ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป เป็นเรื่องที่ทุกคนควจะต้องรู้เอาไว้ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเองและคนในครอบครัว ซึ่งเรื่องราวที่คุณจะอ่านเรารวบรวมเอาไว้ให้แล้ว

เรื่องเด่นประจำหมวด

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

diabetes insipidus (โรคเบาจืด) คืออะไร สาเหตุ อาการ และการรักษา

diabetes insipidus หรือ โรคเบาจืด เป็นโรคที่พบได้ยาก เกิดจากการที่ร่างกายสูญเสียความสมดุลของน้ำ ซึ่งมีผลมาจากความผิดปกติของการหลั่งฮอร์โมนแอนติไดยูเรติก (Antidiuretic Hormone หรือ ADH) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการขับปัสสาวะ ทำให้ร่างกายผลิตปัสสาวะมากเกินไป อาจทำให้มีอาการกระหายน้ำมาก ปากแห้ง อ่อนเพลีย ปัสสาวะมากขึ้นและบ่อยครั้ง จนอาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำได้   คำจำกัดความdiabetes insipidus คืออะไร diabetes insipidus หรือ โรคเบาจืด คือ โรคที่ทำให้ร่างกายผลิตปัสสาวะมากเกินไป โดยอาจปัสสาวะมากถึง 20 ลิตร/วัน ซึ่งผู้ที่มีร่างกายปกติจะปัสสาวะเฉลี่ยเพียง 1-2 ลิตร/วัน เท่านั้น ผู้ที่เป็นโรคเบาจืดจึงปัสสาวะมากขึ้นและบ่อยครั้ง เนื่องจากมีอาการกระหายน้ำตลอดเวลาและดื่มน้ำมากขึ้น หรือเรียกว่า ภาวะดื่มน้ำมากผิดปกติ (Polydipsia) โรคเบาจืดไม่เหมือนกับโรคเบาหวาน แม้ว่าจะมีอาการกระหายน้ำมากและมีการปัสสาวะมากขึ้นเหมือนกัน แต่โรคเบาหวานเกี่ยวข้องกับภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเกินไปและไตจะพยายามขับน้ำตาลออกทางปัสสาวะ ส่วนโรคเบาจืดจะมีระดับน้ำตาลในเลือดปกติ แต่ไตมีความผิดปกติที่ไม่สามารถขับปัสสาวะได้อย่างเหมาะสม อาการอาการของ diabetes insipidus อาการของโรคเบาจืดอาจสังเกตได้ ดังนี้ กระหายน้ำและต้องการดื่มน้ำมากขึ้น ปวดปัสสาวะมากขึ้น ประมาณ 20 ลิตร/วัน และปัสสาวะบ่อยในช่วงกลางคืน ปัสสาวะมีสีซีด ปวดกล้ามเนื้อ ร่างกายอ่อนแอ เหนื่อยล้า วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ หมดสติ อาการของโรคเบาจืดในทารกหรือเด็กเล็ก อาจมีดังนี้ ปัสสาวะรดผ้าอ้อมและที่นอน นอนหลับยาก มีไข้ อาเจียน น้ำหนักลดลง ท้องผูก การเจริญเติบโตล่าช้า หากมีอาการปัสสาวะมากเกินไปและกระหายน้ำผิดปกติควรรีบพบคุณหมอทันทีเพื่อวินิจฉัยอาการ สาเหตุสาเหตุของ […]

