การดูแลเล็บ

เล็บ เป็นหนึ่งในอวัยวะชั้นนอกที่ปกคลุมร่างกาย เกิดขึ้นจากชั้นหนังกำพร้าที่ตายแล้ว อัดแน่นเป็นแผ่นที่บริเวณปลายนิ้ว และช่วยปกป้องนิ้วมือจากอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น การดูแลเล็บ จึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่ควรใส่ใจและไม่มองข้าม เรียนรู้เคล็ดลับใน การดูแลเล็บ ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

การดูแลเล็บ

การ ทำเล็บ มีรูปแบบและสีสันให้เลือกมากมาย จึงทำให้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะทำให้เล็บสวยงาม และเพิ่มความมั่นใจแล้ว การทำเล็บยังอาจช่วยทำให้เล็บดูสะอาดและมีสุขภาพดี อย่างไรก็ตาม สารเคมีในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำเล็บ เช่น ยาทาเล็บ น้ำยาล้างเล็บ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ต่อเล็บ อาจมีข้อเสียบางประการที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเล็บและสุขภาพผิวได้ ดังนั้น จึงควรทราบถึงข้อดีและข้อเสียของการทำเล็บก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ ทำเล็บ มีข้อดีอะไรบ้าง การทำเล็บอาจมีข้อดีที่ส่งผลดีต่อสุขภาพเล็บ ดังนี้ อาจดีต่อสุขภาพผิวบริเวณเล็บมือและเท้า การทำเล็บอาจส่งผลดีต่อสุขภาพผิวและเล็บ เพราะนอกจากจะทำให้เล็บสวยและสะอาดขึ้นแล้ว ยังอาจมีขั้นตอนการขัดผิว บำรุงผิวและเล็บ โดยการขจัดเอาเซลล์ผิวหนังที่เสื่อมสภาพออกเพื่อเผยผิวใหม่ ขจัดสิ่งสกปรกตามซอกเล็บและง่ามนิ้ว ซึ่งอาจช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน ลดริ้วรอย และดูสุขภาพดีขึ้น อาจช่วยลดโอกาสในการเป็นโรคติดต่อ เชื้อแบคทีเรียและเชื้อราที่สะสมอยู่ตามซอกเล็บ อาจทำให้เกิดการแพร่กระจายโรคและติดเชื้อได้ การทำเล็บอย่างสม่ำเสมออาจช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกและเชื้อโรคต่าง ๆ ออกจากเล็บ จึงอาจช่วยป้องกันการติดเชื้อที่อาจก่อให้เกิดโรคผิวหนังหรือลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่นได้ อาจช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย การทำเล็บถือเป็นการพักผ่อนหย่อนใจที่อาจส่งผลดีต่อสุขภาพจิต เนื่องจากการทำเล็บในบางครั้งอาจมีการนวดมือหรือใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีกลิ่นหอม ซึ่งอาจช่วยบำบัดอาการเหนื่อยล้าและช่วยให้ผ่อนคลายมากขึ้น อาจช่วยเพิ่มความสวยงามและความมั่นใจ เล็บอาจถือเป็นเครื่องประดับชนิดหนึ่งบนร่างกาย การทำเล็บให้สะอาด มีสุขภาพดีและมีสีสันสวยงาม จึงอาจช่วยเพิ่มความมั่นใจได้ ข้อเสียของการทำเล็บ การทำเล็บที่มากเกินไปหรือผิดวิธีอาจส่งผลเสียต่อเล็บได้ ดังนี้ อาจเกิดความระคายเคืองและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เครื่องมือทำเล็บหากไม่ได้ทำความสะอาดอย่างถูกต้องอาจเสี่ยงปนเปื้อนเชื้อโรคและแพร่กระจายเชื้อได้ รวมทั้งสารเคมีในน้ำยาล้างเล็บอาจทำให้เล็บแห้ง ระคายเคือง และอาจทำให้ผิวหนังอักเสบและติดเชื้อได้ง่ายขึ้น ส่งผลทำให้เกิดโรคผิวหนังอักเสบได้ อาจทำให้เล็บบาง เล็บเหลือง แห้ง เปราะและอ่อนแอ […]

