มะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือ มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (Colon Cancer or Colorectal Cancer)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date เมษายน 20, 2020
Share now

มะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือ มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (Colon Cancer or Colorectal Cancer) เป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นที่ลำไส้ใหญ่ หรือบริเวณส่วนปลายสุดของลำไส้

คำจำกัดความ

มะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือ มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (Colon Cancer or Colorectal Cancer)  คืออะไร

มะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือ มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (Colon Cancer or Colorectal Cancer) เป็นมะเร็งชนิดเดียวกัน แต่อาจจะมีการเรียกที่แตกต่างกันออกไป (Colon cancer หรือ Colorectal cancer) เป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นที่ลำไส้ใหญ่ หรือบริเวณส่วนปลายสุดของลำไส้ใหญ่ (ที่เรียกว่าไส้ตรง ใกล้กับทวารหนัก) ทำให้บางครั้งก็เรียกมะเร็งชนิดนี้ว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่หรือมะเร็งทวารหนัก ขึ้นอยู่กับที่จุดเกิดโรค

พบได้บ่อยแค่ไหน

อ้างอิงจากองค์กรอนามัยโลก มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นเนื้อร้ายที่พบได้บ่อยที่สุดเป็นอันดับ 2 ทั้งในเพศชายและหญิง (รองจากเนื้องอกในปอด) ประมาณร้อยละ 2 ของคนที่อายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป ในยุโรปตะวันออก มักจะลงเอยด้วยการเป็นมะเร็งชนิดนี้ ร้อยละ 40 ของคนที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักมักมีอาการที่อยู่ในระดับรุนแรงแล้ว สำหรับผู้ป่วยประเภทนี้ การผ่าตัดจึงเป็นทางเลือกที่เป็นไปได้มากที่สุด มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อผู้ชายและผู้หญิงเท่าๆ กัน อย่างไรก็ตาม ผู้ชายมีแนวโน้มที่จะเกิดโรคนี้เมื่ออายุน้อยกว่า โปรดปรึกษาหมอของคุณสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของโรค มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นอย่างไร

อาการที่พบเห็นได้ทั่วไปของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีดังนี้

  • เข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น
  • ท้องร่วง
  • ท้องผูก
  • อาการที่ยังรู้สึกว่ายังมีอุจจาระคั่งอยู่หลังจากที่ขับถ่ายเสร็จ
  • พบเลือดปนในอุจจาระ
  • อาการปวดที่ช่องท้อง
  • ท้องอืดท้องเฟ้อ
  • รู้สึกแน่นในท้อง (แม้จะไม่ได้ทานอะไรมาเป็นเวลานานก็ตาม)
  • อาเจียน
  • อาการอ่อนล้า (เหนื่อย)
  • น้ำหนักทรุดอย่างหาสาเหตุไม่ได้
  • หมอคลำพบก้อนเนื้อในช่องท้อง หรือบริเวณสันหลัง
  • การสูญเสียธาตุเหล็กอย่างอธิบายไม่ได้ในผู้ชาย และหลังจากหมดวัยทองในผู้หญิง

ส่วนใหญ่ของอาการเหล่านี้อาจบ่งชี้ไปถึงอาการอื่นๆ ที่เป็นไปได้เช่นกัน มันจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ป่วยจะต้องไปปรึกษาแพทย์เพื่อการวินิจฉัยที่เหมาะสม ใครก็ตามที่กำลังเผชิญอาการบางอย่างเหล่านี้เป็นเวลาสี่สัปดาห์ ควรไปปรึกษาแพทย์

อาจจะมีอาการบางประเภทที่ไม่ได้ปรากฏอยู่ข้างบน ถ้าคุณมีความกังวลเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์ของคุณ