หัวข้อ ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป เพิ่มเติม

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

สูญเสียการทรงตัว สัญญาณเตือนทางสุขภาพ มีสาเหตุมาจากอะไร

หากวันใดวันนึงคุณรู้สึกว่าการเคลื่อนไหวของคุณมีความผิดปกติต่างไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นการยืน เดิน วิ่ง ที่อาจทำให้ สูญเสียการทรงตัว หรืออ่อนแรงลง โปรดหยุดพักทำกิจกรรมทุกอย่างในทันที และมาร่วมศึกษาเกี่ยวกับอาการดังกล่าวได้ในบทความของ Hello คุณหมอ นี้ เพื่อทราบสาเหตุ รวมถึงการป้องกันตนเองเบื้องต้น ไปพร้อม ๆ กันค่ะ สาเหตุหลัก ที่ทำให้เรา สูญเสียการทรงตัว การสูญเสียการทรงตัว ถือว่าเป็นปัญหาที่ค่อนข้างส่งผลกระทบอย่างมากต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยส่วนใหญ่มักเกิดมาจากสาเหตุหลักต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ 1. โรคเส้นประสาทการทรงตัวในหูอักเสบ (Vestibular neuritis) ปัญหาสูญเสียการทรงตัว อาจเกิดจากการติดเชื้อของไวรัสที่เข้าไปทำลายเส้นประสาทส่วนหูชั้นใน จนคุณเสียสมดุลระหว่างเคลื่อนไหว อย่างไรก็ตาม อาการดังกล่าวนี้อาจหายไปได้เองโดยไม่จำเป็นต้องรักษา แต่หากคุณมีความกังวลถึงอันตรายอื่น ๆ เพิ่มเติม สามารถเข้าขอรับการรักษาจากแพทย์ได้ในทันทีโดยไม่ต้องรอ  2. โรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน (Benign paroxysmal positional vertigo ; BPPV) เมื่อมีการก่อตัวของผลึกแคลเซียม หรือหินปูนเข้าไปเกาะในส่วนของหูชั้นในที่หนาจนเกินไป บางครั้งก็อาจสามารถทำให้คุณเกิด ปัญหาสูญเสียการทรงตัว เสียสมดุลทางด้านการเคลื่อนไหว เวียนศีรษะ ภาวะนี้เป็นโรคที่พบได้บ่อยมากที่สุดในช่วงวัยผู้ใหญ่ 3. โรคเมเนียส์ (Meniere’s disease) หลายคนอาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว ถึงโรคเมเนียส์ หรือโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ที่ส่งผลทำให้คุณมีอาการวิงเวียนศีรษะอย่างกะทันหันรุนแรง สูญเสียการทรงตัว และการได้ยิน […]

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ไขว่ห้าง นาน ๆ ไม่ใช่แค่ปวดเมื่อย แต่อันตรายกว่าที่คิด

หนึ่งในท่านั่งที่มีส่วนช่วยให้บุคลิกภาพดี ดูมีคลาส หรือเซ็กซี่มากขึ้น ก็คือการท่าไขว่ห้าง แต่การ นั่งไขว่ห้าง อาจจะให้มากกว่าเรื่องของบุคลิกภาพที่ดี เพราะหากนั่งนานเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ ใครที่ชอบนั่ง ไขว่ห้าง เป็นประจำล่ะก็ Hello คุณหมอ จะพามาดูกันว่า ท่านั่งไขว่ห้างที่คุณชอบทำบ่อย ๆ ทำร้ายสุขภาพของคุณอย่างไรบ้าง ไขว่ห้าง นั่งนาน ๆ อันตรายอย่างไร นั่งไขว่ห้าง เสี่ยงเป็นตะคริว การ นั่งไขว่ห้าง ติดต่อกันนาน ๆ โดยไม่มีการเปลี่ยนอริยาบท หรือผ่อนคลายช่วงขาเลย เสี่ยงที่จะทำให้เป็นตะคริวได้ เนื่องจากกล้ามเนื้อเกิดการเกร็งตัว เพราะไม่มีการขยับ หรือเคลื่อนไหว ปวดเข่า แรงกดทับที่เข่าจากการนั่งไขว่ห้างนาน ๆ อาจส่งผลให้เกิดอาการปวดเข่าได้ เนื่องจากตำแหน่งของหัวเข่าข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้างอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เป็นธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม การนั่งไขว่ห้างเป็นครั้งคราวอาจไม่ส่งผลต่ออาการปวดเข่ามากนัก แต่ถ้าหากมีอาการปวดเข่าเนื่องจากการนั่งไขว่ห้างนาน ๆ ควรไปพบคุณหมอ เสี่ยงต่อความดันโลหิตสูง จากผลการศึกษาที่ได้รับการเผยแพร่ลงใน Journal of Blood Pressure Monitoring พบว่าการ นั่งไขว่ห้าง มีส่วนทำให้เกิดความดันโลหิตสูงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนั่งไขว่ห้างติดต่อกันเป็นเวลานาน และไม่มีการเปลี่ยนอริยาบทในการนั่ง จะยิ่งทำให้เส้นเลือดบริเวณข้อเข่าไหลเวียนเลือดได้ไม่ค่อยดี เสี่ยงต่อความดันโลหิตสูงและการอุดตันของเส้นเลือด ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับความดันโลหิตสูงจึงควรหลีกเลี่ยงการนั่งไขว่ห้าง อย่างไรก็ตาม ภาวะเช่นนี้จะเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น การเปลี่ยนอริยาบทเพื่อผ่อนคลายขาบ้าง […]

