home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

กระเพาะปัสสาวะ อีกหนึ่งอวัยวะสำคัญ ที่ควรดูแลให้แข็งแรงอยู่เสมอ

กระเพาะปัสสาวะ อีกหนึ่งอวัยวะสำคัญ ที่ควรดูแลให้แข็งแรงอยู่เสมอ

คนส่วนใหญ่อาจให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพปอด สุขภาพหัวใจ แต่อาจลืมดูแลอีกหนึ่งอวัยวะที่สำคัญไม่แพ้กันอย่าง กระเพาะปัสสาวะ วันนี้ Hello คุณหมอ เลยอยากชวนคุณมาทำความรู้จักกับกระเพาะปัสสาวะให้มากขึ้น พร้อมมีวิธีในการดูแลสุขภาพของกระเพาะปัสสาวะให้แข็งแรงมาฝากด้วย

กระเพาะปัสสาวะ สำคัญอย่างไร

กระเพาะปัสสาวะและระบบขับปัสสาวะ มีหน้าที่สำคัญในการกรองของเหลวส่วนเกินและของเสียออกจากกระแสเลือด และขับของเหลวและของเสียเหล่านั้นออกจากร่างกาย เมื่อกระเพาะปัสสาวะ และอวัยวะอื่นๆ ในระบบขับปัสสาวะ ได้แก่ ไต ท่อไต และท่อปัสสาวะ ทำงานเป็นปกติ ก็จะส่งผลดีต่อร่างกาย ดังนี้

  • ช่วยป้องกันไม่ให้ของเหลวส่วนเกินและของเสียก่อตัวสะสมในร่างกาย
  • ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้อย่างเป็นปกติ
  • ช่วยให้อิเล็กโทรไลต์ (Electrolytes) หรือสารละลายของธาตุระดับโมเลกุลที่มีประจุไฟฟ้า เช่น ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม อยู่ในระดับปกติ
  • ช่วยให้กระดูกแข็งแรง
  • ช่วยให้ร่างกายผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงได้อย่างเป็นปกติ

