ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป เป็นเรื่องที่ทุกคนควจะต้องรู้เอาไว้ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเองและคนในครอบครัว ซึ่งเรื่องราวที่คุณจะอ่านเรารวบรวมเอาไว้ให้แล้ว

เรื่องเด่นประจำหมวด

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

อาการวัยทอง เกิดจากอะไร และรับมือได้อย่าง

อาการวัยทอง คือ ช่วงวัยที่มีระดับฮอร์โมนเพศลดลงเมื่ออายุมากขึ้นที่เข้าสู่ช่วงวัยสูงอายุ เช่น ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ฮอร์โมนเอสโตรเจน และฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ที่เกิดขึ้นได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง โดยอาจสังเกตได้จากอารมณ์แปรปรวน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อบ่อย สภาพผิวเปลี่ยนแปลง  [embed-health-tool-ovulation] อาการวัยทองเกิดจากอะไร อาการวัยทอง สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง ที่มีสาเหตุแตกต่างกัน ดังนี้ อาการวัยทองในผู้หญิง ฮอร์โมนเพศลดลง ผู้หญิงที่อายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป การทำงานของรังไข่ที่ช่วยผลิตระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนจะเริ่มน้อยลง ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีส่วนสำคัญในภาวะเจริญพันธุ์และการมาของประจำเดือน จึงอาจทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ ประจำเดือนมาน้อย และอาจหยุดลงเมื่ออายุ 40-50 ขึ้นไป การผ่าตัดรังไข่ออก เพราะรังไข่เป็นอวัยวะในระบบสืบพันธุ์ที่ช่วยผลิตฮอร์โมนเพศและควบคุมการมาของประจำเดือน ดังนั้น เมื่อผ่าตัดนำรังไข่ออกทั้งหมดจะทำให้ประจำเดือนหยุดและเข้าสู่ช่วงวัยทอง การทำเคมีบำบัดและการฉายรังสี เพื่อรักษาโรคมะเร็งอาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการทำงานของรังไข่ที่ส่งผลให้การผลิตฮอร์โมนลดลง ประจำเดือนหยุดลงและเริ่มมีอาการวัยทอง ภาวะรังไข่เสื่อมก่อนกำหนด (Primary ovarian insufficiency) อาจพบได้น้อยในผู้หญิง ซึ่งมีสาเหตุมาจากรังไข่ไม่สามารถผลิตฮอร์โมนเพศได้ในระดับที่เพียงพอต่อร่างกาย จึงส่งผลให้เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนก่อนถึงช่วงวัยกลางคนหรือวัยสูงอายุ อาการวัยทองในผู้ชาย อาการวัยในทองในผู้ชายอาจเกิดจากระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนลดลง ที่อาจเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงอายุ 45-50 ปีขึ้นไป และอาจมีอาการรุนแรงขึ้นหลังจากอายุ 70 ปี ซึ่งอาจตรวจสอบด้วยการเข้ารับการตรวจเลือดเมื่อเช็กระดับฮอร์โมนว่าลดลงหรือไม่ เพื่อรับการบำบัดเพื่อบรรเทาอาการวัยทอง หากมีอาการระดับรุนแรงที่นำไปสู่การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศและภาวะซึมเศร้า อาการวัยทอง เป็นอย่างไร อาการวัยทองอาจสังเกตได้ ดังนี้ ประจำเดือนมาไม่ปกติหรือประจำเดือนหมดในผู้หญิงอารมณ์แปรปรวน ช่องคลอดแห้ง เจ็บเต้านม ซึมเศร้าและรู้สึกหดหู่ ปวดไมเกรน ร้อนวูบวาบ […]