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

กลัวการเป็นลม โฟเบียสุดแปลก ที่แค่นึกถึงการเป็นลมก็ทำให้วิตกกังวลได้

กลัวการเป็นลม เป็นโรคโฟเบียชนิดหนึ่งที่เมื่อนึกถึงการเป็นลม หรือนึกถึงความอ่อนแอของร่างกาย ก็จะเกิดความวิตกกังวลขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล และไม่สามารถควบคุมได้ หลาย ๆ คนคงสงสัยว่าโฟเบียสุดแปลกนี้คืออะไร วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ อาการกลัวการเป็นลม มาให้อ่านกันค่ะ กลัวการเป็นลม (Asthenophobia) คืออะไร โรคกลัวการเป็นลม หรือ กลัวการอ่อนแรง (Asthenophobia) เป็นอาการโฟเบียชนิดหนึ่ง ผู้ที่เป็นจะรู้สึกกลัวการเป็นลมหรือกลัวการที่ร่างกายอ่อนแออย่างไม่มีเหตุผล สำหรับผู้ที่มีอาการนี้จะเกิดความวิตกกังวลที่สูงมาก ๆ เมื่อพูดถึงเรื่องการเป็นลมหรือนึกถึงเรื่องที่ร่างกายอ่อนแรง ก็จะทำให้เกิดความวิตกกังวลมาก จนเกิดเป็นลมขึ้นมาจริง ๆ บางครั้งก็วิตกกังวลจนพัฒนากลายไปเป็น โรคแพนิค (Panic Attack) อาการกลัวการเป็นลม มีอะไรบ้าง อาการกลัวการเป็นลม เป็นโรคโฟเบียชนิดหนึ่ง ที่ยังไม่สามารถหาสาเหตุที่ชัดเจนได้ว่าเกิดขึ้นจากอะไร อาการก็จะมีความคล้ายคลึงกับอาการโฟเบียอื่น ๆ แต่อาการที่โดดเด่นที่สุด คือ ผู้ป่วยมักจะมีความวิตกกังวล ซึ่งความรุนแรงของความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นในผู้ที่มี อาการกลัวการเป็นลม นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ หลายปัจจัย บางคนมีอาการรุนแรงจนถึงขั้นต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเลยทีเดียว สำหรับผู้ที่มี อาการกลัวการเป็นลม มักจะไม่เอาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการเป็นลม หรืออยู่ใกล้ ๆ กับตัวกระตุ้นที่ทำให้พวกเขาเป็นลม เช่น การเล่นกีฬาที่ผาดโผน อาการที่พบได้ทั่วไปสำหรับผู้ที่มี อาการกลัวการเป็นลม […]

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ขี้สะดือ หรือ ก้อนดำในสะดือ สามารถจัดการได้อย่างไร