หัวข้อ การดูแลเล็บ เพิ่มเติม

การดูแลเล็บ

จมูกเล็บ คือ หนังที่อยู่บริเวณข้างเล็บหรือขอบเล็บ มีหน้าที่ทำให้เล็บงอกขึ้นมาตรงตามแนวเล็บ ถึงแม้จะเป็นเพียงผิวหนังส่วนเล็ก ๆ แต่หากไม่บำรุงให้จมูกเล็บแข็งแรง อาจทำให้ จมูกเล็บแห้ง ลอก หรือฉีกขาดได้ ซึ่งปัญหาดังกล่าวอาจได้เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ล้างมือบ่อย ตัดเล็บผิดวิธี กัดเล็บ รวมถึงการขาดสารอาหารประเภทโปรตีนอย่าง เนื้อไก่ เนื้อหมู เนื้อปลา ไข่ไก่ เป็นต้น  จมูกเล็บ คืออะไร จมูกเล็บ คือ หนังที่อยู่บริเวณข้างเล็บหรือขอบเล็บ ซึ่งมีเส้นเลือดและปลายประสาทจำนวนมาก หากไม่บำรุงให้จมูกเล็บแข็งแรงอาจทำให้จมูกเล็บอักเสบ ส่งผลให้ผิวหนังรอบ ๆ บริเวณขอบเล็บบวม แดง และมีอาการเจ็บปวดได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ควรดึงเศษจมูกเล็บออกด้วยตนเอง เพราะอาจส่งผลให้เกิดบาดแผลที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ เพื่อความปลอดภัยควรปรึกษาคุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้อง สาเหตุที่ทำให้จมูกเล็บ ลอก ฉีกขาด สาเหตุที่ทำให้จมูกเล็บ ลอก ฉีกขาด มีดังต่อไปนี้ ผิวแห้ง ตัดเล็บไม่ถูกวิธี สัมผัสกับอากาศที่ร้อนหรือเย็นเกินไป ล้างมือบ่อยเกินไป ขาดสารอาหารประเภทโปรตีน ทำเล็บ ล้างเล็บบ่อยเกินไป ดูดนิ้วมือเป็นประจำ กัดเล็บจนกุด วิธีรักษาหากจมูกเล็บติดเชื้อ หากจมูกเล็บติดเชื้อ อาจรักษาด้วยวิธีต่าง ๆ ดังนี้ แช่น้ำอุ่น แช่นิ้วที่จมูกเล็บติดเชื้อในน้ำอุ่น วันละ 2-4 ครั้ง ๆ ละ 15 นาที เพื่อความปลอดภัย […]