หัวข้อ ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป เพิ่มเติม

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

diabetes insipidus (โรคเบาจืด) คืออะไร สาเหตุ อาการ และการรักษา

diabetes insipidus หรือ โรคเบาจืด เป็นโรคที่พบได้ยาก เกิดจากการที่ร่างกายสูญเสียความสมดุลของน้ำ ซึ่งมีผลมาจากความผิดปกติของการหลั่งฮอร์โมนแอนติไดยูเรติก (Antidiuretic Hormone หรือ ADH) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการขับปัสสาวะ ทำให้ร่างกายผลิตปัสสาวะมากเกินไป อาจทำให้มีอาการกระหายน้ำมาก ปากแห้ง อ่อนเพลีย ปัสสาวะมากขึ้นและบ่อยครั้ง จนอาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำได้   คำจำกัดความdiabetes insipidus คืออะไร diabetes insipidus หรือ โรคเบาจืด คือ โรคที่ทำให้ร่างกายผลิตปัสสาวะมากเกินไป โดยอาจปัสสาวะมากถึง 20 ลิตร/วัน ซึ่งผู้ที่มีร่างกายปกติจะปัสสาวะเฉลี่ยเพียง 1-2 ลิตร/วัน เท่านั้น ผู้ที่เป็นโรคเบาจืดจึงปัสสาวะมากขึ้นและบ่อยครั้ง เนื่องจากมีอาการกระหายน้ำตลอดเวลาและดื่มน้ำมากขึ้น หรือเรียกว่า ภาวะดื่มน้ำมากผิดปกติ (Polydipsia) โรคเบาจืดไม่เหมือนกับโรคเบาหวาน แม้ว่าจะมีอาการกระหายน้ำมากและมีการปัสสาวะมากขึ้นเหมือนกัน แต่โรคเบาหวานเกี่ยวข้องกับภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเกินไปและไตจะพยายามขับน้ำตาลออกทางปัสสาวะ ส่วนโรคเบาจืดจะมีระดับน้ำตาลในเลือดปกติ แต่ไตมีความผิดปกติที่ไม่สามารถขับปัสสาวะได้อย่างเหมาะสม อาการอาการของ diabetes insipidus อาการของโรคเบาจืดอาจสังเกตได้ ดังนี้ กระหายน้ำและต้องการดื่มน้ำมากขึ้น ปวดปัสสาวะมากขึ้น ประมาณ 20 ลิตร/วัน และปัสสาวะบ่อยในช่วงกลางคืน ปัสสาวะมีสีซีด ปวดกล้ามเนื้อ ร่างกายอ่อนแอ เหนื่อยล้า วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ หมดสติ อาการของโรคเบาจืดในทารกหรือเด็กเล็ก อาจมีดังนี้ ปัสสาวะรดผ้าอ้อมและที่นอน นอนหลับยาก มีไข้ อาเจียน น้ำหนักลดลง ท้องผูก การเจริญเติบโตล่าช้า หากมีอาการปัสสาวะมากเกินไปและกระหายน้ำผิดปกติควรรีบพบคุณหมอทันทีเพื่อวินิจฉัยอาการ สาเหตุสาเหตุของ […]

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

วัคซีนมีความสำคัญอย่างไร และสามารถเข้ารับวัคซีน ได้ที่ไหนบ้าง?

