันผุ “สเตร็ปโตคอคคัส” ซึ่งเป็นเชื้อชนิดเดียวกับที่ตรวจพบในโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบ และลิ้นหัวใจอักเสบ ดังนั้น จึงมีการตื่นตัวในการป้องกันรักษาสุขภาพฟัน เพื่อไม่ให้ฟันผุไปทำให้โรคหัวใจทวีความรุนแรงขึ้นหรือมีผลเสียต่อโรคหัวใจ
อย่างไรก็ตาม โรคหัวใจสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แม้ว่าจะมีการศึกษาติดตาม แต่ในทางวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันข้อมูลรับรองว่า ฟันผุทำให้เกิดโรคหัวใจได้หรือไม่ แต่พบว่ามีผลเสียต่อโรคหัวใจ เมื่อใดที่มีเลือดออกในช่องปาก เชื้อแบคทีเรียในช่องปากจะสามารถเข้าไปในกระแสเลือดได้ และเมื่อผู้ป่วยโรคหัวใจมีอาการปวดฟันมาเข้ารับการรักษา อาจต้องให้ผู้ป่วยรับประทานยาปฏิชีวนะก่อนการทำฟัน เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

อาการของฟันผุ

การผุของฟัน จะเริ่มขึ้นที่ชั้นผิวเคลือบฟันก่อน โดยจะเห็นเป็นจุดดำเล็ก ๆ หรือเป็นเส้นดำตามร่องฟันด้านบดเคี้ยวหรือเนื้อฟันมีสีขาวขุ่นผิดปกติ ระยะนี้มักไม่พบอาการเสียวฟันหรือปวดฟันแต่อย่างใดซึ่งการทำความสะอาดฟันที่ดี สามารถชะลอการลุกลามของฟันผุได้ แต่หากเราปล่อยไว้ไม่ดูแล จนฟันผุลุกลามไปถึงชั้นเนื้อฟัน จะมีอาการเสียวฟันเมื่อเคี้ยวอาหาร หรือเมื่อกระทบของเย็น บางครั้งอาจมีอาการปวดได้

และถ้าเรายังปล่อยทิ้งไว้จนฟันผุลุกลามไปถึงขั้นโพรงประสาทฟัน ซึ่งมีเส้นเลือดและเส้นประสาท จะทำให้อาการปวดรุนแรงมากขึ้น อาจถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับก็มี บางครั้ง แม้จะใช้ยาแก้ปวดก็ยังไม่อาจทุเลาอาการปวดได้ และถ้าลุกลามมากอาจทำให้รากฟันอักเสบและเป็นหนอง เหงือกบวม หรือแก้มบวมได้ซึ่งระยะนี้ไม่สามารถอุดฟันด้วยวิธีปกติทั่วไปได้ ต้องรักษาคลองรากฟัน ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้เวลารักษานาน และสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย บางครั้งอาจต้องสูญเสียฟัน เนื่องจากอาการผุลุกลามมาก ไม่สามารถเก็บรักษาฟันซี่นั้นไว้ได้ ซึ่งจะมีผลกระทบด้านการบดเคี้ยวจะมีประสิทธิภาพลดลง และต้องใช้ฟันปลอม

การดูแลและรักษาฟันผุ

  • ฟันผุในระยะเริ่มแรกที่มีสีขุ่นขาว เพียงทำให้ช่องปากได้รับฟลูออไรด์สม่ำเสมอทุกวัน เช่น แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์เป็นประจำ ก็สามารถทำให้การผุนี้กลับคือสู่สภาพปกติได้
  • ในฟันที่ชั้นเคลือบฟันมีการเปลี่ยนเป็นสีดำ แต่ยังไม่เป็นรูนั้น การแปรงฟันให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอ สามารถยับยั้งการผุไม่ให้เป็นรูผุได้ และคอยตรวจเพื่อดูว่ามีการลุกลามของฟันผุเพิ่มขึ้นหรือไม่
  • หากการผุลุกลามจนเป็นรู แต่ไม่ลุกลามถึงโพรงประสาทฟัน รักษาได้ด้วยการอุดฟัน
  • การผุที่ลุกลามถึงโพรงประสาทฟัน ต้องคำนึงถึงเนื้อฟันที่มีเหลือ หากมีพอเพียงที่จะบูรณะได้ก็จะรักษาโพรงประสาทฟัน และบูรณะฟันให้อยู่ในสภาพเดิมโดยการอุดฟันหรือครอบฟัน
  • หากเนื้อฟันมีเหลืออยู่น้อยเกินไป ต้องรักษาโดยการถอนฟัน เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเศษอาหาร และเชื้อโรค อันจะก่อให้เกิดการติดเชื้อที่ลุกลามไปสู่ส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้
  • กรณีที่วัสดุอุดฟันแตก ควรรีบรับการอุดฟันใหม่ เพื่อป้องกันการเกิดฟันผุ

การป้องกันฟันผุ

ฟันผุ เป็นอาการที่ไม่สามารถรักษาหรือป้องกันได้โดยวิธีการกินยา เมื่อมีฟันผุก็ต้องรักษาด้วยการอุดฟัน หรือถอนฟันเท่านั้นดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดฟันผุ เรามีวิธีปฏิบัติได้ด้วยตนเองอย่างง่าย ๆ ดังนี้

1. รักษาสุขภาพอนามัยช่องปากให้สะอาดด้วยการแปรงฟันอย่างถูกวิธี ร่วมกับการใช้ไหมขัดฟัน ควรแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์หลังรับประทานอาหารเสร็จทุกครั้ง หรือถ้าทำได้ไม่สะดวก ก็ใช้วิธีบ้วนน้ำแรง ๆ หลาย ๆ ครั้ง

2. รับประทานอาหารที่ดี และมีประโยชน์ต่อฟัน เช่น อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ หลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล หรือขนมหวาน โดยเฉพาะแบบที่เหนียวติดฟัน ซึ่งเป็นอาหารที่ส่งเสริมให้ฟันผุได้ง่าย

3. ไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจฟันทุก ๆ 6 เดือน หรืออย่างน้อยปีละครั้ง

4. ใช้ฟลูออไรด์เพื่อป้องกันฟันผุ และทำให้ฟันแข็งแรง ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ร่วมกับการรับประทานยาน้ำฟลูออไรด์ ยาเม็ดฟลูออไรด์ (ในเด็ก) การอมน้ำยาฟลูออไรด์ ทั้งนี้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

ฟันผุเสี่ยงต่อโรคหัวใจ https://med.mahidol.ac.th/th/knowledge_awareness_health/07162015-1053-th Accessed on July 3,2018

ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อปัญหาสุขภาพช่องปากและการมาใช้บริการทันตกรรมของผู้ป่วยเบาหวาน โรงพยาบาลสงขลา http://www.dent.psu.ac.th/unit/journal/images/journal/2017/2/nattha2017.pdf Accessed on July 3,2018

โรคฟันผุ https://www.anamai.moph.go.th/ewt_news.php?nid=1762 Accessed on July 3,2018

โรคฟันผุ http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=99 Accessed on July 3,2018

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย ชมพูนุช ทรงถาวรทวี
แก้ไขล่าสุด 03/07/2018
x