home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ท้องอืด อ่อนเพลีย สิวขึ้น มีผื่นคัน อาการเหล่านี้อาจเกิดจาก ภาวะลำไส้รั่ว

ท้องอืด อ่อนเพลีย สิวขึ้น มีผื่นคัน อาการเหล่านี้อาจเกิดจาก ภาวะลำไส้รั่ว

ในบางครั้งอาการเจ็บป่วยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น ท้องอืด อ่อนเพลีย สิวขึ้น มีผื่นคัน ไปจนถึงระบบหายใจติดขัด อาจเกิดจาก ภาวะลำไส้รั่ว ก็เป็นได้ และผู้ที่มีปัญหาภาวะลำไส้รั่วจะมีลักษณะอาการอย่างไรบ้างนั้น วันนี้ Hello คุณหมอ พามาหาคำตอบค่ะ

ทำความรู้จัก ภาวะลำไส้รั่ว (Leaky Gut Syndrome)

ภาวะลำไส้รั่ว (Leaky Gut Syndrome) ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงลำไส้ทะลุแต่อย่างใดนะคะ แต่ภาวะลำไส้รั่วเกิดจากการที่ลำไส้ทำงานผิดพลาด เสียความสามารถในการควบคุมการผ่านเข้าออกของสารพิษ ทำให้เชื้อแบคทีเรียและสารพิษผ่านเข้าสู่กระแสเลือด เมื่อร่างกายได้รับสิ่งแปลกปลอม ร่างกายจะเกิดการต่อต้าน ด้วยการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานหนักขึ้นเพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่แปลกปลอมเหล่านี้ ส่งผลเสียให้ร่างกายรู้สึกเหนื่อย อ่อนเพลีย ท้องอืด ท้องเฟ้อ รวมถึงปัญหาด้านผิวหนัง เช่น สิวอักเสบเรื้อรัง ผิวหนังอักเสบ ผื่น คัน เป็นต้น

สาเหตุอาการเจ็บป่วยซ้ำๆ ที่อาจเกิดจากภาวะลำไส้รั่ว

สาเหตุที่ทำให้คุณเป็นสิวเรื้อรัง นอนพักผ่อนเท่าไรก็ยังไม่หายเพลีย ไหนจะผดผื่นคันขึ้นไม่หาย หายใจติดขัด บางทีอาจมาจาก ภาวะลำไส้รั่ว ซึ่งเกิดจากการที่คุณมีพฤติกรรมในการรับประทานอาหารแบบเดิมๆซ้ำๆ จนเศษอาหารหลุดผ่านผนังลำไส้ที่รั่วเข้าสู่กระแสเลือด ร่างกายจึงต้องสร้างภูมิส่งผลให้ร่างกายเกิดการแพ้ขึ้น โดยอาการแพ้นี่แหละกระตุ้นให้เกิดอาการเจ็บป่วยต่างๆ

โดยในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดภาวะลำไส้รั่ว แต่อาจเกิดได้จากปัจจัยหลายๆ ด้าน ดังต่อไปนี้

  • ภาวะความเครียดสะสม
  • พฤติกรรมการรับประทานอาหารเดิมๆ ซ้ำๆ
  • การรับประทานยาบางชนิดที่ไม่สมดุลกับร่างกาย
  • การพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • บริโภคน้ำตาลมากจนเกินไป
  • ขาดวิตามิน เช่น วิตามินดี และ สังกะสี (มีส่วนเกี่ยวข้องในการซึมผ่านของลำไส้)
  • การสูบบุหรี่ และ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

5 สัญญาณเตือน ที่บ่งบอกว่าเป็นภาวะลำไส้รั่ว

  • อาการทางผิวหนัง

อาการที่แสดงออกทางผิวหนังอย่างเห็นได้ชัดเลยคือปัญหาโรคผิวหนัง เช่น ผิวหนังอักเสบเรื้อรัง สิวอักเสบเรื้อรัง ผื่นคัน ลมพิษ เป็นต้น

  • อาการในระบบทางเดินอาหาร

มีอาการลำไส้แปรปรวน เช่น รู้สึกปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาการไม่ย่อย ท้องเสีย เป็นการแสดงปฏิกิริยาภูมิแพ้อาหารแฝง ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะลำไส้รั่ว

  • อาการทางระบบหายใจ

ระบบหายใจผิดปกติ เช่น หายใจติดขัด อาการไอ จาม คันจมูก

  • อาการทางระบบประสาท

รู้สึกปวดศีรษะ ความสามารถในการตัดสินใจช้าลง

  • อาการอื่นๆ

นอนหลับพักผ่อนเป็นปกติ แต่ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง น้ำหนักขึ้นง่าย และอาจนำมาสู่โรคอ้วน

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ห่างไกลภาวะลำไส้รั่ว

การรักษาโรคนี้ยังไม่มีวิธีการรักษาที่แน่ชัด เราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวันและการบริโภคเพื่อปรับสมดุลให้ลำไส้จะได้ทำงานได้อย่างสมดุลและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีวิธีดังนี้

  • งดการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่ลำไส้ต้องเจอสารเคมีชนิดเดิมๆ เป็นเวลานาน
  • หากิจกรรมต่างๆทำ เพื่อผ่อนคลายความเครียด เช่น ดูหนัง ว่ายน้ำ ปลูกต้นไม้ เล่นโยคะ นั่งสมาธิ เป็นต้น
  • พักผ่อนให้เพียงพอในแต่ละวัน เพื่อสุขภาพที่ดีของร่างกาย
  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารให้หลากหลาย เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายครบถ้วน

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอาจช่วยให้อาการบรรเทาลงได้ในเบื้องต้น หากคุณคิดว่าตัวเองมีอาการเสี่ยงของโรคนี้ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสม

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

What to know about leaky gut syndrome. https://www.medicalnewstoday.com/articles/326117.php. Accessed 11 February 2020

Leaky gut: What is it, and what does it mean for you?. https://www.health.harvard.edu/blog/leaky-gut-what-is-it-and-what-does-it-mean-for-you-2017092212451. Accessed 11 February 2020

Is Leaky Gut Syndrome a Real Condition? An Unbiased Look. https://www.healthline.com/nutrition/is-leaky-gut-real. Accessed 11 February 2020

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์ แก้ไขล่าสุด 11/05/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x