สะดือ เรียกได้ว่าเป็นจุดซ่อนเร้นอีกแห่งสำคัญที่ทุกคนควรใส่ใจ และรักษาสุขอนามัยเป็นอย่างมาก เพราะหากเราดูแลสะดือไม่ดี ก็อาจเกิดการสะสมของ ขี้สะดือ หรือ ก้อนดำในสะดือ และอาจส่งผลให้เกิดการหมักหมมของเชื้อโรค จนส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมาร่วม แต่จะมีวิธีการขจัดขี้สะดืออย่างไรบ้างนั้น ติดตามได้ใน บทความของ Hello คุณหมอ ที่นำมาฝากทุกคนไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ ขี้สะดือ คืออะไร ขี้สะดือหรือเรียกอีกอย่างได้ว่า ก้อนดำในสะดือ (Navel stones) คือ มวลก้อนแข็งสีดำคล้ายหินที่เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มโปรตีน ที่ประกอบไปด้วยเคราติน ซีบัม และแบคทีเรีย ที่ตายแล้วเข้าไปสะสมในสะดือ โดยมักมีสีน้ำตาลเข้ม ถึงสีดำ มีขนาดเล็ก ใหญ่ แตกต่างกัน อีกทั้งยังให้ความรู้สึกเหนียวหนืด ในบางกรณีก็อาจส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมาอีกด้วย สาเหตุที่ส่งผลให้คุณมีขี้สะดือสะสม ก้อนดำในสะดือ นอกจากจะมาจากการสะสมของเซลล์ที่ตายแล้ว ยังอาจมีสาเหตุอื่น ๆ ที่สามารถทำให้คุณมีการรวมตัวของขี้สะดือเป็นจำนวนมากอยู่ภายในได้อีกด้วย ดังนี้ ความลึกของสะดือ ลักษณะของสะดือของแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันออกไป ในกรณีที่คุณมีหลุมลึก หรือรอยหยักบริเวณสะดือเยอะ ก็อาจเป็นแหล่งที่สามารถรวบรวมขี้สะดือเหล่านั้นให้อยู่ภายใน จนกลายเป็นก้อนแข็งขนาดใหญ่กว่าปกติได้ ไม่หมั่นทำความสะอาดภายในสะดือ แน่นอนว่าการทำความสะอาด เพื่อรักษาสุขภาพอนามัยของตนเองเป็นสิ่งที่ควรกระทำ แต่หากคุณมีการเพิกเฉย หรือนาน ๆ ทีจะทำความสะอาดบริเวณสะดือสักครั้ง ก็อาจทำให้กลุ่มโปรตีนเหล่านี้เข้าไปอุดตัน จนก่อตัวเป็นขี้สะดือขึ้น ก้อนดำในสะดือ จากโรคอ้วน เมื่อใดที่คุณเริ่มน้ำหนักมากเกินไป หรือเป็นโรคอ้วน จนมีการสะสมไขมันหน้าท้อง ก็อาจส่งผลให้หน้าท้องห้อยจนไปปิดทับบริเวณรูสะดือ […]

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ฉีดวิตามินซี เข้าทางผิวหนัง อาจสร้างผลเสียต่อร่างกายมากกว่าที่คุณคิด