การรับวัคซีน สามารถช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ให้เรียนรู้และเตรียมพร้อมต่อสู้กับเชื้อโรคก่อนที่ร่างกายจะได้รับเชื้อ เมื่อเชื้อโรคชนิดนั้นเข้าสู่ร่างกายในภายหลัง ร่างกายก็จะสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้อย่างรวดเร็ว และช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคและภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ [embed-health-tool-vaccination-tool] การรับวัคซีนสำคัญอย่างไร การฉีดวัคซีน อาจช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้สนองต่อสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย เช่น เชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา ที่อาจนำไปสู่การเกิดโรคร้ายแรง โดยเมื่อระบบภูมิคุ้มกันตรวจพบซากเชื้อหรือเชื้อโรคที่ผ่านการดัดแปลงจนอ่อนแอลงภายในวัคซีน ก็จะสร้างแอนติบอดี้ขึ้นมาจัดการกับเชื้อโรคนั้น ทำให้เมื่อได้รับเชื้อจริง ร่างกายก็จะสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคนั้นได้ทันที และลดโอกาสการเกิดโรคหรือภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง นอกจากนี้ การรับวัคซีนสามารถป้องกันการแพร่กระจายของโรคไปยังบุคคลอื่นที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน และยังอาจช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อและการเกิดโรคในผู้อื่นได้อีกด้วย ข้อควรรู้เกี่ยวกับการรับวัคซีน จากข้อมูลของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ประเทศไทย ระบุว่า สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่แรกเกิด และควรเข้ารับการฉีดวัคซีนให้ครบตามกำหนด ดังนี้ วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี สามารถฉีดได้ตั้งแต่แรกเกิดภายใน 24 ชั่วโมง หลังคลอด วัคซีนป้องกันวัณโรค (BCG) สามารถฉีดได้ตั้งแต่แรกเกิด ก่อนจะออกจากโรงพยาบาล วัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน และตับอักเสบบี (DTP-HB) อาจเริ่มฉีดเมื่ออายุ 2 เดือน 4 เดือน และ 6 เดือน และเมื่ออายุ 1 ปี 6 เดือนอาจเปลี่ยนฉีดเพียงแค่วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยักและไอกรน (DTP) และฉีดอีกครั้งเมื่ออายุ 4 […]

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

วิธี เตรียมตัว ก่อน ฉีด วัคซีน โควิด-19 และการดูแลตัวเองหลังฉีด

การศึกษา วิธี เตรียมตัว ก่อน ฉีด วัคซีน ที่เหมาะสมเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคโควิด-19 ให้แก่ร่างกาย โดยทั่วไป ผู้ที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีนควรนอนหลับให้เพียงพอ งดออกกำลังกายหรือยกของหนักก่อนมาฉีดวัคซีน ทั้งนี้ ควรศึกษาถึงวิธีการปฏิบัติตัวระหว่างรับการฉีดวัคซีน และวิธีดูแลตัวเองหลังฉีดวัคซีนด้วย เพราะอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 และช่วยให้วัคซีนเกิดประสิทธิภาพสูงสุด การ เตรียมตัว ก่อน ฉีด วัคซีน การ เตรียมตัว ก่อน ฉีด วัคซีน อาจทำได้ดังนี้ นอนหลับให้เพียงพอก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีน ไม่ควรอดนอนเนื่องจากจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย กระตุ้นภูมิคุ้มกันด้วยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และอาจช่วยเสริมภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น ได้แก่  วิตามิน เช่น วิตามินเอ ที่พบในเครื่องในสัตว์ ไข่แดง นม และวิตามินซี ที่พบในผักและผลไม้ แร่ธาตุ เช่น สังกะสี ที่พบในเนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ หอยนางรม ปลา  โปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ นมพร่องหรือขาดมันเนย ชีสชนิดไขมันต่ำ เต้าหู้ ถั่วเหลือง จุลินทรีย์สุขภาพ […]

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ใบหน้าไม่สมมาตร จนขาดความมั่นใจ เกิดมาจากสาเหตุใด

