ต่อมน้ำลายติดเชื้อ (Salivary Gland Infection)

ทบทวนบทความโดย | โดย

เผยแพร่วันที่ สิงหาคม 4, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

หากคุณลองสังเกตตนเองว่าเริ่มมีอาการเจ็บปวดบริเวณภายในช่องปาก และลำคอ หรือมีอาการต่อมรับรสเกิดการบกพร่องขณะรับประทานอาหาร ควรสำรวจอาการตนเองและรีบเร่งรักษา หรืออาจเข้ารับคำปรึกษาจากคุณหมอโดยด่วน เพราะคุณอาจมีความเสี่ยงเป็นโรค ต่อมน้ำลายติดเชื้อ (Salivary Gland Infection) ได้

คำจำกัดความ

ต่อมน้ำลายติดเชื้อ (Salivary Gland Infection) คืออะไร

ต่อมน้ำลายติดเชื้อ (Salivary Gland Infection) สามารถเกิดได้จากแบคทีเรีย หรือไวรัสที่เข้าไปรบกวนการทำงานภายในต่อมน้ำลายของคุณ จนส่งผลให้มีการอุดตัน หรือติดเชื้อขึ้น โดยต่อมน้ำลายที่ได้รับการติดเชื้อส่วนใหญ่มีอยู่ทั้งหมด 3 คู่ด้วยกัน ดังนี้

  • ต่อมน้ำลายบริเวณกกหู (Parotid gland) ซึ่งเป็นต่อมน้ำลายที่ใหญ่ที่สุด
  • ต่อมน้ำลายบริเวณขากรรไกรล่าง (Submaxillary gland) ที่อาจอยู่ด้านหลังกรามล่าง และคาง นับว่าเป็นต่อมน้ำลายที่ผลิตน้ำลายได้มากที่สุด
  • ต่อมน้ำลายใต้ลิ้น (Sublingual gland) เป็นต่อมน้ำลายที่ค่อนข้างเล็กที่สุดอยู่บริเวณใต้ลิ้น ผลิตได้ทั้งน้ำลายชนิดใส เหนียว ข้น

ต่อมน้ำลายติดเชื้อ สามารถพบบ่อยได้เพียงใด

ต่อมน้ำลายติดเชื้ออาจเกิดขึ้นได้ทุกเพศ และทุกช่วงวัยตั้งแต่ในวัยทารก วัยผู้ใหญ่ จนถึงวัยผู้สูงอายุ รวมทั้งผู้ที่กำลังประสบกับภาวะโรคเรื้อรัง

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ

อาการ

อาการของต่อมน้ำลายติดเชื้อ

สำหรับผู้ป่วยบางรายหากมีอาการบวมเล็กน้อย อาจทำให้โรคนี้สามารถหายไปได้เองภายในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์ แต่สำหรับผู้ที่มีอาการติดเชื้ออย่างรุนแรงนั้น อาจทำให้อาการเจ็บปวดดังต่อไปนี้ อยู่ได้นานถึง 1 สัปดาห์ หรืออาจมากกว่านั้น ตามสภาวะทางสุขภาพของแต่ละบุคคล พร้อมทั้งยังขึ้นอยู่กับตำแหน่งของต่อมน้ำลายที่เกิดการติดเชื้อร่วมด้วย

  • มีก้อนบวมบริเวณใกล้เคียงกับขากรรไกร ลำคอ และภายในช่องปาก
  • รับประทานอาหาร และกลืนอาหารอย่างลำบาก
  • กล้ามเนื้อด้านใดด้านหนึ่งของใบหน้าคุณมีอาการอ่อนแรง เคลื่อนไหวยาก
  • ไข้ขึ้น และหนาวสั่น
  • การรับรู้ของรสชาติอาหารบกพร่อง

นอกจากอาการข้างต้นแล้ว หากมีอาการอื่น ๆ ที่รุนแรงเพิ่มเติม เช่น หายใจลำบาก และอุณภูมิร่างกายขึ้นสูง โปรดรีบเข้ารับการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที ไม่ควรปล่อยไว้เป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้สุขภาพของคุณมีอการแย่ลงได้ หรือเกิดความเสี่ยงต่อการพัฒนาไปยังเนื้องอกของมะเร็งได้