เมื่อไหร่ที่เราควรไปพบหมอ

ถ้าคุณมีสัญญาณหรืออาการอะไรก็ตามที่เหมือนอาการตามด้านบน หรือ หากคุณมีข้อสงสัยใด ๆ โปรดปรึกษากับหมอของคุณ ร่างกายของทุกคนแสดงออกแตกต่างกันไป มันจึงดีที่สุดเสมอในการปรึกษากับหมอของคุณ ว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

อะไรคือสาเหตุของโรค มะเร็งลำไส้ใหญ่

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกล่าวว่า พวกเขาก็ไม่ทราบแน่ชัด ว่าทำไมมะเร็งลำไส้ใหญ่ถึงได้เกิดขึ้นในบางคน และไม่เกิดขึ้นกับคนอื่นๆ อย่างไรก็ตาม หลายๆ ปัจจัยเสี่ยงได้รับการชี้ชัดมากขึ้นในช่วงเวลาหลายปีมานี้ โดยปัจจัยเสี่ยงก็คือบางสิ่งที่อาจเพิ่มโอกาสที่คนเราจะเกิดโรคหรืออาการนี้

ปัจจัยเสี่ยง

อะไรที่เพิ่มความเสี่ยงในการเป็น มะเร็งลำไส้ใหญ่

มีปัจจัยเสี่ยงจำนวนมากสำหรับมะเร็งชนิดนี้

  • อายุมากขึ้น ยิ่งคุณอายุมากขึ้นเท่าไหร่ ความเสี่ยงของคุณก็เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
  • อาหารการกินที่อุดมไปด้วยโปรตีนจากสัตว์สูง
  • อาหารการกินที่อุดมไปด้วยไขมันอิ่มตัวสูง
  • อาหารการกินที่มีเส้นใยอาหารต่ำมาก
  • อาหารการกินที่มีแคลอรี่สูง
  • มื้ออาหารที่มีการบริโภคแอลกอฮอล์ปริมาณมาก
  • ผู้หญิงที่เคยเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ และมะเร็งมดลูก
  • บุคคลในครอบครัวที่มีประวัติเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่
  • ผู้ป่วยโรคลำไส้ใหญ่อักเสบ
  • น้ำหนักเกิน หรือเป็นโรคอ้วน
  • การศึกษาค้นพบว่าการสูบบุหรี่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญ กับความเสี่ยงและอัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นสำหรับมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งทวารหนัก
  • การไม่เคลื่อนไหวร่างกาย
  • การปรากฎขึ้นของติ่งเนื้องอกในลำไส้ใหญ่ ไส้ตรง การละเลยการรักษาอาจทำให้ติ่งเนื้องอกกลายเป็นมะเร็งในที่สุด
  • การเป็นโรคโครห์น (Crohn) หรือโรคลำไส้แปรปรวน (Irritable Bowel Syndrome/ IBS) ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะพัฒนาไปเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลในที่นี้ไม่สามารถทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ใดๆ กรุณาปรึกษากับหมอของคุณทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพื่อเติม

การวินิจฉัยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักทำอย่างไร

การตรวจร่างกายสามารถตรวจจับติ่งเนื้องอกก่อนที่จะกลายเป็นมะเร็งได้ เช่นเดียวกับการตรวจพบมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะแรก ซึ่งโอกาสในการรักษานั้นยังมีอยู่มาก ต่อไปนี้เป็นวิธีการตรวจวินิจฉัยที่พบได้บ่อยสำหรับมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

การตรวจหาเม็ดเลือดแดงในอุจจาระ

การตรวจตัวอย่างอุจจาระของผู้ป่วยเพื่อหาการปะปนของเลือด การตรวจนี้สามารถทำได้ที่โดยแพทย์ทั่วไป หรือผู้ป่วยอาจใช้อุปกรณ์สำหรับเก็บตัวอย่างอุจจาระที่บ้าน แล้วนำไปส่งให้แพทย์เพื่อส่งต่อไปยังแล็บ