ปัจจัยที่ทำร้ายกระเพาะปัสสาวะของเราได้

สาเหตุที่ทำให้กระเพาะปัสสาวะเกิดปัญหาได้นั้นมีอยู่ด้วยกันหลายสาเหตุ เช่น

  • อาการท้องผูก ทำให้มีอุจจาระส่วนเกินสะสมอยู่ในลำไส้ใหญ่ และเพิ่มแรงกดทับให้กับกระเพาะปัสสาวะ จนทำให้กระเพาะปัสสาวะขยายตัวได้ไม่มากเท่าที่ควร
  • โรคเบาหวาน สามารถทำลายเส้นประสาทโดยรอบกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งช่วยควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะเสียหายได้
  • การไม่ค่อยออกกำลังกาย การออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวกับการทำงานของกระเพาะปัสสาวะได้ อีกทั้งยังช่วยให้คุณมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์สุขภาพดี ซึ่งดีต่อสุขภาพโดยรวม หากคุณไม่สามารถออกกำลังกายได้ทุกวัน การขยับเขยื้อนร่างกายบ่อยๆ เช่น ทำงานบ้าน เดินเล่น ก็ดีต่อสุขภาพและกระเพาะปัสสาวะเช่นกัน
  • น้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วน สามารถส่งผลเสียต่อกระเพาะปัสสาวะ และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดปัญหาปัสสาวะเล็ดรั่วได้
  • การสูบบุหรี่ ปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะสามารถพบได้บ่อยในผู้ที่สูบบุหรี่ อีกทั้ง การสูบบุหรี่ยังเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะด้วย
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และคาเฟอีน อาจไปรบกวนการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ ทำให้การขับปัสสาวะเปลี่ยนแปลงไป หรือทำให้ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะที่มีแย่ลงได้
  • ยาบางชนิด เช่น ยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายหรือหลับง่ายขึ้น อาจส่งผลต่อเส้นประสาทบริเวณกระเพาะปัสสาวะ และทำให้คุณอยากตื่นมาเข้าห้องน้ำกลางดึก หรือทำให้เกิดปัญหาปัสสาวะเล็ดรั่วได้
  • การกินอาหาร อาหารบางชนิด เช่น น้ำตาลเทียม น้ำอัดลม อาหารเผ็ด อาหารเปรี้ยวจัด อาหารที่มีมะเขือเทศเป็นส่วนประกอบ อาจทำให้ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะแย่ลงได้
  • การบาดเจ็บที่กระดูกเชิงกราน เช่น การบาดเจ็บในวัยเด็ก การผ่าตัดต่อมลูกหมาก อาจทำลายเส้นประสาทและกล้ามเนื้อที่ควบคุมกระเพาะปัสสาวะ จนกระเพาะปัสสาวะทำงานผิดปกติได้
  • มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ เกิดจากการแบ่งตัวที่ผิดปกติของเซลล์เยื่อบุผนังด้านในกระเพาะปัสสาวะ ก่อนจะพบเป็นก้อนเนื้อร้าย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกระเพาะปัสสาวะ และอาจลุกลามไปยังอวัยวะรอบข้างได้ด้วย ฉะนั้น หากคุณมีความผิดปกติ เช่น ปัสสาวะมีเลือดปน ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย กลั้นปัสสาวะไม่ไหว ควรรีบพบคุณหมอทันที
  • กิจกรรมบางประเภท เช่น การมีเพศสัมพันธ์ การใช้หลอดสวนเพื่อขับปัสสาวะ การใช้วิธีคุมกำเนิดบางชนิด ก็เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดปัญหากระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infections หรือ UTI) ได้

วิธีดูแลกระเพาะปัสสาวะให้แข็งแรง

ปัสสาวะให้สุด

หากคุณรู้สึกปวดปัสสาวะ ควรปัสสาวะทันที อย่ากลั้นเอาไว้ และต้องปัสสาวะให้สุดด้วย เพราะหากคุณขมิบกล้ามเนื้อเพื่อไม่ให้ปัสสาวะไหลออกมาทั้งที่ยังปัสสาวะไม่สุด น้ำปัสสาวะที่เหลืออยู่ก็จะไหลกลับสู่กระเพาะปัสสาวะ และทำให้คุณเสี่ยงติดเชื้อแบคทีเรียในระบบขับปัสสาวะได้

ดื่มน้ำให้เพียงพอ

การดื่มน้ำให้เพียงพอ คืออย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน (ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวและสภาพสุขภาพอื่นๆ) นอกจากจะช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำแล้ว ยังช่วยกำจัดแบคทีเรียที่อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อออกจากร่างกายด้วย เราแนะนำว่า คุณควรดื่มน้ำเปล่า และลดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะดีต่อกระเพาะปัสสาวะและสุขภาพโดยรวมที่สุด

เดินบ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะบวมน้ำ

คนที่เอาแต่นั่งหน้าจอทีวี หน้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่ค่อยขยับเขยื้อนร่างกาย หรือคนที่เป็นโรคหัวใจ มีความเสี่ยงในการเกิดภาวะน้ำคั่งในบริเวณขา จนขาบวม เท้าบวม ซึ่งอาจส่งผลให้ปวดปัสสาวะ และต้องตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำในตอนกลางคืนบ่อยๆ ฉะนั้น หากไม่อยากให้เกิดภาวะบวมน้ำที่ขา คุณควรออกกำลังกายเบาๆ ด้วยการเดินเป็นประจำทุกวัน หากเดินไม่สะดวก ก็ควรยืดกล้ามเนื้อบริเวณต้นขาและน่องแทน