แน่นอนว่าในยุคสมัยนี้ การฉีดผิวด้วยวิตามินต่าง ๆ โดยเฉพาะวิตามินซี ค่อนข้างได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากหลายคนมีความเชื่อว่า วิตามินซีจะสามารถเข้าไปช่วยปรับปรุงทางด้านสุขภาพผิวได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นการรับสารผ่านทางผิวหนังเข้าสู่เส้นเลือดโดยตรง ดังนั้น วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขอนำความรู้เบื้องต้นถึงการ ฉีดวิตามินซี มาให้ทุกคนได้พิจารณาก่อนตัดสินใจเข้าใช้บริการ เพื่อความปลอดภัยกันค่ะ ทำไมบางคนถึงเลือก ฉีดวิตามินซี เข้าผิวหนัง ถึงแม้ว่า วิตามินซี จะเป็นสารอาหารที่สามารถพบได้ทั่วไปใน ผัก ผลไม้ ตามธรรมชาติ เช่น สตรอว์เบอร์รี่ ส้ม กะหล่ำปลี แต่หากร่างกายของเราได้รับวิตามินซีไม่เพียงพอ ก็อาจจำเป็นต้องเสริมวิตามินซีด้วยวิธีอื่น เช่น การฉีดวิตามินซี เข้าสู่เส้นเลือดผ่านทางผิวหนัง วัตถุประสงค์หลักที่ทำให้ผู้คนเลือกวิธี การฉีดวิตามินซี มีดังนี้ เพิ่มความแข็งแรง และภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย บรรเทาอาการที่เกิดจากโรคมะเร็ง โดยใช้ร่วมกับกระบวนการรักษาทางการแพทย์อื่น ๆ ป้องกันเลือดออกตามไรฟันจากภาวะร่างกายขาดวิตามินซี สมานแผลได้ไวขึ้น ลดจุดด่างดำบนผิวหนังให้จางลง รักษาอาการปวดเมื่อยตามข้อ ความเสี่ยงที่คุณอาจได้รับจาก การฉีดวิตามินซี ปริมาณที่มากเกินไปของวิตามินซีที่คุณถูกฉีด อาจส่งผลให้การดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารที่รับประทานเพิ่มมากขึ้น ทำให้ร่างกายคุณมีธาตุเหล็กในระดับสูงเกินไป รวมถึงผู้ที่มีภาวะสุขภาพเกี่ยวข้องกับโรคไตอยู่แต่เดิม ก็อาจส่งผลให้การทำงานของไตเกิดความเสียหายขึ้นเพิ่มเติมได้ นอกจากนี้ การฉีดวิตามินซียังอาจทำปฏิกิริยากับยาบางชนิด ทำให้ไปลดประสิทธิผลคุณสมบัติของยาบางชนิด เช่น ยารักษาเกี่ยวกับการเต้นของหัวใจ ยาบรรเทาอาการปวดจากโรคข้ออักเสบ หรือยารักษาทางจิตเวช และหากกรณีที่คุณกำลังมีการใช้ยาข้างต้นร่วมอยู่ โปรดแจ้งแพทย์ให้ทราบทันที ก่อนได้รับการฉีดวิตามินเข้าสู่ร่างกายเพื่อความปลอดภัย คำแนะนำเบื้องต้นก่อนฉีดวิตามินซีเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น การฉีดวิตามินซี หรือการรับประทานวิตามินซี คุณอาจจำเป็นต้องให้แพทย์ทำการวินิจฉัยสุขภาพของคุณเบื้องต้น เพราะเนื่องจากยังมีเทคนิคอื่น […]

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

เบต้ากลูแคนจากยีสต์ อีกหนึ่งเคล็บลับเพื่อสุขภาพที่ดี

บทความนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ เบต้ากลูแคนจากยีสต์ สุดยอดสารสกัดจากธรรมชาติ ที่มีหน้าที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคต่าง ๆ รวมถึงคุณประโยชน์ด้านอื่น ๆ ที่คุณไม่เคยรู้ แต่ประโยชน์ของเบต้ากลูแคนจากยีสต์มีอะไรบ้าง ติดตามอ่านได้ในบทความนี้ ทำความรู้จัก เบต้ากลูแคนจากยีสต์  (Yeast Beta Glucan) เบต้ากลูแคนจากยีสต์พบได้ในเซลล์ผนังของยีสต์ โดยเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ประกอบด้วยน้ำตาลกลูโคส มีสรรพคุณช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันการเกิดโรคหัวใจ และลดความเสี่ยงต่อการเกิดคอเลสเตอรอล เป็นต้น  อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันได้มีผลิตภัณฑ์อาหารหลากหลายยี่ห้อ ที่มีส่วนประกอบของ เบต้ากลูแคน ดังนั้น ก่อนซื้อเราต้องศึกษารายละเอียดให้ชัดเจน โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อน แหล่งที่มาของ เบต้ากลูแคน แต่ละชนิด เบต้ากลูแคน เป็นสารสกัดที่พบได้จากแหล่งธรรมชาติ เช่น ขนมปัง ยีสต์ เห็ด ข้าวโอ๊ต โดยมีคุณสมบัติที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดของ เบต้ากลูแคน ดังต่อไปนี้ เบต้ากลูแคน จากข้าวโอ๊ต  เบต้ากลูแคน จากข้าวโอ๊ตมีคุณสมบัติที่โดดเด่นในการส่งเสริมสุขภาพหัวใจและช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (Low Density Lipoprotein : LDL)  เบต้ากลูแคน จากเห็ด  เบต้ากลูแคน จากเห็ด มีคุณสมบัติช่วยเสริมสร้างภูมิกัน แต่ถึงแม้ว่าจะมีโครงสร้างกลูแคน 1,3/1,6  เหมือนกัน แต่ประสิทธิภาพอาจจะน้อยกว่าเบต้ากลูแคนจากยีสต์ เบต้ากลูแคน […]