การดูแลเล็บ

ถอดเล็บ เป็นวิธีรักษาทางการแพทย์โดยการตัดเล็บบางส่วนหรือถอดเล็บ ที่มีการติดเชื้อ หรือได้รับบาดเจ็บบริเวณเล็บอย่างรุนแรงออกทั้งหมด เช่น เล็บฉีกขาด เล็บขบ ซึ่งจะใช้เวลาไม่นานในการรักษา แต่สำหรับเล็บที่งอกใหม่ตามธรรมชาติอาจใช้เวลานานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ทำไมต้องถอดเล็บ การถอดเล็บ เป็นวิธีการรักษารูปแบบหนึ่งหากผู้ป่วยมีอาการปวดหรือติดเชื้อรุนแรงบริเวณเล็บ คุณหมออาจต้องรักษาด้วยการถอดเล็บ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้เล็บงอกใหม่และแข็งแรงขึ้น สาเหตุที่อาจต้องรักษาด้วยการถอดเล็บ มีดังนี้ เล็บขบ เกิดการบาดเจ็บที่เล็บ หรือเล็บฉีกขาดอย่างรุนแรง เล็บเกิดการติดเชื้อ โดยมีอาการบวมแดง มีหนอง มีกลิ่นเหม็น เจ็บปวด และมีไข้ เล็บหนา (Onychogryphosis) ที่อาจเกิดจากความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด โรคสะเก็ดเงิน หรือการใส่รองเท้าที่คับแน่นเกินไป ขั้นตอนการถอดเล็บ ก่อนเริ่มการรักษาด้วยวิธีถอดเล็บ คุณหมอจะฉีดยาชาเฉพาะที่เพื่อทำให้บริเวณที่ต้องการรักษาชา และล้างทำความสะอาดบริเวณที่ต้องทำการรักษาด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ จากนั้น เมื่อบริเวณเล็บเริ่มชา คุณหมอจะทำการถอดเล็บออกทั้งหมดหรืออาจถอดเล็บเพียงบางส่วน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและการพิจารณาของคุณหมอ หลังจากถอดเล็บเรียบร้อย คุณหมอจะทายาปฏิชีวนะชนิดขี้ผึ้ง และปิดแผลด้วยผ้าพันแผล นอกจากนี้ คุณหมออาจสั่งยาปฏิชีวนะให้ผู้ป่วยเพื่อใช้รักษาแผลที่บ้าน ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากการถอดเล็บ ผู้ป่วยอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังจากการถอดเล็บได้ ดังนี้ การติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งป็นการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้นหลังหรือระหว่างการรักษา การติดเชื้อราที่เล็บ ซึ่งอาจเกิดขึ้นในผิวหนังใต้เล็บเมื่อเล็บงอกมาใหม่ ผื่นแพ้สัมผัส (Allergic Contact Dermatitis) ซึ่งอาจเกิดจากการแพ้ยาที่ใช้ในการรักษา เล็บเท้าผิดรูป ในบางคนเล็บเท้าอาจงอผิดรูป หรือเล็บอาจไม่งอกใหม่ ผู้ป่วยที่เป็นเล็บขบ หลังจากการักษาอาจกลับมาเป็นซ้ำได้อีก การดูแลแผลหลังถอดเล็บ หลังจากการถอดเล็บ ผู้ป่วยควรทำตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัด และใช้ยาตามใบสั่งแพทย์เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ ดังนี้ ใช้น้ำอุ่นหรือดีเกลือฝรั่ง (Epsom Salt) ล้างรอบแผลวันละ 2 ครั้ง กินยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หากมีอาการปวดหรือบวม ทายาปฏิชีวนะตามใบสั่งแพทย์ และในช่วงสัปดาห์แรกหลังการรักษาให้ปิดแผลด้วยผ้าพันแผล จนกว่าแผลจะสมานตัว เมื่อแผลเริ่มสมานตัว ผู้ป่วยอาจเปิดผ้าพันในเวลานอน เพื่อไม่ให้แผลอับชื้น หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่ออกกแรงกดบริเวณเล็บ สวมรองเท้าเปิดนิ้วเท้า […]

การดูแลเล็บ

เล็บเป็นอวัยวะควรได้รับการดูแลไม่แพ้อวัยวะอื่น ๆ ในร่างกาย หากปล่อยให้เล็บอ่อนแอ อาจเกิดความเสียหายได้ เช่น เล็บแตก เล็บหัก เล็บเปราะ เล็บฉีกขาด วิธีดูแลเล็บมือให้แข็งแรงสุขภาพดีนั้น สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตนเอง ทั้งการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และการบำรุงเล็บด้วยวิธีต่าง ๆ ที่สำคัญควรดูแลเล็บเป็นประจำสม่ำเสมอ [health-tool template="bmi"] สาเหตุที่ส่งผลให้ เล็บมือพัง พฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่อาจทำโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการกัดเล็บ แกะเล็บ ใช้เล็บงัดแงะของแข็ง อาจส่งผลให้เล็บพัง และเนื้อเยื่อโดยรอบเสียหาย จนเกิดการบวม ช้ำ อักเสบได้ นอกจากพฤติกรรมข้างต้นแล้ว ยังมีภาวะสุขภาพบางประการที่อาจเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพเล็บ ได้แก่ โรคสะเก็ดเงินที่เล็บ อาการเล็บเปราะบาง โรคเชื้อราที่เล็บ อาการเล็บคุด อาการปลายเล็บร่น อาการเล็บขบ นอกจากนี้ ยังอาจมีโรคอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาพเล็บได้ด้วย หากสังเกตว่าเล็บ หรือเนื้อเยื่อรอบเล็บ มีสีเปลี่ยนแปลง บวม เจ็บบริเวณเล็บ เล็บแตกหักง่าย มีเลือดคั่งใต้เล็บ ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรเข้ารับการตรวจจากคุณหมอในทันที เพื่อคณหมอจะได้วินิจฉัยและรักษาให้เหมาะสมกับอาการและสาเหตุที่เป็นอย่างเหมาะสมต่อไป อาหารเสริมที่ช่วยให้ เล็บมือ แข็งแรง ไบโอติน (Biotin) เป็นวิตามินในตระกูลวิตามินบี ที่มีคุณสมบัติช่วยรักษาสุขภาพด้านระบบประสาท ผม […]