หากคุณส่องกระจกแล้วสังเกตว่าใบหน้าของตนเองเหมือนมีลักษณะไม่เท่ากัน นั่นอาจหมายความว่า คุณกำลังเผชิญกับปัญหา ใบหน้าไม่สมมาตร อยู่ก็ได้ แต่ไม่ต้องวิตกไปค่ะ เพราะโดยปกติปัญหานี้ไม่ทำให้เกิดอันตรายใด ๆ หากคุณคิดว่าสิ่งนี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่คุณเป็นอันพึงพอใจอยู่แล้ว ก็อาจไม่จำเป็นต้องรับการแก้ไขใด ๆ นอกเสียจากว่าปัญหานี้จะส่งผลข้างเคียงบางอย่างที่นำไปสู่อันตรายเกิดขึ้น ใบหน้าไม่สมมาตร เป็นอย่างไร ใบหน้าไม่สมมาตร หรือ ใบหน้าไม่เท่ากัน คือปัญหาความไม่สมดุลกันของจุดหลักต่าง ๆ บนใบหน้า เช่น บริเวณกึ่งกลางหน้าผากจรดคางด้านล่างไม่เท่ากันเป็นแกนเอียง ริมฝีปากและเปลือกตาทั้งสองข้างเหลื่อมกัน หากเป็นในกรณีเล็กน้อยที่ไม่ส่งผลทำให้เกิดอาการเจ็บปวดขณะขยับใบหน้ามากนัก ก็อาจไม่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม การมีลักษณะ ใบหน้าไม่เท่ากัน ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนว่า คุณกำลังเสี่ยงเข้าสู่ภาวะร้ายแรงร่วมอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็น โรคหลอดเลือดสมอง หรืออัมพาตแบบเบลล์ (Bell’s paly) ดังนั้น ทางที่คุณควรกระทำคือการเข้ารับการตรวจและปรึกษาแพทย์ในทันที เพราะหากปล่อยไว้เป็นเวลานานอาจทำให้ใบหน้าของคุณสามารถขยับไปมาได้น้อยลง จนทำให้ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างยากลำบาก สาเหตุหลัก ที่ส่งผลให้ใบหน้าไม่สมมาตร นอกเหนือจาก อัมพาตเบลล์และโรคหลอดเลือดสมองแล้ว ยังมีสาเหตุอื่น ๆ ที่อาจทำให้คุณเผชิญกับปัญหา ใบหน้าไม่เท่ากัน ได้ ดังต่อไปนี้ พันธุกรรม การมี ใบหน้าไม่เท่ากัน อาจเป็นผลจากพันธุกรรมที่ได้รับมาจากบุคคลในครอบครัวที่มีประวัติใบหน้าไม่สมมาตรได้ อายุที่มากขึ้น จากการศึกษาหนึ่งในปี พ.ศ. 2561ได้นำอาสาสมัครทั้ง 200 คน เพื่อค้นหาความเชื่อมโยงระหว่างอายุที่มากขึ้น และใบหน้าสมมาตร โดยผลลัพธ์ออกมาว่า […]

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

แฟเบร (Fabry Disease) โรคทางพันธุกรรม ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย

โรคแฟเบร นับว่าเป็นโรคที่ค่อนข้างพบได้ยาก เนื่องจาก แฟเบร เป็นโรคทางพันธุกรรมที่ไม่สามารถคาดเดาว่าจะเกิดขึ้นกับบุคคลใดได้ จนกว่าจะเข้ารับการตรวจจากแพทย์ หรือเริ่มมีอาการเผยออกมาอย่างชัดเจน บทความนี้ของ Hello คุณหมอ จึงขอนำความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ โรคแฟเบร มาฝากทุกคน   คำจำกัดความแฟเบร คืออะไร แฟเบร (Fabry Disease) คือ โรคหายากที่ถูกถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรมของคนในครอบครัว เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีน นำไปสู่ภาวะการขาดเอนไซม์บางชนิด ที่สามารถสร้างความเสียหายให้แก่อวัยวะภายใน เช่น หัวใจ ปอด ไต ช่องท้อง ระบบประสาท และสมอง และปรากฏอาการแทรกซ้อนอย่างรุนแรง จนนำไปสู่การเสียชีวิตได้ พบได้บ่อยเพียงใด โรคแฟเบรอาจพบได้ทั้งในเพศชาย และเพศหญิงทุกวัย และกลุ่มชาติพันธุ์ โดยส่วนใหญ่ ผู้ชายมักได้รับผลกระทบต่อสุขภาพที่รุนแรงกว่า แต่ผู้หญิงที่อยู่ในช่วงอายุ 30-44 ปี มักเกิดอาการที่ส่งผลกระทบต่อไต หัวใจ และสมอง มากกว่า อาการอาการของโรคแฟเบร โรคแฟเบร มีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท โดยในแต่ละประเภทมักมีอาการที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้ แฟเบรประเภทที่ 1 ปวดแสบปวดร้อน ร่างกายผลิตเหงื่อน้อย หรือไม่ผลิตเหงื่อ มีผื่นสีม่วง แดง นูนขึ้นเล็กน้อยระหว่างสะดือ และหัวเข่า ผื่นบนผิวหนัง มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร เช่น แก๊สในกระเพาะ อาการท้องร่วง ปัญหาเกี่ยวกับกระจกตา อ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ แขน […]