การตรวจเลือดในอุจจาระไม่ได้แม่นยำ 100 % มันอาจจะตรวจไม่พบมะเร็งใดๆ เนื่องจากไม่ใช่อุจจาระทุกก้อนจะต้องมีเลือดปน แม้แต่มะเร็งที่สามารถทำให้มีเลือดออกบ่อยๆ ก็ไม่ได้มีเลือดออกตลอดเวลา ดังนั้น มันจึงเป็นไปได้ที่ผู้ป่วยจะได้ผลตรวจออกมาเป็นลบหรือไม่มีมะเร็ง แม้ว่าจะเป็นมะเร็งอยู่จริงๆ ก็ตาม แม้แต่จะสามารถตรวจจับเลือดได้ มันอาจจะเกิดมาจากสาเหตุอื่นหรืออาการอื่น เช่น ริดสีดวงทวาร หรืออาหารบางอย่างอาจทำให้ดูเหมือนมีเลือดออกในลำไส้ใหญ่ ทั้งที่จริงๆ แล้ว ไม่มีเลือดออกในบริเวณนั้น

การตรวจดีเอ็นเอในอุจจาระ

การตรวจนี้จะวิเคราะห์ร่องรอยดีเอ็นเอหลายชนิด ที่มะเร็งลำไส้ใหญ่หรือติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ที่เกิดขึ้นก่อนกลายเป็นมะเร็ง ได้ผลัดเซลล์ออกมาในอุจจราระ ผู้ป่วยอาจได้รับชุดปฐมพยาบาลพร้อมคำแนะนำในการเก็บตัวอย่างอุจจาระที่บ้าน จากนั้นเอาตัวอย่างกลับมาให้หมอ เพื่อที่จะส่งต่อไปยังแล็บ

การตรวจนี้มีความแม่นยำมากกว่าในการตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่มากกว่าการตรวจหาติ่งเนื้องอก อย่างไรก็ตาม มันไม่สามารถตรวจพบการกลายพันธ์ุของดีเอ็นเอ ซึ่งอาจจะบ่งชี้ได้ว่ามีเนื้องอกอยู่ได้ทั้งหมด

การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย

หมอจะใช้กล้องส่องลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย (sigmoidscope) ที่เรียวยาว มีหลอดไฟและยืดหยุ่นได้ เพื่อตรวจสอบลำไส้ส่วนปลายและลำไส้ใหญ่ส่วนคดของผู้ป่วย (เป็นส่วนท้ายของลำไส้ใหญ่ก่อนถึงลำไส้ส่วนปลาย)

การตรวจโดยทั่วไปใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีและจะไม่เจ็บ แต่ก็ไม่ได้สะดวกสบาย อาจมีความเสี่ยงเล็กน้อยของการเกิดรูบนผนังลำไส้ หากหมอตรวจพบติ่งเนื้องอกหรือมะเร็งลำไส้ใหญ่ หมอจะใช้การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (colonoscopy) ต่อไป เพื่อวิเคราะห์ลำไส้ใหญ่ทั้งหมด และเอาติ่งเนื้องอกที่ปรากฏอยู่ออกมา หลังจากนั้นก็จะนำติ่งเนื้องอกมาตรวจสอบผ่านกล้องจุลทรรศน์

กล้องส่องลำไส้จะตรวจพบได้แค่ติ่งเนื้องอกหรือมะเร็งปรากฎแค่ตรงปลายส่วนที่สามของลำไส้ตรงและลำไส้ใหญ่ หากมีเนื้องอกหรือมะเร็งในส่วนไหนของกระเพาะอาหารก็ตาม กล้องจะไม่สามารถตรวจพบ

