ไข้เดงกี (Dengue Fever)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

คำจำกัดความ

ไข้เดงกี คืออะไร

ไข้เดงกี (Dengue fever) เป็นโรคติดต่อที่มาจากยุง และมีสาเหตุมาจากไวรัสเดงกีชนิดใดชนิดหนึ่งจากสี่ชนิด คือ DEN-1 DEN-2 DEN-3 และ DEN-4 โรคนี้เคยถูกเรียกว่า “ไข้กระดูกแตก” เพราะบางครั้งก่อให้เกิดอาการเจ็บกระดูกข้อต่อและกล้ามเนื้อ จนทำให้รู้สึกเหมือนกระดูกกำลังจะแตก จึงได้ชื่อเช่นนั้น

ไข้เดงกีระดับเบา ก่อให้เกิดไข้สูง ผื่น และเจ็บตามกล้ามเนื้อ และกระดูกข้อต่อ ไข้เดงกีขั้นรุนแรง หรือที่เรียกว่าไข้เลือดออกเดงกี (dengue hemorrhagic fever) สามารถก่อให้เกิดเลือดออกขั้นรุนแรง ความดันโลหิตลดลงฉับพลัน และเสียชีวิต

ไข้เดงกีพบบ่อยแค่ไหน

ในแต่ละปี มีประชากรที่ติดเชื้อเดงกีหลายล้านคนทั่วโลก โรคนี้สามารถส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยในทุกช่วงอายุ ไข้เดงกีพบได้บ่อยในช่วงฤดูฝนและหลังผ่านฤดูฝนมาไม่นาน ในพื้นที่เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน ได้แก่

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
  • แอฟริกา
  • เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจีน
  • อินเดีย
  • ตะวันออกกลาง
  • แคริบเบียน อเมริกากลาง และอเมริกาใต้
  • ออสเตรเลีย แปซิฟิกกลาง และแปซิฟิกใต้

อย่างไรก็ดี ไข้เดงกีสามารถจัดการได้ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของไข้เดงกี

ไข้เดงกีมี 3 ประเภท ได้แก่ ไข้เดงกี ไข้เลือดออกเดงกี และไข้เลือดออกเดงกีที่มีภาวะช็อกร่วมด้วย

ไข้เดงกี (Dengue fever หรือ DF) 

อาการของไข้เดงกี มักเริ่มจากอาการไข้ใน 4 ถึง 7 วัน หลังจากที่คุณถูกยุงติดเชื้อกัด ร่วมกับอาการอื่นๆ ได้แก่

อาจมีผื่นปรากฏขึ้นทั่วร่างกายเป็นเวลา 3 ถึง 4 วัน หลังมีไข้ และจากนั้น ไข้จะหายไปเองใน 1 ถึง 2 วัน คุณอาจมีผื่นขึ้นมาอีกครั้ง ไม่กี่วันให้หลัง

ไข้เลือดออกเดงกี (Dengue haemorrhagic fever หรือ DHF)

อาการของไข้เลือดออกเดงกี หรือไข้เลือดออก ได้แก่ อาการทั้งหมดที่เกิดขึ้นของไข้เดงกี ร่วมกับอาการอื่นๆ ได้แก่

  • ความเสียหายที่หลอดเลือดและหลอดน้ำเหลือง
  • มีเลือดออกทางจมูก เหงือก หรือใต้ผิวหนัง ก่อให้เกิดรอยช้ำม่วง

โรคเดงกี่ชนิดนี้สามารถทำให้เสียชีวิตได้

ไข้เลือดออกเดงกีที่มีภาวะช็อกร่วมด้วย (Dengue shock syndrome หรือ DSS)

อาการของโรคไข้เลือดออกเดงกีที่มีภาวะช็อกร่วมด้วย ถือเป็นไข้เดงกีชนิดที่รุนแรงที่สุด อาการของโรคนี้เหมือนกับอาการของทั้งสองโรคที่ผ่านมา ร่วมกับอาการอื่นๆ ได้แก่

  • มีของเหลวไหลออกจากหลอดเลือด
  • เลือดออกจำนวนมาก
  • อาการช็อก (ความดันโลหิตต่ำมาก)

โรคชนิดนี้มักเกิดขึ้นในเด็ก และบางครั้งอาจเกิดในผู้ใหญ่ที่พบกับการติดเชื้อเดงกีรอบที่สอง ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะในเด็กและวัยรุ่น

สำหรับผู้ป่วยบางราย อาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น หากมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด

หากคุณมีสัญญาณหรืออาการที่ระบุข้างต้น หรือมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์