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

สูญเสียการทรงตัว สัญญาณเตือนทางสุขภาพ มีสาเหตุมาจากอะไร

หากวันใดวันนึงคุณรู้สึกว่าการเคลื่อนไหวของคุณมีความผิดปกติต่างไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นการยืน เดิน วิ่ง ที่อาจทำให้ สูญเสียการทรงตัว หรืออ่อนแรงลง โปรดหยุดพักทำกิจกรรมทุกอย่างในทันที และมาร่วมศึกษาเกี่ยวกับอาการดังกล่าวได้ในบทความของ Hello คุณหมอ นี้ เพื่อทราบสาเหตุ รวมถึงการป้องกันตนเองเบื้องต้น ไปพร้อม ๆ กันค่ะ สาเหตุหลัก ที่ทำให้เรา สูญเสียการทรงตัว การสูญเสียการทรงตัว ถือว่าเป็นปัญหาที่ค่อนข้างส่งผลกระทบอย่างมากต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยส่วนใหญ่มักเกิดมาจากสาเหตุหลักต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ 1. โรคเส้นประสาทการทรงตัวในหูอักเสบ (Vestibular neuritis) ปัญหาสูญเสียการทรงตัว อาจเกิดจากการติดเชื้อของไวรัสที่เข้าไปทำลายเส้นประสาทส่วนหูชั้นใน จนคุณเสียสมดุลระหว่างเคลื่อนไหว อย่างไรก็ตาม อาการดังกล่าวนี้อาจหายไปได้เองโดยไม่จำเป็นต้องรักษา แต่หากคุณมีความกังวลถึงอันตรายอื่น ๆ เพิ่มเติม สามารถเข้าขอรับการรักษาจากแพทย์ได้ในทันทีโดยไม่ต้องรอ  2. โรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน (Benign paroxysmal positional vertigo ; BPPV) เมื่อมีการก่อตัวของผลึกแคลเซียม หรือหินปูนเข้าไปเกาะในส่วนของหูชั้นในที่หนาจนเกินไป บางครั้งก็อาจสามารถทำให้คุณเกิด ปัญหาสูญเสียการทรงตัว เสียสมดุลทางด้านการเคลื่อนไหว เวียนศีรษะ ภาวะนี้เป็นโรคที่พบได้บ่อยมากที่สุดในช่วงวัยผู้ใหญ่ 3. โรคเมเนียส์ (Meniere’s disease) หลายคนอาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว ถึงโรคเมเนียส์ หรือโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ที่ส่งผลทำให้คุณมีอาการวิงเวียนศีรษะอย่างกะทันหันรุนแรง สูญเสียการทรงตัว และการได้ยิน […]

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ไขว่ห้าง นาน ๆ ไม่ใช่แค่ปวดเมื่อย แต่อันตรายกว่าที่คิด