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

เป็นลม ล้มพับ อยู่ ๆ ก็หมดสติ เกิดจากอะไรได้บ้าง

อาการที่เรียกว่า เป็นลม ที่เราเคยเห็นกัน ไม่ว่าจะในชีวิตจริงหรือว่าเคยเห็นในละคร เป็นอาการที่อยู่ ๆ ก็ หมดสติอย่างกะทันหัน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เป็นลมก็แตกต่างกันออกไป บางคนก็เป็นลมเมื่ออยู่กลางแดด บางคนเป็นลมเมื่อเจอเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจ วันนี้ Hello คุณหมอ จะชวนทุกคนไปรู้จักกับ อาการเป็นลม ว่าจริง ๆ แล้วเกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง เมื่อเจอคนเป็นลมควรช่วยเหลืออย่างไรดี เข้าใจอาการที่เรียกว่า เป็นลม อาการเป็นลม เป็นอาการที่ หมดสติอย่างกะทันหัน ในช่วงเวลาหนึ่ง อย่างสั้น ๆ เนื่องจากสมองได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ซึ่งอาจเกิดจากปัญหาจากปอด ระบบไหลเวียนเลือด หรือภาวะคาร์บอนมอนออกไซด์เป็นพิษ (Carbon Monoxide Poisoning) ส่วนใหญ่ก่อนที่จะเป็นลมมักจะมีอาการมึนงง วิงเวียน อ่อนเพลีย อ่อนแรง และรู้สึกคลื่นไส้ สำหรับบางคนอาจมีอาการที่เรียกว่า “วูบ” ซึ่งเป็นอาการที่เสียงรอบ ๆ ตัวค่อย ๆ เบาลงหรือดับไป ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่เป็นลมมักจะฟื้นตัวภายในระยะเวลาภายในไม่กี่นาที หากไม่มีอาการป่วยอื่น ๆ ร่วมด้วย อาการเป็นลม เป็นกลไกหนึ่งของร่างกาย เมื่อระดับเลือดและออกซิเจนในสมองลดลง จนต่ำเกินไป ร่างกายจะทำการปิดตัวเองหรือชัตดาวน์ส่วนที่ไม่สำคัญของร่างกาย เพื่อให้เลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะที่สำคัญอื่น ๆ […]