หรือหากคุณเพิ่งเดินทางกลับจากบริเวณที่เสี่ยงติดเชื้อไข้เดงกี  และมีไข้ขึ้นฉับพลัน ควรเข้าพบข้าพบคุณหมอทันที

ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดควรปรึกษาแพทย์ เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของไข้เดงกี

ไข้เดงกี มักมีสาเหตุมาจากไวรัสที่ลุกลามจากการถูกยุงกัด ไวรัสเดงกี มี 4 ประเภท แต่ละชนิดรู้จักกันในนามว่า ไวรัส DEN-1 DEN-2 DEN-3 และ DEN-4 ยุงจากตระกูลเฉพาะที่เรียกว่า ยุงลายบ้าน (Aedes aegypti) หรือ ยุงลายสวน (Aedes albopictus) เป็นพาหะที่แพร่เชื้อไวรัสสู่คน โดยการกัด และถ่ายเลือดติดเชื้อไปสู่อีกคนหนึ่ง

เมื่อคุณรักษาไข้เดงกีจนหายขาดแล้ว ร่างกายของคุณอาจสร้างภูมิคุ้มกันต่อไข้เดงกีได้ แต่ก็สามารถป้องกันได้เพียงบางสายพันธุ์เท่านั้น เนื่องจากไข้เดงกีมีไวรัสแตกต่างกันถึง 4 สายพันธุ์ ซึ่งหมายความว่า คุณอาจติดเชื้อสายพันธุ์อื่นได้ คุณจึงควรทำความเข้าใจสัญญาณและอาการของโรคให้ดี และเข้ารับการรักษาให้ทันท่วงที

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงสำหรับไข้เดงกี

ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคไข้เดงกี ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงในการเกิดไข้เดงกีชนิดที่มีความรุนแรงมากขึ้น รวมถึงปัจจัยในการเกิดอาการนั้นมีมายมาย เช่น

  • อาศัยหรือเดินทางไปยังพื้นที่เขตร้อน การอยู่ในพื้นที่เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการสัมผัสกับไวรัสที่ก่อให้เกิดไข้เดงกี โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกาะแปซิฟิกตะวันตก ละตินอเมริกา และแคริบเบียน
  • สำหรับผู้ที่เคยติดเชื้อไวรัสเดงกีแล้ว หากคุณติดเชื้ออีกครั้ง ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการรุนแรงขึ้น

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยไข้เดงกี

การวินิจฉัยไข้เดงกีเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เพราะสัญญาณและอาการของโรค สามารถสร้างความสับสนกับโรคอื่น เช่น โรคมาลาเรีย โรคไข้ฉี่หนู โรคไข้ไทฟอยด์ (typhoid fever)

แพทย์จะสอบถามเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ และการเดินทางของคุณเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ สามารถตรวจจับร่องรอยของไวรัสเดงกีได้ แต่ผลตรวจมักจะมาช้าเกินกว่าที่จะช่วยตัดสินทางเลือกของการรักษา

การรักษาไข้เดงกี

ไม่มีการรักษาเฉพาะทางสำหรับไข้เดงกี คนส่วนใหญ่มักจะหายจากโรคนี้ได้ภายใน 2 สัปดาห์ แต่การรักษาอาการของโรคก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อหลีกเลื่ยงอาการแทรกซ้อนอื่นๆ แพทย์ส่วนใหญ่มักจะแนะนำทางเลือกในการรักษาดังต่อไปนี้

ในหลาย ๆ กรณี ไข้เดงกีสามารถก่อให้เกิดอาการช็อก หรือโรคไข้เลือดออก ที่จำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลทางการแพทย์ในทันที

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยจัดการกับไข้เดงกี

คุณสามารถจัดการกับไข้เดงกีได้ที่บ้าน โดยต้องรักษาความชุ่มชื้นของร่างกาย และจัดการกับอาการปวดให้ดี และหากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยงเกิดไข้เดงกี หรือไข้เดงกีกำลังระบาด เคล็ดลับเหล่านี้อาจช่วยคุณได้