การดูแลเล็บ

การขาดสารอาหาร เล็บได้รับบาดเจ็บ หรือภาวะอื่น ๆ อาจส่งผลให้เล็บไม่แข็งแรง จนเกิดปัญหา เล็บฉีก ได้ การดูแลเล็บด้วยวิธีการที่ถูกต้องจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการละเลยสุขภาพเล็บ บางครั้งก็อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าได้ เช่น การติดเชื้อรา เล็บฉีก เกิดจากอะไร อาการเล็บฉีก เกิดจากหลายสาเหตุและหลายปัจจัยด้วยกัน เช่น การขาดสารอาหาร เล็บขาดความชุ่มชื้น การได้รับบาดเจ็บ ซึ่งหากปล่อยเอาไว้ อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่ร้ายแรงกว่าได้ เช่น เมื่อเล็บฉีก เชื้อโรคอย่างเชื้อราอาจเข้าสู่แผล ทำให้ติดเชื้อราได้ การดูแลสุขภาพเล็บให้แข็งแรงอยู่เสมอจึงไม่เพียงแต่จะช่วยป้องกันเล็บเปราะฉีก แต่ยังอาจช่วยส่งเสริมสุขภาพโดยรวมได้ด้วย อาหารบำรุงเล็บที่อาจช่วยป้องกันเล็บฉีก การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ดังต่อไปนี้ อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยบำรุงสุขภาพเล็บให้แข็งแรง ป้องกันเล็บฉีกหรือเปราะง่าย ปลา อุดมด้วยโปรตีนมีโอเมก้า 3 (Omega-3) และกรดไขมันปลา ซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงสุขภาพเล็บให้ชุ่มชื้น เพิ่มความอ่อนนุ่ม ป้องกันเล็บบาง ไข่ นอกจากจะอุดมด้วยโปรตีนแล้ว ยังมีวิตามินบี 12 ธาตุเหล็ก และไบโอติน มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความหนาให้เล็บ ถั่วลันเตา อุดมด้วยโปรตีน เบต้าแคโรทีน และวิตามินซี ช่วยในการเสริมสร้างเนื้อเล็บ และกระตุ้นการเจริญเติบโตของเล็บ ผักใบเขียว ผักอุดมไปด้วยแคลเซียม ธาตุเหล็ก มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันเล็บเปราะได้ วิธีป้องกันเล็บฉีก […]