เลิกบุหรี่

บุหรี่ถือเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ โดยผู้เชี่ยวชาญเผยว่า คนที่สูบบุหรี่จะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะสูงกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่อย่างน้อย 3 เท่า ฉะนั้น คุณจึงควรเลิกบุหรี่ให้ได้โดยเร็ว เพราะนอกจากจะดีต่อกระเพาะปัสสาวะแล้ว อวัยวะอื่นๆ โดยเฉพาะปอดของคุณก็จะแข็งแรงด้วย หากคุณไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นเลิกบุหรี่อย่างไร ก็สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้

สาวๆ ต้องทำความสะอาดอวัยวะเพศให้ดี

ท่อปัสสาวะของผู้หญิงตั้งอยู่ในจุดที่แบคทีเรียตามธรรมชาติก่อตัว ฉะนั้น หลังจากปัสสาวะ โดยเฉพาะก่อนและหลังมีเพศสัมพันธ์ สาวๆ จึงต้องทำความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศและทวารหนักให้ดี เพื่อป้องกันการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ และควรปัสสาวะก่อนและหลังมีเพศสัมพันธ์ เพื่อกำจัดแบคทีเรียก่อโรคออกกระเพาะปัสสาวะและระบบขับปัสสาวะ และเมื่อปัสสาวะเสร็จแล้ว อย่าลืมล้างให้สะอาด แล้วเช็ดจากหน้าไปหลัง จะได้ไม่ทำให้แบคทีเรียเข้าสู่ช่องคลอดและระบบขับปัสสาวะ

รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์สุขภาพดี

หากคุณมีน้ำหนักเกิน หรือเป็นโรคอ้วน การลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์สุขภาพดี จะช่วยลดอาการของภาวะกลั้นปัสสาวะไม่ได้ หรือมีปัสสาวะเล็ดออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ ขณะมีแรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น เช่น เวลาออกแรงเบ่ง ไอ จาม โดยคุณสามารถลดหรือควบคุมน้ำหนักได้ ด้วยการกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และออกกำลังกายเป็นประจำ เมื่อน้ำหนักของคุณอยู่ในเกฑณ์สุขภาพดี ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะและระบบปัสสาวะก็จะลดลง หรือหายไปได้ในที่สุด

เลือกกินอาหาร

คุณควรเลือกกินอาหารให้ถูกต้อง คือ เน้นกินอาหารที่ดีต่อกระเพาะปัสสาวะ เช่น ธัญพืชเต็มเมล็ด พืชตระกูลถั่ว โปรตีนไขมันต่ำหรือไร้ไขมัน (เช่น เนื้อปลา เนื้อไก่) ไข่ กล้วย และลดหรืองดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลเสียต่อกระเพาะปัสสาวะ เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม อาหารรสจัด น้ำตาล และสารให้ความหวานแทนน้ำตาลหรือน้ำตาลเทียม

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

10 Ways to Keep Your Bladder Healthy and Happy. https://www.everydayhealth.com/bladder-health-pictures/keep-your-bladder-healthy.aspx. Accessed March 27, 2020

A Guide to Keeping Your Bladder Healthy. https://www.cxbladder.com/us/blog/a-guide-to-keeping-your-bladder-healthy/. Accessed March 27, 2020

Top 5 Tips to Keep Your Bladder Healthy. https://www.180medical.com/blog/top-5-tips-to-keep-your-bladder-healthy/. Accessed March 27, 2020

Tips for Keeping Your Urinary System Healthy. https://www.verywellhealth.com/tips-for-keeping-your-urinary-system-healthy-3300090. Accessed March 27, 2020

Tips to Keep Your Bladder Healthy. https://oregon.providence.org/forms-and-information/t/tips-to-keep-your-bladder-healthy/. Accessed March 27, 2020

10 Foods Your Bladder Will Fall in Love With. https://www.urologyhealth.org/living-healthy/10-foods-your-bladder-will-fall-in-love-with. Accessed March 27, 2020

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย เนตรนภา ปะวะคัง แก้ไขล่าสุด 16/03/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x