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

เรื่องที่ควรรู้ เมื่อคุณ ถูกแมงป่องต่อย

ถึงแม้ว่า แมงป่อง จะเป็นสัตว์ที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก แต่คุณหรือไม่ว่า แมงป่องนั้นอาจมีพิษร้ายแรงไม่แพ้สัตว์มีพิษชนิดอื่น ๆ ที่มีขนาดใหญ่กว่าเลยทีเดียว วันนี้บทความของ Hello คุณหมอ จึงขอพาทุกคนมารู้ถึงอาการเบื้องต้นเมื่อ ถูกแมงป่องต่อย และปัจจัยเสี่ยงที่คุณควรเลี่ยงให้พ้น เพื่อเป็นการระมัดระวังตนเองอีกขั้น ไปพร้อม ๆ กันค่ะ อาการเบื้องต้นเมื่อ ถูกแมงป่องต่อย อาการจากการกระจายของพิษ เมื่อถูก แมงป่องต่อย มักแตกต่างกันออกไปตามสภาวะทางสุขภาพของแต่บุคคล โดยมีทั้งในระดับเบาจนถึงขั้นระดับรุนแรง ดังนี้ อาการปวดบวมรอบ ๆ บริเวณที่ถูกต่อย รู้สึกชา หายใจลำบาก กล้ามเนื้อกระตุก เหงื่อออก คลื่นไส้ อาเจียน ความดันโลหิตสูงขึ้น อัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ นอกจากนี้หากผู้ป่วยที่มีภาวะเกี่ยวกับภูมิแพ้อยู่แต่เดิม ก็อาจส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาที่ไวต่อพิษของแมงป่องเพิ่มขึ้นจนสามารถถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากเข้ารับการรักษาล่าช้าเกินกว่าร่างกายจะต้านไหว ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ภาวะแทรกซ้อนจาก แมงป่องต่อย ส่วนใหญ่อาจเกิดขึ้นได้ในวัยเด็ก และวัยผู้สูงอายุ เนื่องจากพิษของแมงป่องเข้าไปทำให้การทำงานของหัวใจและระบบหายใจล้มเหลว อย่างไรก็ตาม บางกรณีก็สามารถส่งผลให้ผู้ถูก แมงป่องต่อย เผชิญกับอาการบวมน้ำในปอด รวมไปถึงกลุ่มกล้ามเนื้อมีการสลายตัวเพิ่มเติมได้อีกด้วย ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้คุณอาจ ถูกแมงป่องต่อย การที่คุณจะเสี่ยงถูก แมงป่องต่อย ได้นั้น แสดงว่าคุณจะต้องเข้าไปอยู่ในภูมิภาค หรือสถานที่ที่มีแมงป่องอาศัยจำนวนมาก เช่น แถบทะเลทรายทางตะวันตกเฉียงใต้ ในป่า ใต้ก้อนหิน เปลือกไม้ เป็นต้น นอกจากนี้ แมงป่องก็อาจเกาะตามสิ่งของคุณขณะเดินทางมาร่วมด้วยได้เช่นกัน การรักษาและการป้องกันแมงป่องต่อยเบื้องต้น หากคุณไม่แน่ใจว่าตนเองได้รับพิษจากสัตว์ชนิดใด หรือจะเริ่มปฐมพยาบาลจากการถูก แมงป่องต่อย ได้อย่างไร คุณสามารถเข้าขอคำปรึกษา […]

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

7 วิธีลอก กาวซุปเปอร์กลู ออกจากผิวหนังง่าย ๆ ที่คุณควรรู้

กาวซุปเปอร์กลู เป็นกาวที่มีส่วนประกอบของสารเคมีไซยาโนอะคริเลต (Cyanoacrylate) ที่ค่อนข้างมีความเหนียว และทนทานเป็นพิเศษ โดยส่วนใหญ่มักถูกนำมาใช้ทาเพื่อเชื่อมประกอบสิ่งของต่าง ๆ เช่น งานประดิษฐ์ งานซ่อมแซม แต่ขณะเดียวกันก็อาจเกิดเหตุการณ์ที่กาวซุปเปอร์กลูสัมผัสกับผิวหนังจนติดแน่น ลอกออกได้ยาก วันนี้ Hello คุณหมอ จึงมีวิธีการลอกกาวชนิดนี้ออกด้วยตัวคุณเองง่าย ๆ  มาฝากให้ทุกคนลองไปปฏิบัติตามกันค่ะ ผลกระทบเมื่อ กาวซุปเปอร์กลู ติดผิวหนัง เมื่อคุณเกิดพลั้งพลาดโดนกาว ซุปเปอร์กลู ติดเข้าที่ผิวหนัง สารเคมีที่อยู่ภายในกาวอาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาจนปรากฏเป็นตุ่มแดง และรู้สึกเจ็บแสบจากอาการผิวไหม้ ถึงอย่างไรก็ตาม คุณไม่ควรลอกกาวออกทันทีที่คราบกาวแห้ง เพราะนอกจากอาจจะทำให้กาวหลุดเพียงแค่บางส่วนแล้ว ยังอาจส่งผลให้เกิดบาดแผลฉีกขาดเพิ่มได้ คราบกาวซุปเปอร์กลูอาจสามารถละลาย หรือหลุดออกเองได้ภายใน 5-7 วัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับสารประกอบที่ทางผู้ผลิตกำหนดว่าจะมีความเหนียวมากเท่าใด 7 เทคนิคการ ลอกกาวซุปเปอร์กลู ถึงแม้ ซุปเปอร์กลู อาจจะหลุดออกไปได้เอง แต่เพื่อความปลอดภัย และป้องกันการเกิดอาการแพ้ คุณสามารถกำจัดคราบกาวออกจากผิวหนังให้เร็วขึ้นได้ ด้วยเคล็ดลับ ดังต่อไปนี้ แช่ผิว หรือประคบด้วยน้ำอุ่น หากสังเกตเห็นว่าเนื้อกาวยังแห้งไม่สนิท คุณควรรีบนำผิวหนังส่วนที่มีกาวติดไปแช่ในน้ำอุ่นที่ผสมด้วยสบู่ เป็นเวลา 5-10 นาที แล้วค่อยถูออกอย่างเบาแรง เช็ดออกด้วยน้ำยาล้างเล็บ สารตัวทำละลายแอซีโทน (Acetone) ที่อยู่ในน้ำยาล้างเล็บ อาจมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะช่วยกำจัดคราบกาวซุปเปอร์กลูออกได้ โดยการนำน้ำยาล้างเล็บเทลงในภาชนะให้พอดีกับบริเวณผิวหนังที่คุณรับผลกระทบ และแช่ไว้ประมาณ 1 นาที […]