หนึ่งในท่านั่งที่มีส่วนช่วยให้บุคลิกภาพดี ดูมีคลาส หรือเซ็กซี่มากขึ้น ก็คือการท่าไขว่ห้าง แต่การ นั่งไขว่ห้าง อาจจะให้มากกว่าเรื่องของบุคลิกภาพที่ดี เพราะหากนั่งนานเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ ใครที่ชอบนั่ง ไขว่ห้าง เป็นประจำล่ะก็ Hello คุณหมอ จะพามาดูกันว่า ท่านั่งไขว่ห้างที่คุณชอบทำบ่อย ๆ ทำร้ายสุขภาพของคุณอย่างไรบ้าง ไขว่ห้าง นั่งนาน ๆ อันตรายอย่างไร นั่งไขว่ห้าง เสี่ยงเป็นตะคริว การ นั่งไขว่ห้าง ติดต่อกันนาน ๆ โดยไม่มีการเปลี่ยนอริยาบท หรือผ่อนคลายช่วงขาเลย เสี่ยงที่จะทำให้เป็นตะคริวได้ เนื่องจากกล้ามเนื้อเกิดการเกร็งตัว เพราะไม่มีการขยับ หรือเคลื่อนไหว ปวดเข่า แรงกดทับที่เข่าจากการนั่งไขว่ห้างนาน ๆ อาจส่งผลให้เกิดอาการปวดเข่าได้ เนื่องจากตำแหน่งของหัวเข่าข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้างอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เป็นธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม การนั่งไขว่ห้างเป็นครั้งคราวอาจไม่ส่งผลต่ออาการปวดเข่ามากนัก แต่ถ้าหากมีอาการปวดเข่าเนื่องจากการนั่งไขว่ห้างนาน ๆ ควรไปพบคุณหมอ เสี่ยงต่อความดันโลหิตสูง จากผลการศึกษาที่ได้รับการเผยแพร่ลงใน Journal of Blood Pressure Monitoring พบว่าการ นั่งไขว่ห้าง มีส่วนทำให้เกิดความดันโลหิตสูงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนั่งไขว่ห้างติดต่อกันเป็นเวลานาน และไม่มีการเปลี่ยนอริยาบทในการนั่ง จะยิ่งทำให้เส้นเลือดบริเวณข้อเข่าไหลเวียนเลือดได้ไม่ค่อยดี เสี่ยงต่อความดันโลหิตสูงและการอุดตันของเส้นเลือด ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับความดันโลหิตสูงจึงควรหลีกเลี่ยงการนั่งไขว่ห้าง อย่างไรก็ตาม ภาวะเช่นนี้จะเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น การเปลี่ยนอริยาบทเพื่อผ่อนคลายขาบ้าง […]

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

กลัวการเป็นลม โฟเบียสุดแปลก ที่แค่นึกถึงการเป็นลมก็ทำให้วิตกกังวลได้

กลัวการเป็นลม เป็นโรคโฟเบียชนิดหนึ่งที่เมื่อนึกถึงการเป็นลม หรือนึกถึงความอ่อนแอของร่างกาย ก็จะเกิดความวิตกกังวลขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล และไม่สามารถควบคุมได้ หลาย ๆ คนคงสงสัยว่าโฟเบียสุดแปลกนี้คืออะไร วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ อาการกลัวการเป็นลม มาให้อ่านกันค่ะ กลัวการเป็นลม (Asthenophobia) คืออะไร โรคกลัวการเป็นลม หรือ กลัวการอ่อนแรง (Asthenophobia) เป็นอาการโฟเบียชนิดหนึ่ง ผู้ที่เป็นจะรู้สึกกลัวการเป็นลมหรือกลัวการที่ร่างกายอ่อนแออย่างไม่มีเหตุผล สำหรับผู้ที่มีอาการนี้จะเกิดความวิตกกังวลที่สูงมาก ๆ เมื่อพูดถึงเรื่องการเป็นลมหรือนึกถึงเรื่องที่ร่างกายอ่อนแรง ก็จะทำให้เกิดความวิตกกังวลมาก จนเกิดเป็นลมขึ้นมาจริง ๆ บางครั้งก็วิตกกังวลจนพัฒนากลายไปเป็น โรคแพนิค (Panic Attack) อาการกลัวการเป็นลม มีอะไรบ้าง อาการกลัวการเป็นลม เป็นโรคโฟเบียชนิดหนึ่ง ที่ยังไม่สามารถหาสาเหตุที่ชัดเจนได้ว่าเกิดขึ้นจากอะไร อาการก็จะมีความคล้ายคลึงกับอาการโฟเบียอื่น ๆ แต่อาการที่โดดเด่นที่สุด คือ ผู้ป่วยมักจะมีความวิตกกังวล ซึ่งความรุนแรงของความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นในผู้ที่มี อาการกลัวการเป็นลม นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ หลายปัจจัย บางคนมีอาการรุนแรงจนถึงขั้นต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเลยทีเดียว สำหรับผู้ที่มี อาการกลัวการเป็นลม มักจะไม่เอาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการเป็นลม หรืออยู่ใกล้ ๆ กับตัวกระตุ้นที่ทำให้พวกเขาเป็นลม เช่น การเล่นกีฬาที่ผาดโผน อาการที่พบได้ทั่วไปสำหรับผู้ที่มี อาการกลัวการเป็นลม […]