การดูแลเล็บ

การทำเล็บได้รับความนิยมแพร่หลาย ทั้งการทาสีเล็บ การทำสปาเล็บ รวมถึงการทำเล็บปลอม ซึ่งอาจเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเล็บที่แข็งแรง ทนทาน แต่ใช้เวลาในการทำไม่นาน เล็บปลอม มีด้วยกันหลายประเภท จึงควรเลือกให้เหมาะสมกับความต้องการ และควรศึกษาวิธีดูแลเล็บปลอมที่ถูกต้อง เพื่อให้เล็บปลอมติดทนขึ้น และลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพเล็บที่อาจพบได้จากการต่อเล็บปลอม เช่น เล็บติดเชื้อรา เล็บปลอม มีกี่ประเภท เล็บปลอมมีด้วยกันอยู่ 2 ประเภท คือ เล็บอะคริลิค กับ เล็บเจล โดยเล็บปลอมทั้งสองประเภทนี้จะแตกต่างกันตั้งแต่วัสดุที่ใช้ทำเล็บปลอม วิธีการต่อเล็บ ไปจนถึงการล้างเล็บ ดังนี้ เล็บอะคริลิค (Acrylic) เล็บอะคริลิคนั้นเป็นวิธีการต่อเล็บปลอมที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีความแข็งแรงมากกว่าเล็บเจล และไม่จำเป็นต้องใช้แสง UV อบให้แห้งแบบเล็บเจล เล็บอะคริลิคทำขึ้นมากจากการผสมผงอะคริลิค ซึ่งเป็นพลาสติกประเภทหนึ่ง เข้ากับน้ำยาเฉพาะของผงอะคริลิค ผสมกันแล้วจะมีลักษณะคล้ายแป้งเปียก เมื่อปล่อยทิ้งไว้ก็จะแห้งและแข็ง ทำให้สามารถขึ้นรูปและตัดเล็บให้เป็นลักษณะที่ต้องการได้สะดวก โดยปกติ หากจะต่อเล็บอะคริลิคจะต้องกรอหรือตะไบส่วนหน้าเล็บก่อน เพื่อให้ตัวอะคริลิคสามารถเกาะกับผิวหน้าเล็บได้ ดังนั้น วิธีนี้จึงอาจจะไม่เหมาะกับผู้ที่มีเล็บบางเพราะอาจทำให้เกิดปัญหาขณะกรอหน้าเล็บได้ เล็บเจล (Gels) เล็บเจลมีราคาที่แพงกว่าและอยู่ได้นานกว่าเล็บอะคริลิค สามารถทาสีเจลที่ผสมไว้เรียบร้อยแล้วลงบนเล็บได้เลยคล้ายกับการทาสีเล็บตามปกติ จากนั้นจึงอบสีเจลให้แห้งด้วยเครื่องอบยูวี เมื่อสีเจลแห้งแล้วจะมีลักษณะเงาวาวและเรียบเนียน คล้ายกับเล็บจริงมากกว่าเล็บอะคริลิค เล็บเจลจะไม่มีกลิ่นฉุนเหมือนกับการทาสีเล็บตามปกติหรือการต่อเล็บอะคริลิค ความเสี่ยงสุขภาพจากการต่อเล็บปลอม การติดเชื้อ การต่อเล็บปลอมอาจเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อที่เล็บและนิ้วมือ เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย […]