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

อเมทิสต์ หลังแห่งหินบำบัด เพื่อสุขภาพ

ในปัจจุบันได้มีวิธีการรักษาและป้องกันโรคด้วยกันหลากหลายศาสตร์ที่นอกเหนือจากศาสตร์การแพทย์แผนปัจจุบัน วันนี้ Hello คุณหมอ ขอนำเสนออีกหนึ่งศาสตร์ทางเลือกในการบำบัดรักษาสุขภาพ นั่นคือ “อเมทิสต์” นั่นเอง พลังแห่งหินบำบัด ที่เชื่อกันว่า นอกจากจะช่วยป้องกันโรคแล้วยังมีส่วนช่วยบรรเทาสุขภาพจิตได้อีกด้วย แต่จะจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงเสียงลือเสียงเล่าอ้าง ติดตามอ่านได้ในบทความนี้ พลังแห่งหินบำบัด อเมทิสต์  อเมทิสต์ (Amethyst) ชื่อนี้มาจากภาษากรีกโบราณ ἀμέθυστος (Ametusthos) ที่แปลว่า “ไม่มึนเมา” จัดเป็นหินในตระกูลควอตซ์ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก โดยถูกใช้เป็นเครื่องประดับมานานกว่า 2000 ปี  นอกจาก หินบำบัดอเมทิสต์ จะมีสีสันที่สวยโดดเด่นไม่เหมือนใครแล้ว ในด้านของความเชื่อ หินบำบัดอเมทิสต์  ยังช่วยส่งเสริมด้านสุขภาพอีกด้วย เช่น เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ควบคุมฮอร์โมน บรรเทาอาการปวดศีรษะ เป็นต้น  อเมทิสต์กับคุณประโยชน์เพื่อสุขภาพ ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ระบุแน่ชัดว่า หินบำบัดอเมทิสต์ มีคุณประโยช์ต่อการรักษาสุขภาพ แต่ได้มีข้อสันนิษฐาน โดยผู้ปฏิบัติงานทางด้านอายุรเวท หรือแพทย์ทางเลือก ระบุว่า หินบำบัดอเมทิสต์ มีคุณสมบัติที่ดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจ ดังต่อไปนี้  ความเชื่อเกี่ยวกับ หินบำบัดอเมทิสต์ ด้านการส่งเสริมสุขภาพกาย  เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของต่อมไร้ท่อ ส่งเสริมสุขภาพทางเดินอาหาร บรรเทาอาการปวดศีรษะ  ควบคุมฮอร์โมน    ส่งเสริมการนอนหลับให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ความเชื่อเกี่ยวกับ หินบำบัดอเมทิสต์ ด้านการส่งเสริมสุขภาพจิตใจ เสริมสร้างสมาธิ ช่วยให้เรามีจิตใจที่สงบ ใจเย็นมากขึ้น ปรับสมดุลอารมณ์ภายในร่างกาย บรรเทาความเครียดและความวิตกกังวล ช่วยเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ การรับรู้ และการตัดสินใจ  เคล็ดลับดูแลสุขภาพจาก […]