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ขี้สะดือ หรือ ก้อนดำในสะดือ สามารถจัดการได้อย่างไร

สะดือ เรียกได้ว่าเป็นจุดซ่อนเร้นอีกแห่งสำคัญที่ทุกคนควรใส่ใจ และรักษาสุขอนามัยเป็นอย่างมาก เพราะหากเราดูแลสะดือไม่ดี ก็อาจเกิดการสะสมของ ขี้สะดือ หรือ ก้อนดำในสะดือ และอาจส่งผลให้เกิดการหมักหมมของเชื้อโรค จนส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมาร่วม แต่จะมีวิธีการขจัดขี้สะดืออย่างไรบ้างนั้น ติดตามได้ใน บทความของ Hello คุณหมอ ที่นำมาฝากทุกคนไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ ขี้สะดือ คืออะไร ขี้สะดือหรือเรียกอีกอย่างได้ว่า ก้อนดำในสะดือ (Navel stones) คือ มวลก้อนแข็งสีดำคล้ายหินที่เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มโปรตีน ที่ประกอบไปด้วยเคราติน ซีบัม และแบคทีเรีย ที่ตายแล้วเข้าไปสะสมในสะดือ โดยมักมีสีน้ำตาลเข้ม ถึงสีดำ มีขนาดเล็ก ใหญ่ แตกต่างกัน อีกทั้งยังให้ความรู้สึกเหนียวหนืด ในบางกรณีก็อาจส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมาอีกด้วย สาเหตุที่ส่งผลให้คุณมีขี้สะดือสะสม ก้อนดำในสะดือ นอกจากจะมาจากการสะสมของเซลล์ที่ตายแล้ว ยังอาจมีสาเหตุอื่น ๆ ที่สามารถทำให้คุณมีการรวมตัวของขี้สะดือเป็นจำนวนมากอยู่ภายในได้อีกด้วย ดังนี้ ความลึกของสะดือ ลักษณะของสะดือของแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันออกไป ในกรณีที่คุณมีหลุมลึก หรือรอยหยักบริเวณสะดือเยอะ ก็อาจเป็นแหล่งที่สามารถรวบรวมขี้สะดือเหล่านั้นให้อยู่ภายใน จนกลายเป็นก้อนแข็งขนาดใหญ่กว่าปกติได้ ไม่หมั่นทำความสะอาดภายในสะดือ แน่นอนว่าการทำความสะอาด เพื่อรักษาสุขภาพอนามัยของตนเองเป็นสิ่งที่ควรกระทำ แต่หากคุณมีการเพิกเฉย หรือนาน ๆ ทีจะทำความสะอาดบริเวณสะดือสักครั้ง ก็อาจทำให้กลุ่มโปรตีนเหล่านี้เข้าไปอุดตัน จนก่อตัวเป็นขี้สะดือขึ้น ก้อนดำในสะดือ จากโรคอ้วน เมื่อใดที่คุณเริ่มน้ำหนักมากเกินไป หรือเป็นโรคอ้วน จนมีการสะสมไขมันหน้าท้อง ก็อาจส่งผลให้หน้าท้องห้อยจนไปปิดทับบริเวณรูสะดือ […]