การดูแลเล็บ

ภาวะปลายเล็บร่น เป็นอาการที่เล็บแยกออกจากผิวหนังซึ่งไม่ได้ทำให้รู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใด แต่มักเป็นสัญญาณของโรคผิวหนัง หรือการติดเชื้อที่ควรจะต้องได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อที่ร้ายแรง หรือทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนต่าง ๆ ตามมาได้ ภาวะปลายเล็บร่น คืออะไร ภาวะปลายเล็บร่น (Onycholysis) คือ อาการของโรคผิวหนังอย่างหนึ่ง โดยมีลักษณะของเล็บที่แยกออกจากผิวหนังที่อยู่ข้างใต้ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย และอาจเป็นสัญญาณของโรคผิวหนัง การติดเชื้อ หรือการบาดเจ็บ มักพบในผู้หญิงที่มีเล็บยาว และพบได้ทั้งเล็บมือและเล็บเท้า ภาวะปลายเล็บร่นนั้นเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะเป็นอยู่นานหลายเดือน เนื่องจากเล็บมือหรือเล็บเท้าจะไม่ติดกลับไปที่ผิวหนังใต้เล็บ ต้องรอให้เล็บใหม่งอกขึ้นมาทดแทนเล็บเก่าก่อน โดยปกติแล้วเล็บมือจะใช้เวลา 4-6 เดือนในการงอกใหม่อย่างเต็มที่ ส่วนเล็บเท้าอาจจะใช้เวลา 8-12 เดือน สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะปลายเล็บร่น สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะปลายเล็บร่นนั้น หากเป็นเล็บเท้า มักเกิดจากการสวมรองเท้าที่คับจนเกินไป จนมีอาการบาดเจ็บได้ นอกจากนั้นอาจเป็นผลจากการแพ้ผลิตภัณฑ์บางอย่าง เช่น น้ำยาล้างเล็บ เล็บเคมี เล็บปลอม รวมไปถึงอาจจะเป็นอาการของเชื้อราที่เล็บ หรือโรคสะเก็ดเงิน ส่วนสาเหตุนอกเหนือจากนี้ที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่  การบาดเจ็บ การเคาะเล็บซ้ำ ๆ การตีกลอง นอกจากนั้น ภาวะปลายเล็บร่นเป็นสัญญาณแรกที่ที่อาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อรา หรือโรคต่อมไทรอยด์ รวมทั้งการที่ร่างกายได้รับวิตามินหรือแร่ธาตุที่จำเป็นไม่เพียงพออีกด้วย วิธีการรักษาภาวะปลายเล็บร่นด้วยตัวเอง เมื่อเกิดภาวะปลายเล็บร่น อาจดูแลตัวเองในเบื้องต้นดังนี้ ควรหมั่นตัดเล็บให้สั้นอยู่เสมอ พยายามหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่จำเป็นต้องใช้เล็บหรือปลายนิ้วมือ หลีกเลี่ยงการให้เล็บโดนสารเคมีหรือสารที่ก่อการระคายเคือง เช่น น้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า ควรสวมถุงมือหากต้องสัมผัสกับน้ำยาเหล่านั้น หลีกเลี่ยงการใช้วัตถุแหย่เข้าไปเพื่อทำความสะอาดใต้เล็บ […]

การดูแลเล็บ

กาวต่อเล็บ เป็นหนึ่งอุปกรณ์ที่ช่วยให้การต่อเล็บสวยงามและสะดวกสบายแลดูสมจริง แต่เมื่อถอดเล็บออกก็จะเกิดเป็นคราบกาวทิ้งเอาไว้ ทำให้เล็บดูไม่สวยงาม จำเป็นต้องมีเคล็ดลับในการขจัดคราบกาวต่อเล็บ ซึ่งอาจต้องใช้อุปกรณ์หรือขั้นตอนที่ไม่ใช่แค่ล้างด้วยน้ำเปล่า ที่สำคัญ ไม่ควรปล่อยคาบกาวทิ้งไว้เพราะทำให้เสียบุคลิกและอาจทำให้เล็บเสียหายได้ การต่อเล็บปลอม การต่อเล็บปลอม สามารถทำให้เล็บที่สั้นยาวได้ในเวลาเพียงไม่นาน ทั้งยังทำให้นิ้วดูยาว เล็บดูเรียบชวนมอง และผิวเล็บดูแข็งขึ้น สำหรับการต่อเล็บที่ได้รับความนิยม มี 2 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้ 1. การต่อเล็บอะคริลิก สำหรับวิธีการต่อเล็บแบบอะคริลิกนั้นจะต้องตะไบพื้นผิวของเล็บตามธรรมชาติจนกว่าหน้าเล็บจะหยาบ ซึ่งอาจทำให้เล็บบางลง จนถึงขั้นอ่อนแอได้ นอกจากนั้นสารเคมีในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทาเล็บปลอมยังอาจทำให้ผิวหนังรอบ ๆ เล็บ ระคายเคืองได้ การต่อเล็บจึงถือเป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างหนึ่ง สำหรับการถอดเล็บแบบอะคริลิกออกนั้นมักต้องแช่นิ้วที่มีเล็บปลอมลงในอะซิโตน (Acetone) หรือตะไบเล็บออก การต่อเล็บเป็นเวลานานกว่า 2-3 สัปดาห์ มักจะต้องไปเติมโคนเล็บอยู่เสมอ เพราะเล็บจริงตามธรรมชาตินั้นมีการงอกขึ้นมาใหม่ แต่การเติมโคนเล็บบ่อย ๆ ก็อาจทำให้เล็บจริงเสียหายได้ 2. การต่อเล็บเจล การเลือกต่อเล็บแบบเจลแทนการต่อเล็บแบบอะคริลิก ถือเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะเล็บเจลทำได้ง่ายกว่า นอกจากนั้น เล็บเจลมีความยืดหยุ่นมากกว่า ทำให้เล็บจริงเสี่ยงน้อยกว่าในการที่จะเกิดโอกาสแตกหรือบิ่น นอกจากนั้น เล็บเจลสามารถใช้แสง LED เข้ามาทดแทนในการอบเล็บทำให้สัมผัสรังสียูวีน้อยลง ความเสียหายของเล็บที่เกิดจากการต่อเล็บ ขั้นตอนในการทำเล็บ เริ่มตั้งแต่การกำจัดส่วนหนังกำพร้าที่งอกออกมาใหม่  ทั้งที่หนังกำพร้ามีทำหน้าที่ในการปกป้องเล็บและผิวหนังโดยรอบจากการติดเชื้อ เมื่อเล็มหรือตัดหนังกำพร้าออก แบคทีเรียและเชื้อโรคอื่น ๆ จะเข้าไปในร่างกายและทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น ซึ่งการติดเชื้อที่เล็บนั้นมักใช้ระยะเวลาในการรักษานานกว่าปกติ หากเป็นไปได้ ควรเลือกต่อเล็บในช่วงโอกาสพิเศษเท่านั้น เพื่อลดปัญหาการสร้างความเสียหายต่อสุขภาพเล็บ […]