การเอ็กซเรย์สวนแป้งแบเรียม

แบเรียม (Barium) เป็นแป้งย้อมที่จะใส่ไปในอุจจาระของผู้ป่วยด้วยการใช้ยาสวนทวารหนัก มันจะปรากฎให้เห็นบนฟิล์มเอ็กซเรย์ แป้งแบเรียมจะไปเคลือบผนังลำไส้ สร้างภาพของลำไส้ตรง ลำไส้ใหญ่ และส่วนเล็กของลำไส้เล็กในบางครั้ง ขั้นตอนนี้มักเอามาใช้ร่วมกับการส่องกล้องเพื่อตรวจจับติ่งเนื้องอกขนาดเล็กที่การเอ็กซ์เรย์สวนแป้งแบเรียมอาจพลาดไป หากการเอ็กซ์เรย์สวนแป้งแบเรียมตรวจจับอะไรก็ตามที่ผิดปกติ หมออาจจะแนะนำวิธีการส่องกล้องเพื่อคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่

การส่องกล้องลำไส้ใหญ่

หมอจะใช้กล้องส่องมะเร็งลำไส้ใหญ่ (colonoscope) ซึ่งมีขนาดยาวกว่ากล้องส่องลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย (sigmoidoscope) กล้อง colonoscope เป็นกล้องที่เรียวยาวและยืดหยุ่น ซึ่งมีท่อต่อกับกล้องวิดีโอและจอภาพ หมอจะสามารถเห็นลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงส่วนปลายได้ทั้งหมด ติ่งเนื้องอกใดๆ ก็ตามที่พบระหว่างการตรวจ จะถูกตัดออกมา บางครั้งก็จะเป็นการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อเพื่อนำมาตรวจพิสูจน์ การตัดเนื้อเยื่อเพื่อนำมาตรวจไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บ

แม้ว่าการส่องแบบนี้จะไม่มีอาการเจ็บ ผู้ป่วยบางคนก็อาจได้รับยากล่อมประสาทระดับอ่อนๆ เพื่อให้รู้สึกสงบ ผู้ป่วยอาจได้รับยาระบายแบบน้ำจำนวนมาก เพื่อทำความสะอาดลำไส้ใหญ่ การตกเลือด และการเกิดรูบนผนังลำไส้ เป็นอาการแทรกซ้อนที่อาจเป็นไปได้ แต่ก็เกิดขึ้นได้ยากมาก

คอมพิวเตอร์สแกนลำไส้ใหญ่ (การสแกนภาพแบบเหมือนจริง)

เครื่องสแกนด้วยคอมพิวเตอร์ ถูกนำมาใช้ในการสร้างรูปภาพของลำไส้ใหญ่ ผู้ป่วยจำเป็นต้องทำความสะอาดลำไส้ใหญ่เพื่อให้การตรวจนี้มีประสิทธิภาพสูงสุด หากเจอสิ่งผิดปกติใดๆ ผู้ป่วยจึงค่อยรับการส่องกล้องแบบปกติต่อไป การศึกษาพบว่าการตรวจลำไส้ใหญ่ด้วยเครื่องสแกนคอมพิวเตอร์อาจเป็นทางเลือกที่รุนแรงน้อยกว่า เจ็บน้อยกว่า สำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงในการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก และอาจให้การตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำกว่า

สแกนด้วยอัลตร้าซาวนด์

คลื่นเสียงจะถูกนำมาใช้เพื่อช่วยแสดงให้เห็นว่ามีการลุกลามของมะเร็งไปยังส่วนอื่นของร่างกายหรือไม่

การตรวจด้วยเครื่อง MRI

MRI (Magnetic resonance imaging) จะทำให้เห็นภาพแบบสามมิติของลำไส้ และอาจช่วยหมอในการวินิจฉัยโรค

มะเร็งลำไส้ใหญ่ รักษาได้อย่างไรบ้าง

การรักษาของผู้ป่วย จะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง รวมไปถึงขนาดและตำแหน่ง ระยะของมะเร็ง โอกาสที่จะกลับมาเป็นอีกครั้ง และภาวะสุขภาพโดยรวม ณ ปัจจุบันของผู้ป่วย แพทย์เฉพาะทางที่ดีจะอธิบายทางเลือกการรักษาที่สามารถให้ได้แก่ผู้ป่วย นี่เป็นโอกาสสำหรับผู้ป่วยในการถามคำถาม และรับคำแนะนำในการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ที่จะช่วยในการฟื้นฟูร่างกาย