สาเหตุ

สาเหตุของการเกิด อาการต่อมน้ำลายติดเชื้อ

สาเหตุของอาการนี้อาจแตกต่างกันไปแต่ละบุคคล โดยส่วนใหญ่แล้วมักเกิดจากข้อบกพร่องทางสุขภาพของเรา ดังนี้

  • การสะสมของเชื้อแบคทีเรีย Haemophilus influenzae , Streptococcus pyogenes , Escherichia coli ที่ก่อให้เกิดนิ่วในน้ำลาย ซึ่งมักทำให้มีอาการปวด และบวมขึ้นทั้วทั้งบริเวณของต่อมน้ำลายทั้ง 3 คู่
  • อาการขาดน้ำอย่างรุนแรง
  • การอุดตันของนิ่วในต่อมน้ำลาย
  • การติดเชื้อไวรัสจากโรคคางทูม
  • สภาวะภูมิแพ้
  • ผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งด้วยรังสี

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของ ต่อมน้ำลายติดเชื้อ

เป็นไปได้ว่าผู้ที่จัดอยู่ในเกณฑ์ความเสี่ยงของการเกิดต่อมน้ำลายติดเชื้อมักเป็นผู้ที่มีช่วงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป และเป็นผู้ที่มีประวัติทางสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับโรคประจำตัวเหล่านี้ร่วมด้วย

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยอาการต่อมน้ำลายติดเชื้อ

เมื่อคุณเข้าขอรับการวิจฉัย เบื้องต้นแพทย์ผู้ชาญอาจทำการซักถามประวัติทางสุขภาพของคุณ หรือตรวจร่างกายของคุณอย่างละเอียดเสียก่อน จากนั้นอาจมีการตรวจสายตา หนองในลำคอจากตุ่มที่ปวดบวมขึ้น ที่สำคัญเพื่อให้ได้เห็นลักษณะของก้อนเนื้อที่ชัดเจน แพทย์อาจทำการใช้เทคนิคเหล่านี้ เข้ามาช่วยเหลือเพิ่มเติม

  • การตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Computerized Tomography Scan ; CT)
  • การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging ; MRI)
  • อัลตร้าซาวด์ (Ultrasound)
  • การฉีดสารบางพร้อมการเอ็กซเรย์ (Sialography)

การรักษาอาการต่อมน้ำลายติดเชื้อ

การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการติดเชื้อ โดยกรณีที่ผู้ป่วยถูกจัดอยู่ในอาการระดับไม่รุนแรงมากนัก แพทย์อาจทำการให้ยาแก้อักเสบ ยาบรรเทาอาการปวดบวม และยาต้านเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดต่อมน้ำลายติดเชื้อมาให้คุณนั้นรับประทาน

แต่ถ้าหากผู้ป่วยที่อยู่ในขั้นรุนแรง มีอาการปวดบวม หรือมีก้อนเนื้อที่ค่อนข้างใหญ่มากเกินกว่าการรักษาแบบธรรมดาจะรับไหว อาจจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อกำจัดสิ่งที่อุดตัน ก้อนนิ่ว หรือหนองภายในต่อมน้ำลายออกไป เพื่อลดอาการเจ็บปวดในช่องปากของคุณ

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์หรือการเยียวยาตนเองเพื่อป้องกันและรักษาอาการต่อมน้ำลายอักเสบ

หลังจากที่แพทย์ได้ทำการตรวจสอบ หรือรักษาอาการต่อมน้ำลายติดเชื้อให้หายไปจากคุณแล้ว คุณอาจต้องเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวันตามคำแนะนำถึงวิธีการดูแล รักษาตนเองเมื่ออยู่ที่บ้าน ดังนั้นโปรดปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการกลับมาของอาการต่อมน้ำลายติดเชื้อ

  • ดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว หรืออาจจิบมะนาวเพื่อเป็นการกระตุ้นการทำงานของต่อมน้ำลาย และเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ลำคอ ช่องปาก
  • รักษาความสะอาดภายในช่องปากอย่างสม่ำเสมอ เช่น แปรงฟันอย่างเป็นประจำ ใช้ไหมขัดฟันยามมีเศษอาหารติดซอกฟัน
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่
  • ค่อย ๆ นวดบริเวณต่อมน้ำลายบริเวณที่เกิดการติดเชื้อ
  • รับประทานอาหารที่ประกอบด้วยน้ำตาลในปริมาณที่น้อยลง ไม่ว่าจะเป็นขนม หรือเครื่อมดื่มน้ำอัดลม เป็นต้น

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

เหงือกบวม เกิดจากอะไร รับมือได้อย่างไรบ้าง

เหงือกบวม เป็นปัญหาสุขภาพช่องปากที่เกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง อาจเกิดจากแบคทีเรีย การติดเชื้อ หรือการแปรงฟันแบบผิดสุขลักษณะก็ได้เหมือนกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
สุขภาพชีวิตที่ดี, สุขภาพช่องปาก กรกฎาคม 31, 2020 . เวลาในการอ่าน

5 คุณประโยชน์ของ ชาขาว ชาจากธรรมชาติ บำรุงสุขภาพคุณ

ชาขาว (White Tea) ถูกทำมาจากพืช Camellia sinensis ซึ่งเป็นชาที่ถือว่าผ่านกระบวนการแปรรูปน้อยที่สุด จึงทำให้ทั้งกลิ่น และรสชาติความสดชื่น ยังคงเค้าเดิมไว้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
โภชนาการ, สุขภาพชีวิตที่ดี พฤษภาคม 21, 2020 . เวลาในการอ่าน

เหงือกเลือดออก อย่าเพิ่งตระหนก แค่ปรับพฤติกรรมก็สามารถหายได้

หลายคนมักจะเคยประสบกับอาการ เหงือกเลือดออก ที่บางครั้งอาจจะทำให้คุณตกใจและเกิดความวิตกกังวล แต่ความจริงแล้วมันเป็นเรื่องปกติและไม่ร้ายแรงอย่างที่คิด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
สุขภาพชีวิตที่ดี, สุขภาพช่องปาก เมษายน 3, 2020 . เวลาในการอ่าน

ลิ้นแตก เป็นร่องยาว เพราะร่างกายเราผิดปกติจริงหรือ?

ลิ้นแตก (Fissured tongue) มีลักษณะรอยแยกบนพื้นผิวของลิ้นเป็นร่องยาวลึก ซึ่งอาจมาจากพันธุกรรมภายในครอบครัว หรือมาจากการทานอาหารรสเผ็ดจนทำให้ลิ้นมีรอยแตกขึ้น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
สุขภาพชีวิตที่ดี, สุขภาพช่องปาก มีนาคม 25, 2020 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

ศัลยกรรมปลูกถ่ายเหงือก-เหงือกร่น-ผลข้างเคียง

ศัลยกรรมปลูกถ่ายเหงือก (Gum Tissue Graft) ทางออกสำหรับผู้ที่มีปัญหา เหงือกร่น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 26, 2020 . เวลาในการอ่าน
โรคเหงือกกับโรคหัวใจ-เกี่ยวข้องกัน

โรคเหงือกกับโรคหัวใจ ส่งผลต่อกันได้อย่างไร

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 12, 2020 . เวลาในการอ่าน
ไม้จิ้มฟันกับไหมขัดฟัน-ข้อดีข้อเสีย

ไม้จิ้มฟันกับไหมขัดฟัน กำจัดเศษอาหารเหมือนกัน แต่อันไหนดีต่อสุขภาพช่องปากที่สุดล่ะ?

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ สิงหาคม 28, 2020 . เวลาในการอ่าน
สุขภาพช่องปากที่ดี-การกินอาหาร

สุขภาพช่องปากที่ดี เริ่มต้นได้ด้วยการกินสิ่งเหล่านี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ สิงหาคม 26, 2020 . เวลาในการอ่าน