การดูแลเล็บ

มือ นิ้วมือ และเล็บเป็นอวัยวะที่เสี่ยงสัมผัสกับเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกอยู่ตลอดเวลา และเชื้อโรคจากนิ้วหรือเล็บก็อาจนำไปสู่การติดเชื้อ หรือก่อให้เกิดการเจ็บป่วยได้ การ ตัดเล็บ อย่างถูกวิธี จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีสำคัญที่อาจช่วยลดความเสี่ยงในการรับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ สุขอนามัยของเล็บที่ควรรู้ สุขอนามัยของมือที่เหมาะสม ได้แก่ การทำความสะอาดและการตัดแต่งเล็บอย่างระมัดระวัง เนื่องจากเล็บ โดยเฉพาะเล็บยาว อาจเป็นที่กักเก็บสิ่งสกปรก เชื้อโรค และปรสิต เช่น พยาธิ ซึ่งอาจทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อ หรือนำไปสู่การติดเชื้อ และการเจ็บป่วยได้ จึงควรตัดเล็บให้สั้นและควรทำความสะอาดมือและเล็บด้วยสบู่และน้ำเปล่าเป็นประจำ ตัดเล็บ อย่างไรให้ปลอดภัยและถูกวิธี การตัดเล็บด้วยที่ตัดเล็บ ที่ตัดเล็บจะมีขอบโค้งที่ออกแบบมาเพื่อง่ายต่อการตัดแต่งเล็บและทำให้ใช้งานได้ดี แต่ควรทำความสะอาดที่ตัดเล็บเป็นประจำ เพราะหากปล่อยให้สกปรกอาจทำให้เล็บเสียหายได้ ข้อเสียของการตัดเล็บด้วยที่ตัดเล็บ คือ การตัดเล็บให้แม่นยำด้วยที่ตัดเล็บนั้นถือว่าเป็นเรื่องค่อนข้างยากสำหรับบางคน โดยเฉพาะเมื่อตัดเล็บด้วยมือข้างที่ไม่ถนัด อย่างไรก็ตาม วิธีตัดเล็บด้วยที่ตัดเล็บมีดังนี้ ให้ใช้เล็บที่สั้นที่สุดเป็นหลักในการตัดเล็บ หรือดูที่ส่วนสีขาวที่เหลือทิ้งไว้ เมื่อตัดส่วนที่ไม่ต้องการออกไป เพื่อให้แน่ใจว่าเล็บมีความยาวเท่ากัน ตัดตรงมุมเล็บทั้ง 2 ข้างเสียก่อน ตัดตรงส่วนกลาง โดยค่อย ๆ เล็มเล็บออก เพราะหากตัดทั้งหมดในคราวเดียว แรงกดที่เกิดขึ้นบนแผ่นเล็บ อาจทำให้เล็บแตกได้ การตัดเล็บด้วยกรรไกรตัดเล็บ การตัดเล็บด้วยกรรไกรตัดเล็บสามารถตัดส่วนโค้งมนของเล็บได้นุ่มนวล และทำให้จัดแต่งทรงเล็บได้ง่ายขึ้น การใช้กรรไกรตัดเล็บจะตัดเข้าเล็บจากด้านข้าง ทำให้เล็บได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นอกจากนี้ การใช้กรรไกรตัดเล็บยังควบคุมได้ง่าย ตัดได้อย่างแม่นยำ แต่อาจจะใช้งานยากหากใช้มือที่ไม่ถนัด เวลากดกรรไกรตัดเล็บ ควรให้ใบมีดเคลื่อนเข้าหากันแบบสนิท เพื่อให้สามารถตัดเล็บออกได้ในครั้งเดียว วิธีตัดเล็บด้วยที่กรรไกรตัดเล็บ มีดังนี้ หันหัวโค้งของใบมีดเข้าหาเล็บ แล้วค่อย ๆ […]