ทางเลือกการรักษานั้นประกอบไปด้วย เคมีบำบัด รังสีบำบัด และการผ่าตัด

การผ่าตัด

เป็นวิธีที่พบได้บ่อยที่สุดในการรักษา เนื้อร้ายที่ติดเชื้อและต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้เคียงจะถูกผ่าออก ศัลยแพทย์จะผ่าต่อมน้ำเหลืองออก เพราะต่อมเหล่านั้นเป็นสิ่งแรกที่จะทำให้มะเร็งจะลุกลามออกไป

ลำไส้มักจะถูกเย็บติดด้วยกันเหมือนเดิม ในบางกรณี ลำไส้ตรงส่วนปลายลำไส้ใญ่อาจต้องถูกตัดออกทั้งหมด จากนั้น จะมีการนำถุงลำไส้เข้าไปใส่เพื่อช่วยการระบายของเสีย ถุงลำไส้ใหญ่จะกักเก็บอุจจาระ และโดยทั่วไปจะใช้เพียงชั่วคราว บางครั้งมันอาจจะต้องอยู่แบบ ถ้าไม่สามารถที่จะปิดส่วนปลายลำไส้ได้

ถ้าหากมะเร็งนั้นถูกวินิจฉัยได้ตั้งแต่ระยะแรกๆ การผ่าตัดอาจเป็นการรักษาอย่างเดียวที่จำเป็น ในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก แม้ว่าการผ่าตัดจะไม่ได้รักษาผู้ป่วย แต่มันจะช่วยบรรเทาอาการได้

เคมีบำบัด

เคมีบำบัด (Chemotherapy) จะเกี่ยวข้องกับการใช้ยาเพื่อทำลายเซลล์ก่อมะเร็ง เป็นสิ่งที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายสำหรับการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ มันอาจถูกนำมาใช้ก่อนการผ่าตัดเพื่อพยายามที่จะย่อขนาดเนื้องอกลง งานวิจัยพบว่าผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ขั้นรุนแรง ซึ่งได้รับเคมีบำบัด และผู้ที่มีบุคคลในครอบครัวที่มีประวัติเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ สามารถช่วยลดความเป็นไปได้ในการกลับมาเป็นมะเร็งอีกครั้งและการเสียชีวิตลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

รังสีบำบัด

รังสีบำบัด (Radiotherapy) เป็นการใช้คลื่นรังสีพลังงานสูงในการทำลายเซลล์มะเร็ง และยังช่วยในการป้องกันเซลล์พวกนั้นไม่ให้แตกตัว การรักษาประเภทนี้เป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไปในการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย (Rectal cancer) ซึ่งมันอาจถูกนำมาใช้ก่อนการผ่าตัดเพื่อลดขนาดของเนื้องอก หลังการผ่าตัด หมออาจจะสั่งให้มีทั้งการบำบัดทางเคมีและรังสี เพื่อช่วยในการลดความเสี่ยงของการกลับมาของโรคอีกครั้ง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองแบบไหนที่สามารถช่วยจัดการกับ มะเร็งลำไส้ใหญ่

ไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองเหล่านี้อาจช่วยหลีกเลี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักได้

  • การตรวจร่างกายทั่วไป

โดยเฉพาะหากคุณเคยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักมาก่อน หากคุณมีอายุเกิน 60 หากมีบุคคลในครอบครัวที่เคยมีประวัติกับมะเร็งประเภทนี้ หากคุณเป็นโรคโครห์น (Crohn’s disease – กลุ่มโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง) ผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวการตรวจควรเริ่มหลังจากมีอายุเกิน 50 ปี