เคล็ดลับป้องกันตัวเองจากไข้เดงกี

  • อยู่ภายในบ้านที่มีการป้องกันยุงอย่างดี หรือติดเครื่องปรับอากาศ และที่สำคัญคือ ป้องกันอย่าให้ยุงกัด โดยเฉพาะในตอนกลางคืน
  • จัดตารางกิจกรรมกลางแจ้งใหม่ หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงหัวค่ำ เช้ามืด และช่วงเย็น เมื่อยุงออกหากินตอนกลางคืน
  • สวมเสื้อผ้าป้องกัน เมื่อต้องเข้าไปในพื้นที่มียุงชุกชุม สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาว กางแกงขายาวถุงเท้าและรองเท้า
  • ใช้ยากันยุง เช่น ยาเพอร์เมทริน (Permethrin) ซึ่งเป็นยากันยุงที่สามารถฉีดลงบนเสื้อผ้า รองเท้า อุปกรณ์แคมปิ้ง และมุ้งที่นอนของคุณได้ และควรทายากันยุงที่มีส่วนผสมของสารดีท (DEET) อย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์
  • กำจัดพื้นที่อาศัยของยุง ยุงที่เป็นพาหะไวรัสเดงกี มักจะอาศัยอยู่ในหรือรอบๆ บ้าน การกำจัดน้ำขังในแต่ละบริเวณของบ้าน เช่น ล้อรถยนต์ กระถางต้นไม้ กะละมัง ก็สามารถช่วยลดพื้นที่การแพร่พันธุ์ยุง ทำให้ประชากรยุงน้อยลงได้

หากมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ป่วยเป็น ไข้เลือดออก อาหาร 6 อย่างที่ช่วยในการฟื้นฟูร่างกาย

โรคไข้เลือดออก เมื่อเป็นแล้ว อาจถึงขั้นเสียชีวิตเพราะภาวะเลือดออกมาก สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรค ไข้เลือดออก อาหาร จึงควรเป็นอาหารที่ดีต่อเลือดในร่างกาย ดังนี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Sopista Kongchon
โภชนาการ, สุขภาพชีวิตที่ดี สิงหาคม 4, 2018 . เวลาในการอ่าน

ไข้เลือดออกในเด็ก ควรรับมืออย่างไรไม่ให้ลุกลาม

ไข้เดงกี่ส่วนมากจะไม่รุนแรงและหายได้เอง แต่จะรุนแรงขึ้นเมื่อกลายเป็น ไข้เลือดออก แล้ว ไข้เลือดออกในเด็ก หรือไข้เดงกี่ต้องดูแลอย่างไร เรามีวิธีรับมือมาฝาก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ปราโมทย์ วงศ์คำ
ดูแลลูก, พ่อแม่เลี้ยงลูก กรกฎาคม 26, 2018 . เวลาในการอ่าน

โรคติดต่อหน้าฝน ถ้าไม่อยากให้ลูกป่วย ระวังโรคพวกนี้ให้ดี

ความเปียกแฉะและอับชื้นของหน้าฝน เป็นแหล่งกำเนิดโรคชั้นดี ถ้าไม่อยากให้ลูกรักต้องล้มป่วย ต้องระวัง โรคติดต่อหน้าฝน พวกนี้เอาไว้จงหนัก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ศศวัต จันทนะ
ดูแลลูก, พ่อแม่เลี้ยงลูก กรกฎาคม 18, 2018 . เวลาในการอ่าน

ความเหมือนที่แตกต่างของสาม โรคที่มากับยุง ไข้เลือดออก ซิก้า และ ชิคุนกุนยา

หน้าฝนเป็นช่วงแพร่ระบาดของ โรคที่มากับยุง ทั้งไข้เลือดออก ซิก้า และชิคุนกุนยา สามโรคที่คล้ายกัน แต่ก็มีความต่างที่ควรสังเกต เพื่อการแยกแยะโรคอย่างถูกต้อง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย pimruethai
เคล็ดลับสุขภาพ, สุขภาพชีวิตที่ดี กรกฎาคม 3, 2018 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

ใบมะละกอ-ประโยชน์ด้านสุขภาพ-ต้านโรค

ใบมะละกอ และ สรรพคุณทางยา ที่คุณอาจไม่เคยรู้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 11, 2020 . เวลาในการอ่าน
ไข้เหลือง-ยุงกัด-สาเหตุ-อาการ-วิธีรักษา

ไข้เหลือง ภัยเงียบจากยุงตัวร้าย เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ กุมภาพันธ์ 28, 2020 . เวลาในการอ่าน
ปลอดภัยจากไข้เลือดออก-สมุนไพรไล่ยุง

ปลอดภัยจากไข้เลือดออก ด้วย 6 สมุนไพรไล่ยุง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ มกราคม 10, 2020 . เวลาในการอ่าน
ชิคุนกุนยา

ชิคุนกุนยา (Chikungunya Fever)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย pimruethai
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 27, 2019 . เวลาในการอ่าน