การดูแลเล็บ

โรคขอบเล็บอักเสบ (Paronychia) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า สเตรปโทคอกคัส ไพโอจีน (Streptococcus pyogenes) หรือ สแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) สามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่บริเวณผิวหนังโดยรอบจนถึงภายในเล็บ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการบาดเจ็บที่เล็บ เช่น การกัดเล็บ ประตูหนีบ ทำให้เชื้อแบคทีเรียแทรกเข้าไปในเนื้อเล็บ ดังนั้น จึงควรเรียนรู้วิธีป้องกัน และการรักษาเบื้องต้น เพื่อป้องกันการติดเชื้อลุกลามอย่างรุนแรง โรคขอบเล็บอักเสบมี่กี่ประเภท โรคขอบเล็บอักเสบ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ โรคขอบเล็บอักเสบแบบเฉียบพลัน (Acute paronychia) โรคขอบเล็บอักเสบแบบเฉียบพลัน เป็นการติดเชื้ออย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง เมื่อได้รับเชื้อแบคทีเรีย แต่การติดเชื้อประเภทนี้มักไม่แพร่กระจายลงไปเข้าสู่นิ้ว ซึ่งอาจสามารถทำให้ฟื้นฟูสุขภาพเล็บกลับมาเป็นดังเดิมได้ค่อนข้างไว โรคขอบเล็บอักเสบเรื้อรัง (Chronic paronychia) หมายถึงโรคขอบเล็บอักเสบที่มีอาการนานกว่า 6 สัปดาห์ขึ้นไป และมีความร้ายแรงกว่าโรคขอบเล็บอักเสบแบบเฉียบพลัน ส่วนใหญ่มักเกิดกับผู้ที่เล็บโดนความชื้นหรือทำงานเกี่ยวข้องกับน้ำเป็นเวลานาน เพราะความชื้นอาจกระตุ้นให้แบคทีเรียเจริญเติบโต จนนำมาสู่อาการเล็บติดเชื้อได้ สัญญาณเตือนเบื้องต้นของโรคขอบเล็บอักเสบ อาการทั่วไปของโรคขอบเล็บอักเสบ อาจมีดังต่อไปนี้ ผิวหนังรอบเล็บบวมแดงขึ้น บริเวณขอบเล็บมีแผลพุพองเต็มไปด้วยหนอง สีผิว หรือพื้นผิวเล็บเปลี่ยนแปลงไป เล็บ และผิวหนังหลุดลอก หรือได้รับความเสียหาย วิธีการรักษาโรคขอบเล็บอักเสบ การรักษาโรคขอบเล็บอักเสบ อาจแตกต่างกันออกไป แล้วแต่ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ซึ่งสำหรับโรคขอบเล็บอักเสบที่อาการไม่ร้ายแรงมากอาจบรรเทาอาการได้ด้วยการแช่มือในน้ำอุ่น 3-4 ครั้งต่อวัน […]