  • โภชนาการ

ให้แน่ใจว่ามื้ออาหารของคุณอุดมไปด้วยไฟเบอร์จำนวนมาก ผัก ผลไม้ และคาร์โบไฮเดรตคุณภาพสูง รักษาระดับการบริโภคเนื้อแดงและเนื้อที่ผ่านกระบวนการให้น้อยที่สุด หรือหยุดการบริโภคเนื้อเหล่านั้นทั้งคู่ เปลี่ยนจากไขมันอิ่มตัวเป็นไขมันคุณภาพดี เช่น อะโวคาโด น้ำมันมะกอก น้ำมันปลา และถั่ว อย่างไรก็ตาม งานวิจัยได้ค้นพบว่าแม้คนทานมังสวิรัติจะมีความเสี่ยงโดยรวมน้อยกว่าในการเกิดโรคมะเร็ง แต่ความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักจะมีมากกว่าคนที่กินเนื้อ

  • การออกกำลังกาย

ออกกำลังกายเป็นประจำ การศึกษาวิจัยแสดงให้เห็นว่าการออกกำลังกายแบบหนักปานกลางเป็นประจำมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี การเข้าสู่สภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งหลายชนิด รวมไปถึงมะเร็งลำไส้ใหญ่และทหวารหนัก

หากมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษากับแพทย์ของท่าน เพื่อเข้าใจวิธีแก้ปัญหาที่ชัดเจนยิ่งขึ้นสำหรับตัวท่านเอง

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

7 พฤติกรรมป้องกันมะเร็ง ทำได้ง่าย ห่างไกลโรค

หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งก็คือพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ใส่ใจกับสุขภาพ ซึ่งการเปลี่ยนวิถีชีวิตด้วย 7 พฤติกรรมป้องกันมะเร็ง จะช่วยให้ห่างไกลมะเร็งได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai

อนุมูลอิสระ คืออะไรกันแน่ ทำไมเราถึงต้องการสารต้านอนุมูลอิสระ

หลายคนอาจฉุกคิดขึ้นมาว่า แล้ว อนุมูลอิสระ ที่ว่านี่มันคืออะไรกัน แล้วทำไมเราถึงต้องคอยต่อต้านอนุมูลอิสระนี้ หาคำตอบได้จากบทความนี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
Uncategorized มีนาคม 24, 2020

แบคทีเรียในช่องปาก ร้ายกว่าที่คิด นอกจากทำฟันผุ ยังเป็น ตัวการมะเร็งลำไส้ใหญ่

แบคทีเรียในช่องปาก ตัวการมะเร็งลำไส้ใหญ่ แบคทีเรียที่มีชื่อว่า Fusobacterium nucleatum เป็นแบคทีเรีย ที่เกิดขึ้นจากการที่ฟันผุที่อาจทำให้เกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์

เรกิ (Reiki) การบำบัดฟื้นฟูพลังชีวิตจากธรรมชาติ

เรกิ (Reiki) เป็นการบำบัดทางเลือกที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งเรกินั้นเป็นการบำบัดทางเลือกที่ช่วยให้ผู้ที่ได้รับการรักษารู้สึกผ่อนคลายอย่างลึกซึ้ง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

บทความแนะนำ

ใบมะละกอ-ประโยชน์ด้านสุขภาพ-ต้านโรค

ใบมะละกอ และ สรรพคุณทางยา ที่คุณอาจไม่เคยรู้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 11, 2020
สารก่อมะเร็ง-ที่ควรรู้จัก-เพื่อความปลอดภัย

สารก่อมะเร็ง ที่คุณควรรู้จักไว้ เพื่อความปลอดภัยในการใช้ชีวิต

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 8, 2020
โรคncds-สาเหตุ-ความเสี่ยง-วิธีป้องกัน

โรคNCDs โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค แต่เกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ เมษายน 30, 2020
โรคฝันร้าย-ปัญหาการนอนหลับ-อาการ-สาเหตุ

โรคฝันร้าย ไม่ใช่เรื่องเล่น เพราะมันอาจส่งผลต่อสุขภาพ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ เมษายน 9, 2020