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ฉีดวิตามินซี เข้าทางผิวหนัง อาจสร้างผลเสียต่อร่างกายมากกว่าที่คุณคิด

แน่นอนว่าในยุคสมัยนี้ การฉีดผิวด้วยวิตามินต่าง ๆ โดยเฉพาะวิตามินซี ค่อนข้างได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากหลายคนมีความเชื่อว่า วิตามินซีจะสามารถเข้าไปช่วยปรับปรุงทางด้านสุขภาพผิวได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นการรับสารผ่านทางผิวหนังเข้าสู่เส้นเลือดโดยตรง ดังนั้น วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขอนำความรู้เบื้องต้นถึงการ ฉีดวิตามินซี มาให้ทุกคนได้พิจารณาก่อนตัดสินใจเข้าใช้บริการ เพื่อความปลอดภัยกันค่ะ ทำไมบางคนถึงเลือก ฉีดวิตามินซี เข้าผิวหนัง ถึงแม้ว่า วิตามินซี จะเป็นสารอาหารที่สามารถพบได้ทั่วไปใน ผัก ผลไม้ ตามธรรมชาติ เช่น สตรอว์เบอร์รี่ ส้ม กะหล่ำปลี แต่หากร่างกายของเราได้รับวิตามินซีไม่เพียงพอ ก็อาจจำเป็นต้องเสริมวิตามินซีด้วยวิธีอื่น เช่น การฉีดวิตามินซี เข้าสู่เส้นเลือดผ่านทางผิวหนัง วัตถุประสงค์หลักที่ทำให้ผู้คนเลือกวิธี การฉีดวิตามินซี มีดังนี้ เพิ่มความแข็งแรง และภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย บรรเทาอาการที่เกิดจากโรคมะเร็ง โดยใช้ร่วมกับกระบวนการรักษาทางการแพทย์อื่น ๆ ป้องกันเลือดออกตามไรฟันจากภาวะร่างกายขาดวิตามินซี สมานแผลได้ไวขึ้น ลดจุดด่างดำบนผิวหนังให้จางลง รักษาอาการปวดเมื่อยตามข้อ ความเสี่ยงที่คุณอาจได้รับจาก การฉีดวิตามินซี ปริมาณที่มากเกินไปของวิตามินซีที่คุณถูกฉีด อาจส่งผลให้การดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารที่รับประทานเพิ่มมากขึ้น ทำให้ร่างกายคุณมีธาตุเหล็กในระดับสูงเกินไป รวมถึงผู้ที่มีภาวะสุขภาพเกี่ยวข้องกับโรคไตอยู่แต่เดิม ก็อาจส่งผลให้การทำงานของไตเกิดความเสียหายขึ้นเพิ่มเติมได้ นอกจากนี้ การฉีดวิตามินซียังอาจทำปฏิกิริยากับยาบางชนิด ทำให้ไปลดประสิทธิผลคุณสมบัติของยาบางชนิด เช่น ยารักษาเกี่ยวกับการเต้นของหัวใจ ยาบรรเทาอาการปวดจากโรคข้ออักเสบ หรือยารักษาทางจิตเวช และหากกรณีที่คุณกำลังมีการใช้ยาข้างต้นร่วมอยู่ โปรดแจ้งแพทย์ให้ทราบทันที ก่อนได้รับการฉีดวิตามินเข้าสู่ร่างกายเพื่อความปลอดภัย คำแนะนำเบื้องต้นก่อนฉีดวิตามินซีเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น การฉีดวิตามินซี หรือการรับประทานวิตามินซี คุณอาจจำเป็นต้องให้แพทย์ทำการวินิจฉัยสุขภาพของคุณเบื้องต้น เพราะเนื่องจากยังมีเทคนิคอื่น […]

โฆษณา
โฆษณา